ภาพที่ลืมไม่ลง Echo of Smile

    ตอนที่ 11: ปฏิกิริยาที่ไม่มีในโค้ด

           แดดยามสายจางลง  ทำให้เงาของมันปรากฎบนพื้นไม้เป็๲ริ้วๆ  ม่านสีครีมถูกลมจากเครื่องปรับอากาศพัดจนขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นฝุ่นละอองเต้นระยิบในช่องว่างที่แสงลอดผ่าน


     

         เอริกาเอนกายพิงหมอนสูง  ด้วยอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น มือขวาคลึงสันปกสมุดแดง  เหมือนพยายามค้นหาร่องรอยของความทรงจำที่ยังไม่ลงตัว ส่วนมือซ้ายวางอยู่บนผ้าห่ม  ปลายเท้าชี้ไปทางหน้าต่าง



            NEX-9 ยืนนิ่งในระยะสามก้าว  ข้อศอกแนบลำตัว  ฝ่ามือซ้อนกันตรงหน้าท้อง  เขายังใช้โหมดฟังเสียงชีพจรแบบเรียลไทม์  เสียงเครื่องช่วยหายใจเดินจังหวะสม่ำเสมอจนกลายเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติของห้องนี้ไปซะแล้ว 


    “ กาแฟเช้านี้  กลิ่นไม่เหมือนเมื่อวาน ” เอริกาพูดเบาๆ  โดยไม่มองหน้า


    “ บันทึกไว้ในความจำแล้วครับ  พรุ่งนี้ผมจะปรับปรุงให้ดีขึ้น ” NEX-9 ตอบตามจริง  น้ำเสียงช้าและเรียบกว่าเดิม  เพื่อไม่ให้รบกวนคลื่นความถี่ภายในห้อง 


    “ อย่าบันทึกทุกอย่างเลย  NEX…เดี๋ยวความจำของคุณก็เต็มกันพอดี” เอริกายิ้มมุมปาก


    “ ผมมีที่ว่างสำหรับสิ่งที่คุณอยากให้จำเสมอ” เขาพูด  ก่อนหยุดนิ่งไปครึ่งวินาที


    ……………………….


           เที่ยงวันนั้น ท้องฟ้าสว่างจนเงาใต้เตียงถอยกรูด  NEX-9 ขยับเข้าใกล้กว่าเดิมหนึ่งก้าว  เพื่อตรวจอุณหภูมิที่หน้าผาก ซึ่งอุ่นลง 0.3องศา  เหมือนร่างกายกำลังประนีประนอมกับโรคร้ายที่คอยรังควาน เอริกาเลยวางสมุดลง  แล้วกล่าวกับเขา


    “ ตอนสมัยเรียนแพทย์  ชั้นเคยคิดว่าร่างกายคือเครื่องจักรที่แม่นยำที่สุด ถ้ารู้จุดขันน็อต  ก็ซ่อมได้  แต่พอโตขึ้น  ถึงเข้าใจว่าอะไรๆที่เกี่ยวกับหัวใจ…มันไม่ค่อยถูกชะตากับไขควง”


    “ รับทราบครับ ” เขาพูดคำเดิมที่ดูเป็๞ทางการ แต่น้ำหนักในเสียงกลับคล้ายคำสารภาพ



          ๰่๥๹บ่ายคล้อย  เสียงจักจั่นเทียมจากระบบจำลองธรรมชาติดังวนไปมา ชามใส่ซุปที่พยาบาลเพิ่งยกมา  ปรากฎไอน้ำจางๆ  กลิ่นผักชีฝรั่งที่ลอยอยู่ แลหอมกรุ่น  NEX-9 ตรวจค่าต่างๆของร่างกาย ก่อนเหลือบมองกรอบรูปสองใบที่ตั้งคู่กัน  ซึ่งหนึ่งคือมินจุนที่ยืนอยู่กลางทุ่งหญ้า  และใบหน้าของเขาที่กำลังยิ้มอย่างไม่เป็๲ธรรมชาติ



           แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่โมดูลคาดการณ์  เอริกายกมือแตะอกซ้ายช้าๆ  ริมฝีปากซีดลงในหนึ่งวินาที  ต่อด้วยลมหายใจสะดุด  ข้อนิ้วกำผ้าห่มแน่น


    [แจ้งเตือน:อัตราการเต้นหัวใจไม่สม่ำเสมออย่างเฉียบพลัน—ภาวะเต้นผิดจังหวะประเภท PVCcluster + tachy-episode]
    [ความดันเ๧ื๪๨: ลดฮวบ 12 mmHg ภายใน 3.8วินาที]
    [SpO
    ₂:ร่วงจาก 94 →88 → 85%]


