กู่ฉิงฉิงรู้สึกว่ามันเป็ความรู้สึกแปลกน่าดูที่อยู่ ๆ ตัวละครสองมิติในกระดาษที่คุณปลื้มและชื่นชอบมาเป็เพื่อนคุณเดินช้อปปิ้งของในซูเปอร์มาร์เก็ตแถมยังเป็คนคอยเข็นรถเข็นให้คุณอีกด้วย นี่คือความรู้สึกของเขาในตอนนี้ที่หยางเฟยหลงรับหน้าที่เข็นรถเข็นบรรจุวัตถุดิบให้ในระหว่างที่เขานั้นเดินเลือกซื้อวัตถุดิบที่จะเอาไปตุนและใช้สำหรับทำมื้อเย็นของวันนี้
" ขอกุ้งห้ากิโลครับ ปูด้วยห้ากิโล "
คืนนี้ทำกุ้งและปูผัดซอสกับนึ่งกินกับน้ำจิ้มดีกว่า และตามด้วยหม้อไฟ ทำให้เขาจัดแจงซื้อเนื้อวัวเกรดดีและบรรดาผักสดหลายชนิดติดกลับไปด้วย รวมถึงของอื่น ๆ ที่ใช้ในการประกอบอาหารในมื้อหน้าอีกจำนวนมาก ทำให้รถเข็นขนาดใหญ่เต็มจนล้น ตอนคิดเงินพนักงานถึงกับมองหน้าพวกเราสองคน คงจะสงสัยว่าจะตุนอาหารไว้เผื่อวันสิ้นโลกหรืออย่างไร แต่ก็นะ เขาี้เีจ่ายตลาดบ่อย ๆ เอาแค่สัปดาห์ละรอบก็พอ ดังนั้นของสดที่เสียง่ายเก็บยากจึงไม่ซื้อไว้เยอะ กะปริมาณแค่พอสำหรับทำกินมื้อสองมื้อ และไม่คิดจะนำไปฟรีซแช่แข็งเนื่องจากพอนำออกมาละลายน้ำแข็ง ความสดอร่อยก็หายไปหมดแล้ว อยากกินอีกทีค่อยสละเวลามาซื้อก็ได้
หยางเฟยหลงสมกับเป็พระเอก แม้ภายนอกท่านประธานหยางจะดูเ็าแต่มารยาทสุภาพบุรุษนั้นครบถ้วน แม้ตนจะเป็แค่เมียชั่วคราว แต่ก็ปฏิบัติตัวกับตนได้อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างในครั้งนี้ที่มาช้อปปิ้งด้วยกันหยางเฟลหลงไม่ยอมให้เขายกของหนักหรือยกของขึ้นรถ ทั้งหมดชายหนุ่มรับไปจัดการทั้งสิ้น เขาแค่ยืนดูเฉย ๆ เท่านั้น และพอจะจ่ายเงินค่าวัตถุดิบ หยางเฟยหลงก็เป็ฝ่ายออกตัวจ่ายเงิน
" ขอบคุณนะครับที่พามาซื้อของ เอ่อ ค่าของพวกนี้เดี๋ยวผมจ่ายคืนให้นะครับ "
" ไม่ต้อง "
" มันจะไม่ดีมั้งครับ "
" เื่เล็กน้องแค่นี้เธอจะสนใจทำไม อีกอย่างเธอในตอนนี้คือ ' เมียฉัน' ขืนใครรู้ว่าฉันให้เธอออกเงินเล็กน้อยแค่นี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน "
เสียงตอบราบเรียบไร้อารมณ์เช่นเคย
คำว่า 'เมียฉัน' ทำเอาใจของกู่ฉิงฉิงสั่นไหวอีกครั้งไปชั่วขณะ แต่ว่าพอนึกได้ถึงบทสนทนาก่อนหน้าระหว่างคู่พระนาย อารมณ์นั้นก็ค่อย ๆ จางหายไป เขาไม่ใช่ของนายกู่ฉิงฉิง อย่าดำเนินรอยตามเนื้อเื่เดิม ถ้านายอยากตายดี ศพสวย! และไม่ต้องไปกินข้าวแดงในคุก
ด้วยความคิดที่ไม่อยากใกล้ชิดกับหยางเฟยหลงมากทำให้กู่ฉิงฉิงทำตัวออกห่างหยางเฟยหลงแบบตั้งใจ ดังนั้นพฤติกรรมที่แสดงออกคือนั่งเงียบมาตลอดทางจนถึงคอนโดไม่ได้ชวนสนทนาอะไรอีก
