“เชอะเป็แค่ ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน ระดับต้น ตัวเล็กๆแต่นิสัยกับจองหอง ถ้าไม่โชคดี ได้อาจารย์อารับเป็ศิษย์ แล้วสืบทอดประมุขเขาเสี่ยวหมู่จื่อเ้าก็ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะมาพูดต่อหน้าข้า”
ทุกคนบนเวทีนี้รู้ว่าตำแหน่งของหลี่เฟย ได้มาอย่างไรก็เป็ธรรมดาที่ทุกคนจะเมินเฉยต่อเขา...
หลี่เฟยดึงสายตาที่เหม่อลอยไปไกลกลับมาแล้วมองลงไปด้านล่างเด็กวัยเยาว์ทั้ง 4 มองขึ้นมาบนเวทีอย่างหวาดๆดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ในดินแดนต้าหลิงถูการบำเพ็ญเซียนคือความฝันตลอดชีวิตของทุกคนพวกเขาหวังว่าในวันหนึ่งจะได้เข้าเป็ศิษย์สำนักเซียน เพื่อฝึกบำเพ็ญยกระดับตัวตน
ทั้ง 4 คุกเข่าโคกศีรษะไม่หยุด...
“ท่านเซียน โปรดรับพวกเราเป็ศิษย์ด้วยเถอะ”ทุกคนเปล่งเสียงวิงวอนอย่างน่าสงสาร
“อืม พวกเ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ ทุกคนจะได้อยู่ที่นี่แต่จะได้เป็ศิษย์ยอดเขาใดก็ขึ้นอยู่ที่วาสนาของพวกเ้าเอง”
เสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนของเ้าสำนักทำให้ทุกคนลุกขึ้นยืนนิ่งรอรับการจัดการต่อไปประมุขยอดเขาที่มาก่อนต่างมีเป้าหมายของตนเองแล้วเพราะแต่ละคนได้แตะข้อมือทดสอบสอบเด็กทั้ง 4 คนนั้นแล้ว
จากนั้นเ้าสำนักจางปู้อิง จึงหันไปถามประมุขยอดเขาทุกท่าน “ศิษย์น้องทุกท่านเชิญเลือกศิษย์ตามใจชอบเลย ยอดเขาของข้าขอสละสิทธิ์”
“ฮ่า ฮ่า ศิษย์พี่ใหญ่เ้าสำนัก เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจล่ะ”
ประมุขยอดเขาทั้งสาม นอกจากหลี่เฟยที่ยังนั่งมองนิ่งอยู่ ก็สะบัดหยกห้อยประจำตัวศิษย์ในสำนักลอยไปยังเด็กที่พวกเขา้ารับเป็ศิษย์ สามคนที่ตรวจสอบแล้วว่ามีพร์อยู่บ้างถูกเลือกไปแล้ว
หลี่เฟยเห็นเหลือเพียงเด็กหนุ่มร่างผอมแห้งใบหน้าขะมุกขะมอมในเสื้อผ้าสีเข้มเก่าๆ หลวมๆ ยืนหน้าเศร้าอยู่เพียงลำพัง
ที่จริงแล้วคนผู้นี้เป็หญิงสาวชื่อซูหว่านที่ประมุขยอดเขาท่านอื่นตรวจสอบดูแล้วเห็นว่า ไม่มีคุณสมบัติใดๆ ที่บำเพ็ญเซียนได้ตลอดชีวิตถ้าฝึกฝนได้ขั้นฝึกลมปราณ ชั้นสาม ก็ถือว่าดีมากแล้ว
แน่นอนหลี่เฟยที่มองอยู่ห่างๆ บนเวทีก็ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็สตรีแค่เพียงสังเกตุได้ว่าเขาไม่มีลักษณะพิเศษใดๆจึงไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครเลือกรับเป็ศิษย์
