แกร๊ก... แอด...
เสียงกลไกเหล็กของแม่กุญแจประตูรั้วหน้าบ้านที่ถูกไขออกอย่างแ่เบา ตามด้วยเสียงล้อเลื่อนประตูเหล็กบานั์ที่ครูดไปกับพื้นปูนสั่นะเืเข้ามาถึงโสตประสาทของผมในมโนสำนึกที่กึ่งหลับกึ่งตื่น ร่างกายของผมเบาสะท้าน ทว่าหัวใจกลับหล่นวูบดิ่งลึกกระแทกหน้าอกในทันทีที่สมองสั่งการว่านั่นคือเสียงอะไร ในความสลัวรางของห้องนอนใหญ่ยามเช้าตรู่ที่แสงอาทิตย์สีแสดเพิ่งจะจับขอบฟ้า ผมลืมตาโพลงขึ้นมาท่ามกลางความอุ่นจัดและกลิ่นคาวราคะอันเข้มข้นที่ยังคงอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องนอน
ผมพยายามจะขยับตัว แต่ทว่าขยับไม่ได้...
เมื่อก้มลงมองสรีระรอบกาย ความร้อนรุ่มจากค่ำคืนพายุสวาทที่เพิ่งผ่านพ้นไปหยก ๆ ยังคงพันธนาการตัวผมไว้อย่างเหนียวแน่น ร่างกายเปลือยเปล่าของผมพาดทับและกอดเกี่ยวอยู่กับร่างอวบสะพรั่งของสาวใหญ่ถึงสี่คนบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่ที่บัดนี้ยับย่นไม่มีชิ้นดี ทางซ้ายมือของผมคือแม่มล—แม่ยายของผมที่นอนตะแคงข้าง หน้าอกคัพ C-D ธรรมชาติบดเบียดเข้าหาแผงอกของผม ปลายจมูกของเธอซบอยู่ตรงซอกคอ ลมหายใจอุ่น ๆ พ่นรดผิวของผมเป็จังหวะเนิบนาบ ส่วนทางขวามือคือน้าเกด เศรษฐีนีสาวใหญ่คัพ E สะโพกผายกลมตึงของเธอบดเบียดชิดติดกับต้นขาของผมอย่างแแ่ ขาเรียวข้างหนึ่งพาดอยู่บนหน้าขาของผมอย่างไร้ความกระดากอาย ขณะที่บริเวณปลายเตียง น้านกและครูอัญชลี คุณครูผู้ทรงเกียรติของภรรยาผมนอนกอดก่ายกันเองในสภาพกึ่งเปลือย ทรวงอกอวบอัดคัพ D และ D-E เบียดชิดกันจนเห็นเนื้อนมขาวโพลนสะท้อนแสงสลัวรำไร
หลังจากสายโทรศัพท์ของแพรวางลงไปเมื่อคืน ความตื่นตระหนกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจของพวกเราทุกคน น้าเกดกุมบังเหียนสั่งการอย่างรวดเร็วให้ทุกคนรีบแต่งตัวแล้วจัดแจงขับรถกลับมาที่บ้านหลังนี้ในเวลาตีสามเพื่อป้องกันไม่ให้แพรสงสัยหากเธอกลับมาก่อนกำหนด ทว่าความเหนื่อยล้าทางกายปนอารมณ์รักที่ยังคั่งค้างทำให้เราพากันคลานขึ้นเตียงมานอนระเนระนาดรวมกันในห้องนอนล่างอีกครั้งด้วยความชะล่าใจ คิดว่าแพรจะกลับมาถึงใน่สาย... แต่เสียงไขประตูรั้วเมื่อครู่มันดังชัดเจนว่าเธอกลับมาถึงเร็วกว่าที่คิดนับหลายชั่วโมง!