เมื่อมาถึงหยางเฟยหลงบอกให้เขาขึ้นไปรอที่ห้องก่อน และตนเองไปยืมรถเข็นจากผู้ดูแลคอนโดเพื่อมาขนของขึ้นไป
กู่ฉิงฉิงทำตามแต่โดยดีขึ้นไปรอที่ห้อง ขณะเดียวกันก็เตรียมอุปกรณ์สำหรับทำอาหารเอาไว้
เมื่อนั่งเงียบ ๆ ในห้อง ระหว่างรอก็พลันคิดได้ว่า วันนี้เป็วันย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในห้องหอของเขาและหยางเฟยหลง แม้ว่าจะอยู่ด้วยกันแค่เพียงหนึ่งปีก่อนจะแยกย้ายกันไป แต่หยางเฟยหลงก็เป็ตัวละครที่เขาชอบ แม้จะรู้ว่าเราสองคนไม่ได้ลงเอยกันก็ตามและเขาก็ไม่ควรชอบหรือรู้สึกดีกับหยางเฟยหลงมากเกินไป แต่เขาก็อยากจะสร้างความทรงจำดี ๆ ไว้กับอีกฝ่าย พอคิดแบบนี้ก็ไฟในการทำอาหารก็ลุกโชน เขาจะตั้งใจทำสุดฝีมือ! ฉลองบ้านใหม่! สร้างความทรงจำดี ๆ ไว้จดจำ!
เสียงกริ่งประตูดังขึ้นขัดความคิด ไม่น่าใช่หยางเฟยหลงเพราะถ้าเป็เ้าตัวคงไม่มากดกริ่งเรียกหน้าประตู
ใครกันที่มาในเวลา่นี้?
เขาจะไปเปิดดีไหมนะ? หรือหยางเฟยหลงกลับขึ้นมาก่อน?
เขารอพักหนึ่งแต่เสียงกริ่งก็ยังไม่หยุดดัง จนในที่สุดก็ต้องตัดสินใจเปิดออกไปดูจนได้
กู่ฉิงฉิงไม่กลัวว่าจะเป็พวกมิจฉาชีพเนื่องจากคนที่ขึ้นมาชั้นนี้ได้ต้องมีกุญแจสำหรับเปิดใช้งานลิฟท์ซึ่งคนที่มีกุญแจคือคนที่อยู่ห้าชั้นบนสุดของคอนโดเท่านั้น คนที่อยู่ชั้นระดับนี้ยากที่จะลดตัวลงมาทำอาชีพลักขโมย ยกเว้นจะเป็ขโมยมืออาชีพระดับสูงแบบในภาพยนตร์ที่ปล้นเพชรมูลค้าร้อยล้านพันล้าน
" ไง อาหลง แต่งงานแล้วไม่รวมพลทักทายเพื่อนเลยนะ "
ชายอ้วนรูปร่างเตี้ย แต่สง่าราศีจับ โชว์ออร่าว่าเป็คนระดับเดียวกับพระเอก พูดทักขึ้นมาโดยไม่มองหน้าคนที่มาเปิดประตูว่าใช่เ้าของห้องหรือไม่
" เอ่อ...คุณหยาง เอ้ย เฟยหลง กำลังขนของขึ้นมาอยู่ครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณคือ? "
แขกมีทั้งหมดสองคน ชายอ้วนเป็คนพูดอยู่คนเดียวแต่อีกคนเงียบขรึมไม่พูดไม่จา ปล่อยให้เพื่อนเป็คนจัดการทุกอย่าง
" อ้าว นี่คงเป็เสี่ยวฉิงสินะครับ ผม ฮัวอี้ ส่วนนี่ ซือหม่ากง พวกเราเป็เพื่อนของหยางเฟยหลง "
คนชื่อฮัวอี้เรียกชื่อเล่นเขาด้วยความสนิทสนมทันทีแม้ในการพบปะครั้งแรก และสองคนนี้ก็ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับนิยายผุดขึ้นมาในทันที
ฮัวอี้ บุตรชายคนโตของตระกูลฮัว หนึ่งในตระกูลที่มีฐานะพอ ๆกับตระกูลหยาง ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็ชายอ้วนที่ท่าท่างสดใสร่าเริงไม่มีพิษภัยแต่อันที่จริงเป็หมาป่าห่มหนังหมู รูปลักษณ์ภายนอกทำให้คนไม่ระวังตัว และกลายเป็เหยื่อเสียเอง
ซือหม่ากง เป็บุตรคนรองของตระกูลซือหม่า เป็ตระกูลบัณฑิตคนในตระกูลส่วนใหญ่มักเป็อาจารย์ในโรงเรียนดังไม่ก็ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย มีผลงานทางวิชาการมากมาย เป็หนึ่งในผู้ที่ชอบเจี้ยนเหยาหยา
ทั้งหยางเฟยหลง ฮัวอี้ ซือหม่ากง และเจี้ยนเหยาหยา เติบโตและเรียนมาด้วยกันั้แ่อนุบาล จึงทำให้ทั้งสี่คนสนิทกันมาก
ตามสไตล์นิยายแนวนี้ เจี้ยนเหยาหยาซึ่งเป็ตัวเอกต้องมีคนสนิทชายที่แอบชอบ สองคนที่โดดเด่นจากในบรรดาผู้ติดตามมากมายคือหยางเฟยหลงและซือหม่ากง และก็เป็สองคนที่ทำให้ชีวิตของกู่ฉิงฉิงในนิยายดั้งเดิมอนาถและน่าเวทนาอย่างยิ่ง
อืม...เขาควรจะต้อนรับศัตรูด้วยสีหน้าแบบไหนดีนะ?
ระหว่างที่หัวกำลังประมวลผลอย่างเร็วจี๋ ประตูลิฟท์ก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็หยางเฟยหลงที่เข็นรถเข็นบรรทุกของออกมา
" อ้าวอยู่นี่เอง พวกฉันแวะมาหานายพอดี ตั้งใจว่าจะมาทักทายภรรยาของนายด้วย "
" อืม "
" นายนี่ยังประหยัดคำพูดเหมือนเดิมพอ ๆ กับอากงเลย ดีนะที่นายขายออกก่อน ส่วนนาย อากง นายต้องพยายามให้มากหน่อยนะ ไม่งั้นคงขายไม่ออกตลอดชีวิต "
ประโยคแซวของฮัวอี้ทำให้ตาของซือหม่ากงสว่างวาบแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป คนอื่นคงไม่ทันสังเกตแต่เขาเห็นมันชัดเจน ถ้าให้เดา ซือหม่ากงคงรู้สึกว่าคู่แข่งตัวฉกาจของตนได้หายไปแล้วหนึ่งอัตรา ทำให้เขามีเปอร์เซ็นต์การจีบเจี้ยนเหยาหยาสำเร็จมากขึ้น ท่าทางของซือหม่ากงดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด แม้เ้าตัวจะไม่พูดอะไร แต่เขาอยากจะะโบอกอีกฝ่ายเหลือเกินว่า
' พี่ชาย ายังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร '
อ่า คันปากอยากบอกชะมัด แต่พอมองกลับไปยังสายตาคมของหยางเฟยหลงทำให้เขาต้องทำตัวสงบเสงี่ยม สงบปากสงบคำเข้าไว้ สู้ ๆ เพื่อเงินอีกห้าสิบล้าน เขาจะมาทำโป๊ะแตกตอนนี้ไม่ได้
" เชิญทุกคนเข้ามาข้างในก่อนครับ "
เขาได้เชื้อเชิญบรรดาแขกของเขาหรือเพื่อนของหยางเฟยหลงเข้ามาข้างในห้องพร้อมกับเปิดประตูรอให้หยางเฟยหลงเข็นรถเข็นบรรทุกวัตถุดิบทำอาหารเข้ามา
" นายซื้ออะไรมากมากมายวะ ไปปล้นซูเปอร์มาเก็ตมาหรือไง "
ฮัวอี้อุทานเสียงดังเมื่อเห็นจำนวนของที่เข็นเข้ามาด้านใน
" ฉิงฉิงจะทำอาหารเย็นให้ฉันกิน "
หยางเฟยหลงตอบแบบนิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์เช่นเคย
" โอ้ ลาภปาก ขอพวกฉันร่วมด้วยสิ "
