บทที่ 17
หิมะแรกมาเยือน
อาหารอุดมสมบูรณ์ ที่พักอันอบอุ่น และกิจกรรมยามว่างที่เป็ประโยชน์เป็ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กทั้งหลายในความดูแลของโบสถ์เรดวู้ดกลายสภาพเป็เด็กสุขภาพแข็งแรง ไม่อ่อนแอเจ็บป่วย แถมยังมีพลังเหลือล้นวิ่งเล่นไล่จับกันท่ามกลางอากาศหนาวเย็นได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร
ร่างกายผอมแห้งของเด็กน้อยใกล้ตายเมื่อเดือนก่อนไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ตอนนี้ร่างกายของคิทอ้วนท้วนกว่าเดิมมากและดูสมส่วนขึ้น แขนขาไม่ได้มีเพียงแค่หนังหุ้มกระดูกอีกต่อไป ดวงตากระจ่างใสจนดูไกล ๆ เหมือนเด็กสุขภาพดีคล้ายกับลูกหลานของชนชั้นสูงตามเมืองใหญ่ พี่สาวน้องสาวทั้งหลายก็สวยน่ารักขึ้นมาก ถ้าจะให้เปรียบเทียบแล้ว... พวกเธอคงเหมือนกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิที่สดใสและร่าเริง
หัวใจของชายแก่ในร่างเด็กรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนี้พี่ชายอย่างเจมส์ก็ตัวโตขึ้น ความสูงของเขาเพิ่มสูงไปอีกระดับ ร่างกายกำยำของเด็กหนุ่มเป็รองเพียงแค่พี่เจสันเท่านั้น คาดว่าปีหน้าเจมส์คงมีตัวใหญ่โตเกินชายหนุ่มในหมู่บ้านไปมากโข พลังกายที่เหลือล้นของหนุ่มน้อยกำลังถูกใช้ในการวิ่งไล่จับน้องชายแสนซนทั้งหลายที่วิ่งวุ่นไปทั่วลานหญ้าหน้าโบสถ์
บนตักของคิทยังมีเด็กน้อยอีกสองคนที่ติดเขาแจ... น้องสาวคนสุดท้องชื่อลิน และน้องชายคนสุดท้องผู้โดนหมายหัวเป็เ้าตัวแสบ... เ้าอีธาน ทั้งสามกำลังนั่งอาบแดดยามบ่ายอย่างสบายใจ ไม่นานนักเด็กทั้งหลายที่วิ่งซนจนหอบเหนื่อยก็มาร่วมวงนั่งคุยกันพร้อมอาบแสงแดดอบอุ่นไปด้วย กลิ่นสาบของร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อทำให้ผู้มีพลังพิเศษเกี่ยวกับการดมกลิ่นต้องย่นจมูกเพื่อปรับััเล็กน้อย
โชคดีที่หลายวันมานี้เขาฝึกฝนการแยกประสาทรับรู้ของตนเองได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว การใช้ชีวิตประจำวันจึงมีปัญหาน้อยลงมาก
ความสามารถในการดมกลิ่นของหมีในโลกใบเก่าที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าและวิทยาการล้ำสมัยถูกวิเคราะห์เอาไว้ว่ายอดเยี่ยมกว่าสุนัขล่าเนื้อบลัดฮาวน์ถึง 7 เท่า หากเทียบกับมนุษย์แล้ว ประสาทการดมกลิ่นของคิทในตอนนี้จึงน่าจะสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2100 เท่า ซึ่งเ้าตัวไม่มีทางรับรู้ได้ว่าความเป็จริงเขาสามารถรับรู้สารเคมีในอากาศได้ดีกว่าคนอื่นแค่ไหน เขาแค่ทราบว่ามันทำอะไรที่มีประโยชน์ได้บ้างก็เพียงพอแล้ว
