25-ความใกล้ชิดเป็เหตุ
ปวริศาเริ่มทำงานที่อิเล็กทรอนิกส์กรุปได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยมีรังสรรค์ช่วยสอนงานหญิงสาวอย่างใจเย็น ดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดี
“ทำไมวันนี้ถึงพาเป้ออกมาทานข้าวข้างนอกได้คะ เรากินที่ร้านอาหารของบริษัทก็ได้” หญิงสาวมองซ้ายขวาทั่วร้านเมื่อชายหนุ่มผู้เป็เ้านายคนใหม่ของเธอชวนมาทานข้าวเที่ยงนอกบริษัท
“กินให้อิ่มท้องก่อนครับ แล้วพี่จะบอก” รังสรรค์ส่งยิ้มให้คนตรงหน้า สายตาเต็มไปด้วยความรักเอ็นดู เชิญชวนให้เธอลงมือกับอาหารบนโต๊ะ จนทุกอย่างพร่องลงไปบ้างแล้ว ต่างจากอีกคนที่เคยร่วมโต๊ะ อาหารพวกนี้จะต้องหมดเกลี้ยงทุกจานแน่นอน
“เป้อิ่มแล้วค่ะ ทานไม่ไหวแล้ว” ปวริศาลูบหน้าท้องแบนราบ อวดพุงที่ไม่มีอยู่จริงด้วยท่าทางอึดอัด บ่งบอกว่ามื้อเที่ยงนี้เธออิ่มมาก ตอนนั้นก็มีบริกรเดินมามอบดอกไม้พร้อมกล่องเล็กสีเงินวาวให้รังสรรค์ เขารับมาแล้วมองตรงไปยังสาวสวยอย่างสื่อความหมาย
“เป็แฟนกันนะครับ ที่ผ่านมา...ไม่มีครั้งไหนที่พี่ล้อเล่นเลยนะ ทุกอย่างพี่ทำนั่นมาจากความรู้สึกของพี่จริงๆ ให้ผู้ชายคนนี้ได้มีโอกาสดูแลน้องเป้นะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขอเธอเป็แฟนอีกหน เหมือนกับหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา เขาเองเริ่มชินชาและทำใจไว้บ้างแล้วกับคำตอบที่คาดว่าจะได้รับ
“พี่ก็ยังขอเป้เป็แฟนที่ร้านอาหารเหมือนทุกครั้งเลยนะคะ ใจคอจะไม่เปลี่ยนบรรยากาศบ้างรึไงกัน ...โอเค้ เป้ยอมเป็แฟนกับพี่ตั้งแล้วค่ะ ไม่ต้องขอเป็แฟนที่ร้านอาหารอีกแล้วนะ ดีใจมั้ยคะ” ปวริศาตอบกลับอย่างสบายๆ กลายเป็ว่าครั้งนี้หญิงสาวที่รังสรรค์ตามจีบมานานโดยไม่มีท่าทีตอบรับ วันนี้กลับตอบตกลง สิ่งที่เพียรพยายามมาหลายปีสำเร็จแล้ว
“ขอบคุณที่ให้โอกาสนั้นกับพี่ครับ พี่สัญญาจะดูแลเป้ให้ดี”
“ขอบคุณที่ยังขอเป้เป็แฟนค่ะ นึกว่าจะเลิกคิดไปแล้วซะอีก” ท้ายประโยคริมฝีปากสวยพูดพึมพำเสียงเบา
“น้องเป้ว่ายังไงนะครับ”
“เปล่าค่ะ ในกล่องนี่สร้อยคอหนิ พี่ตั้งสวมให้เป้นะคะ” ปวริศาบ่ายเบี่ยงประเด็น รังสรรค์ก็ไม่ลังเล เขาลุกขึ้นเดินอ้อมไปยืนซ้อนแผ่นหลังบอบบางเพื่อสวมสร้อยคอจี้เพชรเม็ดงาม สิ่งของยืนยันสถานะของคนทั้งคู่ที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เหมือนจะดีใจ ...แต่ทำไมลึกๆ ถึงว่างเปล่า รังสรรค์ไม่ได้ดีใจอย่างที่คาดคิดไว้ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกหนักใจอย่างประหลาด เขายังคงไม่รู้ตัวว่าอาการแปลกพิลึกนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวเองมาสักพักใหญ่แล้ว
“พี่โรสมีอีเมลจากลูกค้าเข้ามานะคะ ของโปรเจกต์ที่ชลบุรี”
“โอเค พี่จะเปิดดู”
“พี่จอยเตรียมข้อมูลกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ถึงไหนแล้วคะ มีอะไรให้ลิ้นจี่ช่วยมั้ย”
“โอ้ พอดีเลย พี่คุยถึงกับเค้าการอนุมัติเื่แล้ว ฝากเราเดินเอกสารให้ทีจ้ะ”
“ได้เลยค่ะ” ลลิตาตอบรับทันที กลับมาคราวนี้เธอทำงานอย่างขันแข็งกว่าเดิม ทุกคนในแผนกก็ััได้ แต่ไม่มีใครละลาบละล้วงเื่ส่วนตัว แม้จอยเองที่เป็สายเม้าท์มอยรอบรู้เื่คนอื่นทั่วสารทิศ แต่คนใกล้ชิดอย่างลลิตานั้นแตกต่าง บางเื่ก็คงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ โดยเฉพาะเื่อ่อนไหวเช่น ‘ความรัก’
หญิงสาวรู้ว่าเมื่อปล่อยให้ตัวเองว่างจะคิดฟุ้งซ่านไปถึงเขาคนนั้น เธอทำได้เพียงหายไปจากชีวิตรังสรรค์เหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกของเขามาก่อน เจอที่บริษัทต้องหลบเลี่ยง งานทำความสะอาดคอนโดเขาเธอก็ไม่ได้ไปแล้ว รังสรรค์รู้ดีเพราะ่นี้เขากลับไปนอนที่คอนโดนั้นแทบทุกคืน!
ด้านลลิตาที่กำลังใจลอย หญิงสาวเดินเหม่อเพื่อไปส่งเอกสารให้แผนกประชาสัมพันธ์ ทำให้ไม่เห็นคนที่เดินสวนมา
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” เธอกระวนกระวายจนไม่ทันมองหน้าหนุ่มที่ไปชนเข้าให้
“อ้าวลิ้นจี่ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
“คุณน่าน? เอ่อ พี่น่านเหรอคะ”
“ครับ พี่เอง” คนถูกชนไม่พูดเอาความแล้ว กลายเป็การทักทายอย่างคนรู้จักกัน ขณะนี้ทั้งสองได้ยืนอยู่ระหว่างแผนกการตลาดกับแผนกไอที เมื่อพบกันอีกครั้งก็พูดคุยอย่างถูกคอ ถามไถ่ราวกับรู้จักกันมานานทั้งที่เธอเคยเจอเขาเพียงครั้งเดียว
แต่สำหรับน่านนทีนั้นเขาเห็นลลิตาบ่อยครั้ง คอยแอบมองเธอั้แ่ย้ายกลับมาทำงานที่แผนกใกล้กัน ข่าวคราวดีร้ายย่อมเคยผ่านหูมาบ้างไม่รู้จริงเท็จเพียงใด
“เราดูซูบไปเยอะเลยนะ ดูตาสิคล้ำหมดแล้ว ดูแลตัวเองดีๆ เราเล่นกับงานได้ แต่อย่าปล่อยให้งานมันเล่นเอา”