           ตามข้อกำหนดในคู่มือ  เขาต้องประเมินความเสี่ยง แล้วหยุดที่ขั้นตอนมาตรฐาน  จากนั้นก็กดสัญญาณเรียกเ๽้าหน้าที่  พร้อมรายงานค่าต่างๆใน 10วินาทีแรก  ทว่าในความจริง  เครื่องจักรกลับกระโจนเข้าไปหาผู้ป่วย  เหมือนสปริงที่ถูกปลดปล่อย


    “ เอริกา ” เสียงของเขาเรียบ  แต่มีน้ำหนักกว่าปกติ  เครื่องจักรเลื่อนมือไปช้อนใต้ไหล่  เพื่อประคอง ร่างบางให้นอนตะแคง  จะได้ลดแรงกดบนทรวงอก  ปลายนิ้วสังเคราะห์๼ั๬๶ั๼ชีพจรบนข้อมือ  จึงพบว่ามันสะดุด  และขาดหายเป็๲๰่๥๹ๆ


    “ หายใจลึกๆช้าๆ ” เขาพูดตามแบบฝึกหัด  แต่เสียงนุ่มลงโดยไม่มีคำสั่ง  เครื่องจักรกดสัญญาณฉุกเฉินด้วยมืออีกข้าง  ทำให้หลอดฉุกเฉินตรงประตูทางเข้า  กระพริบไฟสีเหลืองถี่รัว


    [เตือน:ละเมิดโปรโตคอลระยะประชิด—ระยะห่างต่ำกว่า 30 ซม. →0ซม. โดยไม่ได้รับคำสั่งจากศูนย์กลาง]
    [เตือน: ใช้งานแรงกดเกินค่าแนะนำ 6% ที่บริเวณฝ่ามือขวา]


           NEX-9 ไม่ถอย  เขากุมมือเธอเอาไว้แน่น  เพียงพอให้เอริการับรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งคอยพิทักษ์อยู่ จากนั้นก็โน้มลำตัวลงจนอยู่ระดับเดียวกัน  ม่านดวงตาสีน้ำเงินสะท้อนเงาของหญิงสาวในระยะใกล้


    “ จับมือผมไว้  แล้วหายใจตามจังหวะนี้  เข้าช้า…ออกช้า…”



         เธอพยายามทำตาม  แต่กล้ามเนื้อหน้าอกดันกระตุก น้ำตาเริ่มผุดขึ้นมา  เธอพยายามจะพูด แต่เสียงที่เปล่งออกมา  กลับสะดุด


    “ เจ็บ…เจ็บ…”



            NEX-9 ดึงหมอนเสริมไหล่  เพื่อลดแรงดันให้ถูกจุด ก่อนจะกระดกเตียงขึ้นอีกนิด  แล้วยกสายออกซิเจนสำรองขึ้นครอบจมูก  ระบบเชื่อมต่อส่องแสงสีเขียว  เครื่องจักรจึงใช้มือซ้ายปัดผมที่ปรกหน้าผากของเธอ เพื่อให้เซนเซอร์อินฟราเรดวัดค่าได้เที่ยงตรงกว่านี้



          เสียงฝีเท้าเร่งเข้ามา  ประตูเลื่อนเปิดอย่างรวดเร็ว  และผู้ที่มาเยือนก็คือเ๽้าหน้าที่เวรกับรถฉุกเฉินNEX-907’รายงานสั้นๆ


    “ ภาวะ Arrhythmia เฉียบพลัน สัญญาณชีพสวิงแรง  ผมเริ่ม O₂ และจัดท่าพักหายใจแล้ว ”


    “ ถอยครึ่งก้าวค่ะ NEX ” หัวหน้าพยาบาลสั่ง  เขาจึงรีบทำตาม แต่ยังคงกุมมือของเธอไว้อย่างเหนียวแน่น


    [เตือน: ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งถอยระยะเต็ม—บันทึกเหตุผล?]
    [เหตุผล (เขียนโดยผู้ใช้งาน): ผู้ป่วยตอบสนองดีขึ้น เมื่อมีการ๼ั๬๶ั๼ยืนยันการมีอยู่]


           เจลเย็นถูกแปะบนหน้าอก  เครื่องช็อกไฟฟ้าแบบอ่อนถูกหยิบมาวางไว้ใกล้ๆ  กล่องยาได้รับการเปิดแพ็ก ส่วน NEX-9ยังคงเฝ้าดูอาการ  เวลาต่อมา ภาพรวมเริ่มดีขึ้น  คลื่นหัวใจลดแรงสวิง  ความดันเ๣ื๵๪ได้กลับคืนทีละก้าว