หลังจากเจสันออกเดินทางจากไปเมื่อสี่วันก่อน คิทและเจมส์ก็ออกสำรวจป่าร่วมกับเด็กโตอีกสองสามคน แผนที่อย่างละเอียดซึ่งระบุจุดสังเกตบนเส้นทางอันสลับซับซ้อนถูกบันทึกเอาไว้ในแผ่นหนังนิ่มที่ซิสเตอร์แอนมีเก็บสำรองไว้สองสามแผ่น คิทรู้สึกว่ามันดูหรูหราไปเสียหน่อย แต่ก็มาทราบในภายหลังว่าแผ่นหนังสำหรับเขียนพวกนี้ มีราคาที่ไม่แพงมากนักเพราะว่าพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ มีคนที่อ่านออกเขียนได้น้อยมาก ปริมาณสินค้าจึงมากเกินความ้าจนราคาตกลงไปตามความเหมาะสม
ในหัวของเด็กน้อยจึงได้แต่เก็บข้อมูลยิบย่อยที่ตัวเองพึ่งทราบไว้ในใจ
การสำรวจป่ารอบเขตโบสถ์ด้วยจมูกอันยอดเยี่ยมทำให้พวกเขาพบพืชกินได้อีกหลายชนิด ห้องพักคนป่วยจึงถูกแปรสภาพเป็โกดังเก็บเสบียงชั่วคราว ข้างในเต็มไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศหอมหลากชนิดที่สามารถนำไปปรุงอาหารได้ ซิสเตอร์ได้แต่มองห้องเสบียงแห่งใหม่ด้วยท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่สักพัก
“แบบนี้... มันจะไม่มากไปหรือ” ซิสเตอร์ลิซ่าตรวจสอบของป่าที่เด็กทุกคนทยอยขนออกมาตลอดหลายวัน “ป่าบริเวณนี้เป็เขตพิทักษ์ของเทพีฟอริส ถ้าหากพวกเรา... ทำให้ท่านพิโรธขึ้นมาเล่า”
“ไม่ต้องห่วงครับ ข้ากล่าวคำภาวนาที่ร่ำเรียนมาทุกครั้งก่อนจะหยิบจับอะไรในป่าออกมา เชื่อว่าท่านเทพีผู้ยิ่งใหญ่จะต้องเข้าใจในความจำเป็ของพวกเราแน่ ๆ”
เ้าเด็กน้อยไม่ได้พูดถึงสายลมที่คอยพัดผ่านมาหยอกล้อทุกครั้งที่เขาสวดภาวนาในใจ เพราะอาจจะเป็เพียงเื่บังเอิญที่ตนคิดไปเองก็เป็ได้
ซิสเตอร์แอนกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมสหายสนิทให้คลายกังวลเช่นกัน
“คิทอาจจะเป็ที่รักของผืนป่าก็ได้ อย่าเครียดไปเลยลิซ่า” เธอตบไหล่เพื่อนเบา ๆ “ถ้าเ้ายังกังวล เราพาคิทไปสวดภาวนาต่อทวยเทพให้มากขึ้นดีไหม เผื่อเขาจะได้ยับยั้งชั่งใจการกระทำของตัวเองในภายภาคหน้าให้มากขึ้น...”
หญิงชราสองคนหันหน้ามามองเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง เ้าหนูรู้สึกขนลุกเกรียวจนสะดุ้งเฮือก
“ถือว่าเป็การทดลองงานก่อนเข้าศึกษาที่ศาสนจักรกลางในอีกสามปีข้างหน้าแล้วกันนะคิท”
“ใช่ ๆ เป็บาทหลวงเท่จะตายไป เ้าคิดเหมือนกันไหม บราเธอร์เดวิด? ฮี่ ๆ ๆ”
“มะ... ม่ายยย”
(ข้าอยากเป็แค่ชาวสวน ไม่ได้อยากออกบวชแสวงบุญจนแห้งเหี่ยวเหมือนพวกท่าน...!?)
น่าเสียดายที่ไม่มีใครสนใจการขัดขืนของเ้าหนูน้อยอีก
บ่ายวันนั้นจึงมีแต่เสียงภาวนาดังออกมาจากโบสถ์หลังเก่าที่แสนจะเย็นะเื
.....
ชีวิตเรียบง่ายของโบสถ์เรดวู้ดดำเนินมาจนถึงฤดูหนาวอย่างเป็ทางการแล้ว
หิมะปุยเล็กดูอ่อนนุ่มกำลังโปรยปราย ลักษณะของพวกมันดูอบอุ่น แต่กลับให้ความเย็นะเืจนเด็ก ๆ ไม่อยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอก...
ความคิดของเด็กทั่วไปในท้องที่ทุรกันดารแบบนี้ควรจะเป็เช่นนั้น แต่ปีนี้เด็กทั้งหลายในโบสถ์กลับมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือจนสามารถออกไปวิ่งเล่นกลางหิมะได้ ่สัปดาห์แรกที่หิมะตก จึงมีสิ่งก่อสร้างประหลาดสีขาวโพลนเต็มลานหน้าโบสถ์ไปหมด
แม้จะไม่เคยััหิมะด้วยร่างมนุษย์มาก่อน แต่คิทก็หมดความตื่นเต้นกับมันไปนานแล้วเนื่องจากตนเองมีฝันเหมือนใช้ชีวิตเป็หมีั์ในป่าแถบนี้มาหลายสิบปี เขาไม่รู้ว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงอะไรอีกบ้าง ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนเองทนกับอากาศหนาวได้ดีเกินไป แถมยังมีความง่วงงุนเหมือนอยากจำศีลตลอดเวลา
หลังจากทำอาหาร ร่ำเรียน และทำความสะอาดร่างกายตนเองกับน้อง ๆ ในโบสถ์แล้ว เขาจึงตัดสินใจนอนหลับเอาแรงทุกครั้งที่มีเวลาว่าง คิทเลยเปลี่ยนสภาพไปเป็พี่ชายจอมี้เีอยู่ระยะหนึ่ง จนน้อง ๆ ตัวเล็กทั้งหลายรู้สึกี้เีตามไปด้วย
หรือเพราะกินเนื้อหมีเยอะไป จนพวกเขามีนิสัยคล้ายหมี?
ทุกครั้งที่ได้ขดตัวนอนบนเบาะฟางอัดที่มีขนกระต่ายนุ่มนิ่มปูทับอยู่ คิทก็จะปล่อยตัวจนผ่อนคลายและมีใบหน้าแฝงรอยยิ้มอ่อน ๆ ตลอดเวลา
ฤดูหนาวที่ว่าโหดร้าย ก็ไม่ได้ย่ำแย่นัก...
่เดือนแรกจนถึงกลางเดือนที่สองหิมะตกเพียงเบาบาง โดยมีท้องฟ้าโปร่งทอแสงแดดอ่อนให้เห็นบ้าง
่ปลายเดือนที่สองจนถึงสิ้นเดือนที่สามนั้น ช่างเป็่เวลาที่หนาวจัดและมีพายุรุนแรงดังที่เจมส์เคยบอกให้คิททราบเอาไว้ โชคดีที่เสบียงอาหารพร้อมสรรพกับการที่ทุกคนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง จึงไม่มีเด็กคนไหนแสดงอาการป่วยแม้แต่น้อย มีแต่เสียงหัวเราะร่าเริงและความอยากอาหารที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
หิมะกองใหญ่ที่ทับถมบนหลังคาไม้ของโบสถ์ลื่นไถลไปตามทางลาดเอียงด้วยตัวมันเอง จึงไม่มีใครจำเป็ต้องออกไปเก็บกวาด บางวันที่คิทออกไปดูเจมส์ขนฟืนไม้เข้ามาภายในที่พัก เด็กหนุ่มก็จะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของป่าสนที่เต็มไปด้วยหิมะขาวสุดลูกตา ใบสนเขียวชอุ่มยังคงมีให้เห็นจนเขาต้องแปลกใจ
“เจมส์... ต้นสนพวกนั้นมันไม่ผลัดใบหรือ? แปลกจัง”
“หืม...” พี่ชายคนโตชะเง้อหน้ามองต้นสนที่เหมือนเดิมทุก ๆ ครั้งที่เข้าหน้าหนาว จากนั้นน้องชายขี้สงสัยก็ได้รับคำตอบที่ไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่
“ก็ปกตินี่ เห็นว่าต้นสนแดงมันอยู่ของมันแบบนั้นมาตั้งหลายร้อยปีแล้วนะ ั้แ่ข้าจำความได้ก็ยังไม่เคยเห็นพวกมันผลัดใบเลย...”
ความคิดที่ว่าก่อนเข้าหน้าหนาวต้นไม้ต้องผลัดใบของคิท จึงเปลี่ยนแปลงไปหลายส่วน ถ้าเขาจำไม่ผิด ยอดสนอ่อนพวกนั้นน่าจะเอามาทำเป็ชาเพื่อจิบคลายหนาวได้ แถมยังมีประโยชน์อีกต่างหาก ที่เขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับพวกมันคือ ยอดสนแดง จะกินได้เหมือนสนขาวหรือไวท์ไพน์บนโลกใบเก่าหรือเปล่า มีแต่ต้องทดลองด้วยตนเองเท่านั้น
เมื่อนึกถึงความรู้ที่มีแบบลักจำจากสารคดีมา...ยอดอ่อนของไวท์ไพน์นั้นมีประโยชน์มาก มันเต็มไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย แถมยังบำรุงระบบประสาทและสายตาให้ดีขึ้น
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองได้วนเวียนดูอย่างตั้งใจก่อนตายในโลกก่อนจะมีประโยชน์มากเช่นนี้
คิทจึงวางแผนจะทดลองนำพวกมันมาชงชาอุ่น ๆ เสียหน่อย หลังพายุหิมะคงต้องสะกิดพี่ชายจอมถึกให้ลากเขาฝ่าหิมะออกไป
.