“ฮ่าๆๆๆ คารมคมคายจริงๆ นะคะ ขอบคุณที่เป็ห่วงค่ะ ลิ้นจี่จะดูแลตัวเองอย่างดีเลย” หญิงสาวตอบรับอย่างมุ่งมาด ความจริงอย่างหนึ่งในความคิดน่านนทีคือ ลลิตาไม่เหมาะสมกับความทุกข์เศร้า เธอเหมาะกับรอยยิ้มสดใสจริงใจมากกว่า
“แล้วนี่จะไปไหน หอบเอกสารเยอะแยะเลย มาพี่ช่วยถือครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่ แค่นี้เองจิ๊บๆ”
“จิ๊บๆ น่ะมันนกครับ ใช้กับคนไม่ได้หรอก ตอนนี้พี่ว่างอยู่ ให้พี่ช่วยนะครับ” น่านนทีท่าทางจริงจัง หญิงสาวที่ลังเลก็ไม่ขัดขวางเหมือนตอนแรก ยอมแบ่งเอกสารกองโตให้เขาช่วยแบ่งเบา ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังเดินหน้าจีบคนหน้าหวานอย่างแเีโดยที่ลลิตาไม่ได้รู้ตัวเลย
“อื้อหือออ มาเหนือมาก หล่อนรู้มั้ยน่ะว่าคุณน่านนั่นหนุ่มฮอตประจำแผนกไอทีคนล่าสุดเชียวนะ” จอยที่เกาะมุมประตูแผนกซุ่มมองด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ
“โถ่ว พี่น่านของน้องแจง คนนี้อุตส่าห์เงียบๆ ไม่กระโตกกระตากให้ใครเห็นความหล่อแล้วนะ จู่ๆ ลิ้นจี่มาถึงก็คาบไปโน่นแล้ว ไม่ยุติธรรมเลย ฮือๆๆ” แจงก็บ่นโอดโอยอย่างสาวน้อยผู้ถูกรังแก
“พอเลยทั้งคู่ พี่ปล่อยให้เพื่อนหนูมันมีใครมาฉุดออกจากหล่มนี่ทีเถอะ เห็นมันทุกข์แล้วไม่ยอมระบายให้ใครรับรู้ เมย์โคตรจะหดหู่ใจ สงสารลิ้นจี่มัน” เมษยาที่ไม่เคยยุ่งเื่ของใครโผล่มาตอนไหนไม่ทราบ ทำเอาแก๊งขาเม้าท์ไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว แม่นี่ถึงกับออกโรงเองเลย? งานนี้ไม่ใช่เล็กๆ แล้ว
ลักษณ์ก็เป็อีกคนหนึ่งที่รับรู้ความเป็ไปของรุ่นพี่สาว เหมือนจะรู้ลึกกว่าใครด้วย ชายหนุ่มยกยิ้มเ้าเล่ห์ ถึงอีกใจหนึ่งจะนึกสงสารคนหน้าหวานอย่างที่เมษยาพูดก็ตาม
“อ้าว พักกลางวันแล้ว วันนี้ขอไปกินข้าวข้างนอกนะครับ บายทุกคน” หนุ่มหน้าใสพูดทึกทักก่อนเดินออกไป
“มาให้ทันเข้างานด้วย” เมษยาพูดไล่หลังไป จอยกับแจงมองสบตากัน นี่เมษยาไม่รู้จริงๆ หรือว่าถึงลักษณ์จะเข้างานสาย หรือไม่เข้าอีกเลยทั้งบ่าย ก็ไม่มีผลอะไรกับชีวิตชายหนุ่ม แค่ไปกอดแข้งกอดขาทำหน้าอ้อนประธานบริษัทเขาก็ผ่านการฝึกงานครั้งนี้โดยง่ายแล้ว
“ฮัลโหล้ววว พี่ชายทำไมยังทำงานอยู่น้า นี่ก็เที่ยงแล้วผมหิวจัง พาไปกินข้าวข้างนอกหน่อยค้าบ” ลักษณ์ที่เห็นว่าโลกนี้คงสงบเกินไปหากไม่ได้ไปยุแยงใครให้ปั่นป่วน เขาผลักประตูเข้าห้องทำงานรังสรรค์มาโดยไม่บอกกล่าว