"แม่มล... น้าเกด... ครูอัญ... น้านก... ตื่นครับ! แพรกลับมาแล้ว!" ผมกระซิบเสียงสั่นระรัวดั่งเสียงฟ้าผ่าในความเงียบสงัด พลางขยับกายดึงท่อนเอ็นและขาสอบออกจากพันธนาการเนื้ออุ่นรวดเร็ว
สี่ร่างอวบสะพรั่งสะดุ้งสุดตัว ดวงตาของพวกเธอเบิกโพลงด้วยความตระหนกใอย่างขีดสุด ความง่วงงุนสลายไปในพริบตาเมื่อตระหนักถึงภัยอันตรายที่กำลังจะย่างกรายเข้ามาในบ้าน
"ว้าย! ยายแพรเหรอ!" มลอุทานเสียงหลง มือเรียวรีบคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปกปิดเต้าทรวงคัพ C-D ที่กระเพื่อมไหวรวดเร็ว ใบหน้าสวยหวานซีดเผือด
"ตั้งสติกันก่อนทุกคน!" น้าเกดคำรามกระซิบเสียงต่ำเฉียบคม แม้ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอจะมีเหงื่อซึมและหน้าอกคู่โตคัพ E ขยับสั่นสะท้านตามแรงหายใจกระชั้น แต่สมองของนักธุรกิจหญิงยังคงทำงานได้อย่างรวดเร็ว "มล... แกเป็แม่ รีบใส่เสื้อผ้าแล้วลงไปห้ามแพรไว้ในครัวก่อน ทำทีเป็ทำกับข้าวเช้า วิน... แกไปอาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลให้เร็วที่สุด ส่วนฉัน นก และอัญ จะหลบเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัวด้านในก่อน แล้วค่อยเดินเนียน ๆ ออกมาทีหลังทำเป็ว่าเพิ่งตื่นในห้องนอนแขก!"
"ค่ะ ๆ เกด..." ครูอัญชลีรีบพยักหน้ารับคำอย่างลนลาน มือสั่นเทาคว้าแว่นตากรอบทองขึ้นมาสวม ก่อนจะเอื้อมมือไปโกยเสื้อเชิ้ตและกระโปรงทำงานที่หลุดลุ่ยอยู่บนพื้นขึ้นมาปิดเนินอกคัพ D-E ขาวผ่อง
ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายอย่างถึงที่สุด ผมะโลงจากเตียงกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเอง ท่ามกลางเสียงไขกุญแจประตูบ้านชั้นล่างดัง `แกร๊ก...` รอบสอง เสียงฝีเท้าของภรรยาผมดังแว่วเข้ามาในห้องโถงแล้ว ผมรีบคว้ากางเกงเลและเสื้อยืดมาสวมอย่างรีบร้อน ขณะที่มลรีบดึงกางเกงและเสื้อยืดคอกลมขึ้นสวมใส่แล้วรีบย่องออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องครัวทันที ทิ้งเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของเธอกลบลบเสียงเคลื่อนไหวของคนอื่น ๆ
ภายในห้องนอน น้าเกด น้านก และครูอัญชลี หอบเสื้อผ้าและชุดชั้นในของพวกเธอวิ่งกรูเข้าไปซ่อนตัวในห้องแต่งตัววอล์กอินโคลเซ็ตลับด้านในห้องนอนอย่างเฉียดฉิว จังหวะนั้นเท้าของน้าเกดสะดุดเข้ากับผ้าห่มจนบราลูกไม้สีดำตัวหรูคัพ E ลอยละลิ่วตกไปซุกอยู่ใต้เตียงฝั่งข้างตู้เสื้อผ้าอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น ผมไม่มีเวลาตรวจสอบความเรียบร้อย รีบวิ่งเข้าห้องน้ำเปิดน้ำล้างหน้าและขัดถูเนื้อตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนของน้าเกดและกลิ่นสบู่ของมลที่ผสมกันติดผิวกายถูกชะล้างออกไปด้วยสบู่เหลวกลิ่นเมนทอลเพื่อกลบกลิ่นราคะทั้งหมด
ผมก้าวออกจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูผืนเดียวที่พาดบ่า จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องนอนถูกเปิดออกเบา ๆ ร่างบางของ แพร ภรรยาของผมยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยดูอิดโรยจากการเดินทางแต่ดวงตากลับประกายประกายด้วยความดีใจเมื่อเห็นหน้าผม
"วินคะ! แพรกลับมาแล้วค่ะ" แพรเอ่ยเสียงใสพร้อมก้าวเข้ามาสวมกอดผมทันที ร่างบางในชุดสูททำงานกอดรัดเอวผมแน่น ซบหน้าลงกับแผงอกชื้นน้ำของผม
หัวใจของผมเต้นระทึกราวกระหน่ำกลองรบ ร่างกายเกร็งสะท้านไปชั่วขณะ กลัวว่าเธอจะััได้ถึงความผิดปกติหรือได้กลิ่นไออุ่นของสตรีคนอื่น ผมเอื้อมมือไปโอบกอดเธอไว้ ลูบแผ่นหลังบางเบา ๆ "กลับมาเร็วจังเลยครับแพร วินคิดว่าจะกลับมาถึง่บ่ายซะอีก"
"พอดีประชุมเสร็จเร็วน่ะค่ะ แพรเลยรีบตีตั๋วรถไฟเที่ยวเช้ามืดกลับมาเลย อยากมาเซอร์ไพรส์วินกับแม่มลน่ะค่ะ" แพรผละออกยิ้มหวาน สายตาคู่สวยตวัดกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องนอนที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาหยก ๆ "เอ๋... ทำไมห้องดูยับ ๆ จังเลยคะวิน แล้วนี่แม่มลอยู่ไหนเหรอคะ?"