.
.
สิ่งที่ผู้ผจญภัยในโลกใบใหม่คาดไม่ถึง คือ ความรุนแรงและยาวนานของพายุหิมะ่เดือนสามของฤดูหนาวที่พัดต่อเนื่องเกือบสามสัปดาห์เต็ม เ้าหนูได้แต่คิดตลกว่าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่โกรธเคืองอะไรมนุษย์หรือเปล่า ถึงได้โจมตีด้วยความหนาวเหน็บรุนแรงเช่นนี้
โชคยังดีที่เจมส์ขนย้ายไม้ฟืนจำนวนมากเข้ามาเก็บไว้ตามทางเดินในที่พักแล้ว ประตูเข้าออกที่โดยหิมะตกหนักปิดทับเอาไว้จึงไม่เป็ปัญหาอะไร เตาผิงใหญ่กลางห้องยังคงมีเปลวไฟลุกติดพร้อมส่งความอบอุ่นไปทั่วบริเวณ ดีที่ปล่องควันและช่องระบายอากาศรอบผนังส่วนบนยังไม่ถูกปิดทับ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงมีปัญหา
่เวลาแห่งการคุดคู้ใกล้ชิดกันในห้องนอนแบบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันสิ้นสุดลงเมื่อพายุหิมะสงบใน่ต้นเดือนที่สี่ ดวงตะวันปลายฤดูหนาวเริ่มฉายแสงท่ามกลางท้องฟ้าโปร่งยาวนานขึ้น กิจกรรมขุดเส้นทางหิมะที่ทับถมจึงเกิดทุกวัน คิทจึงได้มีโอกาสชักชวนพี่ชายไปเก็บยอดสนอ่อนแถบชายป่ามาทดลอง
จมูกของเขาคิดว่าชาเข้มข้นจากยอดสนพวกนั้นกินได้ แต่ััของลิ้นที่บอกว่ามันขมปร่าทำให้เด็กน้อยมีสีหน้าพะอืดพะอมจนไม่อยากดื่มมันเป็ครั้งที่สอง
(ทำไมรายการนั้นถึงบอกว่ามันเป็ชาอ่อน ๆ ที่ใกล้เคียงกับน้ำเปล่าได้นะ แหวะ...) หลังพยายามกล้ำกลืนฝืนทนดื่มชาหม้อใหญ่หมด จนมั่นใจว่ามันไม่ส่งผลเสียกับร่างกายแล้ว เด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะไปเก็บยอดสนอ่อนมาทำอะไรแปลก ๆ แบบนี้อีก
(ทีกาแฟขม ๆ ยังอร่อยได้ตอนเราแก่ตัวขึ้น สงสัยคงต้องค่อย ๆ ฝึกดื่มมั้ง?) สายตาพลันเหลือบไปเห็นกองใบสนที่เก็บมาก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงรสชาติของมัน
(เอ่อ... ไว้ปีหน้าละกัน)
เสบียงในห้องใหญ่ก็ร่อยหรอไปมากกว่าครึ่ง กองสมุนไพรในห้องพักคนป่วยเก่าก็ลดลงเช่นกัน ผู้าุโทั้งสองคุ้นเคยกับการใช้พวกมันในการปรุงอาหารแล้ว และฝีมือการทำของอร่อยก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย หลังพายุสงบไปได้สองสัปดาห์ น้ำแข็งที่เกิดจากหิมะอัดแน่นก็เริ่มละลายจนพื้นที่โดยรอบเปียกแฉะ
สัญญาณบอกจุดสิ้นสุดของฤดูหนาวอย่างเป็ทางการมาถึงแล้ว...
ปีนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเหมือนปีที่ผ่านมา ผู้เยาว์สิบหกคนมีสุขภาพดียิ่ง แม้แต่ผู้าุโทั้งสองก็รู้สึกแข็งแรงขึ้นเช่นกัน
พวกเขาจึงฉลองด้วยอาหารชุดใหญ่อย่างไม่เคยทำมาก่อน เพื่อให้ปีนี้เริ่มต้นด้วยความยอดเยี่ยม และเต็มไปด้วยพลังมากกว่าเดิม