ฮัวอี้มีนิสัยอย่างหนึ่งที่อย่างไรก็แก้ไม่หายคือ ตะกละ เจอใครทำอาหารต้องไปขอชิม ถ้าพบว่าอร่อย อีกฝ่ายจะเกาะติดเป็ปลิงเชียวล่ะ
" คนละหมื่น "
หยางเฟยหลงเรียกเงินจากเพื่อนตนเองหน้าตาย
" โหย นายมันโหดร้าย แค่อาหารมื้อเดียวเองนะ "
ฮัวอี้โอดครวญ
" แต่ฉิงฉิงเป็คนทำ ควรจะมีค่าเหนื่อยใช่ไหมล่ะ "
ประธานหยางต่อรองค่าแรงให้เขาเสร็จสรรพ
" ไม่งั้นนายกลับไปกินข้าวบ้านหรือไปหากินข้างนอกก่อนค่อยกลับมาอีกที "
ท่านประธานหยางกล่าวอย่างหน้าตายแบบไม่ไว้หน้าเพื่อนใด ๆทั้งสิ้น
" เอ้า ก็ได้ ๆ สองคนสองหมื่น ฉันจ่ายแทนส่วนของอากง "
จากนั้นอีกฝ่ายล้วงมือเข้าไปในด้านในเสื้อสูทแบบลำลองก่อนจะหยิบซองแดงออกมา ซองแดงขนาดค่อนข้างหนา คาดว่าจะบรรจุเงินไว้ไม่น้อย
" เอ้านี่ เงินค่าอาหารเอ้ย เงินของขวัญวันแต่งงานจากพวกเฮีย รับไปสิ "
ฮัวอี้กวักมือเรียกกู่ฉิงฉิงให้มารับซองแดงในมือไป
กู่ฉิงฉิงที่อยู่ดี ๆ ก็มีเงินหล่นมาใส่หัวมีหรือจะปล่อยผ่านรีบเดินเข้าไปหาชายอ้วนทันที แต่ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบก็มีมือของใครบางคนมาตัดหน้าเสียก่อน
" เอ้า อาหลง ฉันจะให้เสี่ยวฉิง แกมาตัดหน้าทำไมวะสหาย! "
" เหอะ! อย่าทำเหมือนว่าฉันไม่รู้ว่านายคิดอะไรอยู่ฮัวอี้ "
หยางเฟยหลงพ่นลมออกจากจมูกแบบเยาะเย้ยในที ก่อนจะนำซองแดงมายัดใส่มือภรรยาตัวน้อยอีกที
" ไปทำอาหารเถอะ "
หยางเฟยหลงหันมากล่าวกับเขาก่อนจะเดินไปหยิบไวน์ที่เก็บไว้อย่างดีพร้อมแก้วไวน์สามใบ ก่อนจะไล่ต้อนเพื่อนของตัวเองไปยังส่วนห้องรับแขก และนั่งจิบไวน์สนทนาสัพเพเหระต่อ
กู่ฉิงฉิงแอบฟังบทสนทนารู้สึกว่าจะเป็แต่เื่ธุรกิจจึงละความสนใจและเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับรถเข็นใส่วัตถุดิบต่าง ๆ วันนี้มีแขกเขาคงต้องทำอาหารเยอะหน่อย
เมื่อมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือที่ถูกถอดออก เชฟฉิงฉิงจึงถกแขนเสื้อและลงมือทำอาหารตามที่วางแผนไว้ในหัว เวลามีไม่มาก ต้องรีบเสียแล้ว อีกอย่างเขาเองก็เริ่มจะหิวมากขึ้นทุกขณะเช่นกัน
บนโต๊ะอาหารขนาดแปดคนถูกจัดอย่างสวยงามตามแบบฉบับภัตตาคาร มีจานอาหารที่ปรุงอย่างดีและจัดแต่งอย่างงดงามวางไว้บนนั้น อาหารส่งกลิ่นหอมยั่วยวนต่อมน้ำลายให้หลั่งคายของเหลวออกมาไม่หยุด กลิ่นนั้นส่งไปไกลถึงบริเวณห้องนั่งเล่นที่สามหนุ่มนั่งสนทนากัน
" หอมชะมัด เมียนายแม่งสุดยอด แกโคตรโชคดีเลยว่ะ ได้คนทำอาหารเก่งมาเป็เมีย "
ฮัวอี้กล่าวชม
หยางเฟยหลงไม่กล่าวอะไรแต่แววตาลึกล้ำขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะจางหายไปโดยเร็ว ผิดกับซือหม่ากงที่ยิ้มมุมปากน้อย ๆ
" ไปกันเถอะ ท่าทางอาหารจะพร้อมแล้ว "
ไม่รอให้เ้าของบ้านเชิญ คุณชายฮัวก็เชิญตัวเองเสร็จสรรพ
ทั้งสามเดินไปยังบริเวณห้องอาหาร ก่อนจะตะลึงในภาพตรงหน้าอาหารมีไม่กี่อย่างแต่ชวนน้ำลายสอ กุ้งอบซอส ปูผัดผงกะหรี่ หม้อไฟทะเล ผัดผักแปดเซียน และซุปปลาสำหรับซดให้คล่องคอ ข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมเสิร์ฟในโถเซรามิก
คุณชายฮัวร่างกายไวกว่าสมอง รู้ตัวอีกทีก็นั่งประจำที่เสียแล้ว โชคดีที่สมองยังไม่ทำงานผิดปกติแย่งที่หัวโต๊ะของเ้าของบ้าน
ซือหม่ากงนั่งตรงถัดจากฮัวอี้ อีกฟากของโต๊ะปล่อยที่ว่างให้กับภรรยาของเพื่อนได้นั่งใกล้ชิดกัน
" แค่กลิ่นก็อร่อยแล้วนะเสี่ยวฉิง "
" ชอบก็ดีครับ ผมก็มีดีแค่เื่ทำอาหารนี่แหละ "
กู่ฉิงฉิงรีบกล่าวตอบและถ่อมตนในทีระคนอวดนิดหน่อย เขาต้องรีบผูกมิตรกับบรรดาเหล่าเพื่อนพระเอกที่เรียกได้ว่าเป็จอมวายร้ายที่ตามเนื้อเื่ในนิยายจ้องทำลายชีวิตเขาในอนาคตไว้ก่อน อย่างน้อยในอนาคตเกิดเขาโชคร้ายเปลี่ยนชะตาไม่ได้ตอนที่จะลงมือเผื่อได้มีเมตตาขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย
" เสี่ยวฉิงนี่น่ารักจริง ๆ ทำอาหารก็เก่ง ถูกใจพวกฉันมากว่ะเสียดาย นี่ถ้าวันไหนไม่เอาเ้านี่แล้ว มาหาพวกเฮียได้นะ "
ฮัวอี้กล่าวพร้อมกับขยิบตาให้
" ฮะ ฮะ ผมจะจำไว้ครับ คุณฮัว "
" ไม่เรียกคุณสิ เรียกเฮียอี้ "
" ครับเฮียอี้ "
" ดี ดี ดี มา ๆ มากินกัน หิวจนตาลายแล้วเนี่ย "
ฮัวอี้ไม่รอให้เ้าบ้านเปิดก่อน แต่ตนเองใช้ตะเกียบคีบกุ้งผัดซอสมาแกะกินทันที
หลังจากเนื้อกุ้งเข้าปาก ดวงตาก็เบิกโตก่อนจะหลับตาพริ้ม เคี้ยวช้า ๆ แบบซึมซับรสชาติอย่างละเมียดละไม
" โห้ อร่อยมาก ไม่ต้องรอแล้ว เลิกกับเ้านั่นมาอยู่กับเฮียเถอะ "
ฮัวอี้พูดทีเล่นทีจริง คนบนโต๊ะก็ได้แต่ขำ
" เห็นแก่กินตามเคย "
ซือหม่ากงที่เงียบก็พูดขึ้นมา ก่อนจะตักปูผัดผงกะหรี่เข้าปาก และทำหน้าไม่ต่างจากฮัวอี้เท่าไหร่
ส่วนหยางเฟยหลงลองหม้อไฟทะเลเป็อย่างแรก แม้ว่ากินเข้าไปแล้วก็ยังคงสีหน้าเฉยชา แต่ถ้าสังเกตดี ๆ แววตากลับเป็ประกายระยิบระยับแบบคนที่กำลังถูกใจอะไรบางอย่างมาก ๆ
ส่วนคนทำน่ะหรือ ได้แต่มองคนอื่นจ้วงตัก แย่งชิงอาหารที่เขาทำอย่างสนุกอยู่นอกวง อย่างไรเขาก็แอบกินในครัวไปบ้างแล้ว เนื่องจากพอเดาได้ว่าผลลัพธ์จะเป็แบบนี้ เกรงว่าให้มาแย่งกับผีหิวโหยสามตนนี้เขาคงหิวตายเสียก่อน