"อ๋อ... เมื่อคืนลมมันแรงน่ะครับ วินนอนดิ้นด้วย ผ้าห่มเลยหล่นกระจัดกระจาย ส่วนแม่มลตื่นนานแล้วครับ ตอนนี้น่าจะอยู่ในครัว เตรียมมื้อเช้าให้แพรอยู่แน่ ๆ" ผมโกหกคำโตพลางแกล้งขยับตัวไปบังตู้เสื้อผ้าและจุดร่องรอยต่าง ๆ
"งั้นเหรอคะ... ดีจัง แพรคิดถึงอาหารฝีมือแม่ที่สุดเลย" แพรสูดลมหายใจเข้าลึก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยคล้ายสะดุดใจกับกลิ่นบางอย่างในห้อง "เอ๊ะ... วินคะ ทำไมในห้องมีกลิ่นน้ำหอมหรู ๆ อบอวลแปลก ๆ เหมือนน้ำหอมผู้หญิงราคาแพงเลยล่ะคะ? วินแอบซื้ออะไรมาฉีดเล่นหรือเปล่า?"
"อ๋อ... น้ำหอมปรับอากาศที่น้าเกดเขาฝากมาให้แม่มลน่ะครับ วินลองเอามาฉีดในห้องดู เห็นแพรชอบกลิ่นแนวนี้"
"อ๋อ... น้าเกดเหรอคะ แพรลืมไปเลยว่าน้าเกดมาพักที่บ้านเรา" แพรพยักหน้ารับเชื่ออย่างสนิทใจ ก่อนจะหันหลังเดินนำออกไป "งั้นแพรไปกราบแม่มลในครัวก่อนนะวิน วินแต่งตัวตามลงมานะคะ"
"ครับแพร เดี๋ยววินตามลงไปครับ" ผมถอนหายใจยาวเหยียดจนสุดปอดเมื่อร่างของภรรยาลับสายตาไป ผมรีบเดินไปที่ห้องแต่งตัว เคาะประตูเบา ๆ สามสาวสะพรั่งในสภาพเสื้อผ้ากึ่งเรียบร้อยก้าวเท้าออกมา น้าเกดส่งสายตาร้ายลึกมาที่ผมขณะที่มือเรียวจัดแจงแต่งทรงผมให้เข้าที่
"เกือบไปแล้วนะหลานเขย... เอาล่ะ เดี๋ยวพวกน้าจะเดินอ้อมไปออกประตูด้านหลัง แล้วเดินอ้อมกลับเข้ามาทางประตูหน้าบ้านทำเป็เพิ่งมาถึงตอนเช้า หรือไม่ก็ทำทีเป็ว่าตื่นนอนจากห้องนอนแขกชั้นบนนะจ๊ะ" เกดกระซิบยิ้ม ๆ ก่อนจะตบก้นผมเบา ๆ อย่างหยอกเย้าจนผมสะดุ้ง ครูอัญชลีหน้าแดงซ่านรีบดึงแว่นตาขยับหลบสายตาผมอย่างกระดากอาย ขณะที่น้านกส่งยิ้มยั่วยวนพึงใจ
ยี่สิบนาทีต่อมา ที่โต๊ะอาหารไม้สักตัวยาวในโถงกลางบ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นทว่าแฝงไว้ด้วยความตึงเครียดอันเงียบงัน แพรนั่งอยู่ข้างผมฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งตรงข้ามคือน้าเกด น้านก และครูอัญชลีที่แต่งตัวเรียบร้อยในชุดลำลองสวยสะพรั่ง โดยมีแม่มลคอยยกต้มจืดเต้าหู้หมูสับร้อน ๆ มาเสิร์ฟพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่พยายามปรับให้ปกติที่สุด
"ดีใจจังเลยค่ะที่น้าเกด น้านก และครูอัญชลีอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ แพรไม่ได้เจอทุกคนตั้งนาน" แพรเอ่ยเสียงใสพลางคีบหมูสับส่งให้ผม "ครูอัญคะ เื่แบบร่างของสถาบันกวดวิชาที่แพรส่งให้ดูทางอีเมล ครูอัญมีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ?"
