ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 30 ทำตัวเองแท้ๆ! ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต!

            อาชีพของหวังทงคือมือสังหารระดับCนับตั้งแต่เขาตื่นรู้ในอาชีพนี้เขาก็แทบจะทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดที่มีไปกับทักษะการสะเดาะกุญแจเพียงหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยการเปิดกล่องสมบัติพิเศษในดันเจี้ยนได้!

            และตอนนี้โอกาสที่เหมือนกับความฝันก็วางอยู่ตรงหน้านี้แล้วความโลภและตัณหาทำให้เขามองข้ามค่ายกลเคลื่อนย้ายที่โผล่พ้นออกมาจากใต้กล่องสมบัติเพียงเสี้ยวเดียวนั้นไป

            “เพื่อนร่วมกลุ่มงั้นเหรอ? จะไปเทียบอะไรได้กับอุปกรณ์ทองคำเพียงชิ้นเดียว!”

            หวังทงแววตาเป็นประกายพร่ำบ่นพึมพำอย่างไม่เป็นภาษาขณะที่ทักษะการสะเดาะกุญแจในมือยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง“อีกนิดเดียว! อีกนิดเดียวเท่านั้น...”

            ในที่สุดพร้อมกับเสียงดัง ‘แกรก’ ที่กระจ่างชัด กล่องสมบัติตรงหน้าก็พลันเปิดออก!

            ภายในนั้นมีแสงสีทองเจิดจ้าสาดประกายออกมาแหวนรูปทรงโบราณวงหนึ่งวางอยู่อย่างสงบนิ่ง!

            อุปกรณ์ทองคำ!

            ซ้ำยังเป็นเครื่องประดับที่หาได้ยากยิ่ง!

            ต่อให้เอาไปขายในตลาดมืดก็เพียงพอที่จะทำเงินให้เขาได้หลายแสนเหรียญมังกร!

            หวังทงตื่นเต้นจนตัวสั่นเขาเอื้อมมือออกไปหมายจะหยิบฉวยสิ่งนั้นมาทว่าในพริบตาที่มือของเขายื่นเข้าไปในกล่องค่ายกลเคลื่อนย้ายใต้กล่องพลันถูกกระตุ้นให้ทำงานดูดร่างของเขาเข้าไปในชั่วพริบตา!

            “อะไรกัน!? เกิดอะไรขึ้น...”

            หวังทงทั้งตกใจทั้งลนลานทว่าร่างกายครึ่งซีกของเขาถูกสูบเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายเสียแล้ว!

            วินาทีต่อมาร่างทั้งร่างของเขากลับไปปรากฏอยู่เหนือกับดักหนามแหลมกลางโถงทางเดินเมื่อครู่อย่างกะทันหัน?!

            จุดหมายปลายทางของค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ที่นี่นี่เอง!

            และแล้วฉากที่ทำให้หวังทงหัวเราะไม่ออกก็เกิดขึ้นหวังทงที่คิดจะชิงตัดหน้าคนอื่นเข้าไปแย่งชิงสมบัติบัดนี้ร่างของเขากลับแขวนค้างอยู่เหนือกับดักเมื่อครู่เหลือเพียงมือข้างเดียวที่ตะเกียกตะกายเกาะขอบเอาไว้แน่นและช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่ตำแหน่งนั้นคือตำแหน่งเดียวกับที่หลี่เซี่ยงเพื่อนร่วมกลุ่มของเขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดก่อนหน้านี้!

            “ช่วย... ช่วยฉันด้วย!”

            หวังทงเหลือมือเพียงข้างเดียวที่ยึดขอบกับดักไว้สองเท้าถีบตะกายผนังอย่างไม่ลดละทว่าผนังที่ราบเรียบของกับดักกลับไม่มีจุดให้เขาใช้แรงส่งตัวเองกลับขึ้นมาได้เลย

            “หลี่เซี่ยง จางเว่ย! เร็ว... ลากฉันขึ้นไปที!”

            หวังทงตะโกนเรียกอย่างร้อนรนทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงสายตาที่เย็นชาสองคู่อดีตเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งสองมองเห็นธาตุแท้ของเขาอย่างทะลุปรุโปร่งตั้งนานแล้ว

            โดยเฉพาะหลี่เซี่ยงที่เพิ่งสละอุปกรณ์ไปทั้งตัวเพื่อเอาชีวิตรอดมาได้ในตอนนั้นเขาอยู่ห่างจากหวังทงเพียงก้าวเดียวแต่อีกฝ่ายกลับเพียงยืนมองเขาอย่างเย็นชา

            “ช่วยฉันเถอะนะ! ฉัน...เมื่อกี้ฉันก็แค่จะเข้าไปดูของในกล่องแทนพวกนายก่อนเท่านั้นเองกะว่าดูเสร็จแล้วจะรีบกลับมาลากพวกนายขึ้นไป...”