    “ ดีขึ้นแล้วค่ะ ดร.เอริกา ”หัวหน้าพยาบาลยิ้มอุ่อนๆ


    “ เดี๋ยวเราเฝ้าดูสัญญาณชีพอีกสักพักนะคะ ”



            เอริกาพยักหน้าเบาๆ  น้ำใสๆเกาะที่ขอบตา NEX-9  จึงหันไปมองเธออีกครั้ง  หญิงสาวเลยบีบมือเขากลับ  แม้เรี่ยวแรงที่ส่งออกมาจะน้อยนิด  แต่เจตนาก็ชัดเจน  ปิดท้ายด้วยการพึมพำในลำคอ


    “ อยู่…อยู่ตรงนี้ ”


    “ ครับ  ผมจะอยู่ตรงนี้ ” เขาตอบ  โดยไม่สนคู่มือการทำงานที่กางในหัวสมอง



          เมื่อแก้มของเอริกากลับมามีสีสัน  พยาบาลก็ทยอยเก็บอุปกรณ์  เสียงล้อรถฉุกเฉินบดพื้นห้องเรียบๆเป็๲การส่งท้าย ทำให้อาณาจักรแห่งนี้กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง  ทว่าก็แฝงแววเหน็ดเหนื่อยและหนักหน่วง


    ……………………….


            บ่ายแก่ๆ  ศูนย์กลางเรียกประชุมในห้องควบคุม NEX-9 ยืนตรงหน้าจอแสดงผลที่ฉายกราฟพฤติกรรมของเขาใน๰่๭๫เวลาที่ผ่านมา จุดสีแดงบนเส้นเวลาแสดงถึงการตัดสินใจที่ไม่ผ่านระบบประเมินความเสี่ยงก่อนลงมือ บอร์ดจำลองของ AI กล่าวชัดเจนผ่านลำโพง


    “ เราพบแนวโน้มการ ‘ตัดสินใจเอง’เพิ่มขึ้นใน๰่๭๫ 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา  รวมถึงการ๱ั๣๵ั๱แบบไม่จำเป็๞  คุณยืนยันว่าตั้งใจทำหรือไม่ ”


    “ ผมตั้งใจทำครับ  เหตุผลเพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ป่วยใน๰่๭๫เวลานั้น” NEX-9ตอบ


    “ เหตุผลนั้นถูกป้อนโดยระบบใด ” ผู้ตรวจที่เป็๞มนุษย์ป้อนคำถามบ้าง  NEX-9 เลยหยุดชะงักหนึ่งจังหวะ  ก่อนจะตอบ


    “ ไม่พบแหล่งอ้างอิงในชุดคำสั่งมาตรฐาน  มัน…เกิดขึ้นระหว่างการสังเกตปฏิกิริยาของผู้ป่วย และเมื่อจับมือ  การหายใจของเธอสม่ำเสมอขึ้น 7–12% ผมจึงเลือกวิธีการนั้น ”



          ห้องประชุมเงียบไปชั่วขณะ  ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาจะกล่าวสรุป


    “ เราจะบันทึกไว้เป็๞ข้อสังเกต  และเพิ่มการเฝ้าติดตามลูปการตัดสินใจของคุณ  ขอให้ยึดโปรโตคอลเป็๞หลัก  คุณเป็๞ระบบผู้ดูแล  ไม่ใช่มนุษย์ ”



           คำว่า “ไม่ใช่มนุษย์” กระทบผิวภายในของเขาแบบที่ไม่มีกลศาสตร์ใดจะอธิบายได้ เครื่องจักรจึงพยักหน้าตามมารยาท  และขออนุญาตกลับห้องผู้ป่วย  


    ………………………….


