ห้องประชุมที่เต็มไปด้วยความแออัดจนแทบหายใจไม่ออกเสียงพูดคุยและพลังงานพลุ่งพล่านของวัยรุ่นมัธยมแต่ละคนเหมือนถูกกระตุ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี่แหละ…มัธยมปลายในแบบที่เขาล่ำลือกัน
พีทยืนพิงกำแพงด้านหลังสุดของห้องพยายามปลีกตัวตัวเองจากสายตาทุกคน
“ทำไมคนถึงมายัดกันในพื้นที่เล็ก ๆแบบนี้ได้?” เขาคิดวนอยู่ในหัว
เสียงดังรอบตัวเขาราวกับพายุที่โหมกระหน่ำทุกใบหน้าที่ผ่านไปมามากมายจนเบลแทบจะแยกไม่ออก แต่มันไม่ใช่ความผิดของคนอื่นหรอกความผิดมันอยู่ที่ตัวเขาเอง พีทไม่เคยเป็คนที่ชอบสุงสิงกับใครเขาเคยชินกับการกินข้าวคนเดียว ทำอะไรคนเดียว ใช้ชีวิตในพื้นที่ของตัวเองการมาโรงเรียนใหม่ครั้งนี้ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง…หรืออย่างน้อยเขาก็คิดไว้แบบนั้น
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในวินาทีที่เขาเห็นเธอ
ในความวุ่นวายนั้นมีเพียงใบหน้าของเธอที่โดดเด่นเหมือนหลุดมาจากอีกโลก เธอไม่ได้แค่มองผ่านมาทางเขาแต่เหมือนสายตาของเธอมองตรงมาที่เขา รอยยิ้มของเธอสดใสและเป็ธรรมชาติเปรียบเหมือนแสงแดดที่เจิดจ้าตัดผ่านหมอกผู้คนที่หนาแน่นนี้เสียงรอบตัวเหมือนเงียบลง หัวใจของพีทเริ่มเต้นแรงขึ้นทุกก้าวที่เธอเดินเข้ามาใกล้
จนกระทั่งเธอยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
“สวัสดี” เสียงเธอสดใสพร้อมรอยยิ้มที่ไม่จางหายไป“ทำไมยืนอยู่คนเดียวล่ะ? ไม่มีเพื่อนเหรอ?”
หัวสมองของพีทเหมือนล้มเหลวไปชั่วขณะเขามั่นใจว่าเธอคงพูดอะไรอีกมากมายกว่านั้นแต่เสียงหัวใจของเขาเต้นดังจนกลบทุกอย่างที่เธอพูด
“เอ่อ…อ่า” ในที่สุดปากเขาก็ขยับออกมาได้
“อ่า?” นี่เขาพูดอะไรออกไป? คำศัพท์ในหัวเป็ร้อยเป็พันเขากลับคิดออกแค่นี้เหรอ? พีท้าจะะโด่าตัวเองในใจดังๆ
“อ้อ โอเค” เธอตอบน้ำเสียงเหมือนกำลังขำเขา “ฉันชื่อ มีนา นี่อันนา เพื่อนฉันเอง”
ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นว่ามีนาไม่ได้มาคนเดียวเพื่อนที่เธอลากมาด้วยเป็ผู้หญิงอีกคนที่ดูเงียบกว่าแต่ก็ดูน่ารักไม่แพ้กัน
“นายชื่ออะไรเหรอ?” มีนาถาม
“พีท” เขาตอบออกไปได้อย่างชัดเจนและรู้สึกเหมือนจะขอบคุณทุกสิ่งในโลกที่ทำให้เขายังจำชื่อของตัวเองได้
“ไปนั่งกับพวกเราสิ เหมือนว่ากำลังจะเริ่มกิจกรรมแล้วนะ”เธอพูดเหมือนชวน แต่เธอจับแขนเสื้อเขาและลากตัวเขาไปก่อนที่เขาจะทันตอบอะไร
กิจกรรมปฐมนิเทศดำเนินไปนานหลายชั่วโมงส่วนใหญ่เป็การฟังคำพูดที่น่าเบื่อ แต่มีนาทำให้มันไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเธอถามคำถามมาก เขาตอบเท่าที่ตอบทัน เธอพูดถึงเื่มากมาย เขาได้แต่ฟังอาจดูเหมือนเป็บทสนทนาฝ่ายเดียวสำหรับคนอื่นแต่สำหรับพีทมันมากกว่าการสนทนาที่เขาเคยมีมาก่อนหน้านี้
เมื่อกิจกรรมจบลงฝูงชนรีบพุ่งไปยังทางออก มีนาจับมืออันนาไว้และหันมาบอกให้พีทเดินตามพวกเธอแต่ในความชุลมุนนั้น เขากลับทำพวกเธอหลุดหายไปจากสายตา
พีทยืนอยู่หน้าห้องประชุมเขานึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้ถามชื่อเต็มของพวกเธอหรือแม้กระทั่งห้องเรียนที่พวกเธออยู่ ข้อมูลทั้งหมดที่เขามีคือชื่อสองชื่อ:มีนาและอันนา
เขาเดินกลับบ้านในวันนั้นด้วยหัวใจที่รู้สึกว่างเปล่าแต่รอยยิ้มของมีนาเล่นวนซ้ำในหัวจนเขาแน่ใจอย่างหนึ่ง—เขาจะต้องหาพวกเธอให้เจอแม้จะต้องใช้เวลาทั้งสามปีในโรงเรียนนี้ก็ตาม
เช้าวันต่อมาพีทมาถึงโรงเรียนพร้อมกับความมุ่งมั่นและความเหนื่อยล้าจากการคิดแผนการที่จะตามหาพวกเธอทั้งคืน
“จะเดินเคาะประตูทุกห้องเรียนถามหาดีมั้ย?”
“หรือไปถามอาจารย์ฝ่ายทะเบียนดี?”
“หรือจะเฝ้าหน้าประตูโรงเรียนทุกเช้าจนกว่าพวกเธอจะผ่านมา?”
แต่พอคิดดูแล้วทุกแผนฟังดูเหมือนพวกโรคจิตทั้งนั้นเลย
พีทถอนหายใจพลางเปิดประตูห้องเรียนเดินเข้าไปโดยที่ยังครุ่นคิดหาวิธีอื่นต่อไป แต่แล้วทุกอย่างหยุดลงเมื่อสายตาของเขาเจอภาพที่ไม่คาดคิด
มีนา
เธอนั่งอยู่ใกล้หน้าต่างคุยกับอันนา เมื่อเธอเห็นเขา เธอเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มที่เจิดจ้าของเธอทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“พีท!”เธอโบกมือให้เขาเหมือนเป็เพื่อนกันมานาน “เราอยู่ห้องเดียวกันสินะ!”
พีทยืนตัวแข็งอยู่ที่ประตูหัวใจเต้นรัว เขาพยายามส่งยิ้มกลับไป “ใช่” เขาพูดออกมาในที่สุด
และในตอนนั้นเองชีวิตที่เขาคิดว่าจะเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวสามปี กลับเริ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง