ในเวลานั้นเอง น้ำที่บริเวณปลายเท้าของเด็กน้อยค่อยๆหยุดกระเพื่อม จากน้ำใสเห็นตัวปลากลับกลายเป็ผลึกน้ำแข็งสีขาวขุ่นแผ่กระจายรอบทิศทางออกไปอย่างรวดเร็ว
แกรบ!! แกรบ!!
ทุกคนชมดูจนตะลึงลาน จากบรรยากาศอันอบอุ่นกลับกลายเป็เย็นะเืในบัดดล ความหนาวเหน็บเข้าเกาะกุมทั่วบริเวณ แม้แต่หยดเหงื่อของกู้เทียนอี้ยังแข็งเป็ผลึกใสเกาะใบหน้ามัน
‘ปราณเหมันต์! ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่!’
ปราณเหมันต์คือสุดยอดปราณแนวทางหยินแข็งธาตุน้ำ ซึ่งเป็แนวทางที่หายากมากๆ ผู้ที่ใช้ปราณแนวทางนี้มีเพียงไม่กี่หยิบมือเท่านั้น ซึ่งปราณธาตุน้ำแข็งนั้นผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็คนของตระกูลใหญ่เช่นตระกูลอวี้เหวิน เพียงแต่ตระกูลอวี้เหวินนั้นได้ล่มสลายไปแล้ว
‘หรือว่านางจะเป็!!!’ กู้เทียนอี้ถึงกับตกตะลึง
การจำแนกพลังปราณจะแบ่งออกเป็หยินและหยางซึ่งเป็สายหลัก และยังสามารถแบ่งออกเป็แข็งกับอ่อนซึ่งเป็สายรอง ก่อนที่จะแบ่งด้วยธาตุปราณเป็สายย่อยอีกที ดังนั้นการฝึกพลังปราณจะสามารถฝึกได้หลากหลายแขนงมากๆ ผู้ที่เพาะบ่มพลังปราณหากทราบว่าตนเองมีความถนัดทางด้านใดและฝึกได้ถูกทางจะทำให้คนผู้นั้นบ่มเพาะปราณได้เร็วกว่าปกติหลายเท่าตัว ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่คนจากตระกูลดังจะสามารถบ่มเพาะพลังปราณได้อย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาล้วนมีแนวทางของตระกูลชี้นำให้อยู่แล้ว
และการแสดงปราณธาตุของนางอาจทำให้ผู้คนเข้าใจผิดกันง่ายๆ
‘ในที่สุดข้าก็เข้าใจเสียที สิบปีก่อนทั้งฝ่ายอธรรมและธรรมะร่วมมือกันล้างบางตระกูลอวี้เหวินจนสิ้นซาก นางอาจเป็ทายาทที่หลงเหลืออยู่ของตระกูล นี่คือเหตุผลของการล้างแค้น นาง้ายึดครองยุทธภพทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อชำระแค้นสินะ’ กู้เทียนอี้ถึงกับกลืนน้ำลายเฮือก
แต่หารู้ไม่ความจริงหลันเยว่มิได้เป็ทายาทตระกูลอวี้เหวินแต่อย่างใด ผู้เป็ทายาทที่แท้จริงนั้นก็คือกู้เทียนอี้เองเพียงแต่มันไม่เคยรู้ ความลับนี้เมื่อชาติที่แล้วกว่ากู้เทียนอี้จะได้รู้ก็สายไปแล้ว หลันเยว่เพียงทำหน้าที่ส่งต่อวิชาคืนเ้าของอย่างที่ควรจะเป็
“กู้เทียนอี้ กู้เจี้ยน เ้าทั้งสองอย่างไรก็ต้องฝึกปรานเหมันต์นี้ให้สำเร็จภายในครึ่งปี หลังจากนั้นไม่ว่าระดับห้าราชันย์ัมาเองแม้แต่พวกเ้าก็มิต้องกลัวอีกต่อไป”
พูดจบก็ฟาดฝ่ามือลงบนแผ่นน้ำดังตูม! ละอองน้ำฟุ้งกระจายลอยขึ้นกลางอากาศ ยามนั้นน้ำในบ่อหมุนวนราวกับพายุ ก่อนที่จะเกิดเป็เสาน้ำขนาดใหญ่สามเสาลอยตรงขึ้นฟ้า ผู้คนมองดูกันด้วยความตกตะลึง อิทธิฤทธิ์ของนางราวเทพเซียน เหล่าสมุนของกู้เทียนอี้และผู้ติดตามพากันคุกเข่าลงอย่างอ่อนแรง พวกมันได้แต่จดจ้องถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
‘บ้าไปแล้ว พลังปราณระดับนี้มันเกินผู้เหนือโลกไปแล้ว!’
‘นางจะทำอะไรกันแน่นะ หรือ้าจะฆ่าพวกเราทุกคน!’
‘หากเป็นางการยึดครองยุทธภพต้องทำได้แน่!’
เหล่าผู้คนบริเวณนั้นต่างคิดกันไปต่างๆนาๆ เพียงแต่พวกมันไม่อาจละสายตากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแม้แต่วินาทีเดียว
ในตอนนั้นเองที่เสาน้ำสามสายพุ่งเข้ากันก่อนจะรวมตัวกันเป็ก้อนกลมขนาดใหญ่เหนือหัวผู้คน และยามที่มันกำลังจะถล่มลงมา ผู้คนก็พากันวิ่งหนีออกห่างราวกับมดแตกรัง
“หนีเร็ว!”
“ข้ายังไม่อยากตาย!”
มีเพียงกู้เจี้ยนเท่านั้นที่ยังคงยืนไม่ไหวติง มันเชื่อในตัวนายหญิงน้องของมันอย่างสุดหัวใจ
แกรบ!!! แกรบ!!!
และยามที่มวลน้ำกำลังจะถล่มลงมา เส้นสายน้ำแข็งหลายสิบสายพลันแผ่ขยายออกจากนิ้วของนางอย่างรวดเร็ว ยามที่มันลุกลามเข้าโรมรันเกาะกุมใส่มวลน้ำ น้ำบริเวณนั้นก็กลับกลายเป็ผลึกไป จนกระทั้งมวลน้ำทั้งหมดกลับกลายเป็ก้อนน้ำแข็งโดยสมบูรณ์
กลุ่มหมอกควันสีขาวปกคลุมไปทั่วบริเวณ และยามที่กลุ่มละอองน้ำจางหายไป กลับปรากฏเป็ศาลาน้ำแข็งสามเสาขนาดใหญ่ ทำเอาผู้คนตกตะลึงไปตามๆกัน
“เอาหละ พวกเ้ายังรออะไรกัน รีบไปยกเตียงมาสิ ข้าจะนอนเล่นตรงนี้” เด็กน้อยออกคำสั่ง
ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจเสียที นางแค่้าสร้างศาลาน้ำแข็งเพื่อนอนเล่น ก็เท่านั้นเอง!
..................
วูบบบบ!! ข้าลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย ในตอนแรกข้าแทบนึกอะไรไม่ออกว่าข้าตายได้อย่างไร แต่หลังจากนอนฝันไปตื่นหนึ่งข้าก็สามารถจำเื่ราวทั้งหมดในอดีตชาติได้
“เฉินคุนเ้าได้ตายแน่” ไฟแค้นเริ่มสุมอกของข้าเมื่อข้าได้สติ ก่อนข้าจะตายเฉินคุนคืออันดับหนึ่งในใต้หล้า มันผู้นี้อาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมของข้ามาสี่สิบปีแล้ว เริ่มั้แ่สมัครป็นเด็กผ่าฟืน ต่อมาได้เลื่อนขั้นเป็เด็กยกน้ำชา ต่อมาเลื่อนขั้นมากลายเป็พ่อครัว ในที่สุดก็ได้เป็ผู้จัดการโรงเตี๊ยม ข้าเชื่อใจมันมากๆเพราะมันมีฝีมือในเชิงต่อยตี ข้าหวังว่ามันจะปกป้องโรงเตี๊ยมของข้าได้ แต่นี้อะไร สู้กันจนปล่อยลูกหลงมาโดนข้าตายเฉย ความจริงแล้วเ้า้าจะฮุบโรงเตี๊ยมข้าสินะเ้าเด็กบ้า
ข้าทะยานตัวออกไปด้วยความเร็วอันน่าตระหนก ตัวข้าก้าวเพียงก้าวเดียวก็สามารถลอยทะยานขึ้นสู่ยอดไม้ได้แล้ว ร่างกายมันเบากว่าเมื่อชาติก่อนเสียอีก
“หากเป็เช่นนี้ร้อยลี้ก็แค่หน้าบ้าน!”
ข้าจำได้ว่าตระกูลเฉินอยู่ที่ใด มันอยู่ที่หุบเขาซ่อนปีศาจซึ่งห่างจากเมืองหลี่ไปสองร้อยลี้ แม้ว่าจะอันตรายอยู่บ้างแต่ใครจะสน วันนี้ไม่เ้าก็ข้าต้องตายกันไปข้างหนึ่ง...
......
ป้อมตระกูลเฉิน หุบเขาซ่อนปีศาจ เมืองเจียงซี
“ท่านประมุข ไอ้เ้าพวกหกสำนักใหญ่แปดตระกูลเสาหลักแห่งเมืองเจียงซีมันบุกเข้ามาแล้วขอรับ ท่านรีบหนีไปเถอะพวกเราจะต้านมันไว้เอง!”
“เหลวไหล ข้าเฉินซีกงเป็ถึงระดับผู้ผ่าน์ไหนเลยจะกลัวพวกมัน พวกเ้ารีบพาคุณหนูหนีไป ดูแลนางให้ดี ตระกูลเฉินอย่างไรก็ต้องมีผู้สืบทอด”
เฉินซีกง อดีตทำเนียบยอดฝีมือฝ่ายอธรรม ระดับขั้นพลังผู้ผ่าน์ อายุหกสิบแปดปี พลังลมปราณสะสมสามสิบเจ็ดปี วรยุทธคลื่นกระบี่ปีศาจของมันร้ายกาจถึงขนาดได้รับสมญานามว่ากระบี่ปีศาจไร้ต้าน ในแผ่นดินพลังฝีมือถือว่าเป็หนึ่งในสามอันดับแรกของผู้ผ่าน์ ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย
เฉินซีกงมีรูปร่างผอมสูง ของตาดำคล้ำ ใบหน้ายาวผมสีดอกเลา คิ้วดกหนา จมูกงองุ้ม ในตามีประกายฆ่าฟันอยู่ภายใน แม้ใบหน้ามันจะดูชั่วร้ายอยู่บ้าง แต่ความจริงมันมิใช่คนชั่วร้ายแต่อย่างใด เพียงแต่บำเพ็ญตบะมาในแนวทางอธรรม ทำให้ในตัวมีลมปราณฝ่ายอธรรมอยู่มาก ซึ่งก็สมควรอยู่เพราะก่อนหน้ามันเคยอยู่ในพรรคมารผีร้ายพลังฝีมือของมันดำรงอยู่ในอันดับสามของยอดฝีมือฝ่ายอธรรม
เมื่อหลายเดือนก่อนมีการประลองยุทธระหว่างฝ่ายอธรรมและธรรมะ เื่ราวการประลองนั้นจบลงด้วยดี เพียงแต่ได้ก่อความบาดหมางเื้ัไว้มากมาย หลังจากจบการประลองเพียงเดือนเดียว นักดาบชางผู้ชนะการประลองก็หายสาปสูญไป
แน่นอนความผิดทั้งหมดถูกโบ้ยให้พรรคฝ่ายอธรรมในทันที แปดสำนักใหญ่แห่งเจียงซีรวมตัวกันจัดตั้งกองกำลังพันธมิตรอย่างรวดเร็ว เข้ากวาดล้างฝ่ายอธรรมราวกับสายฟ้าฟาด ห้าสำนักใหญ่ฝ่ายอธรรมโดนกวาดล้างแบบไม่ทันตั้งตัว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับพรรคมารล้วนถูกลูกหลง เวลานี้เหลือเพียงป้อมตระกูลเฉินที่เป็ก้างขวางคอ
“โฮะๆๆ พรรคมารใกล้สิ้นแล้ว เฉินซีกงวันนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้น” นักพรตฮ่อเกี๊ยม ฉายานักพรตห้าธาตุพูดขึ้น
“กระบี่ของเฉินซีกงนั้นร้ายกาจก็จริง แต่อยู่ต่อหน้ากระบี่์อย่างเราไหนเลยจะแสดงฤทธาปาฏิหารได้อีก” ผู้เฒ่าหนวดขาวลูบเคราของตนเอง คนผู้นี้ได้รับฉายากระบี่์ ั้แ่ประลองมาไม่เคยพ่ายแพ้ต่อผู้ใด
“อามิตตาพุทธ การกวาดล้างพรรคมารเพื่อประโยชน์แก่ชาวประชานั่นคือหน้าที่ของผู้ทรงธรรม” หลวงจีนรูปร่างกำยำพูดพลางทุบพลองของตนเองลงพื้นดังปัง ยามที่ปลายพลองปะทะกับพื้น พื้นดินยุบลงไปถึงสองนิ้ว คนผู้นี้ถูกเรียกว่าหลวงจีนไร้พลัง วิชาฝีมือเร้นลับและน่ากลัว
ยังมีชนชาวธรรมะอีกนับร้อย เวลานี้พวกมันทั้งหมดล้อมกรอบจัดวางกำลังไว้หลายชั้น ราวกับว่าพวกมันได้เตรียมการมาเป็อย่างดี ดูเหมือนว่าการกวาดล้างครั้งนี้อย่างไรก็ต้องจบสิ้นในวันเดียว