รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เธอไม่ยอม

            วันต่อมา ขณะที่ลุงหวงกำลังตรวจตรารอบบ้านในตอนเช้าอยู่นั้นเขากลับพบว่าที่สนามหน้าบ้านมีร่างเล็กๆกำลังออกกำลังกายอยู่คนเดียวอย่างขยันขันแข็ง

             

            เป็นฮุ่ยเอ๋อ

             

            ลุงหวงมองฮุ่ยเอ๋อที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่า“เพลงหมัดตระกูลถังแปดกระบวน” ด้วยความรู้สึกแปลกใจ

             

            เพราะการเคลื่อนไหวของเด็กน้อยแม้จะยังติดขัดแต่ทุกท่วงท่ามีพื้นฐานคือเพลงหมัดตระกูลถังนั้นไม่ผิดแน่ๆ

             

            ไม่ใช่ว่าเขาพึ่งสอนเธอไปเมื่อวานแค่รอบเดียวหรอกหรือ?

             

            ลุงถังจับจ้องการเคลื่อนไหวของเด็กน้อย ทุกหมัดทุกกระบวนท่าแม้จะไม่มีลมปราณคอบขับเคลื่อน แต่มันกลับแสดงออกมาด้วยหลักของการถ่ายเทพลังในบางครั้ง

             

            นี่เด็กคนนี้จะความจำดีเกินไปหรือไม่?

             

            เพลงหมัดตระกูลถังสิ่งที่ยากไม่ใช่การจดจำท่วงท่าภายนอกแต่การถ่ายน้ำหนักจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งต่างหากจึงเป็นสิ่งสำคัญพรสวรรค์ในด้านนี้ของเด็กน้อยทำให้ลุงหวงรู้สึกชื่นชมขึ้นมาไม่ได้

             

            ลุงหวงมองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้ามืดอยู่ กว่าจะถึงเวลาอาหารเช้ายังพอจะมีเวลาสักสองชั่วโมงชายชราจึงเดินเข้าไปหาเด็กน้อย

             

            “ให้ลุงหวงฝึกเป็นเพื่อนไหมครับ?”

             

            เพราะการปรากฏตัวอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียงทำให้ฮุ่ยเอ๋อที่กำลังจริงจังกับการฝึกฝนกระบวนท่าสะดุ้งตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยจึงสามารถถอนหายใจอย่างโล่งอก

             

            “ลุงหวงตอนฝึกตนครั้งแรกมันยากใช่ไหมคะ?”

             

            ฮุ่ยเอ๋อถามชายชราด้วยความอยากรู้เธอรู้สึกว่าความล้มเหลวเมื่อวานเป็นเรื่องยากที่จะลืมมันได้ง่ายๆจริงๆ

             

            “อืม...ตอนผมฝึกตนครั้งแรกกว่าจะสามารถสัมผัสถึงลมปราณสายเล็กๆในร่างได้นี่เสียเวลาไปนานพอดูเลยล่ะครับ”

             

            ลุงหวงอมยิ้มเขาเข้าใจความรู้สึกของฮุ่ยเอ๋อเป็นอย่างดี

             

            ตอนเขาฝึกตนครั้งแรกด้วยความเป็นคนสนิทของถังเทียนจี๋มาแต่เก่าก่อนทำให้ในยามที่นายท่านของเขาเริ่มฝึกตน ผู้ติดตามเช่นเขาจึงได้อานิสงไปด้วย

             

            แต่ในยามนั้นกระทั่งถังเทียนจี๋ทะลวงไปยังระดับรวมปราณขั้นสองแล้วเขากลับยังไม่สามารถรู้สึกถึงลมปราณได้เลยสักนิด

             

            แน่นอนว่านั่นทำให้เขาผิดหวังในตัวเองอย่างมากและคิดว่าตัวเองเป็นพวกไร้พรสวรรค์

             

            แต่หลังจากนั้น เมื่อเขาสามารถเข้าสู่ระดับรวมปราณได้สำเร็จความก้าวหน้าของเขากลับรวดเร็วยิ่งจนแซงนายท่านของเขาอย่างถังเทียนจี๋ไปในเวลาไม่นาน

