ตอนที่สองสามีภรรยาเดินเข้าไปใกล้ ยามเฝ้าประตูจวนคหบดีหวังยังคงเต็มไปด้วยโทสะ
“นายท่านของพวกเราจ่ายเงินตั้งมากมายจ้างหมอมา กลับมิอาจรักษานางได้เสียที โดนดุด่าแค่สองคำก็โกรธขึ้นมาเสียแล้วคิดว่าชาวบ้านเรียกเจ้าว่าหมอเทวดาแล้วเก่งกาจนักหรือไร ประเดี๋ยวนายท่านของข้าไปเชิญหมอดีๆมารักษาซูอี๋เหนียงจนหายดี เมื่อนั้นพวกเจ้าจะเอาหน้าไปวางไว้ที่ใด ข้าจะคอยดู!”
เขาสบถอีกหลายคำแล้วเงยหน้าขึ้นเห็นเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยเดินเข้ามา สีหน้าก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด“พวกเจ้ามาทำอะไร รู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด คิดอยากจะเข้าก็เข้ามาได้งั้นหรือ”
“พี่ชาย ข้าได้ยินมาว่าอนุภรรยาของคหบดีหวังถูกน้ำร้อนลวก กำลังตามหาหมอมารักษาอยู่ใช่หรือไม่”เถียนฮวนรีบยิ้มกล่าว “บังเอิญว่าข้ามียาดีอยู่ขวดหนึ่ง ใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ผลชะงัดรับรองหายวันหายคืน!”
“ไปๆ ถอยไปเลย!” ยามเฝ้าประตูปัดมือไล่อย่างไร้เยื่อใย “หมอเถื่อนที่ไหนก็ไม่รู้แค่ถือยามาขวดเดียวก็กล้าบอกว่าตัวเองรักษาหาย สองสามีภรรยาอายุยังน้อย ไม่คิดจะหาอาชีพสุจริตทำหรือไรเอาแต่เที่ยวต้มตุ๋นหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น คราวก่อนโดนซัดไปหนหนึ่งยังไม่เข็ดดีคราวนี้ก็ออกมาหลอกผู้อื่นอีกแล้ว เจ้าคิดว่าบ้านตระกูลหวังของเราจะเหมือนบ้านอื่นๆที่มองคนไม่ออก ให้พวกเจ้ามาปั่นหัวเล่นได้ง่ายๆ หรือไรกัน”
หัวใจเถียนฮวนพลันจมดิ่ง
เพราะพวกเขาอายุยังน้อย อีกทั้งบนหน้ากู้ฉางสุ่ยก็ยังมีรอยแผล คนเบื้องหน้าจึงมองว่าพวกเขาไม่น่าเชื่อถือ
แค่เข้าจวนคหบดีหวังพวกเขายังทำไม่ได้ มียาดีก็ไร้ความหมาย
ขณะกำลังกลัดกลุ้มอยู่นั้นเอง พลันมีเสียงรถม้าดังมาจากด้านข้าง ไม่นานรถม้าก็จอดที่หน้าจวนคหบดีหวังคนขับรีบกระโดดลงมาแล้วตะโกนเข้าไปข้างในว่า “หมอหวังจากเป่าอันถังได้เชิญหมอจาง อาจารย์ของเขาผู้มาจากเมืองหลวงของมณฑล”
ยามเฝ้าประตูที่เมื่อครู่ยังไล่ตะเพิดสองสามีภรรยาอยู่ เผยรอยยิ้มประจบประแจง รีบวิ่งไปช่วยพยุงหมอชราผมขาวโพลนลงจากรถ
“ลำบากท่านหมอจางแล้ว! เชิญด้านในขอรับ!”
เป่าอันถังคือโรงหมอเพียงแห่งเดียวในตำบลแห่งนี้ ในเมื่อหมอชราผู้นี้มาพร้อมกับหมอหวังจากเป่าอันถังย่อมต้องมีเด็กรับใช้โรงหมอติดตามมาด้วย
สายตาเถียนฮวนเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มท่าทางกระฉับกระเฉงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถม้าเขาคือเด็กรับใช้โรงหมอต้อนรับพวกเขาเป็นคนแรกเมื่อตอนที่ไปขายสมุนไพรที่เป่าอันถังนั่นเอง!
นัยน์ตาดำขลับของเถียนฮวนกลอกไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที “พี่ชายวันนี้พวกเจ้ามารักษาคนในจวนคหบดีหวังอีกแล้วหรือ”
“อ้าว เจ้า...”
“ข้าชื่อเถียนฮวน” เถียนฮวนรีบแนะนำตัว
“แม่นางเถียน!” เด็กหนุ่มรีบพยักหน้า
เขาจำนางได้!
