บทที่ 35 การทดสอบหน่วยพยัคฆ์I
เรือรบที่ถูกใช้เป็นพาหนะในการทดสอบ เป็นเรือรบขนาดเล็กเน้นการเคลื่อนที่เร็ว จึงติดตั้งเพียงแค่อาวุธเบาเรือประเภทนี้จะใช้ในการเก็บกวาดสนามรบ และใช้สอดแนมเป็นหลัก
ช่วงระหว่างที่เรือกำลังแล่นไปยังเกาะจุดหมายผู้เข้าทดสอบทุกคนต่างก็ถูกจับมารวมกันที่บริเวณดาดฟ้าเรือ แน่นอนว่าหวังเฟิงเองก็ถูกมัดรวมอยู่ในนี้ด้วยกลิ่นของทะเล พร้อมกับสายลมเย็น ๆ ที่ปะทะเข้าใบหน้า ทำให้เขานึกถึงตอนที่ไปล่องเรือกับครอบครัวขึ้นมา
‘ดูสิ เราต้องมาทดสอบเข้าหน่วยพยัคฆ์ แต่เจ้าน้องตัวดีดันได้ไปเที่ยว’
หวังเฟิงถอนลมหายใจพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่นาน สายตาของเขาก็มองเห็นเงาของเกาะหนึ่งที่ด้านหน้าคำนวณจากสายตาคร่าว ๆ แล้วคาดว่าคงต้องใช้เวลาสอง หรือสามสัปดาห์ถึงจะสำรวจเกาะนี้ได้ทั่ว
[ประกาศ ! ตอนนี้เรือเดินทางมาถึงเกาะที่ใช้ทดสอบแล้วขอย้ำอีกครั้ง ทุกคนมีเวลาแค่ห้าวันในการไปให้ถึงจุดใจกลางของเกาะและไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทิศเพราะที่ตรงกลางเกาะเราได้ปักธงของหน่วยพยัคฆ์เอาไว้แล้วและอย่าลืมอย่าทำสร้อยคอที่พวกเราให้ไปหาย ไม่อย่างนั้นเกิดพวกนายตายไปเราคงไม่อาจตามไปเก็บศพกลับบ้านให้ได้]
[ไสหัวลงไปจากเรือกันได้แล้ว!]
สิ้นเสียงประกาศจากลำโพงขยายเสียงบนเรือรบ ก็มีเสียงดัง “ตูม”เกิดขึ้นติดๆ กัน หวังเฟิงที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่เห็นผู้เข้าร่วมทดสอบต่างพากันกระโดดลงไปในน้ำว่ายขึ้นฝั่งบนเกาะอย่างไม่ลังเลก็ได้แต่คิดขึ้นในใจว่า
‘นี่ถ้าเราสำเร็จพลังขั้นห้า คงจะสามารถใช้เกล็ดน้ำแข็งเป็นฐานวิ่งบนผิวน้ำได้อย่างสบาย ๆ’
คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวตอนนี้ฝีมือยังไม่ถึงขั้น หวังเฟิงก็ได้แต่ทำตามคนอื่นนั่นคือว่ายน้ำขึ้นฝั่งเช่นกัน
ฉู่เทียนเฟิงที่ยืนอยู่บนเรือกวาดสายตามองออกไปในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“หัวหน้าคิดว่าปีนี้จะมีคนผ่านการทดสอบกี่คนครับ”
ฉู่เทียนเฟิงไม่ได้ตอบคำถามลูกน้องคนสนิทหากแต่ถามกลับว่า“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม”
เฉิงชิงยืดตัวขึ้นพร้อมรายงานด้วยเสียงดังฟังชัด“อุปกรณ์ติดตามตัวทุกเครื่องแสดงผลปกติ กล้องจับภาพในเกาะทุกตัวทำงานปกติครับ”
“เตรียมขึ้นฝั่งไปกองสังเกตการณ์” เสียงของฉู่เทียนเฟิงดังก้องไปทั่วทั้งตัวเรือ
กองสังเกตการณ์มีหน้าที่ตามชื่อ นั่นคือ “สังเกตการณ์” ภายในกองนี้มีทหารฝ่ายเทคโนโลยีหลายสิบคนบ้างทำหน้าที่เฝ้าหน้าจอที่แสดงภาพในเกาะตามตำแหน่งต่าง ๆบ้างก็จัดการกับอุปกรณ์สื่อสาร บ้างก็กำลังจัดการกับปืนสั้นอัตโนมัติที่วางเรียงรายอยู่ในตู้เก็บอาวุธเมื่อฉู่เทียนเฟิงเดินเข้ามา เหล่าทหารก็ยืนตรง มือขวากำเป็นหมดตบลงไปบนหน้าอกพร้อมพูดขึ้น
“พันตรีฉู่!”
