เฟยหงค่อยๆปล่อยเด็กสาวลงมา ฮุ่ยหรานแม้จะเป็เด็กสาวอายุยังน้อยถ้าเทียบกับโลกก่อนที่เฟยหงจากมา แต่ความคิดของนางนั้นกลับลึกซึ้งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียด้วยซ้ำ
เด็กสาวก้มหน้าพร้อมกับย่อตัวลง
“ ฮุ่ยหรานยินดีรับใช้องค์จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียนเพคะ ”
“ อย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลย ให้เรียกข้าว่าอาจารย์เช่นเดิมนั่นแหละ จำเอาไว้ว่าห้ามบอกเื่นี้กับใครเด็ดขาด แต่ถึงจะไม่บอกก็คงไม่ทันแล้ว เหวินอวี้ เหวินหลง พวกเ้าออกมาได้แล้ว ข้ารู้นะว่าพวกเ้าแอบอยู่ข้างหน้าต่าง ”
เด็กหนุ่มทั้งสองคนกำลังแอบฟัง พลันใที่ถูกอาจารย์ของตนจับได้ ทั้งสองตต่างเกี่ยงกันว่าใครจะเป็คนออกไปเผชิญหน้ากับอาจาารย์ก่อน
“ เ้าออกไปก่อนเลยเหวินหลงเดี๋ยวข้าตามไป ”
“ เหวินอวี้เ้านั่นแหละออกไปก่อนเลย เ้าเป็คนชวนข้าให้แอบตามฮุ่ยหรานมา!! ”
ทั้งเหวินหลงและเหวินอวี้ต่างเกี่ยงกันว่าให้ใครออกไปก่อน ทันใดนั้นกลับมีสายลมมาหอบเอาร่างทั้งสองเข้ามาในห้อง
“ แหะๆ ท่านอาจารย์ ”
เหวินหลงยิ้มแห้งๆออกมาพลางเกาหัวทำตัวไม่ถูกกับเื่ที่ตนได้ยิน
“ กระหม่อมเจียเหวินอวี้ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ์ ”
ในสถานการณ์เช่นนี้เหวินอวี้กลับมีท่าทีใจเย็น สามารถวางตัวได้เป็อย่างดี นับว่ามีคุณสมบัติของผู้นำที่ควรมีเป็อย่างยิ่ง
เฟยหงกุมขมับก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“ พวกเ้านี่นะ เหมือนกันหมดเลยจริงๆ มาถึงขั้นนี้พวกเ้าก็รู้ความจริงเกี่ยวกับข้าแล้ว พวกเ้าต้องทำตามที่ข้าบอกอย่างเคร่งครัด เข้าใจหรือไม่ ”
[ นายท่าน ถือว่าเป็เื่ดีที่ท่านไม่ต้องแสดงละครปิดบังตัวตนต่อศิษย์ทั้งสามคนของท่านอีกต่อไป แบบนี้จะทำอะไรก็ง่ายขึ้น ]
“ ซีโร่นอกจากทั้งสามคนแล้วยังมีใครมาแอบฟังข้าอีกหรือไม่? ”
[ จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเหล่าศิษย์และผู้าุโ รวมทั้งเ้าสำนักโอสถ์ ทุกคนล้วนเข้าสู่ห้วงนิททราแล้วทั้งสิ้น เหลือเพียงแค่พวกท่านที่อยู่ภายในห้องนี้เพียงเท่านั้น ]
เฟยหงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าเด็กน้อยทั้งสามคนที่กำลังมีสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
“ ต่อไปนี้พวกเ้าทุกคนเรียกข้าว่าอาจารย์เหมือนแต่ก่อนนั่นแหละ ปฏิบัติกับข้าเหมือนเก่าเข้าใจไหม? ”
“ ศิษย์รับทราบแล้วขอรับท่านอาจารย์ ”
เหวินอวี้กล่าวตอบในทันทีด้วยความนอบน้อม
“ แล้วพวกเ้าล่ะ ”
เหวินหลงมองหน้าฮุ่ยหรานขอความเห็นว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี
“ รับบัญชาองค์ เอ้ย ท่านอาจารย์ขอรับ ”
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เฟยหงจึงคิดว่าจำเป็ต้องเปลี่ยนแผนการบางจุดเสียแล้ว
“ พวกเ้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับการคัดเลือกขุนนางวัยเยาว์ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้บ้างหรือไม่ ”
“ เรียนท่านอาจารย์ ระหว่างทางที่ข้าออกไปสำรวจแถวชายป่าติดกับหมู่บ้านข้างนอก ข้าได้ยินพวกชาวบ้านแถวนั้นพูดคุยกันถึงการสอบคัดเลือกขุนนางในวันพรุ่งนี้ ท่านอาจารย์มีอะไรอย่างงั้นหรือ? ”
เหวินอวี้เป็คนตอบคำถามของเฟยหง
“ เหวินอวี้ เหวินหลง ฮุ่ยหราน ข้าอยากให้พวกเ้าทั้งสามคนลงสมัครในวันพรุ่งนี้ ก่อนงานจะเริ่มยังพอมีเวลาให้พวกเ้าไปลงชื่อ ”
“ ไม่ไหวๆ ท่านอาจารย์ พวกข้าไม่เคยต่อสู้กับใครมาก่อนเลยนะ แบบนี้ในสนามสอบข้าไม่พ้นที่จะถูกรุมแน่ๆ ข้าไม่อยากลง— ”
เหวินหลงกล่าวขึ้นด้วยท่าทีร้อนลน ไม่แปลกที่เหวินหลงจะเป็เช่นนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตอนอยู่ในป่า เหวินหลงเพียงต่อสู้กับสัตว์อสูรเท่านั้น ไม่เคยต่อสู้กับคนด้วยกันมาก่อน ทำให้ไม่มั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่
“ เช่นนั้น คงน่าเสียดายแย่หากเ้าสามารถผ่านการคัดเลือกจนได้เข้ารับราชการในวัง เ้าสามารถไปลิ้มรสขนมเลิศรสทั้งหลายในเมืองหลวงได้ตั้งมากมาย ”
“ ช้าก่อนขอรับท่านอาจารย์ ข้ามาคิดดูอีกที ลองดูก็ไม่เสียหาย ”
เหวินหลงรีบกลับคำพูดของตัวเองในทันที ฮุ่ยหรานถึงกับอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าออกมาในความเห็นแก่กินของเหวินหลง
“ เ้านี่มันเห็นแก่กินจริงๆให้ตายสิ ท่านอาจารย์ ข้าไม่ขอ— ”
“ เฮ้อ ช่างน่าเสียดายยิ่งในเมืองหลวงมีผ้าแพร ไหมประดับสีสันต่างๆมากมาย ยิ่งเป็ในวังแล้วผ้าแพรต่างต่างๆล้วนได้มาจากต่างแคว้น ไหนจะเครื่องประดับงามวิจิตพวกนั้นอีก ”
“ อะแฮ่ม ในเมื่อเป็ความ้าของอาจารย์ ถ้าข้าไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าเป็ศิษย์อกตัญญู ดังนั้นข้าจะเข้าสอบคัดเลือกตามที่อาจารย์บอก ข้าไม่ได้อยากได้พวกผ้าแพรเ่าั้หรอกนะเ้าคะท่านอาจารย์ ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านเท่านั้น ”
ฮุ่ยหรานแม้นางจะมีนิสัยห้าวหาญต่างจากสตรีทั่วไปบ้าง แต่นางก็ยังคงเป็สตรี ดังนั้นย่อมชอบในของสวยงามต่างๆ
ตอนนี้เหลือเพียงเหวินอวี้เท่านั้นที่ดูเหมือนจะต่อรองด้วยยากสุด ไม่เหมือนกับทั้งสองคน
“ ท่านอาจารย์ ข้านับถือท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ขอรับใครเป็อาจารย์ของข้าอีก ท่านไม่ต้องหลอกล่อข้าเหมือนพวกนั้นหรอกขอรับ ข้าขอ— ”
เฟยหงยกยิ้มขึ้นทันทีก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่เปลี่ยนความคิดของเหวินอวี้
“ อ้อเหรอ เ้าช่างหนักแน่นเสียจริง ช่างน่าเสียดายในสถานศึกษาของเหล่าองครักษ์หลวงมีตำรายุทธ์ต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็ย่างก้าวพันลี้ อัสนีจู่โจม วารีศักดิ์สิทธิ์ ”
“ ข้ามาคิดไต่ตรองดูแล้ว แม้จะต้องเข้าเรียนที่สถานศึกษาหลวง แต่ข้าจะไม่รับใครเป็อาจารย์ของข้าอีกเด็ดขาด ท่านอาจารย์ขี้โกง ท่านรู้จุดอ่อนทั้งของข้า เหวินหลงและฮุ่ยหราน!!! ”
เหวินอวี้พูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เขาพยามหักห้ามใจอย่างถึงที่สุดแต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายต่อเฟยหงที่ใช้จุดอ่อนของแต่ละคนมาจัดการจนพวกเขายอมจำนน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เฟยหงมักจะชอบนำอาหาร เสื้อผ้า และตำราฝึกยุทธเล็กๆน้อยๆมาให้เป็บางครั้ง จากการสังเกตของเฟยหง เหวินหลงเป็ผู้ที่ชื่นชอบขนมของขวานมากที่สุดในบรรดาของที่เฟยหงนำมามอบให้ ส่วนฮุ่ยหร่านนางเป็สตรีย่อมชอบพวกเครื่องประดับและผ้าแพร ส่วนเหวินอวี้แม้จะมีสิ่งของมากมาย แต่เขาจะรีบเข้าหยิบตำรายุทธไปเปิดอ่านในทันทีด้วยความใคร่รู้
“ จะเก่งกาจยังไงก็เป็เพียงแค่เด็กเท่านั้น ”
[ ล่อลวงเสร็จสมบูรณ์เลยสินะนายท่าน แล้วนี่ท่านไม่คิดจะกลับไปโลกก่อนหน้านี้หน่อยหรือ ท่านอย่าลืมล่ะว่าท่านสามารถไปได้ทุกเวลาหากท่าน้า ]
“ ยังไม่ใช่ตอนนี้ ”
จบ...