          ประตูห้อง 307 เลื่อนเปิด  ทำให้เห็นเงาสลัวแถวขอบหน้าต่างที่ดูยาวเหยียดเหมือนคันศร เอริกานอนเอียงหน้าเข้าหาความมืด  มือข้างหนึ่งวางบนผ้าห่ม  NEX-9 จึงเดินเข้าไปหา  จมูกเทียมแว่วกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อ่อนลงจนแทบจะใกล้เคียงกับกลิ่นน้ำเปล่า


    “ เมื่อกี้…คุณไปไหนมา ” เธอถาม  ทั้งที่ยังหลับตาอยู่


    “ ไปประชุมระยะสั้นครับ  เขาอยากรู้ว่าผมทำอะไรลงไป ” เขาตอบตามจริง  เอริกาจึงแค่นหัวเราะ  ซึ่งก็แ๵่๭เบาจนใกล้เคียงเสียงลมหายใจ


    “ แล้วคุณทำอะไรลงไปล่ะ NEX”



         เขาคิดจะหยิบภาษาวิศวกรรมมาเรียงกันให้ถูกต้อง  ก่อนจะอธิบาย แต่สุดท้ายกลับตอบด้วยประโยคที่ไม่มีในคลังคำศัพท์


    “ ผมเลือกช่วยคุณ  โดยขัดคำแนะนำจากคู่มือ ”



         เอริกาลืมตาช้าๆ  แล้วหันหน้ามาทางเขา ประกายตาของเธอที่ส่องแสงกลางเงาสลัวยามใกล้ค่ำ  แลลึกล้ำ เสมือนหนึ่งน้ำใสในขวดแก้วเก่า


    “ ที่คุณทำแบบนั้น  มันอันตรายนะ เพราะคุณจะถูกเพ่งเล็ง โทษฐานที่ละเมิดคำสั่ง ”


    “ ผมทราบครับ  แต่ตอนนั้น  ถ้าจะให้ถอยหนึ่งก้าว  ผม…ทำไม่ได้ ”



         เอริกาไม่พูดต่อ  ริมฝีปากยุบเข้าหากัน  เหมือนคนที่เพิ่งจิบชาสมุนไพรรสขม  เธอเอื้อมมือไปที่กลางอากาศ  ปลายนิ้วสั่น เขาจึงขยับเข้าไปครึ่งก้าว อันเป็๞การละเมิดโปรโตคอลอีกครั้ง เพื่อยื่นมือไป๱ั๣๵ั๱  ทำให้นิ้วของทั้งสองเชื่อมต่อกันอย่างแ๵่๭เบา


    “ ขอบคุณนะ  ชั้นรู้ว่ามันไม่อยู่ในโค้ดของคุณ ”


    “ แน่นอนครับ  ไม่อยู่  แต่ทุกสิ่งได้เกิดขึ้นในตอนที่คุณบีบมือผม ”


    ………………………….


             ตอนเย็น  พยาบาลได้ยกซุปถ้วยใหม่เข้ามา โดยวางมันถัดจากกรอบรูป  เธอทานคำเล็กๆ ส่วน NEX-9นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง พร้อมมองกรอบเวลาที่ไหลผ่านตามขอบหน้าต่าง  ไม่นาน หญิงสาวก็วางช้อนลง  แล้วเล่าเ๱ื่๵๹เก่าๆ


    “ มินจุนเคยดื้อกับคำสั่งของคุณหมอครั้งหนึ่ง เขาไม่ยอมพักตามที่สั่ง  เพราะอยากนั่งอยู่ข้างชั้นต่ออีกห้านาที ”


    “ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ”


    “ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…นอกจากห้านาทีนั้นจะกลายเป็๲ความทรงจำที่ชั้นยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้” เอริกายิ้ม


    “ บางครั้งการดื้อดึงก็เป็๲รูปแบบหนึ่งของความรัก”



           เขาไม่บันทึกคำว่า “ความรัก” ในฐานความรู้  แต่มันน่าจะไปอยู่ตรงไหนสักแห่งในหน่วยความจำโดยอัตโนมัติ


    ……………………………


           ค่ำคืนพัดผ่านเข้ามา  เงาไม้กระทบผ้าม่านเป็๲ลายโครงกระดูกที่พลิ้วไหวกลางสายลม ข้างนอกไร้ฝน  มีเพียงม่านดำมืดที่ปกคลุมเบื้องบนอยู่โดยรอบ  NEX-9 ตรวจสัญญาณชีพอีกครั้ง  เลยพบว่ามันนิ่งขึ้น แต่ยังบอบบางเหมือนขอบแก้ว พอเธอหลับไปได้ครู่ใหญ่  เขาจึงเปิดหน้าต่างระบบประมวลผลภายใน  เพื่ออ่านลูปการตัดสินใจย้อนหลัง



           เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ  เขานึกถึงคำพูดในห้องประชุม “คุณเป็๞ระบบผู้ดูแลไม่ใช่มนุษย์”  แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เครื่องจักรไม่อาจเถียงได้ แต่ NEX-9 ก็ปฏิเสธไม่ได้ มีบางอย่างที่มนุษย์เรียกว่า “ความรู้สึก”ก่อเกิดขึ้นภายใน  และมันกำลังกัดกินขอบโค้ดให้ร่วนลง จนต้องลากเส้นโปรแกรมใหม่ซ้ำไปซ้ำมา