ครูอัญชลีชะงักช้อนในมือ ใบหน้าสวยหวานสะพรั่งในวัย 48 ปีขึ้นสีระเรื่อน้อย ๆ เมื่อนึกถึงบทเรียนกามารมณ์สวาทที่เพิ่งกระทำร่วมกับสามีของลูกศิษย์เมื่อคืน เธอรีบปรับน้ำเสียงให้สงบนิ่งเป็งานเป็การ "อ๋อ... ครูดูแล้วจ้ะแพร การจัดวางห้องเรียนดีมาก แต่อัญคิดว่าห้องพักครูอาจจะ้าหน้าต่างระบายลมมากกว่านี้หน่อยจ้ะ จริงไหมจ๊ะวิน?"
ครูอัญส่งสายตามาทางผม ดวงตาคู่สวยหลังกรอบแว่นแฝงไว้ด้วยประกายราคะจาง ๆ ยามก้มลงตักซุป ทรวงอกอวบคัพ D-E ขาวผ่องบดเบียดชิดขอบโต๊ะจนแทบจะทะลักเสื้อคอจีนสีครีม
"ครับ... ครับครูอัญ วินก็คิดว่าต้องปรับตรงนั้นเหมือนกันครับ" ผมตอบพลางเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ ทันใดนั้น ััอุ่นชื้นและนุ่มเนียนของปลายเท้าเรียวก็ลูบไล้เข้าที่หน้าขาของผมใต้โต๊ะอาหาร!
ผมสะดุ้งตัวโยนจนน้ำในแก้วเกือบฉอก แพรหันมามองด้วยความฉงน "เป็อะไรหรือเปล่าคะวิน? มือสั่นเชียว"
"ปะ... เปล่าครับ พอดีวินเมื่อยมือน่ะครับ ทำงานหนักไปหน่อย" ผมแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ พลางก้มลงมองใต้โต๊ะสลัว
ปลายเท้าเรียวส่วนนั้นไม่ใช่ของใครอื่น... แต่เป็ของน้าเกด! เศรษฐีนีสาวใหญ่คัพ E ส่งยิ้มกริบชวนสยิวมาให้ผม ใบหน้าสวยเฉบเฉี่ยวดูนิ่งสนิทขัดกับการกระทำเบื้องล่าง นิ้วเท้าเรียวของเธอขยับเขี่ยรูดไล้ผ่านเนื้อกางเกงนอนของผม ตรงเข้าบดขยี้แก่นกายแกร่งที่เริ่มตื่นตัวสู้รับััสวาทใต้โต๊ะอาหารอย่างจงใจและไร้ความเกรงกลัว ผมพยายามขยับขาหนีบหลบเลี่ยง แต่เกดกลับรุกคืบกดน้ำหนักเท้าเบียดบดปลายแก่นกายของผมรุนแรงขึ้นจนผมต้องสูดปากเกร็งหน้าท้องสะกดกั้นอารมณ์เสียวซ่านขีดสุดต่อหน้าภรรยา
ไม่เพียงแค่นั้น มือเรียวอุ่นของครูอัญชลีที่ปล่อยลงข้างตัวใต้โต๊ะ ก็แกล้งขยับมาแตะต้องหัวเข่าของผมแล้วไล้สูงขึ้นมาััโคนขาหนีบอีกฝั่งประสานงานสอดรับกับน้าเกดอย่างลงตัว สองสาวใหญ่รุมเล้าโลมแก่นกายผมใต้โต๊ะอาหารอย่างเงียบเชียบ ขณะที่ปากยังคงชวนแพรคุยเื่งานและสัพเพเหระอย่างออกรส โดยมีน้านกและแม่มลคอยส่งสายตากึ่งขำกึ่งลุ้นระทึกมาที่ผมเป็ระยะ ๆ
"แม่มลทำกับข้าวอร่อยจังเลยค่ะ วันนี้แพรจะอยู่บ้านช่วยแม่ทำขนมนะคะ ไม่ไปไหนแล้ว" แพรหันไปยิ้มหวานให้แม่ยายของผม
"จ้ะแพร... กินเยอะ ๆ นะลูก แม่ทำของโปรดแพรทั้งนั้นเลย" มลตอบเสียงนุ่มทว่าั์ตาคู่สวยไหวระริกจ้องมองผมที่นั่งหน้าเกร็งเงื่อกาฬผุดเต็มหน้าผากด้วยความกังวลระคนเสียวซ่านพุ่งพล่านในอกกับภาพสัมพันธ์ซ้อนใต้ผืนโต๊ะ
