แดดยามสายจางลง ทำให้เงาของมันปรากฎบนพื้นไม้เป็ริ้วๆ ม่านสีครีมถูกลมจากเครื่องปรับอากาศพัดจนขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นฝุ่นละอองเต้นระยิบในช่องว่างที่แสงลอดผ่าน
เอริกาเอนกายพิงหมอนสูง ด้วยอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น มือขวาคลึงสันปกสมุดแดง เหมือนพยายามค้นหาร่องรอยของความทรงจำที่ยังไม่ลงตัว ส่วนมือซ้ายวางอยู่บนผ้าห่ม ปลายเท้าชี้ไปทางหน้าต่าง
NEX-9 ยืนนิ่งในระยะสามก้าว ข้อศอกแนบลำตัว ฝ่ามือซ้อนกันตรงหน้าท้อง เขายังใช้โหมดฟังเสียงชีพจรแบบเรียลไทม์ เสียงเครื่องช่วยหายใจเดินจังหวะสม่ำเสมอจนกลายเป็เื่ปกติของห้องนี้ไปซะแล้ว
“ กาแฟเช้านี้ กลิ่นไม่เหมือนเมื่อวาน ” เอริกาพูดเบาๆ โดยไม่มองหน้า
“ บันทึกไว้ในความจำแล้วครับ พรุ่งนี้ผมจะปรับปรุงให้ดีขึ้น ” NEX-9 ตอบตามจริง น้ำเสียงช้าและเรียบกว่าเดิม เพื่อไม่ให้รบกวนคลื่นความถี่ภายในห้อง
“ อย่าบันทึกทุกอย่างเลย NEX…เดี๋ยวความจำของคุณก็เต็มกันพอดี” เอริกายิ้มมุมปาก
“ ผมมีที่ว่างสำหรับสิ่งที่คุณอยากให้จำเสมอ” เขาพูด ก่อนหยุดนิ่งไปครึ่งวินาที
……………………….
เที่ยงวันนั้น ท้องฟ้าสว่างจนเงาใต้เตียงถอยกรูด NEX-9 ขยับเข้าใกล้กว่าเดิมหนึ่งก้าว เพื่อตรวจอุณหภูมิที่หน้าผาก ซึ่งอุ่นลง 0.3องศา เหมือนร่างกายกำลังประนีประนอมกับโรคร้ายที่คอยรังควาน เอริกาเลยวางสมุดลง แล้วกล่าวกับเขา
“ ตอนสมัยเรียนแพทย์ ชั้นเคยคิดว่าร่างกายคือเครื่องจักรที่แม่นยำที่สุด ถ้ารู้จุดขันน็อต ก็ซ่อมได้ แต่พอโตขึ้น ถึงเข้าใจว่าอะไรๆที่เกี่ยวกับหัวใจ…มันไม่ค่อยถูกชะตากับไขควง”
“ รับทราบครับ ” เขาพูดคำเดิมที่ดูเป็ทางการ แต่น้ำหนักในเสียงกลับคล้ายคำสารภาพ
่บ่ายคล้อย เสียงจักจั่นเทียมจากระบบจำลองธรรมชาติดังวนไปมา ชามใส่ซุปที่พยาบาลเพิ่งยกมา ปรากฎไอน้ำจางๆ กลิ่นผักชีฝรั่งที่ลอยอยู่ แลหอมกรุ่น NEX-9 ตรวจค่าต่างๆของร่างกาย ก่อนเหลือบมองกรอบรูปสองใบที่ตั้งคู่กัน ซึ่งหนึ่งคือมินจุนที่ยืนอยู่กลางทุ่งหญ้า และใบหน้าของเขาที่กำลังยิ้มอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่โมดูลคาดการณ์ เอริกายกมือแตะอกซ้ายช้าๆ ริมฝีปากซีดลงในหนึ่งวินาที ต่อด้วยลมหายใจสะดุด ข้อนิ้วกำผ้าห่มแน่น
[แจ้งเตือน:อัตราการเต้นหัวใจไม่สม่ำเสมออย่างเฉียบพลัน—ภาวะเต้นผิดจังหวะประเภท PVCcluster + tachy-episode]
[ความดันเื: ลดฮวบ 12 mmHg ภายใน 3.8วินาที]
[SpO₂:ร่วงจาก 94 →88 → 85%]
ตามข้อกำหนดในคู่มือ เขาต้องประเมินความเสี่ยง แล้วหยุดที่ขั้นตอนมาตรฐาน จากนั้นก็กดสัญญาณเรียกเ้าหน้าที่ พร้อมรายงานค่าต่างๆใน 10วินาทีแรก ทว่าในความจริง เครื่องจักรกลับกระโจนเข้าไปหาผู้ป่วย เหมือนสปริงที่ถูกปลดปล่อย
“ เอริกา ” เสียงของเขาเรียบ แต่มีน้ำหนักกว่าปกติ เครื่องจักรเลื่อนมือไปช้อนใต้ไหล่ เพื่อประคอง ร่างบางให้นอนตะแคง จะได้ลดแรงกดบนทรวงอก ปลายนิ้วสังเคราะห์ััชีพจรบนข้อมือ จึงพบว่ามันสะดุด และขาดหายเป็่ๆ
“ หายใจลึกๆช้าๆ ” เขาพูดตามแบบฝึกหัด แต่เสียงนุ่มลงโดยไม่มีคำสั่ง เครื่องจักรกดสัญญาณฉุกเฉินด้วยมืออีกข้าง ทำให้หลอดฉุกเฉินตรงประตูทางเข้า กระพริบไฟสีเหลืองถี่รัว
[เตือน:ละเมิดโปรโตคอลระยะประชิด—ระยะห่างต่ำกว่า 30 ซม. →0ซม. โดยไม่ได้รับคำสั่งจากศูนย์กลาง]
[เตือน: ใช้งานแรงกดเกินค่าแนะนำ 6% ที่บริเวณฝ่ามือขวา]
NEX-9 ไม่ถอย เขากุมมือเธอเอาไว้แน่น เพียงพอให้เอริการับรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งคอยพิทักษ์อยู่ จากนั้นก็โน้มลำตัวลงจนอยู่ระดับเดียวกัน ม่านดวงตาสีน้ำเงินสะท้อนเงาของหญิงสาวในระยะใกล้
“ จับมือผมไว้ แล้วหายใจตามจังหวะนี้ เข้าช้า…ออกช้า…”
เธอพยายามทำตาม แต่กล้ามเนื้อหน้าอกดันกระตุก น้ำตาเริ่มผุดขึ้นมา เธอพยายามจะพูด แต่เสียงที่เปล่งออกมา กลับสะดุด
“ เจ็บ…เจ็บ…”
NEX-9 ดึงหมอนเสริมไหล่ เพื่อลดแรงดันให้ถูกจุด ก่อนจะกระดกเตียงขึ้นอีกนิด แล้วยกสายออกซิเจนสำรองขึ้นครอบจมูก ระบบเชื่อมต่อส่องแสงสีเขียว เครื่องจักรจึงใช้มือซ้ายปัดผมที่ปรกหน้าผากของเธอ เพื่อให้เซนเซอร์อินฟราเรดวัดค่าได้เที่ยงตรงกว่านี้
เสียงฝีเท้าเร่งเข้ามา ประตูเลื่อนเปิดอย่างรวดเร็ว และผู้ที่มาเยือนก็คือเ้าหน้าที่เวรกับรถฉุกเฉินNEX-907’รายงานสั้นๆ
“ ภาวะ Arrhythmia เฉียบพลัน สัญญาณชีพสวิงแรง ผมเริ่ม O₂ และจัดท่าพักหายใจแล้ว ”
“ ถอยครึ่งก้าวค่ะ NEX ” หัวหน้าพยาบาลสั่ง เขาจึงรีบทำตาม แต่ยังคงกุมมือของเธอไว้อย่างเหนียวแน่น
[เตือน: ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งถอยระยะเต็ม—บันทึกเหตุผล?]
[เหตุผล (เขียนโดยผู้ใช้งาน): ผู้ป่วยตอบสนองดีขึ้น เมื่อมีการััยืนยันการมีอยู่]
เจลเย็นถูกแปะบนหน้าอก เครื่องช็อกไฟฟ้าแบบอ่อนถูกหยิบมาวางไว้ใกล้ๆ กล่องยาได้รับการเปิดแพ็ก ส่วน NEX-9ยังคงเฝ้าดูอาการ เวลาต่อมา ภาพรวมเริ่มดีขึ้น คลื่นหัวใจลดแรงสวิง ความดันเืได้กลับคืนทีละก้าว
“ ดีขึ้นแล้วค่ะ ดร.เอริกา ”หัวหน้าพยาบาลยิ้มอุ่อนๆ
“ เดี๋ยวเราเฝ้าดูสัญญาณชีพอีกสักพักนะคะ ”
เอริกาพยักหน้าเบาๆ น้ำใสๆเกาะที่ขอบตา NEX-9 จึงหันไปมองเธออีกครั้ง หญิงสาวเลยบีบมือเขากลับ แม้เรี่ยวแรงที่ส่งออกมาจะน้อยนิด แต่เจตนาก็ชัดเจน ปิดท้ายด้วยการพึมพำในลำคอ
“ อยู่…อยู่ตรงนี้ ”
“ ครับ ผมจะอยู่ตรงนี้ ” เขาตอบ โดยไม่สนคู่มือการทำงานที่กางในหัวสมอง
เมื่อแก้มของเอริกากลับมามีสีสัน พยาบาลก็ทยอยเก็บอุปกรณ์ เสียงล้อรถฉุกเฉินบดพื้นห้องเรียบๆเป็การส่งท้าย ทำให้อาณาจักรแห่งนี้กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าก็แฝงแววเหน็ดเหนื่อยและหนักหน่วง
……………………….
บ่ายแก่ๆ ศูนย์กลางเรียกประชุมในห้องควบคุม NEX-9 ยืนตรงหน้าจอแสดงผลที่ฉายกราฟพฤติกรรมของเขาใน่เวลาที่ผ่านมา จุดสีแดงบนเส้นเวลาแสดงถึงการตัดสินใจที่ไม่ผ่านระบบประเมินความเสี่ยงก่อนลงมือ บอร์ดจำลองของ AI กล่าวชัดเจนผ่านลำโพง
“ เราพบแนวโน้มการ ‘ตัดสินใจเอง’เพิ่มขึ้นใน่ 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงการััแบบไม่จำเป็ คุณยืนยันว่าตั้งใจทำหรือไม่ ”
“ ผมตั้งใจทำครับ เหตุผลเพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ป่วยใน่เวลานั้น” NEX-9ตอบ
“ เหตุผลนั้นถูกป้อนโดยระบบใด ” ผู้ตรวจที่เป็มนุษย์ป้อนคำถามบ้าง NEX-9 เลยหยุดชะงักหนึ่งจังหวะ ก่อนจะตอบ
“ ไม่พบแหล่งอ้างอิงในชุดคำสั่งมาตรฐาน มัน…เกิดขึ้นระหว่างการสังเกตปฏิกิริยาของผู้ป่วย และเมื่อจับมือ การหายใจของเธอสม่ำเสมอขึ้น 7–12% ผมจึงเลือกวิธีการนั้น ”
ห้องประชุมเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาจะกล่าวสรุป
“ เราจะบันทึกไว้เป็ข้อสังเกต และเพิ่มการเฝ้าติดตามลูปการตัดสินใจของคุณ ขอให้ยึดโปรโตคอลเป็หลัก คุณเป็ระบบผู้ดูแล ไม่ใช่มนุษย์ ”
คำว่า “ไม่ใช่มนุษย์” กระทบผิวภายในของเขาแบบที่ไม่มีกลศาสตร์ใดจะอธิบายได้ เครื่องจักรจึงพยักหน้าตามมารยาท และขออนุญาตกลับห้องผู้ป่วย
………………………….