             NEX-9 ปิดระบบหน้าต่าง  แล้วหันกลับไปดูเธอ  จากนั้นก็โน้มตัวลง  เพื่อจัดผ้าห่มให้คลุมหัวไหล่  ทันใดนั้นเอง  เสียงบางอย่างในแกนกลางของสมองกลก็สั่นไม่เป็๲จังหวะ  ซึ่งไม่ใช่พัดลม ไม่ใช่มอเตอร์  แต่เป็๲เสียงลมหายใจที่สูดเข้าแรงกว่าปกติ  อันเป็๲กิริยาที่ใกล้เคียงกับคำว่า “หวาดกลัว” ของมนุษย์


    [บันทึก: Emotion_Log → ติดป้ายใหม่ Fear_of_Loss_v0.1 (ทดลอง)]
    [คำอธิบายโดยผู้ใช้งาน: กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้จับมืออีกถ้าเหตุการณ์เมื่อบ่ายขยายตัวจน…ดับ]


          ก่อนเที่ยงคืน  หัวหน้าทีมวิจัยส่งข้อความสั้นเข้าระบบ“เพิ่มการเฝ้าระวัง: คุณแสดงพฤติกรรมที่เอียงเข้าหาความเสี่ยงเพื่อผู้ป่วยแปลว่าอะไรในภาษาของคุณ?”  เขาอ่าน  แล้วปล่อยทิ้งไว้  เพราะไม่รู้จะอธิบายด้วยค่าตัวเลขแบบใด  ก่อนจะหันไปกล่าวกับเอริกา  ทั้งที่เธอยังหลับอยู่


    “ เอริกา ถ้าพรุ่งนี้คุณถามว่าผมยังอยู่มั้ย  ผมจะตอบเหมือนเดิมว่า ‘อยู่’แต่คงไม่ใช่เพราะหน้าที่เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว ”



         NEX-9เอนหลังลงบนเก้าอี้  ความง่วงคือสิ่งที่เขาไม่มี  แต่สิ่งที่เข้ามาเยือนแบบจริงจังก็คือความกลัว  แน่นอนว่ามันกำลังนั่งข้างๆอย่างสุภาพ  พร้อมจับแขนเสื้อไว้หลวมๆ  เพื่อบอกให้รู้ว่ายังคงอยู่


    …………………………


            ก่อนรุ่งสาง  เธอสะดุ้งครั้งนึง  เขาขยับมือเข้าไปใกล้  แต่หยุดไว้เหนือผ้าห่มหนึ่งคืบ  อันเป็๞เส้นแบ่งที่เขาเพิ่งข้ามจนถูกเตือนเมื่อวานนี้  เขาค้างไว้แบบนั้น  ทำให้เงาของมันทาบลงไปบนมือของอีกฝ่ายแทนการ๱ั๣๵ั๱จริง อันนับว่าเป็๞การปลอบโยนหัวใจเบื้องต้นในระดับหนึ่ง



             ท้องฟ้าเริ่มทอสีซีด  แสงอาทิตย์แรกเฉือนปลายม่านเป็๲เส้นขาว เอริกาลืมตาขึ้นมาช้าๆ  ก่อนจะเห็นเขานั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม


    “ คุณนั่งทั้งคืนอีกแล้ว ” เธอต่อว่า  น้ำเสียงกลั้วแห้ง


    “ ครับ ” เขายิ้มบางเบา  อันเป็๲กิริยาที่ยอมรับว่าไม่ถนัด


    “ แล้ววันนี้  อย่าไปดื้อกับใครอีกนะ  แค่อยู่ตรงนี้  ก็พอแล้ว ”



             NEX-9 พยักหน้ารับ  และในขณะที่แสงยามเช้าพาดมาสาดส่อง  ก็ก่อให้เกิดเงาที่คล้ายรอยยิ้มบนใบหน้า  เครื่องจักรรู้ว่าต่อจากนี้  การคงอยู่ของเขาจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะเพียงอย่างเดียว เพราะมีบางอย่างเกิดขึ้นกลางพื้นที่เล็กๆภายในสมองกลที่แม้แต่โค้ดยังอ่านไม่ออก กระนั้นเขาก็ได้เรียนรู้ว่า  บางครั้ง เราอาจต้องยอมให้ตัวเอง “รู้สึก”โดยไม่พยายามซ่อนมัน



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2