             

            “แล้วลุงหวงทำยังไงคะ?”ฮุ่ยเอ๋อถามขึ้นมาด้วยความหวัง

             

            “อืม...สำหรับผมแล้วนั้น” ลุงหวงครุ่นคิดขึ้นมา

             

            การฝึกตนเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา

             

            “มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถรีบร้อนได้เพียงแค่รอเวลาให้เหมาะสมที่สุด ฮุ่ยเอ๋อจะต้องทำได้แน่ๆครับ”ลุงหวงช่วยปลุกใจให้เด็กน้อย

             

            “ถ้าฮุ่ยเอ๋อต้องการอยากให้ลุงหวงช่วยฝึกพิเศษตอนเช้าไหมครับ?”

             

            เขาไม่ลืมที่จะถามซึ่งมันตรงกับสิ่งที่เด็กน้อยต้องการพอดีหนึ่งเด็กหนึ่งชราจึงเริ่มฝึกฝนกระบวนท่าด้วยกันในตอนเช้าตั้งแต่นั้น

             

             

            ในตอนเช้าไป่ฟานเซียนเดินออกมาจากห้องหนังสือขณะที่กำลังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่ในหัวตัวตนเช่นเธอการไม่นอนหลับสักคืนไม่ใช่ปัญหาเมื่อคืนนี้เธอใช้เวลาไปกับการค้นหาตำราเก่าแก่หลายเล่มที่อยู่ในห้องทำงานในมิติของเธอ

             

            ปัญหาของฮุ่ยเอ๋อทำให้เธอกังวลบางอย่าง

             

            ลักษณะทางกายภาพของเด็กคนนั้นไม่มีปัญหาจุดชีพจรรวมถึงเส้นลมปราณในร่างไม่มีสิ่งใดเสียหายเลยสักนิด เพราะปราณบริสุทธิ์ของนางเคยเข้าไปไหลเวียนในร่างของเด็กคนนี้ก็หลายครั้งแล้ว

             

            แต่เพราะอะไรเธอถึงสร้างลมปราณขึ้นมาเองไม่ได้?

             

            การฝึกเมื่อวานของไป่ฟานเซียนส่วนมากร้อยทั้งร้อยจะประสบความสำเร็จในการสร้างลมปราณตั้งแต่วันแรกเพราะมันเป็นวิธีพิเศษที่เคยถูกใช้ในตำหนักโอสถเทพธิดาของเธอมาแล้วก็หลายครั้ง

             

            เด็กๆที่ถูกไป่ฟานเซียนเก็บมาเลี้ยงดูล้วนแต่ปลอดภัยและประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นฝึกตนกันทุกคน

             

            การชักจูงด้วยกระแสลมปราณของเธอจะทำให้พวกเขาคุ้นเคยกับจุดชีพจรและการโคจรลมปราณของตัวเองอย่างรวดเร็ว

             

            ในตำราเก่าแก่มีบันทึกไว้ถึงการมีอยู่ของผู้ที่เส้นลมปราณพิการตั้งแต่กำเนิดรวมถึงอีกหลายอาการที่ทำให้คนๆหนึ่งไม่สามารถเริ่มต้นฝึกตนได้

             

            แต่ไป่ฟานเซียนยังหาสาเหตุของฮุ่ยเอ๋อไม่เจอ

             

            และตอนนั้นเองที่นางเห็นร่างหนึ่งเด็กหนึ่งชรากำลังฝึกฝนกันอยู่ในสนามใบหน้าเล็กๆของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ว่าเหงื่อจะไหลจนโทรมกายแต่สายตาของเด็กน้อยยังเต็มไปด้วยประกาย เธอยังไม่ยอมท้อถอยเลยสักนิด

             

            “...”