าย่อม ๆ เกิดกลางโต๊ะอาหาร ในที่สุดเมื่อาจบลง อาหารทุกอย่างก็ถูกจัดการเรียบไม่มีเหลือ อ้อ จะเหลือไว้ก็มีแต่ซากเปลือกของสัตว์บางชนิดเท่านั้น
" เป็มื้อที่ยอดเยี่ยมที่สุด ฮู้ววว "
คุณชายใหญ่ฮัวถอนหายใจออกมาพร้อมลูบท้องที่ยื่นนูนเด่นเป็สง่าของตน
" อร่อยมาก ขอบคุณมาก "
ซือหม่ากงหันมากล่าวขอบคุณกับกู่ฉิงฉิงอย่างสุภาพ
ส่วนหยางเฟยหลง วางช้อนส้ะเกียบเรียบร้อยแล้วก็ยกผ้าขึ้นเช็ดปากเป็อันจบ ไม่มีคำพูดใด ๆ กล่าวออกมา ไม่ชม ไม่ตำหนิ
นี่ก็ไม่ต่างจากนิสัยของหยางเฟยหลงที่เขารู้มาจากนิยาย แต่เขามั่นใจว่าอาหารมื้อนี้รสชาติถูกปากพระเอกอย่างแน่นอน
" ของหวานรอสักครู่นะครับ ผมทำแช่เย็นไว้ "
พูดจบกู่ฉิงฉิงก็ลุกเดินกลับเข้าไปในครัว ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมถาดที่วางถ้วยแบบมีก้านใสสี่ใบ ภายในบรรจุวัตถุที่เหมือนวุ้นแต่มีสีขาวขุ่น
" วุ้นน้ำมะพร้าวครับ กินล้างคาว "
เขาเดินไปเสิร์ฟให้กับแต่ละคนบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะนำถ้วยสุดท้ายมาวางและนั่งลงตรงที่นั่งของตนเอง
" หวาน อร่อย ช่วยล้างความมันจากอาหารดีมาก เข้ากับอาหารทะเลได้ดี "
คุณชายใหญ่ฮัวกล่าวชม สมกับเป็นักชิม
" อร่อย "
คุณชายซือหม่าจากที่ตอนแรกเงียบ ๆ เริ่มพูดมากขึ้น แม้ว่าจะไม่กี่คำก็ตาม
ส่วนหยางเฟยหลงก็ยังคงก้มหน้าก้มตากินเงียบ ๆ เช่นเดิม แต่กวาดทุกอย่างในถ้วยจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ
เขาควรจะภูมิใจสินะ เนื่องจากว่านิสัยของหยางเฟยหลงนั้นจุกจิกเื่รสชาติมากถึงมากที่สุด ลองไม่ถูกใจคำเดียวก็จบ อาหารนั้นอาจไม่ถูกแตะต้องเลยด้วยซ้ำ แต่พอเป็อาหารที่เขาทำ กลับทานจนเกลี้ยงไม่เหลือ แสดงการยอมรับเป็นัยว่าอาหารของเขารสชาติได้ระดับที่ตรงตามมาตรฐานของเ้าตัว ซึ่งทำให้ตนมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหารขึ้นมาอีกหน่อย
" นายบอกเื่แต่งงานกับเหยาหยาหรือยัง "
อยู่ดี ๆ ซือหม่ากงก็ถามขึ้นกลางโต๊ะอาหารหลังที่ทุกคนทานเสร็จเรียบร้อย
กู่ฉิงฉิงแอบใในการโจมตีแบบสายฟ้าแลบของอีกฝ่าย
นี่คุณชายซือหม่าจะเล่นงานพระเอกแบบนี้เลยงั้นหรือ
กู่ฉิงฉิงแอบชายตามองไปทางหยางเฟยหลง สังเกตสีหน้าและแววตาอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ
" ยัง "
" งั้นพวกฉันจะบอกเหยาหยาให้เอง "
ซือหม่ากงตอกตะปูลงไปอีก นี่พี่กะปิดฝาโลงเลยหรือไงครับ
กลัวเหลือเกินว่าจะวางมวยกันกลางบ้านไหมวะครับ
" ไม่ต้อง ถึงเวลาฉันจะบอกเอง "
