บนใบหน้าของลู่เหยียนชูปรากฏรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ปรากฏท่าทีประหม่าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย “ประธานจี้บังเอิญจริงนะครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น“บังเอิญงั้นเหรอ ที่นี่บ้านฉัน”
บอดี้การ์ดเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่สู้ดีจึงรีบก้าวเข้ามาอธิบาย “คุณลู่มาคืนของครับโทรศัพท์ของคุณชายรองตกอยู่ในรถของเขา”
โทรศัพท์ของจี้ทิงงั้นเหรอ?
สายตาเย็นชาของจี้เยี่ยนจื๋อตวัดไปมองลู่เหยียนชูทันที“นายไปหาจี้ทิงทำไม?”
มุมปากของลู่เหยียนชูยกขึ้นยิ้มกว้างด้วยท่าทางผ่อนคลาย “นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสองคนผมคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นต้องรายงานคุณมั้งครับ?”
คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อเลิกขึ้นพลางเอ่ยเยาะ“นายคิดว่าถ้านายไม่พูด จี้ทิงจะไม่พูดงั้นเหรอ?”
“นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขาครับผมเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบบังคับฝืนใจใครอยู่แล้ว”
เลี่ยวข่ายที่นั่งอยู่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับรู้สึกเสียวสันหลังวาบให้ตายเถอะ ไม่เจอกันนาน ฝีปากของคุณลู่คนนี้ยังร้ายกาจไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ
“ไม่ได้เจอกันนาน นายก็ยังชอบพูดจาอ้อมค้อมเหมือนเดิม”
ลู่เหยียนชูแย้มยิ้มบาง“การสื่อสารอย่างมีชั้นเชิงย่อมดีกว่าการพูดจาทิ่มแทงคนอื่นไม่ใช่เหรอครับ ท่านประธานจี้”
จี้เยี่ยนจื๋อไม่คิดจะเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืดกับเขาเขาปิดกระจกรถขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ออกรถ”
ลู่เหยียนชูมองตามรถคัลลิแนนที่เคลื่อนตัวออกไปรอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหาย
ถ้าจี้เยี่ยนจื๋ออยู่ด้วยเขาย่อมมีวิธีหลอกล่อให้จี้ทิงพูดออกมาและจี้เยี่ยนจื๋อก็คงจะจับสังเกตอะไรบางอย่างได้แน่ แต่ถ้าจะให้ไปตอนนี้...ช่างเถอะ ถือเสียว่าครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสสำหรับการพบกันครั้งหน้าก็แล้วกัน
ประตูคฤหาสน์อยู่ห่างจากตึกหลักพอสมควรจี้เยี่ยนจื๋อที่นั่งรถมาย่อมถึงก่อน และทันทีที่เข้าบ้านเขาก็เรียกหาพ่อบ้านทันที“จี้ทิงอยู่ไหน?”
“คุณชายรองไปที่ตึกตะวันตกเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน น่าจะไปเล่นเกมครับ”
น้ำเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อเย็นเยียบ“ไปตามตัวเขามาหาฉัน”
“ครับ”
พ่อบ้านรีบตรงไปยังตึกตะวันตกทันทีและเมื่อถึงหน้าห้องเล่นเกมก็เคาะประตูเรียก “คุณชายรองครับ”
เขารออยู่นานกว่าประตูจะเปิดออก
จี้ทิงเปิดประตูเพียงแง้มๆก้าวตัวออกมาแล้วรีบดึงประตูปิดตามหลังทันที “อาหยางมีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“คุณชายใหญ่กลับมาแล้วครับ อยู่ที่โถงหน้า เรียกให้คุณชายรองไปหาครับ”
จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเพิ่งจะบ่ายสามโมง วันนี้ทำไมจี้เยี่ยนจื๋อถึงกลับมาเร็วนัก?
ขณะที่ทั้งสองเดินไปยังตึกหลักพ่อบ้านก็หวังดีช่วยเตือนจี้ทิงว่าดูเหมือนคุณชายใหญ่จะอารมณ์ไม่ค่อยดีจี้ทิงชินเสียแล้ว วันไหนถ้าจี้เยี่ยนจื๋อยิ้มแย้มกลับมาสิ ถึงจะเรียกว่าไม่ปกติ
เมื่อออกจากลิฟต์จี้ทิงมองเห็นจี้เยี่ยนจื๋อนั่งอยู่บนโซฟาแต่ไกลระหว่างคิ้วของอีกฝ่ายฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
จี้ทิงไม่ได้เดินเข้าไปใกล้“พี่เรียกหาผมมีธุระอะไร?”