             

            ไป่ฟานเซียนถอนหายใจ นางเดินกลับไปยังห้องอ่านหนังสืออีกครั้งไม่มีใครรู้ว่าในใจของนางตอนนี้กำลังขบคิดสิ่งใดอยู่

             

             

             

             

            การฝึกตนของเด็กน้อยทั้งสองคนเริ่มต้นขึ้นตลอดทุกวันในเวลาบ่ายไป่ฟานเซียนจะใช้กระแสลมปราณของตัวเองชักนำลมปราณในร่างของฮุ่ยเอ๋อจนหมดวันต่อให้วันนี้จะยังไม่สำเร็จแต่ฮุ่ยเอ๋อก็ยังคงไม่ยอมแพ้

             

            ส่วนถังเย่เย่นั้นจะถูกแยกห่างออกไปเล็กน้อยนางจะมอบโอสถให้เม็ดหนึ่งในทุกๆวันถังเย่เย่ต้องนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณและย่อยพลังของโอสถที่เธอกินเข้าไปให้หมดก่อนเวลาอาหารเย็น

             

            ลุงหวงมองการพัฒนาของถังเย่เย่ด้วยความประทับใจ

             

            แค่เพียงอาทิตย์เดียวเด็กน้อยก็ทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับรวมปราณขั้นที่สอง

             

            เล่นเอาถังเทียนจี๋ที่แวะมาเยี่ยมเอะอะโวยวายด้วยความดีใจเสียยกใหญ่วันนั้นผู้เฒ่าตระกูลถังกลับบ้านไปฉลองด้วยความยินดีทั้งยังเต็มไปด้วยความสุขไปอีกหลายวัน

             

            แต่ในขณะเดียวกันเขากลับรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ของฮุ่ยเอ๋อมากกว่า

             

            เพราะตั้งแต่วันที่เริ่มฝึกตนครั้งแรก เวลาตอนนี้ก็ผ่านไปถึงสองอาทิตย์แล้วเด็กน้อยกลับยังไม่สามารถสร้างลมปราณของตัวเองขึ้นมาได้สักที

             

            ลุงหวงรู้ดีว่าถึงตนเองจะเคยใช้เวลาเป็นเดือนๆในการก้าวเข้าสู่โลกของผู้ฝึกตนแต่วิธีการที่ท่านปรมาจารย์ไป่ใช้กับเด็กน้อยทั้งสองคนนี้เป็นวิธีการที่พิเศษยิ่งกว่าการที่ฮุ่ยเอ๋อยังไม่สามารถสร้างลมปราณขึ้นมาได้ต้องมีสาเหตุจากอะไรบางอย่างแน่ๆ

             

             

            ลุงหวงเป็นกังวลว่าร่างกายของเด็กคนนี้จะมีสิ่งใดผิดปกติ

             

            เขาเคยนำเรื่องนี้ไปถามท่านปรมาจารย์ไป่ด้วยตัวเองยามที่ทั้งสองคนอยู่ในห้องหนังสือ

             

            แต่แม้แต่ท่านปรมาจารย์ไป่เองก็ยังไม่สามารถสรุปได้

             

            และยังถูกนางห้ามไม่ให้บอกเด็กน้อยเด็ดขาด

             

            แต่มีหรือที่เด็กน้อยจะไม่รู้ตัวฮุ่ยเอ๋อเป็นเด็กฉลาด ทุกๆวันที่เธอยังไม่แม้แต่จะสามารถเริ่มฝึกตนได้ถังเย่เย่ที่อยู่ด้วยกันกลับมีพัฒนาการขึ้นทุกวันๆ พลังปราณของถังเย่เย่ก็แข็งแกร่งขึ้นทั้งยังได้รับคำชมมากมาย

             

            ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นวิ่งเข้ามาหาด้วยความไร้เดียงสามันกลับทำให้จิตใจของฮุ่ยเอ๋อกังวลมากขึ้นไปเรื่อยๆ

             

            เธอยังคงย่ำอยู่กับที่สักวันแม้แต่ถังเย่เย่ก็จะกลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับนายหญิง

             

            เช่นนั้นแล้วเธอจะยังจำเป็นอยู่หรือไม่?

             

            นายหญิงจะยังต้องการเด็กไร้ค่าที่ไม่มีประโยชน์แบบเธออีกหรือ?