หยางเฟยหลงแผ่รังสีออร่าน่ากลัวออกมาแบบไม่เกรงใจใคร เล่นเอาขนลุกไปหมด
" พอ ๆ พวกนายนี่อะไรกัน ตีกันั้แ่เด็กจนแก่ อากงนายก็เหมือนกัน เื่ของอาหลงปล่อยให้เ้าตัวจัดการเอง แล้วนี่ต่อหน้าเสี่ยวฉิงตีกันนี่ไม่อายบ้างหรือไง "
คุณชายฮัวรีบเป็คนห้ามทัพ กู่ฉิงฉิงเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ซือหม่ากงนี่ก็ไม่ธรรมดา เห็นนิ่ง ๆ ไม่มีอะไรที่แท้ก็งูพิษดี ๆนี่เอง ไม่ระวังเป็ได้โดนฉกตาย
อันที่จริงหยางเฟยหลงกับซือหม่ากงนั้นอะไรก็ดี ยกเว้นเื่ของเจี้ยนเหยาหยา ที่ทำให้ทั้งสองไม่ยอมกันจนกระทั่งตอนนี้ และยาวไปจนกระทั่งหยางเฟยหลงได้แต่งงานกับเจี้ยนเหยาหยาตามนิยาย ตอนนั้นเองที่ซือหม่ากงถึงตัดใจ และตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ
ก็น่าเห็นใจนะ เขามักจะเห็นใจพวกรองบ่อนมากอยู่ซักหน่อยเพราะนึกถึงชีวิตตัวเองในโลกก่อนที่มันไม่มีอะไร สู้อะไรชาวบ้านเขาไม่ได้แล้วก็รู้สึกเห็นใจซือหม่ากงจนเผลอส่งสายตาให้กับอีกฝ่ายแบบไม่รู้ตัว จนกระทั่งมือใหญ่ของใครบางคนมาบีบเข้าที่ต้นขาจนรู้สึกเจ็บ
" อึก "
กู่ฉิงฉิงหันไปมองที่มาของแรงบีบ
แย่ล่ะ ท่าทางบอสจะอารมณ์ไม่ดี แต่ทำไมล่ะ หรือเพราะว่าเื่เจี้ยนเหยาหยา อืม คงเป็แบบนั้นแหละ ทางที่ดีเขาควรทำตัวสงบเสงี่ยมมากสักหน่อย จะได้ไม่โดนหางเลขไปด้วย
" ขอตัวเคลียร์โต๊ะอาหารก่อนนะครับ "
กู่ฉิงฉิงหาทางชิ่งหลบฉากอย่างรวดเร็ว คุณชายฮัวเองก็เสนอตัวช่วย พวกเขาสองคนก็หอบจานชามและอุปกรณ์การกินเข้าไปไว้ในครัวเพื่อทำความสะอาด
" อย่าสนใจสองคนนั้นเลยนะ "
ฮัวอี้กล่าวขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
" ทำไมหรือครับ "
" ก็ สองคนนั้นมักจะทะเลาะกันเื่อาเหยาเป็ปกติ "
" อา...เพื่อนสนิทกันไม่ใช่หรือครับ "
" อืม ก็ใช่แหละ แต่อากงคงโกรธที่อาหลงแต่งงานแล้วไม่พูดอะไรซักคำกับอาหยาน่ะ ทั้งที่ 'คบหา' กันมาั้แ่เด็ก "
" อ่าครับ ผมเข้าใจดี "
เข้าใจดีเลยว่า นายพยายามหาทางแก้ต่างให้เพื่อนของนายน่ะคุณชายฮัว และมาเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างพระนายให้ฉันฟัง นี่มันจอมสร้างรอยร้าวฉานในครอบครัวชาวบ้านชัด ๆ
" เอ่อ เธอทำอาหารอร่อยมากนะ เอาไว้ฉันจะแวะมาฝากท้องอีก "
" ฮะฮะ ได้สิครับ แต่ว่าคุณอาศัยอยู่ที่นี่หรอครับ "
" เธอรู้ได้ไง "
ฮัวอี้หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
" ก็คุณมีกุญแจลิฟท์ที่มีให้เฉพาะคนที่อาศัยอยู่ห้าชั้นบนสุดของคอนโด ผมเลยเดาเอาว่าคุณน่าจะมีที่พักอยู่ที่นี่ "