จี้เยี่ยนจื๋อเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเย็นชา “ไปยืนไกลขนาดนั้นทำไม?”
“พูดมาเถอะ ผมได้ยิน”
จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามไม่ถือสาเขาในตอนนี้ “วันนี้นายออกไปข้างนอกมาเหรอ?”
จี้ทิงพยักหน้าเบาๆ“ครับ ไปตัดไหมที่รุ่ยเหอ”
รุ่ยเหอนี่เป็นจุดนัดพบลับๆหรือไง ทำไมจี้ทิงกับลู่เหยียนชูถึงเจอกันที่นั่นทุกทีเลยจี้เยี่ยนจื๋อจ้องมองเขาเขม็ง “ไหนนายบอกว่าไม่รู้จักลู่เหยียนชูแล้ววันนี้ไปเจอกันทำไม?”
จี้ทิงมองเขาอยู่สองวินาที“จี้เยี่ยนจื๋อ พี่ส่งคนสะกดรอยตามผมเหรอ?”
“ต้องสะกดรอยด้วยเหรอ ก็ลู่เหยียนชู...”
“จี้ทิง”
พูดถึงโจโฉโจโฉก็มา จี้ทิงหันหน้าไปตามเสียง ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง : [ลู่เหยียนชู?]
เขาขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณพลางเหลือบมองไปทางโซฟา[สองคนนี้กลับมาพร้อมกันงั้นเหรอ?]
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มในใจกลับมาพร้อมกันงั้นเหรอ... ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะดูว่าลู่เหยียนชูจะเล่นตลกอะไรเขาไม่มีวันยอมให้หมอนี่ก้าวเท้าเข้าประตูบ้านเด็ดขาด
“คุณลู่ คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ?”
ลู่เหยียนชูส่งยิ้มบางให้เขา“ฉันเอาของมาคืนน่ะ”
เขาไม่ได้พูดตรงๆว่าเป็นโทรศัพท์ ไม่อย่างนั้นมันจะถูกจับโป๊ะเร็วเกินไป
จี้ทิงครุ่นคิดตามพลางกะพริบตาด้วยความสงสัย “ของอะไรครับ?”
“มันคือ...” ลู่เหยียนชูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยยิ้มขื่นออกมาอย่างแนบเนียน “ขอโทษทีฉันรีบเดินเข้ามาไปหน่อย เลยลืมมันไว้ในรถช่วยเดินออกไปเอาเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”
จี้ทิงกำลังจะอ้าปากตอบทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับส่งเสียงหัวเราะเยาะขึ้นมาเสียก่อน“ลู่เหยียนชู แค่จะคืนของยังต้องอ้อมโลกไปมาความเจ้าเล่ห์ของนายนี่มันแก้ไม่หายจริงๆ นะ”
ลู่เหยียนชูคืนของ?มีความนัยแอบแฝงงั้นเหรอจี้ทิงมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจว่าเจตนาแอบแฝงที่ว่าคืออะไร
แววตาของลู่เหยียนชูฉายแววระอาใจ“ทำไมประธานจี้ถึงได้มีอคติกับผมจังเลยล่ะครับ แค่มาคืนของแท้ๆไหงถึงโยงไปเรื่องแผนร้ายได้ล่ะ”
“อคติงั้นเหรอ เฮอะ” จี้เยี่ยนจื๋อเย้ยหยันอย่างคนรู้ทัน“นายกล้าพูดไหมล่ะว่าเมื่อกี้ไม่ได้กะจะหลอกให้จี้ทิงออกไปข้างนอกกับนายตามลำพัง?”