             

             

            ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ลุงหวงสังเกตได้ในตอนเช้าว่าหลังจากที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักแล้วฮุ่ยเอ๋อจะคอยเดินตามตนเองไปทั่วและคอยช่วยเหลือทุกอย่างที่เขาทำ ตั้งแต่ทำอาหาร ทำความสะอาดรวมถึงตรวจตรารอบๆบ้าน

             

            คล้ายกับว่าเด็กคนนี้อยากจะทำตัวให้มีประโยชน์

             

            นอกจากนี้เขายังมาค้นพบในตอนกลังอีกว่านอกจากการฝึกพิเศษตอนเช้ากับเขาฝึกฝนกับท่านปรมาจารย์ไป่ในตอนบ่ายฮุ่ยเอ๋อยังแอบออกมาหลับตานั่งสมาธิคนเดียวเงียบๆในยามที่คนในบ้านเข้านอน

             

            เธอมักจะขมวดคิ้วขณะที่กำลังหลับตา

             

            ลุงหวงยังมักจะเห็นน้ำตาสายเล็กๆที่หางตาของเด็กน้อยยามที่กำลังฝึกฝนแต่พอเขาจะเข้าไปปลอบเด็กน้อยกลับรีบปาดมันทิ้งแล้วทำตัวร่าเริงต่อหน้าไม่ให้เขาเป็นกังวลแทน

             

            โดยเฉพาะยามที่อยู่ต่อหน้าท่านปรมาจารย์ไป่ฮุ่ยเอ๋อจะไม่แสดงท่าทีเศร้าเสียใจออกมาเป็นอันขาด ต่อให้เธอจะล้มเหลวขนาดไหนเธอก็จะยังลุกขึ้นสู้และขอลองใหม่ไปเรื่อยๆ

             

            แต่เบื้องหลังของเธอลุงหวงรู้ดีว่าช่วงนี้ฮุ่ยเอ๋อแอบออกมาร้องไห้คนเดียวทุกวัน

             

            และเขาก็รู้ว่าท่านปรมาจารย์ไป่เองก็รู้เรื่องนี้

             

            บางครั้งบางคราที่เขาแอบเฝ้ามองเด็กน้อยในตอนกลางคืนเขาจะเห็นเงาร่างเพรียวบางของท่านปรมาจารย์ไป่ปรากฏตัวออกมาหลายครั้งหลายครา

             

            บนใบหน้าของนางจะปรากฏร่องรอยแห่งความกังวลทั้งช่วงนี้นางยังเริ่มศึกษาหนังสือตำราทางการแพทย์สมัยใหม่รวมถึงแพทย์แผนจีนอีกด้วยลุงหวงรู้เพราะเขาเป็นคนจัดหาหนังสือพวกนั้นให้มาส่งที่บ้านเองเกือบทุกวัน

             

            หรือแม้แต่ท่านปรมาจารย์ไป่เองก็ยังไม่มีทางรักษา?

             

             

            ในอีกสองวันต่อมาลุงหวงที่กำลังจัดเตรียมมื้อเที่ยงให้กับคนในบ้านได้ยินเสียงรถยนต์หลายคันตัดผ่านถนนเข้ามาแน่นอนว่าเป้าหมายของรถเหล่านั้นต้องเป็นบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน

             

            เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านเดียวที่อยู่สุดปลายถนนนั้นทั้งยังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลอีกต่างหาก

             

            ก่อนที่เขาจะออกไปดูเขาก็พบว่าฮุ่ยเอ๋อที่กำลังฝึกฝนอยู่แถวนั้นได้เดินออกไปดูก่อนแล้ว

             

            ชายชราเช็ดมือแล้วเดินตามออกมาเมื่อมาถึงหน้าประตูเขากลับพบกับแขกที่ไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวได้

             

            “หวงจื่อหาน ไม่คิดว่าจะได้มาเจอแกที่นี่”

             

            เสียงชราที่เต็มไปด้วยอำนาจและความดุร้ายอันเป็นเอกลักษณ์ดังออกมาจากปากของชายชราที่เดินนำกลุ่มคนเข้ามา

             

            พยัคฆ์ภูผา ปรมาจารย์หานจุนโป๋!