            หวังทงจอมเจ้าเล่ห์รีบอธิบายพัลวันทว่าหลี่เซี่ยงกลับแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาพลางกล่าว “ไม่ต้องให้แกมาลากแล้วล่ะ!หวังทง ไอ้คนสารเลวเอ๊ย แกดูแลตัวเองไปก็แล้วกัน!”

            “พวกเราไป!”

            หลี่เซี่ยงเอื้อมมือไปดึงจางเว่ยที่อยู่ข้างๆแล้วหันหลังเดินจากไปทันทีก่อนไปเขายังเงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยที่อยู่บนแท่นชั้นสองด้วยความซาบซึ้งพร้อมกับประสานมือคารวะ “สหายบุญคุณครั้งนี้ไม่ขอเอ่ยคำขอบคุณ!”

            “ผมสูญเสียอุปกรณ์ไปทั้งหมดแล้วการฝืนอยู่ในดันเจี้ยนต่อไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย ผมต้องขอตัวออกไปก่อนผมชื่อหลี่เซี่ยง! ถ้ากลับไปถึงเมืองซ่างจิงเมื่อไรผมต้องขอเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อแน่นอน!”

            พูดจบทั้งสองก็หันหลังเดินจากไปทิ้งให้หวังทงเกาะขอบกับดักรอคอยชะตากรรมเพียงลำพัง

            “เชือก เชือก...”

            หวังทงพลันนึกถึงเชือกที่เซียวเยี่ยหย่อนลงมาจากชั้นสองได้จึงรีบหันมองหาไปทั่ว

            แต่ก็นึกไม่ถึงเลยว่าเซียวเยี่ยจะเก็บเชือกเส้นนั้นไปนานแล้วบัดนี้มันพันอยู่บนท่อนแขนของเขาเซียวเยี่ยอาศัยจุดยึดบนราวกันตกโหนตัวลงมาอย่างรวดเร็วราวกับกำลังแกว่งชิงช้าก่อนจะร่อนลงตรงหน้ากล่องสมบัติที่ปลายทางเดิน

            ในตอนนี้ค่ายกลเคลื่อนย้ายใต้กล่องสมบัติได้สลายไปแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นค่ายกลที่ทำงานได้เพียงครั้งเดียว 

            และภายในกล่องนั้นมีแหวนรูปทรงโบราณที่แผ่ประกายแสงสีทองวางอยู่อย่างเงียบเชียบ

            “ขอบใจนายมากนะที่ช่วยสำรวจเส้นทางให้!”

            เซียวเยี่ยหยิบแหวนในกล่องขึ้นมาอย่างเบามือแล้วสวมมันเข้ากับนิ้วทันที

            คุณสมบัติของแหวนพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวเยี่ย

            [แหวนหยกเร้นลับ]

            [ระดับ: ทองคำ]

            [ระดับที่ต้องการ: 20]

            [คำอธิบาย: ของสะสมของตระกูลแม่ทัพโหลวหลันสร้างขึ้นจากหยกที่เป็นเอกลักษณ์ของแคว้นโหลวหลัน ตัวแหวนใสกระจ่างดุจคริสตัลเมื่อสวมใส่จะช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดสุสานแม่ทัพอีกด้วย!]

            [คุณสมบัติ: จิตวิญญาณ: +50, ความแข็งแกร่ง: +50]

            [คุณสมบัติเสริม: จิตกระจ่าง เพิ่มค่าต้านทานสถานะมึนงง 35%!]

            “เป็นอุปกรณ์ทองคำจริงๆ ด้วย!”

            เซียวเยี่ยสวมแหวนหยกเร้นลับไว้ที่มือก่อนจะชูมือขึ้นแสดงให้หวังทงที่ยังคงตะเกียกตะกายอยู่ในกับดักดูจากระยะไกล

            “จะว่าไป ต้องขอบคุณนายจริงๆ นะสหายที่ช่วยเป็นหน่วยกล้าตายตรวจสอบเส้นทางให้ฉัน!”

            หวังทงที่เหลือมือเพียงข้างเดียวเกาะขอบกับดักจนเส้นเลือดปูดโปนดวงตาพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและชิงชัง เขาจ้องมองเซียวเยี่ยเขม็ง“ไอ้สารเลว...”

            คำด่าของหวังทงยังไม่ทันสิ้นสุดเขากลับฝืนปั้นยิ้มออกมาบนใบหน้า แล้วเอ่ยกับเซียวเยี่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“สหาย ในเมื่อนายได้ของชิ้นนั้นไปแล้วรบกวนช่วยเมตตาไว้ชีวิตฉันสักครั้งเถอะ!”

            “ถ้าฉันออกไปได้ ฉันหวังทงคนนี้จะตอบแทนคุณอย่างงามแน่นอน!”

            เซียวเยี่ยเลิกคิ้วขึ้นหวังทงคนนี้ช่างเป็นพวกนกสองหัวที่เปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วนักในวินาทีเป็นตายยังสามารถสลับหน้ากากได้ไวขนาดนี้แผนการในใจช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน!