“ประธานจี้ก็ตื่นตูมเกินไปหน่อยมั้งครับระหว่างผมกับจี้ทิงก็ไม่มีเรื่องอะไรปิดบังกันเสียหน่อยต่อให้ออกไปข้างนอกด้วยกันสองคนมันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
จี้ทิงมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสองไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าฉากนี้มันมีความคุ้นเคยอย่างประหลาด
พอนึกไปนึกมาเขาก็พลันนึกถึงบทบรรยายการชิงดีชิงเด่นของเหล่าศัตรูหัวใจในต้นฉบับขึ้นมาได้สัญญาณเตือนภัยในหัวสว่างวาบทันที บอกให้เขารีบถอยห่างจากสมรภูมินี้โดยด่วน
ทันใดนั้นจี้ทิงก็ละสายตาออกมาทันที แล้วหันหลังเดินกลับทางเดิม
พ่อบ้านถึงกับอึ้งรีบก้าวเข้าไปถามเสียงเบา “คุณชายรองครับจะไปไหนครับ?”
นี่เขาจะไปไหนกันคุณชายใหญ่กำลังทะเลาะกับคนอื่นเพราะเขาอยู่นะ
“อ้อ ผมยังเล่นเกมไม่จบ ขอตัวกลับไป...”
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!”
“จี้ทิง เดี๋ยวก่อน!”
สองเสียงดังขึ้นเกือบจะพร้อมกันทว่าน้ำเสียงกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ชายหนุ่มสองคนสบตากันอย่างคุมเชิงจี้เยี่ยนจื๋อชิงถามตัดหน้าก่อน “จี้ทิงตอนนี้โทรศัพท์นายอยู่ที่ไหน?”
โทรศัพท์งั้นเหรอ?
จี้ทิงกะพริบตาเบาๆ“อยู่ในห้องเล่นเกมครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อหันกลับไปมองลู่เหยียนชูมุมปากเหยียดยิ้มเย็นชา ราวกับจะบอกว่า ‘ฉันจะรอดูว่านายจะแถต่อยังไง’
ความประหลาดใจพาดผ่านใบหน้าของลู่เหยียนชูเพียงวูบเดียวก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดคาดที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง“งั้นฉันคงเข้าใจผิดไปเอง วันนี้ฉันไปส่งแค่นายคนเดียวพอเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ที่เบาะข้างคนขับ เลยนึกว่าเป็นของนายน่ะ”
ลู่เหยียนชูหันไปมองจี้เยี่ยนจื๋อเขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแบบที่ยากจะสังเกตเห็น คล้ายจะสื่อเป็นนัยว่า‘แถแบบนี้พอใจหรือยัง?’
ทางด้านจี้ทิงยังคงตอบกลับอย่างซื่อตรงอีกครั้ง“นั่นไม่ใช่โทรศัพท์ของผมครับ”
ลู่เหยียนชูพยักหน้ารับเดินตรงเข้าไปหาเขา “เรื่องนี้ฉันเข้าใจผิดเองต้องขอโทษด้วยนะที่วันนี้อาจจะทำให้นายลำบากใจ...”
ในขณะที่พูดเขาจงใจใช้หางตาเหลือบไปทางจี้เยี่ยนจื๋อเป็นเชิงบอกใบ้“ไว้วันหลังมีโอกาส ฉันจะขอโทษนายอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะ”
คนที่เป็นแอสเพอร์เกอร์ย่อมไม่เข้าใจความนัยแฝงในคำพูดนับประสาอะไรกับคำใบ้ทางสายตาสีหน้าของจี้ทิงนอกจากจะราบเรียบแล้วยังมีความมึนงงเจืออยู่เล็กน้อย :[ทำให้ฉันลำบากใจ... เขาไม่ได้มาหาเรื่องทะเลาะกับจี้เยี่ยนจื๋อหรอกเหรอ?]
เมื่อได้ยินความคิดนั้นจี้เยี่ยนจื๋อก็แค่นเสียงหยันในใจหัวเราะเยาะลู่เหยียนชูที่พยายามส่งสายตาสื่อความหมายให้คนซื่อบื้อ
ลู่เหยียนชูไม่ได้แสดงอาการอะไรออกทางสีหน้าแต่ในใจกลับรู้สึกประหลาดใจ พี่น้องคู่นี้ไม่ใช่ว่าเข้าหน้ากันไม่ติดหรอกเหรอทำไมตอนนี้ดูแล้วความสัมพันธ์กลับไม่ได้ย่ำแย่เหมือนข่าวลือเลยล่ะ
ในตอนนั้นเองจี้เยี่ยนจื๋อก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงแววตา“คุณลู่ แสดงจบหรือยังครับ?”