             

            นอกจากเขาแล้วด้านหลังยังติดตามมาด้วยผู้ฝึกตนชนชั้นจอมยุทธ์มากกว่าสิบคนแต่ละคนแผ่ออร่าไม่เป็นมิตรออกมาจนลุงหวงต้องหรี่ตาและเริ่มโคจรลมปราณในร่าง

             

            “เหอะ! เพลงหมัดตระกูลถัง?ถึงจะมีดีอยู่บ้างแต่กลับเป็นขยะที่ไม่มีพลังปราณ?”หานจุนโป๋เหลือบไปมองฮุ่ยเอ๋อที่เดินออกมาดูก่อน ในวินาทีแรกเขาแปลกใจอย่างยิ่งที่เด็กคนนี้สามารถฝึกฝนเพลงหมัดตระกูลถังได้จนเชี่ยวชาญในระดับพื้นฐานแล้ว

             

            แต่เมื่อมองดูดีๆและยืนยันด้วยสัมผัสสวรรค์เขากลับสัมผัสถึงพลังปราณในร่างเด็กคนนี้ไม่ได้

             

            สำหรับผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์คนธรรมดานั้นไม่มีค่าในสายตาของหานจุนโป๋สักนิด

             

            แน่นอนว่าชายชราไม่ได้ต้องการแดกดันหรือหาเรื่องเด็กน้อยตัวเท่านี้แต่ด้วยนิสัยและตัวตนที่หล่อหลอมมานานคำพูดของเขาจึงแฝงความร้ายกาจและจิกกัดอยู่บางส่วนเสมอ

             

            แต่นั่นกลับเป็นการทำร้ายเด็กน้อยเต็มๆ

             

            การถูกดูถูกในเรื่องที่เป็นปมในใจสำหรับเด็กแล้วมันสามารถพัฒนาเป็นบาดแผลในใจที่ต่อให้โตไปก็จะยังจำได้ไม่รู้ลืม

             

            หานจุนโป๋ส่งเสียงเหอะออกมาคำหนึ่งเขาเหลือบไปมองฮุ่ยเอ๋อด้วยแววตาดูถูกชัดเจนยิ่งเขาสามารถยืนยันได้ก่อนมาที่นี่จากอาเทาแล้วว่าไป่ฟานเซียนนั้นมีพลังอยู่ในขั้นจอมยุทธ์เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป อะไรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไป่ฟานเซียนมันกลายเป็นขวางหูขวางตาเขาไปเสียหมด

             

            ไม่เว้นแม้แต่เด็กตัวน้อยๆ

             

            ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายหลานสาวของเขาทั้งยังเหยียดหยามศักดิ์ศรีตระกูลหานถึงที่ เขาย่อมต้องให้มันชดใช้เป็นร้อยเท่า

             

            “ไป่ฟานเซียนก็คงจะไม่เท่าไรจริงๆได้ข่าวมาว่ามีแต่เด็กน้อยสองคนคอยติดตามแต่ไม่นึกว่าแม้แต่เด็กไร้พรสวรรค์แบบนี้ก็ยังเลือกให้มาคอยรับใช้”

             

            ฮุ่ยเอ๋อแม้จะเสียใจแต่เธอกลับกำหมัดแน่นเธอสามารถอดทนอดกลั้นเท่าใดก็ได้หากว่านั่นเป็นการดูถูกเหยียดหยามตัวเอง แต่กับนายหญิงที่มีพระคุณ

             

            เธอไม่ยอม

             

            “อย่ามาว่านายหญิงนะ!”

             

            ฮุ่ยเอ๋อตะโกนด้วยความโกรธแต่วินาทีนั้นเองจอมยุทธ์ขั้น 6 ที่ติดตามหานจุนโป๋ก็เริ่มเคลื่อนไหวเขาพุ่งเข้าหาเด็กตัวเล็กๆอย่างไร้ความปราณีมือขวาเงื้อขึ้นกะจะฟาดเพื่อตบปากสั่งสอน!

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน