คุณธาดาได้ยินก็หน้าเสีย เขากลัวว่าหลานคนอื่นจะรู้เื่นี้
“ไม่ได้ๆ อย่าเอะอะโวยวายไป ถ้าแทนกับพีชรู้เข้า เดี๋ยวจะมาขอส่วนแบ่งกับพวกเรานะลูก”
“ได้ไงคะ? พี่นนท์ขโมยไปแบบนี้ เราแจ้งความเลยดีไหม? ของเก่าหายไปตั้งตู้หนึ่ง อันที่จริงต้องแบ่งให้ทั้งสามครอบครัวเท่าๆ กันไม่ใช่เหรอคะ?”
“คือ....”
“แจ้งความค่ะ แนนว่าต้องแจ้งความเท่านั้น จะได้จับพี่นนท์มาลงโทษ แย่จริงๆ เอามรดกไปขายกินคนเดียวแบบนี้”
“แจ้งความไม่ได้นะแนน คือว่า....” ชายสูงวัยหน้าเจื่อน “ที่จริง นนท์เอาไปไม่เยอะหรอก แต่ตู้นั้นเป็พ่อที่เอาไปขายเอง”
“คุณพ่อ!” ธนียาแสร้งทำหน้าตะลึง
“พ่อขอโทษที่ไม่ได้บอก ก็...ก็ตอนนั้นพ่อไม่มีทางหาเงินมาใช้แล้วนี่ มีแต่ของเก่าของคุณย่านี่ล่ะที่จะช่วยได้”
ธนียาแสร้งกล่าวปลอบใจบิดา สุดท้ายก็ออกอุบายให้บิดาส่งข้อความไปด่าพี่ชายไม่ให้กลับมาที่บ้านอีก
“แค่กันเอาไว้ก็พอ ถ้าพี่นนท์รู้ว่าคุณพ่อโกรธก็จะไม่กล้ากลับบ้านอีก ต่อไป ของเก่าในตู้พวกนี้ก็มีแต่คุณพ่อที่เอาไปขายได้ เพียงแต่....”
“เพียงแต่อะไร?”
“ถ้าคุณพ่อไม่อยากให้คนอื่นรู้ ต้องแบ่งแนนด้วยครึ่งหนึ่งค่ะ”
“แนน เอามากไปไหม?”
“คุณพ่อค่ะ ค่าใช้จ่ายในบ้านสองปีมานี้มีแต่แนนนะคะที่จ่าย ค่าอาหารเอย ของใช้เอย พี่นนท์ออกช่วยน้อยมากเลย แนนต้องเป็หนี้บัตรเครดิตตั้งสองใบ หลังแทบแอ่น ต้องเอากระเป๋ากับของใช้แบรนด์เนมออกมาขายจนหมดแล้ว ถ้าคุณพ่อยังไม่เห็นใจอีก เราก็บอกเื่นี้กับแทนกับพีชไปเถอะค่ะจะได้หมดปัญหา”
คุณธาดาหน้าเจื่อน สองปีนี้เขาผลักภาระในบ้านให้กับลูกสาวกับลูกชายจริงๆ ส่วนตัวเองแอบเอาของเก่าไปขาย มีเงินใช้สบายมือและยังออกไปสังสรรค์นอกบ้านได้บ่อยๆ โดยเฉพาะวงไพ่ขาประจำที่บ้านของกลุ่มเพื่อนข้าราชการใกล้เกษียณ
“ก็ได้ๆ พ่อจะแบ่งให้แนนด้วย แต่ไอ้นนท์ พ่อจะไม่ให้มันมาแตะของในตู้ได้อีกแล้ว”
ธนียามองตามหลังบิดาที่กลับขึ้นไปชื่นชมของเก่าในห้องของคุณย่า ป่านนี้พี่ชายของเธอคงพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว วัตถุโบราณในตู้เกือบสามลังที่ได้ไปคงทำให้เขาอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานอีกสักปี ถ้าเป็ไปตามที่พินิจรับปากธนนท์เอาไว้ พี่ชายของเธอจะได้งานใหม่ที่เงินเดือนสูงลิบในไม่ช้า