            เซียวเยี่ยยิ้มแล้วส่ายหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าเมื่อกี้แกด่าฉันสาดเสียเทเสียฉันอาจจะยังคิดว่าแกเป็นคนซื่อตรงแล้วช่วยดึงแกขึ้นมา”

            “แต่แกกลับยอมสละชีวิตเพื่อนร่วมกลุ่มเพียงเพื่อกล่องสมบัติใบเดียวมาตอนนี้ยังยอมยกอุปกรณ์ทองคำให้ฉันเพียงเพื่อให้ตัวเองรอดตาย...”

            “ถ้าฉันดึงแกขึ้นมาจริงๆ ฉันว่าแกคงจะเปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าพลิกหน้ากระดาษแล้วหันมาแทงข้างหลังฉันทันทีมากกว่ามั้ง?”

            สีหน้าของหวังทงเปลี่ยนไปทันควันคำลวงที่ปั้นแต่งมาเปลี่ยนเป็นคำอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา“สหาย! พวกเราต่างก็เป็นผู้ตื่นรู้จากเมืองซ่างจิงเหมือนกันช่วยฉันหน่อยเถอะ!”

            “ฉันจะเกาะไม่ไหวแล้ว ขอร้องล่ะ!”

            หลังจากได้แหวนหยกเร้นลับมาแล้วเซียวเยี่ยก็โหนเชือกที่คล้องอยู่บนแท่นชั้นสองกลับมายังทางเข้าโถงทางเดินอีกครั้ง

            เขามองดูหวังทงที่เหลือมือเพียงข้างเดียวเกาะขอบดิ้นรนอยู่แทบเท้าเซียวเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทำท่าจะยื่นมือไปดึงทว่าในฉับพลันนั้น ดวงตาของหวังทงกลับฉายแววเหี้ยมเกรียมมืออีกข้างที่ซ่อนไว้พลันตวัดกริชออกมาแทงใส่เซียวเยี่ยอย่างสุดแรง!

            ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกริชในมือของเขากลับถูกขวางไว้ได้อย่างแน่นหนาด้วยโล่ที่มีลวดลายพยัคฆ์สีขาวพร้อมกับเสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรง!

            เซียวเยี่ยยิ้มเยือกเย็นเขาคาดการณ์แผนสกปรกนี้ไว้อยู่แล้ว!

            หวังทงมีอาชีพสายความคล่องตัวชุดเกราะหนังที่สวมใส่ก็แทบไม่มีน้ำหนัก

            ด้วยค่าสถานะของผู้ตื่นรู้เขาควรจะสามารถใช้มืออีกข้างตะปบขอบแล้วปีนขึ้นมาได้นานแล้ว

            แต่เขากลับยอมใช้มือเพียงข้างเดียวแขวนร่างไว้ส่วนมืออีกข้างกลับซ่อนอยู่ในเสื้อมาตลอด

            เกรงว่าตั้งแต่ตอนที่เขาถูกค่ายกลส่งตัวลงมาในกับดักเขาก็คงจะคิดแผนชั่วร้ายนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว!

            แผนที่รอให้เซียวเยี่ยเดินเข้ามาใกล้เพื่อจะจู่โจมสังหารในทีเดียวแล้วชิงแหวนหยกเร้นลับจากกล่องสมบัติกลับมาเป็นของตน...

            ทว่าแผนการเล็กๆในใจเขากลับถูกเซียวเยี่ยมองออกจนทะลุปรุโปร่ง!

            เมื่อการโจมตีที่หมายมั่นถูกปัดป้องด้วยโล่สงครามพยัคฆ์ร้ายเซียวเยี่ยก็วาดเท้าเตะเข้าใส่ร่างนั้นอย่างรุนแรงจนเขากระเด็นตกลงไปสู่กับดักเบื้องล่าง!

            “ไม่! ไม่นะ...”

            หวังทงแผดร้องโหยหวนดวงตาก่อนตายเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม

            ทว่ากับดักหนามแหลมคมที่อยู่เบื้องล่างนั้นกลับทิ่มแทงทะลุร่างของเขาจนพรุน!

            [-1500!]

            [-1500!]

            ตัวเลขความเสียหายจำนวนมหาศาลเด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหวังทงสิ้นลมกลายเป็นศพไปโดยสมบูรณ์

            ทว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นกลับทำให้เซียวเยี่ยต้องหรี่ตาลงด้วยความตกตะลึงเพราะเขาเห็นว่าจากศพของหวังทงนั้น มีจุดแสงเพลิงประทีปลอยละล่องออกมา!

            มันเหมือนกับเพลิงประทีปที่ลอยออกมาจากซากศพของพวกมอนสเตอร์ไม่มีผิดเพี้ยน!

            แต่แล้วข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้เซียวเยี่ยสั่นสะท้านไปทั้งร่างปรากฏขึ้นตรงหน้า

            [ยืนยันการสังเวยเพลิงประทีปของผู้ตื่นรู้เผ่าพันธุ์มนุษย์ ‘หวังทง’ หรือไม่?]