เสิ่นจงได้บอกพวกเขาว่า ถ้าไม่มียอดเขาไหนรับเป็ศิษย์ถ้า้าอยู่ต่อไปก็จะให้เป็คนรับใช้ในสำนักแต่แน่นอนว่าจะเลือกจากไปก็ได้แต่ในยุคนี้ตัวคนเดียวจะไปไหนรอด คงได้แต่เป็คนรับใช้อยู่ในสำนักนี้เท่านั้น
ซูหว่านยืนนิ่งเพียงลำพังในใจเต็มไปด้วยความไม่ยอมรับถ้าไม่มีใครเลือกนาง ชีวิตนี้คงหมดหวังที่จะแก้แค้นให้พ่อแม่และน้องๆ แล้วความอับอายเกิดขึ้นในใจ นางกำมือแน่น
ความจริงอันโหดร้ายตบหน้านางอย่างแรงความฝันที่จะเป็ผู้เก่งกล้าของนางสลายหายไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครเลือกนางก็หมายความว่าตัวนางคงไม่มีคุณสมบัติจะฝึกฝนได้จริงแล้วเช่นนี้ชีวิตต่อไปภายหน้าจะอยู่ต่อได้อย่างไร เมื่อเข้าใจดังนั้นซูหว่านก็คิดว่านางน่าจะตายไปพร้อมกับครัวของตัวเองซะดีกว่า
ขณะที่ใจนางสิ้นหวังแทบจะทรงกายไม่อยู่นั้น ร่างในชุดสีขาวก็ปรากฏตรงหน้าอย่างกะทันหันเหมือนแสงอรุณในความมืดมิดแห่งความสิ้นหวัง ซูหว่านตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่งเงยหน้ามองพบว่าเป็ประมุขหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยอยู่ด้านซ้ายสุดเมื่อครู่
“เ้าเต็มใจ รับข้าเป็อาจารย์หรือไม่” หลี่เฟยเอ่ยอย่างเรียบเฉย
“เต็มใจ ข้าเต็มใจ ศิษย์ซูหว่าน คารวะอาจารย์”ในขณะนี้ซูหว่านไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย นางคุกเข่าลงทันทีพลางโคกศีรษะไม่หยุดจนหลี่เฟยต้องก้มลงประคองไหล่ขึ้น
ในสถานการณ์ที่น่าอับอายนี้ หลี่เฟยได้มอบเกียรติสุดท้ายให้นางและยังให้ความหวังสุดท้ายแก่นางด้วย เพียงแค่ได้รับอาจารย์ก็มีโอกาสได้แก้แค้นแล้ว
แม้อีกฝ่ายจะดูหนุ่มมาก และดูเหมือนไม่ค่อยสนใจใครไม่รู้ว่าจะเก่งกาจเพียงไหน แต่อย่างน้อยก็เป็ประมุขโอกาสสุดท้ายนี้นางต้องคว้าไว้ไม่ปล่อยมือ
“เอาล่ะตามข้ามา” หลี่เฟยพูดน้ำสียงราบเรียบหันไปคำนับเ้าสำนักแล้วเดินนำออกจากโถงใหญ่ไป
ซูหว่านรีบตามไป ก่อนออกไป นางยังได้ยินเสียงเย้ยหยันเต็มสองรูหู
“ฮ่า ฮ่าอาจารย์ไร้ค่า รับศิษย์ไร้ค่า ช่างเป็์กำหนดจริงๆ”
นั่นคือเสียงของ จ้าวเหลียง…
“ช่างน่าเสียดายมรดกนับพันปีของยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อที่ต้องมาสูญสิ้นในมือของคนไร้ความสามารถสองคนนี้”
เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ ซูหว่านรู้สึกสับสนมาก หลี่เฟยที่เดินนำหน้านางััได้ถึงปฏิกิริยาในใจดวงน้อยของนาง พอเดินไปได้สักครู่ เขาก็หยุดกะทันหัน
“อาจารย์” ซูหว่านชะงัก เรียกออกมาโดยสัญชาตญาณ
หลี่เฟยหันไปมองหน้านางแวบหนึ่ง ถามว่า “เมื่อครู่เ้าก็ได้ยินคำพูดเ่าั้แล้วมีความรู้สึกอย่างไร”
ซูหว่านลังเลครู่หนึ่ง ในใจนางตอนนี้ทั้งสับสนและโกรธกริ้ว...ทำไมจ้าวเหลียงถึงดูถูกศิษย์อาจารย์ทั้งสอง
แม้เพิ่งรับอาจารย์ แต่ในใจของนางก็ยอมรับอาจารย์ท่านนี้แล้ว
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีระดับวรยุทธเป็อย่างไร เขาก็คืออาจารย์ของนางเป็อาจารย์ที่มอบเกียรติสุดท้ายให้นางในยามที่นางสิ้นหวังที่สุด
คนอื่นจะพูดถึงนางอย่างไรก็ได้ แต่พูดจาดูถูกอาจารย์ของนาง นางไม่ยอม
“อาจารย์ ข้าไม่เข้าใจเหตุผลยิ่งใหญ่แต่ข้ารู้สิ่งหนึ่งเป็อาจารย์หนึ่งวัน เป็พ่อชั่วชีวิต ในเวลาที่ทุกคนทอดทิ้งไม่ยอมรับข้าเป็ศิษย์อาจารย์ได้ให้ความหวังที่ยิ่งใหญ่แก่ซูหว่าน ข้าจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อรักษาชื่อเสียงของอาจารย์ ไม่ทำให้อาจารย์ขายหน้าแม้จะต้องทำอย่างไรหรือต้องตกนรกขุมลึกที่สุดก็ตาม”
“อาจารย์ท่านวางใจได้ ข้าจะทำตามคำสอนของท่านอย่างเคร่งครัด ข้าจะพยายามสักวันหนึ่งข้าจะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า อาจารย์ไม่ใช่คนไร้ความสามารถและข้าก็ไม่ใช่คนไร้ความสามารถ...”
ซูหว่านกำหมัดแน่นและพูดออกมาอย่างเ็า
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เฟยรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก ดีมากไม่เสียแรงที่รับเป็ศิษย์ เขามีความมุ่งมั่นจริงๆ
เมื่อครู่ในโถงหลัก หลี่เฟยคอยสังเกตอยู่เงียบๆเพราะรู้ว่าคนพวกนั้นคงเตรียมการอะไรไว้แล้วจึงไม่ได้ออกหน้าไปแย่งรับศิษย์กับพวกเขา เพราะรู้ตัวถึงแย่งก็คงไม่ชนะจึงใจตั้งรอแม้เลือกไม่ได้ก็ไม่เป็ไร และจะรับจากคนที่ไม่มีใครเลือกในตอนท้าย
บ่อยครั้ง ใน่เวลาเช่นนี้คนที่ไม่มีใคร้าจะรู้สึกผิดหวังและเศร้าใจที่สุด และถ้าเ้าพอดีเลือกเขาในใจของเขา ถ้าเป็คนปกติ ก็จะรู้สึกขอบคุณมาก จนสามารถอุทิศร่างกายและชีวิตให้เลย
“ดีมาก ไปกันเถอะ...”
หลี่เฟยไม่ได้อธิบายอะไรมากไปเขาเรียกระบี่ประจำตัวออกมาแล้วจับมือซูหว่าน พาบินตรงไปบังยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อ
ระหว่างเดินทางไปยังยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อซูหว่านรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังมากเมื่อมีโอกาสเผชิญกับเส้นทางเซียนที่กำลังจะมาถึง ทุกคนย่อมมีความหวังไม่มากก็น้อย
มองดูอาจารย์หนุ่มหน้าตาดีที่กำลังควบคุมกระบี่บินอยู่ตรงหน้า ซูหว่านก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกอาจารย์คนนี้ไม่เพียงแค่หน้าตาดี แต่ยังใจดีอีกด้วยไม่เหมือนกับประมุขคนอื่นๆที่ทำหน้าบึ้งตลอดเวลา ราวกับว่ามีใครเป็หนี้เขาหลายล้านอย่างไรอย่างนั้น
ยิ่งกว่านั้นท่านอาจารย์คนนี้ยังใส่ใจกับสภาพจิตใจของศิษย์พร้อมปลอบประโลมนางอยู่เสมอและสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ ความอดทนอันเยี่ยมยอดของเขาเมื่อเผชิญกับการถูกว่ากล่าวร้ายและการกีดกันจากประมุขหลายคนเขายังคงรักษาความสงบและความมีเสน่ห์ไว้ได้
ซูหว่านชื่นชมทัศนคติแบบนี้ของเขามาก และได้ปฏิญาณกับตัวเองในใจ ‘ฉันต้องพยายามให้มาก ต้องพัฒนาตัวเองให้ได้ ไม่ทำให้อาจารย์อับอาย’
ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสองก็ค่อยๆ ร่อนลงบนพื้นหญ้ารกหน้ากระท่อมไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง จากในจำนวนหลายหลังที่เรียงรายอยู่กระจัดกระจาย
“อืม พวกเรามาถึงแล้ว”
ขณะเดินเข้าไป หลี่เฟยพูดอย่างเป็ทางการโดยไม่มีอาการเคอะเขิน“พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรถือหลักการดำเนินชีวิตตามใจตัวเองทั้งอาหารที่อยู่อาศัยและการเดินทางล้วนเรียบง่าย”
“สภาพความเป็อยู่ที่เรียบง่าย จะช่วยขัดเกลาจิตใจของคนทำให้ก้าวเดินบนเส้นทางเซียนได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น...”
หลังจากพูดจบ หลี่เฟยรู้สึกละอายใจชาติที่แล้วเขาไหนเลยจะอยู่อย่างสมถะเรียบง่ายเช่นนี้ แต่เขาหน้าหนาพอควรสีหน้ายังคงดูเป็ธรรมชาติ แต่ในใจ...
‘เฮ้อ สภาพธรรมชาติสวยงามแบบนี้ก็ดีอยู่หรอกแต่ถ้ามีสาวงามในชุดนุ่งน้อย ห่มน้อย หรือไม่นุ่งอะไรเลยสัก 4-5 คนมาอยู่ด้วยแบบนั้นสิถึงจะเป็์ชั้นเซียนที่แท้จริง’
ยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่ออยากจนมากเพราะอาจารย์ของเขาไม่ชอบวุ่นวายกับใครจึงปลีกตัวอยู่สันโดษบำเพ็ญเพียรเพียงลำพังมาหลายร้อยปี โดยไม่คิดรับศิษย์ ดังนั้นหลี่เฟยจึงเป็ทั้งลูกศิษย์คนสุดท้ายและคนเดียวของเขา
“อาจารย์ศิษย์เข้าใจแล้ว” ซูหว่านตอบอย่างมั่นใจ
“กระท่อมไม้เหล่านี้ยกเว้นหลังตรงกลาง เ้าสามารถเลือกหลังไหนเป็ที่พักอาศัยก็ได้ อ้อ มีน้ำตกเล็กๆอยู่ใต้เชิงผาหลังกระท่อมนั่น เ้าไปชำระล้างร่างกายก่อน แล้วมาพบข้า”
ตอนนี้หลี่เฟยรับลูกศิษย์มาแล้วจึงอยากรีบไปเรียกดูระบบว่าจะได้อะไรตอบแทนมาบ้าง เขาหันกายจากไปในทันที แทบจะพูดไม่ทันจบจึงไม่ทันได้ยินใจความเสียงตอบรับของซูหว่าน
“เ้าค่ะอาจารย์”
ในกระท่อมที่พักของหลี่เฟย“ระบบ ระบบ ทำไม่เงียบจัง”
เขาเรียกหาหลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบหรือว่าองค์ประกอบยังไม่ครบเอาเถอะรอหน่อยก็แล้วกัน...แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ซูหว่านมาแต่ตัวนอกจากเสื้อผ้าเก่าๆ ที่สวมอยู่บนตัวก็ไม่มีสมบัติอื่นใดอีก...