หลังมื้ออาหารอันแสนยาวนานและทรมานหัวใจปนเสียวซ่านสิ้นสุดลง แพรชวนผมขึ้นไปชั้นบนเพื่อเก็บสัมภาระและเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในห้องนอนใหญ่ ผมเดินตามหลังร่างบางของภรรยาขึ้นบันไดไม้มาด้วยใจที่เต้นรัวระริกพยายามสลัดความเสียวซ่านใต้โต๊ะอาหารออกไป
ภายในห้องนอนที่ปิดสนิท แพรเปิดกระเป๋าเดินทางลากลายการ์ตูนออกกางบนพื้นเตรียมนำเสื้อผ้าไปใส่ตะกร้าซัก ผมคอยยืนคุมเชิงอยู่ข้างเตียงคอยส่งเสื้อผ้าให้เธอหยิบจับ
"วินคะ... หยิบไม้แขวนเสื้อในตู้ให้แพรหน่อยสิคะ" แพรบอกพลางก้มลงพับผ้า
"ได้ครับแพร" ผมรีบก้าวไปเปิดตู้เสื้อผ้าไม้บานใหญ่ จังหวะนั้นเอง แพรทำปากกาเขียนแบบในกระเป๋าหล่นกลิ้งเข้าไปใต้เตียงฝั่งข้างตู้เสื้อผ้าพอดิบพอดี
"อุ๊ย... ปากกาหล่น" แพรพึมพำแล้วคุกเข่าลงกับพื้นปูน ปล่อยร่างบางก้มต่ำสอดมือและหัวเข้าไปใต้ช่องว่างขอบเตียงเพื่อหาปากกา
หัวใจของผมหล่นวูบดิ่งลึกทันทีเสมือนโลกหยุดหมุน ภาพเศษซากความลับโผล่ขึ้นมาในสมอง... ใต้เตียงฝั่งนั้น!
"แพร!... เดี๋ยววินเก็บให้เองครับ!" ผมร้องห้ามเสียงหลงก้าวเข้าไปหวังดึงร่างเธอขึ้นมา
ทว่าช้าไปเสียแล้ว แพรดึงมือกลับออกมาจากใต้เตียงเรียบร้อยแล้ว ในมือของเธอไม่ได้มีเพียงแค่ปากกาเขียนแบบด้ามยาว... แต่กลับมีผืนผ้านุ่มเนียนละเอียดลูกไม้สีดำสนิทขนาดใหญ่โตล้นมือติดมือขึ้นมาด้วย!
มันคือบราลูกไม้สีดำสุดหรูหราคัพ E ไซส์มหึมาที่มีลายฉลุประดับขอบทองหม่นวับแวม กลิ่นน้ำหอมผู้ใหญ่ราคาแพงยี่ห้อหรูอันคุ้นเคยฟุ้งกระจายออกมาจากเนื้อผ้าอย่างเด่นชัด กลิ่นเดียวกับน้ำหอมที่อบอวลอยู่ในห้องนอนเมื่อเช้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
แพรยืนหยัดกายขึ้นเต็มความสูงชูผืนผ้าบราลูกไม้สีดำคัพั์ขึ้นมาตรงหน้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจับจ้องผืนผ้านั้นด้วยความฉงนงุนงงสับสนอย่างขีดสุด ก่อนจะเลื่อนสายตาคมตวัดมาสบตากับผมตรง ๆ แววตาของภรรยาของผมเต็มไปด้วยความข้องใจและเคลือบแคลงสงสัยลึก ๆ
"วินคะ... นี่มันบราเซียร์ลูกไม้สีดำของใครตกอยู่ใต้เตียงนอนของเราเหรอคะ? ไซส์ใหญ่คัพ E ขนาดนี้... ไม่ใช่ของแพรแน่นอนค่ะวิน..."
น้ำเสียงเรียบของแพรสะท้อนลึกก้องกังวานไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ทำเอาผมยืนนิ่งงันตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาป เหงื่อกาฬเย็นเยียบไหลซึมผุดเต็มแผ่นหลังและใบหน้า สมองมืดมิดไร้คำตอบแก้ตัวในวินาทีวิกฤตความลับที่จะแตกทุกลมหายใจนี้!