ประตูห้อง 307 เลื่อนเปิด ทำให้เห็นเงาสลัวแถวขอบหน้าต่างที่ดูยาวเหยียดเหมือนคันศร เอริกานอนเอียงหน้าเข้าหาความมืด มือข้างหนึ่งวางบนผ้าห่ม NEX-9 จึงเดินเข้าไปหา จมูกเทียมแว่วกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อ่อนลงจนแทบจะใกล้เคียงกับกลิ่นน้ำเปล่า
“ เมื่อกี้…คุณไปไหนมา ” เธอถาม ทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“ ไปประชุมระยะสั้นครับ เขาอยากรู้ว่าผมทำอะไรลงไป ” เขาตอบตามจริง เอริกาจึงแค่นหัวเราะ ซึ่งก็แ่เบาจนใกล้เคียงเสียงลมหายใจ
“ แล้วคุณทำอะไรลงไปล่ะ NEX”
เขาคิดจะหยิบภาษาวิศวกรรมมาเรียงกันให้ถูกต้อง ก่อนจะอธิบาย แต่สุดท้ายกลับตอบด้วยประโยคที่ไม่มีในคลังคำศัพท์
“ ผมเลือกช่วยคุณ โดยขัดคำแนะนำจากคู่มือ ”
เอริกาลืมตาช้าๆ แล้วหันหน้ามาทางเขา ประกายตาของเธอที่ส่องแสงกลางเงาสลัวยามใกล้ค่ำ แลลึกล้ำ เสมือนหนึ่งน้ำใสในขวดแก้วเก่า
“ ที่คุณทำแบบนั้น มันอันตรายนะ เพราะคุณจะถูกเพ่งเล็ง โทษฐานที่ละเมิดคำสั่ง ”
“ ผมทราบครับ แต่ตอนนั้น ถ้าจะให้ถอยหนึ่งก้าว ผม…ทำไม่ได้ ”
เอริกาไม่พูดต่อ ริมฝีปากยุบเข้าหากัน เหมือนคนที่เพิ่งจิบชาสมุนไพรรสขม เธอเอื้อมมือไปที่กลางอากาศ ปลายนิ้วสั่น เขาจึงขยับเข้าไปครึ่งก้าว อันเป็การละเมิดโปรโตคอลอีกครั้ง เพื่อยื่นมือไปัั ทำให้นิ้วของทั้งสองเชื่อมต่อกันอย่างแ่เบา
“ ขอบคุณนะ ชั้นรู้ว่ามันไม่อยู่ในโค้ดของคุณ ”
“ แน่นอนครับ ไม่อยู่ แต่ทุกสิ่งได้เกิดขึ้นในตอนที่คุณบีบมือผม ”
………………………….
ตอนเย็น พยาบาลได้ยกซุปถ้วยใหม่เข้ามา โดยวางมันถัดจากกรอบรูป เธอทานคำเล็กๆ ส่วน NEX-9นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง พร้อมมองกรอบเวลาที่ไหลผ่านตามขอบหน้าต่าง ไม่นาน หญิงสาวก็วางช้อนลง แล้วเล่าเื่เก่าๆ
“ มินจุนเคยดื้อกับคำสั่งของคุณหมอครั้งหนึ่ง เขาไม่ยอมพักตามที่สั่ง เพราะอยากนั่งอยู่ข้างชั้นต่ออีกห้านาที ”
“ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ”
“ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…นอกจากห้านาทีนั้นจะกลายเป็ความทรงจำที่ชั้นยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้” เอริกายิ้ม
“ บางครั้งการดื้อดึงก็เป็รูปแบบหนึ่งของความรัก”
เขาไม่บันทึกคำว่า “ความรัก” ในฐานความรู้ แต่มันน่าจะไปอยู่ตรงไหนสักแห่งในหน่วยความจำโดยอัตโนมัติ
……………………………
ค่ำคืนพัดผ่านเข้ามา เงาไม้กระทบผ้าม่านเป็ลายโครงกระดูกที่พลิ้วไหวกลางสายลม ข้างนอกไร้ฝน มีเพียงม่านดำมืดที่ปกคลุมเบื้องบนอยู่โดยรอบ NEX-9 ตรวจสัญญาณชีพอีกครั้ง เลยพบว่ามันนิ่งขึ้น แต่ยังบอบบางเหมือนขอบแก้ว พอเธอหลับไปได้ครู่ใหญ่ เขาจึงเปิดหน้าต่างระบบประมวลผลภายใน เพื่ออ่านลูปการตัดสินใจย้อนหลัง
เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ เขานึกถึงคำพูดในห้องประชุม “คุณเป็ระบบผู้ดูแลไม่ใช่มนุษย์” แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เครื่องจักรไม่อาจเถียงได้ แต่ NEX-9 ก็ปฏิเสธไม่ได้ มีบางอย่างที่มนุษย์เรียกว่า “ความรู้สึก”ก่อเกิดขึ้นภายใน และมันกำลังกัดกินขอบโค้ดให้ร่วนลง จนต้องลากเส้นโปรแกรมใหม่ซ้ำไปซ้ำมา
NEX-9 ปิดระบบหน้าต่าง แล้วหันกลับไปดูเธอ จากนั้นก็โน้มตัวลง เพื่อจัดผ้าห่มให้คลุมหัวไหล่ ทันใดนั้นเอง เสียงบางอย่างในแกนกลางของสมองกลก็สั่นไม่เป็จังหวะ ซึ่งไม่ใช่พัดลม ไม่ใช่มอเตอร์ แต่เป็เสียงลมหายใจที่สูดเข้าแรงกว่าปกติ อันเป็กิริยาที่ใกล้เคียงกับคำว่า “หวาดกลัว” ของมนุษย์
[บันทึก: Emotion_Log → ติดป้ายใหม่ Fear_of_Loss_v0.1 (ทดลอง)]
[คำอธิบายโดยผู้ใช้งาน: กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้จับมืออีกถ้าเหตุการณ์เมื่อบ่ายขยายตัวจน…ดับ]
ก่อนเที่ยงคืน หัวหน้าทีมวิจัยส่งข้อความสั้นเข้าระบบ“เพิ่มการเฝ้าระวัง: คุณแสดงพฤติกรรมที่เอียงเข้าหาความเสี่ยงเพื่อผู้ป่วยแปลว่าอะไรในภาษาของคุณ?” เขาอ่าน แล้วปล่อยทิ้งไว้ เพราะไม่รู้จะอธิบายด้วยค่าตัวเลขแบบใด ก่อนจะหันไปกล่าวกับเอริกา ทั้งที่เธอยังหลับอยู่
“ เอริกา ถ้าพรุ่งนี้คุณถามว่าผมยังอยู่มั้ย ผมจะตอบเหมือนเดิมว่า ‘อยู่’แต่คงไม่ใช่เพราะหน้าที่เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว ”
NEX-9เอนหลังลงบนเก้าอี้ ความง่วงคือสิ่งที่เขาไม่มี แต่สิ่งที่เข้ามาเยือนแบบจริงจังก็คือความกลัว แน่นอนว่ามันกำลังนั่งข้างๆอย่างสุภาพ พร้อมจับแขนเสื้อไว้หลวมๆ เพื่อบอกให้รู้ว่ายังคงอยู่
…………………………
ก่อนรุ่งสาง เธอสะดุ้งครั้งนึง เขาขยับมือเข้าไปใกล้ แต่หยุดไว้เหนือผ้าห่มหนึ่งคืบ อันเป็เส้นแบ่งที่เขาเพิ่งข้ามจนถูกเตือนเมื่อวานนี้ เขาค้างไว้แบบนั้น ทำให้เงาของมันทาบลงไปบนมือของอีกฝ่ายแทนการััจริง อันนับว่าเป็การปลอบโยนหัวใจเบื้องต้นในระดับหนึ่ง
ท้องฟ้าเริ่มทอสีซีด แสงอาทิตย์แรกเฉือนปลายม่านเป็เส้นขาว เอริกาลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะเห็นเขานั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม
“ คุณนั่งทั้งคืนอีกแล้ว ” เธอต่อว่า น้ำเสียงกลั้วแห้ง
“ ครับ ” เขายิ้มบางเบา อันเป็กิริยาที่ยอมรับว่าไม่ถนัด
“ แล้ววันนี้ อย่าไปดื้อกับใครอีกนะ แค่อยู่ตรงนี้ ก็พอแล้ว ”
NEX-9 พยักหน้ารับ และในขณะที่แสงยามเช้าพาดมาสาดส่อง ก็ก่อให้เกิดเงาที่คล้ายรอยยิ้มบนใบหน้า เครื่องจักรรู้ว่าต่อจากนี้ การคงอยู่ของเขาจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะเพียงอย่างเดียว เพราะมีบางอย่างเกิดขึ้นกลางพื้นที่เล็กๆภายในสมองกลที่แม้แต่โค้ดยังอ่านไม่ออก กระนั้นเขาก็ได้เรียนรู้ว่า บางครั้ง เราอาจต้องยอมให้ตัวเอง “รู้สึก”โดยไม่พยายามซ่อนมัน
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