คิดได้ดังนั้นหลี่เฟยจึงเลือกชุดขาวใหม่ที่เพิ่งรับมา เดินตรงไปที่น้ำตกหลังกระท่อม...
ที่นั่นหลี่เฟยยืนนิ่งมองด้านหลังร่างเปลือยที่ยืนกลางสายน้ำที่อยู่ไม่ไกล...ศิษย์ของเขาช่างรูปร่างสวยงามจริงๆผมดำยาวสลวย คลุมไหล่กลม หลังเรียบเนียนขาวผ่อง เอวคอดกิ่ว สะโพกงอนกลมกลึงขาขาวเรียวยาว อืม เขาคงยังไม่โตเป็หนุ่มสินะ รูปร่างถึงดูอ้อนแอ้นแบบนี้
หลี่เฟยไม่ได้ตั้งใจรบกวนร่างงามที่กำลังชำระล้างร่างกายอย่างเพลิดเพลินนั้นเขาเพียงตั้งใจนำเสื้อผ้าชุดนี้ไปวางไว้ในที่พบเห็นได้ง่ายแค่นั้นแต่เหมือนร่างนั้นจะรู้สึกว่ามีอะไรเข้ามาใกล้จึงหมุนตัวหันหน้ามาทันที...
“ว้าย นี่อาจารย์...ท่าน...” เสียงหวีดร้องสูงอย่างใ ก่อนจะหมุนร่างกลับไปนั่งขดตัวนิ่งอยู่ตรงนั้น
หลี่เฟยก็ใไม่แพ้กันใบหน้าสวยหวานราวเทพเซียน ตาโตคู่งามเบิกกว้าง ลำคอระหง ไหล่กลมกลึง ได้สัดส่วนเต้านมอวบอิ่มนุ่มนวลตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าอกบนนั้นประดับด้วยเม็ดทับทิมสีแดงเรื่อดูอ่อนเยาว์และขี้อายหน้าท้องเรียบเนียนกำลังดี ขาเรียวยาวสองข้างเผยออกมาโดยไม่มีอะไรปิดบัง
ั้แ่สะโพกต้นขา น่องก็แสดงให้เห็นถึงเส้นสายที่สมบูรณ์แบบน่าชื่นชมและระหว่างโคนขาทั้งสองข้างหญ้ารกเรื้อสีดำที่เปียกน้ำเกาะตัวกันเหมือนหมึกที่เพิ่งถูกระบายลงไปปกคลุมเนินเนื้อขาวผ่อง ภาพตรงหน้าราวกับดึงดูดิญญาของเขาไป
เพียงชั่วแวบเดียวที่เห็นภาพนี้ก็ตราตรึงฝังลึกเข้าไปในจิตใจจนอยากจะไถ่ถอน...เป็สตรี นางเป็สตรี...
“เ้า เ้าเป็สตรี...ข้า ข้า ไม่ได้ตั้งใจ...ข้าแค่เอาเสื้อผ้ามาให้ ไม่นึกว่า...เอ่อ...”หลี่เฟยพูดไม่ทันจบก็วางเสื้อผ้าบนก้อนหิน พลางหันกายผลุนผันจากไป อย่างรีบเร่ง
ติ๊ง
(แจ้งเตือนผู้ใช้ระบบ)หลังจากเสียงดัง ติ๊ง ทันใดนั้นเสียงหวานนุ่มก็ถูกส่งผ่านเข้ามา
(ระบบให้ผลตอบแทนมอบภารกิจ)
(ผู้ใช้ต้องต้องถ่ายพลังหยางบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายศิษย์เพื่อดูดซับ เปลี่ยนร่างกายและกระดูกเป็กระดูกเซียนขั้นเทพจำนวน 7 ครั้ง จึงจะเสร็จสมบูรณ์และเปลี่ยนร่างกายได้มั่นคง)
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า