“มีอะไรทำก็ไปทำ”ฉู่เทียนเฟิงโบกมืออย่างรำคาญ พร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้
บนผนังของกองสังเกตการณ์ติดตั้งจอไว้ยี่สิบจอฉู่เทียนเฟิงกวาดสายตาครั้งเดียวก็พบกับเป้าหมายที่เขาสนใจ คน ๆ นี้มาจากตระกูลมู่หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองหลวง
‘มู่ไป๋ หวังว่าเด็กคนนี้จะไม่ทำให้ฉันไม่ผิดหวัง’
มู่ไป๋ ถือว่าเป็นเด็กหนุ่มที่เพียบพร้อมในทุกด้านไม่ว่าจะพื้นเพของตระกูล หน้าตา ความสามารถ และพรสวรรค์ อายุเพียงสิบเก้าปีก็ฝึกวิชามาถึงขั้นรวบรวมปราณขั้นต้นแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฉู่เทียนเฟิงคาดหวังในตัวอีกฝ่ายมากเป็นพิเศษแน่นอนว่ามู่ไป๋ยอมไม่ทำให้ว่าที่ผู้บังคับบัญชาในอนาคตผิดหวัง ยิ่งไปกว่านั้น เขาย่อมไม่มีทางที่จะทำให้ตัวเองผิดหวัง!
เงาร่างของมู่ไป๋พุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว สายตาของเขากวาดมองไปด้านหน้าไม่กี่หนก็เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ดูสูงกว่าต้นอื่น ๆ ในละแวกนี้มู่ไป๋ไม่รอช้ามุ่งไปยังต้นไม้ต้นนั้นทันทีร่างกายของเขาสอดประสานกันได้อย่างดีเยี่ยมปีนป่ายขึ้นไปบนจุดสูงสุดของต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว
ด้วยทัศนวิสัยที่เปิดโล่งทำให้มู่ไป๋มองเห็นเป้าหมายในทันทีปลายสายตาของเขาในเวลานี้ก็คือธงใหญ่สีดำผืนหนึ่งที่กึ่งกลางคล้ายกับว่าจะปักลวดลายอะไรเอาไว้เพียงแต่ด้วยระยะทางที่ไกลเกินไปทำให้เขามองไม่เห็น แน่นอน นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะเป้าหมายของเขาคือต้องการตรวจสอบทิศทางของการดทสอบนี้เท่านั้นเอง
ไม่ใช่แค่มู่ไป๋ที่ทำแบบนี้ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบก็หาทิศทางด้วยวิธีนี้เช่นกัน และในช่วงเวลานี้เองเสียง“ปัง ! ปัง ! ปัง !” ก็ดังขึ้นไปทั่วแนวป่าในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
“โอ๊ย!”
“อ๊ากกก !”
“เจ็บโว้ยยยยย”
“แม่จ๋า”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นจากนั้นก็มีร่างของผู้เข้าทดสอบหลายคนร่วงหล่นจากต้นไม้สูง และบนร่างก็เพิ่มรอยกระสุนยางพิเศษเพิ่มขึ้นมาหนึ่งรอยโชคดีที่มู่ไป๋เป็นคนระมัดระวังตลอดเวลา ทันทีที่ได้ยินเสียงผิดปกติ ร่างกายก็ดีดออกจากที่เดิมโดยอัตโนมัติ
“เกือบไปแล้ว”มู่ไป๋ลอบอุทานในใจ หลังจากนี้หากคิดสำรวจทิศทางจากบนที่สูงอีกจะต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม
ขณะที่ในป่าส่งเสียงร้องโหยหวนด้านในกองสังเกตการณ์กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
“ฮ่าๆ ไม่ได้เล่นอะไรสนุกๆ แบบนี้มานานแล้ว”
“อิจฉาไอ้พวกนั้นชะมัดได้เข้าไปสั่งสอนพวกเด็กหน้าอ่อน”
“เด็กที่ชื่อมู่ไป๋นั่นใช้ได้อยู่นะไม่คิดว่าจะมีการตอบสนองที่รวดเร็วแบบนี้”
ฉู่เทียนเฟิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจถือว่าเจอคนที่เข้าท่าแล้วคนหนึ่ง ส่วนผู้สมัครคนอื่น คงต้องจับตาดูกันต่อไปเพราะหน่วยยพยัคฆ์นี้ไม่ได้ต้องการคนเก่งกาจมากที่สุด แต่ต้องการคนที่มีศักยภาพและเชื่อฟัง !
“เอ๊ะ? หัวหน้ารีบดูนี่สิครับ”
ฉู่เทียนเฟิงได้ยินเสียงเรียกจากลูกน้องคนหนึ่งก็ไล่สายตามองไปภาพที่เขาเห็นตอนนี้ถือว่าเป็นภาพที่แปลกตาที่สุดนับตั้งแต่จัดการทดสอบหน่วยพยัคฆ์!
ในจอมอนิเตอร์ตัวหนึ่งด้านซ้ายล่างสุดกำลังถ่ายทอดภาพวัยรุ่นชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนใต้ต้นไม้ ดวงตาของเขาหลับตาพริ้มคล้ายกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศหากเพียงแค่วัยรุ่นคนนี้แค่นอนพักอยู่ใต้ต้นไม้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจอะไรแต่ว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนไม่สนใจไม่ได้คือข้างวัยรุ่นคน ๆ นี้ดันมีเสือตัวใหญ่นอนหมอบอย่างว่าง่ายอยู่ตัวหนึ่ง