เผ่าพงษ์เห็นธนนท์ขนกระเป๋าเดินทางสองใบใส่ท้ายรถแล้วยังมีลังกระดาษน่าสงสัยอีกหลายลังใส่ที่เบาะนั่งด้านหลังและเบาะด้านหน้าจนแน่นก็รีบเอาเื่ไปบอกกับพี่ชายและพี่สาว
“ดูแล้วเหมือนจะย้ายหนีเลยนะนั่น”
“หนีเหรอ? หนีแล้วจะเอาเงินที่ไหนกิน? อยู่ในฟาร์มไม่ต้องจ่ายค่าเช่า เงินเดือนได้มากกว่าทำงานในกรุงเทพฯ ค่าน้ำค่าไฟของบ้านใหญ่เป็พีชที่จ่ายให้หมด ทำความสะอาดบ้านยังมาเรียกคนงานในไร่ไปใช้ เผลอๆ ก็ยังมาขอกินข้าวกับบ้านพวกเราอีก ไปไหนจะสบายเท่าที่นี่”
“แต่ของที่ขนใส่รถเยอะเลยนะพี่แทน ผมว่าถ้าพรุ่งนี้พี่นนท์ส่งใบลาล่ะก็ใช่เลย ไม่กลับมาอีกแน่”
“เออ คอยดูก็แล้วกัน” แทนพงษ์พยักหน้า
แสนรักวิ่งตื๋อเข้ามาหาคนทั้งสาม ก่อนจะขยับไปนั่งแทรกระหว่างแทนพงษ์กับพรรษา
“พ่อแทน หนูหิวค่ะ”
แทนพงษ์ทำอาหารอร่อย เขารับหน้าที่ทำอาหารให้กับน้องๆ และหลานสาวตัวน้อยทุกวัน
“แสนรักอยากทานอะไร? บอกพ่อแทนมาได้เลย”
“ไปเยือกก่อนค่ะ” เด็กหญิงที่มีปัญหากับตัว ‘ร’ และ ‘ล’ จับมือลุงผู้ปลอมเป็พ่อไปยังตู้เย็นในครัว “เปิดหน่อยค่ะ”
แทนพงษ์เปิดตู้เย็นให้เด็กหญิงดู เขาหยิบเอาห่อปูอัดออกมา เด็กหญิงก็ส่ายหน้า เขาหยิบกล่องหมูสับออกมา เด็กหญิงก็ส่ายหน้าอีก เขาจึงดึงเอากล่องกุ้งตัวเล็กที่แกะไว้ในกล่องออกมา
“ผัดกุ้งใส่ผักก็แล้วกันนะคะ”
“ค่ะ”
ผักที่แทนพงษ์เคยผัดใส่กุ้งสับเป็แครอทหั่นเต๋าและผักกะหล่ำหั่นฝอย ผัดด้วยรสชาติอ่อน เป็หนึ่งในอาหารโปรดของแสนรัก
เผ่าพงษ์หันไปมองพี่ชายที่กำลังอุ้มหลานสาวขึ้นนั่งบนเก้าอี้สตูลตรงเคาน์เตอร์ “สองพ่อลูก เอาใจกันเหลือเกิน ทีผมขอให้ทำอาหารล่ะยากเย็นแสนเข็ญ พอเป็แสนรัก สั่งอะไรก็ได้ พี่ว่าแบบนี้มันสองมาตรฐานเกินไปไหม?”
“อย่าไปยุ่งกับเขาเลยน่า เราไม่ได้ชื่อแสนรัก ไม่มีทางที่พี่แทนจะตามใจหรอก กับข้าวที่พี่อยากกิน พี่แทนยังไม่ทำให้เลย”
เสียงคุยเจื้อยแจ้วของสองพี่ลูกดังออกมาจากห้องครัวเป็ระยะๆ แสนรักเชื่อฟังคำพูดของพ่อแทนของเธอยิ่งกว่าทุกคน ั้แ่ลืมตาดูโลก แทนพงษ์ก็ดูแลอยู่ไม่ห่าง ป้อนนม ป้อนน้ำ อาบน้ำ เช็ดปัสสาวะอุจจาระ
“ผมว่าถ้าพี่แทนเป็แม่แทนพี่พีชได้ก็คงเป็ไปนานแล้ว” เผ่าพงษ์พูดกลั้วหัวเราะ เขารู้ว่าพี่ชายเป็เพศทางเลือก แต่เขาก็แสร้งทำเป็ไม่รู้เพื่อให้พี่ชายสบายใจ
“เผ่า...”
“ผมไม่พูดใช่ว่าผมไม่รู้นะ แต่เพื่อให้พวกพี่สบายใจ ผมทำเป็ไม่รู้ต่อไปก็ได้ ดูพี่แทนสิ มีความเป็แม่ยิ่งกว่าพี่ซะอีก” เผ่าพงษ์หัวเราะแล้วหันไปกดรีโมทคอนโทรลดูช่องข่าว
ธนนท์ไปถึงคอนโดมิเนียมก็ขนของทั้งหมดขึ้นไปไว้ จากวันพรุ่งนี้ไปเขาจะไม่กลับไปเยี่ยมฟาร์มแสนรักอีกแล้ว พอกันทีชีวิตยากลำบากไร้แสงสี ดีที่เขามีพินิจเป็เพื่อน เพื่อนดีต้องเป็อย่างนี้ พอมีช่องทางดีๆ ก็แนะนำเขาด้วย
‘นนท์ มึงสนใจอยากไปทำงานกับกูไหม? วุฒิการศึกษามึงตรงกับที่นายกู้าพอดี รายได้สามเท่าของเงินเดือนเดิมมึงเลยนะ’
ธนนท์ได้ยินก็รีบตอบรับ ถึงจะต้องกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ แต่ถ้ารายได้มากกว่าเดิมสามเท่า เขาก็จะกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายได้เหมือนตอนที่ยังมีคุณย่า แต่ก่อนจะจากฟาร์มแสนรักมา เขาต้องเลือกเอาของเก่าที่ดูแพงๆ มาให้ได้มากที่สุดก่อน แม้จะถูกบิดาจับได้ก็ไม่เป็ไรเพราะเขาไม่คิดจะกลับไปอยู่แล้ว
บนหน้าจอโทรศัพท์เตือนให้รู้ว่าบิดาของเขาโทรหานับสิบสาย และยังมีข้อความเสียงฝากเอาไว้ ธนนท์จึงเปิดขึ้นฟัง
‘ไอ้ลูกชั่ว! อย่ากลับมาให้เห็นหน้าเชียว มึงโดนแน่’
ธนนท์แอบโทรกลับไปสอบถามน้องสาว ธนียายืนยันว่าตนไม่ได้ฟ้อง เป็บิดาที่เปิดประตูเข้าไปในห้องคุณย่าและเห็นความผิดปกติ
“พี่นนท์ไม่ต้องกลับมาน่ะดีแล้ว ได้งานใหม่ดีๆ ก็หาทางช่วยแนนด้วยล่ะ แนนก็ไม่อยากอยู่ที่นี่เหมือนกัน ถ้าเกิดสมบัติเก่าคุณย่าถูกเอามาขายกินจนหมดแล้ว คุณพ่อคงไม่รอดอยู่ดี ฟาร์มนี่ก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าพีชจะรักษาเอาไว้ได้นานแค่ไหน? วันก่อนได้ยินว่าธนาคารเรียกเข้าไปคุยเื่หนี้ด้วยนะคะ”
“คงจะไปปรับโครงสร้างหนี้น่ะ ส่งกระท่อนกระแท่นแบบนั้น อีกไม่นานก็คงจะแบกไม่ไหว”
“แนนไม่อยากอยู่ที่นี่จนถึงวันที่ถูกยึดไปขายทอดตลาดหรอกนะคะ อายคนแย่ ไปและตัดขาดั้แ่ตอนที่ยังง่อนแง่นจะได้พูดได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง”
“งั้นรอให้พี่เข้าไปทำงานสักพักก่อนนะ พี่จะหาทางให้”
“รีบหน่อยนะพี่นนท์”
สองพี่น้องที่เหลือเพียงคอนโดมิเนียมขนาดเจ็ดสิบตารางวาแห่งเดียว เริ่มมองหาทางรอด การล้มของบิดาทำให้คนทั้งตระกูลต้องเดือดร้อน ฟาร์มแสนรักที่เคยเป็มรดกล้ำค่าก็กลายเป็หนี้ก้อนใหญ่
....ในเมื่อเรือจะแตกแล้ว ธนียาเห็นว่ารีบลงเรือเล็กหนีไปก่อนจะดีกว่า...
****************