กู่ฉิงฉิงทำหน้าไร้เดียงสาตอบอีกฝ่าย ทำให้คุณชายฮัวคลายความระวังตัวลง
" ฉลาดมาก เสียดายจริง ๆ ที่เ้าหยางเฟยหลงได้เธอไป ฮ่าฮ่าฉันอยู่ชั้นถัดลงไปนี่เอง ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วมาแลกเบอร์ติดต่อกับวีแชทกับเฮียหน่อย "
ฮัวอี้ควักโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมา เปิดคิวอาร์โค้ดพร้อมให้เขาสแกนข้อมูล
กู่ฉิงฉิงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนแต่โดยดี ใครจะรู้ว่าอนาคตเขาอาจ้าความช่วยเหลือจากฮัวอี้ก็ได้
" ยินดีที่ได้รู้จักนะ เสี่ยวฉิง "
" เช่นกันครับเฮียอี้ "
ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน
จานถูกใส่ลงในเครื่องล้างจานอัตโนมัติจนหมด จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกมาจากครัว และพบว่าทั้งหยางเฟยหลงและซือหม่ากงกำลังเล่นหมากล้อมกันอยู่
" ปล่อยให้พวกฉันไปล้างจากเป็คนใช้แต่พวกนายกลับทำตัวเป็คุณชายนั่งเล่นหมากล้อมสบายใจเฉิบเนี่ยนะ "
" แล้ว? "
หยางเฟยหลงเลิกคิ้วถาม ก่อนจะหยิบหมากสีดำวางลงบนจุดหนึ่งในกระดาน ทำให้หมากสีดำปิดล้อมหมากสีขาวจำนวนหนึ่งจนหมดสิ้น และหมากสีขาวก็ถูกกินเรียบ
" นายมักโดนหลอกล่อง่าย "
หยางเฟยหลงกล่าวกับเพื่อนของตน แต่ไม่รู้ว่าสื่อถึงหมากหรืออย่างอื่นด้วย
" นายเองก็มั่นใจจนเกินไประวังพลาดท่าเข้าสักวันล่ะ "
ซือหม่ากงตอบกลับเสียงเรียบ
" จบแล้วสินะ "
หมากสีดำถูกวางลงสักหมากขาวไม่ให้ไปไหนและถูกกินจนสิ้น
เ้าของหมากขาวไม่มีสีหน้าเสียดายหรือไม่พอใจ แค่มองนิ่ง ๆในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้
" กลับกันได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันมีสอนแต่เช้า "
ซือหม่ากล่าวแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปทางประตูทางเข้า
" อาหลงฉันไปล่ะ ไว้จะมารบกวนใหม่ ฮ่าฮ่า "
ฮัวอี้เดินตามซือหม่ากงไปพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
กู่ฉิงฉิงมองเพื่อนสนิทสองคนของหยางเฟยหลงเดินเข้าลิฟท์ไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เขาไม่รู้ว่าสองคนมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ ทั้งสองมาเพื่อ 'ดู' หรือ 'สำรวจ' เขานั่นเอง แต่จะเพราะเป็ห่วงเพื่อนหรือเพื่อประเมินคู่แข่งให้เจี้ยนเหยาหยานั้นไม่อาจทราบได้
คงมีแค่พระเ้าที่ดึงเขามาสู่โลกนี้เท่านั้นล่ะมั้งที่รู้....
Writer Note :
666 : [เอิ่ม ผมไม่ใช่พระเ้าและผมก็ไม่รู้นะครับ]
กู่ฉิงฉิง : ' เงียบไป! '