“นึกคึกอะไรขึ้นมาอีก แกก็มีรถขับออกไปหากินเองสิ ปกติก็เห็นกินที่ห้องอาหารบริษัทได้ปกติ” เ้าของห้องยังคร่ำเคร่งกับงานตรงหน้า คิ้วขมวดเข้าหากัน น้องชายตามวอแวพี่ชายหลังห่างหายไปนาน การเข้ามาของลักษณ์เป็เื่ปกติในสายตารังสรรค์ตามสไตล์เ้าหมอนี่ที่โฉบไปมา
“เห้อ กินกับใครก็คงไม่อร่อยเท่ากินกับคนที่ชอบ เบื่อจริงจริ๊งคนมีความรักเนี่ย คนเหงาๆ อย่างไอ้ลักษณ์ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว พี่ชายก็คงไปกินข้าวกับแฟนเขา เหมือนที่พี่ลิ้นจี่คงไปกินข้าวกับหนุ่มหล่อแผนกไอทีแหงๆ” ใครจะรู้ว่าคนพูดไปเรื่อยจู่ๆ ก็เปรยไปถึงลลิตาในท้ายประโยคจนได้
มือหนาที่จรดปากกาวุ่นกับเอกสารตรงหน้าชะงักกึก หูผึ่งรอฟังสิ่งที่น้องชายพูดอย่างไม่รู้ตัว ท่าทีเล็กน้อยนั่นอยู่ในสายตาลักษณ์ทั้งหมด หึ ไอ้พี่ชายจอมเก๊ก
“จู่ๆ ก็มาเดินชนกันหน้าแผนก คุยกันเหมือนรู้จักกันมานาน คนนั้นเขาก็ฮอตจริงอะไรจริง สาวๆ ทั้งบริษัทกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ั้แ่เข้ามาแรกๆ ละ ผมยิ่งไม่ถูกชะตากับคนหล่อๆ อยู่ ไหนจะนิสัยดันดีกว่าผมอีกนี่สิ มันยอมไม่ได้ เห้อ ผู้ชายอะไรหล่อ อบอุ่น สุภาพบุรุษสุดๆ วาสนาผู้ใด๋น้อ ของพี่ลิ้นจี่ละม้างงง” ได้ทีก็เล่าเป็ต่อยหอย จริตจะก้านก็ซึมซับมาจากขาเม้าท์ในแผนกที่เห็นบ่อยๆ
ครั้งนี้พี่สาวคนนั้นมีหนุ่มหล่อมาขายขนมจีบให้ถึงที่ ท่าทางการโยกย้ายลลิตากลับไปทำงานที่แผนกการตลาดก็เป็เื่ดีทีเดียวสำหรับสาวโสดที่ต้องอยู่คนเดียวมานาน คราวนี้จะได้มีคนคอยดูแลเสียที รังสรรค์รับฟังด้วยท่าทางสงบนิ่ง คงไม่มีใครเคยบอกพี่ชายเขาว่าท่าทางนั้นถึงจะดูนิ่งขรึมภายนอกก็จริง แต่แววตากลับอาฆาตมาดร้ายไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้เลย แย่แล้ว! หรือเขาจะเล่นแรงเกินไป?
“เอ่อ ท่าทางพี่จะงานยุ่งมาก ผมไปหาข้าวกินก่อนล่ะ เดี๋ยวจะเข้างานสาย บายค้าบ” ลักษณ์ขนลุกซู่ ชายหนุ่มร่ำลาเองอนุญาตตัวเองเสร็จสรรพ แล้วขอแยกตัวออกไปทันที พายุจะเข้า ะเิเวลากำลังทำงาน ก็หนีสิ จะรออะไร!
__________
อ้าวลักษณ์ เอ็งทำไมเป็คนแบบนี้ 5555+ แล้วตกลงวางยาใครเนี่ยยย หวยจะไปตกที่ใคร ไรท์ตั้งตารอชมละ // ล้วงถังป๊อปคอร์น :)