วันนั้นเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยแบกสมุนไพรเต็มตะกร้าไปขาย สุดท้ายขายสมุนไพรสองตะกร้าจนหมดเกลี้ยง!เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องฮือฮาไม่น้อยในโรงหมอเป่าอันถัง
ต้องรู้ก่อนว่าตำบลสือโถวอยู่ติดกับภูเขา ชาวบ้านจึงมักขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรขายเลี้ยงชีพกันตลอดทั้งปี
ทว่าชาวบ้านขาดความรู้ด้านสมุนไพร จึงมักเก็บมาแต่สมุนไพรธรรมดาที่หาได้ง่าย
กระนั้นพวกเขากลับทำสมุนไพรเสียหายไปไม่น้อยจนโรงหมอมิอาจรับซื้อได้ สมุนไพรต้องผ่านการคัดแล้วคัดอีกสุดท้ายขายได้ครึ่งหนึ่งก็นับว่าดีแล้ว!
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยมาเยือนเป่าอันถังครั้งแรก กลับหอบสมุนไพรมากมายมาขาย ซ้ำยังขายได้หมด!
นอกจากนี้สมุนไพรแปรรูปเหล่านั้นยังถูกนำไปจัดเข้าตู้ยาเพื่อพร้อมใช้ทันที ซึ่งไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน
เช่นนั้นจะไม่ให้ทุกคนตกตะลึงได้อย่างไร เพียงแต่อาจารย์เกาเป็นคนเข้มงวด อ้าปากทีไรก็เอาแต่สั่งสอนคนในโรงหมอจึงไม่กล้าเข้าไปคุยกับเขา หากไม่จำเป็นจริงๆ ผู้ที่ได้พูดคุยกับเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจึงมีแค่เขาคนเดียว
หลายวันที่ผ่านมานี้มีคนในโรงหมอถามถึงสองสามีภรรยานี้อยู่ตลอด ทำให้เด็กรับใช้โรงหมอจดจำพวกเขาได้ขึ้นใจ
เมื่อเห็นเถียนฮวนเดินมา เขาก็จำได้ทันที เพียงแต่...
“แม่นางเถียน มาขายสมุนไพรงั้นหรือ ไยไม่ไปที่โรงหมอของพวกเราเล่า เหตุใดจึงมาที่นี่แทน”
วันนั้นหลังจากเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยกลับไปไม่นาน อาจารย์เกาก็เรียกเด็กรับใช้โรงหมอทั้งหมดมาสั่งกำชับว่าต่อไปนี้หากมีคนเอาสมุนไพรมาขายให้จับตาดูให้ดี โดยเฉพาะถ้าเป็นสองสามีภรรยาคู่นั้นต้องรีบเชิญเข้าไปทันที
เขาเองก็จ้องประตูโรงหมอตาแทบไม่กะพริบอยู่หลายวัน! แต่จ้องอยู่นานจนตาแห้งก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสองสามีภรรยากลับกลายเป็นว่าวันนี้บังเอิญพบพวกเขาที่หน้าจวนคหบดีหวัง!
เมื่อเห็นกู้ฉางสุ่ยที่ตามหลังเถียนฮวนมา เขาก็อดตกใจไม่ได้ “พี่ชายท่านนี้ ใบหน้าไปโดนอะไรมาถูกใครทำร้ายงั้นหรือ”
“เรื่องในบ้านน่ะ ช่างมันเถิด” เถียนฮวนกล่าว ใบหน้างามประดับยิ้ม “สองวันมานี้ข้าทำน้ำมันตัวอ้นได้ครึ่งขวดจึงนำมาขาย บังเอิญได้ยินว่าบ้านตระกูลหวังมีคนถูกน้ำร้อนลวก ข้าก็เลยมาลองเสี่ยงรักษาดูสักหน่อย”
“น้ำมันตัวอ้น?” ไม่ทันขาดคำ หมอจางที่เดินอยู่หน้าประตูจวนคหบดีหวังก็หันขวับกลับมาอย่างเร็ว“เจ้ามีน้ำมันตัวอ้นหรือ”
เถียนฮวนรีบพยักหน้า กู้ฉางสุ่ยก็ล้วงขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกจากอกเสื้อแล้วยื่นให้เขา“ท่านหมอจาง เชิญตรวจดูเถิด”
หมอจางไม่รีรอ เขารับมาเปิดฝาออกดูแวบหนึ่ง แววตาก็พลันสว่างวาบ “เป็นน้ำมันตัวอ้นจริงๆด้วย!”
เขาใช้นิ้วจุ่มดูเล็กน้อย ปลายนิ้วแตะน้ำมันไว้แล้วลองยกขึ้นส่องกับแสงแดด จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
“น้ำมันตัวอ้นขวดนี้คุณภาพไม่เลวเลย น้ำมันตัวอ้นใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ผลดีกว่าน้ำมันงาเสียอีกตอนนี้อนุภรรยาบ้านพวกเจ้าจำเป็นต้องใช้น้ำมันตัวอ้น เช่นนั้นก็ให้พวกเขาเข้ามาพร้อมกันเถิด!”
“โธ่เอ๊ย ที่แท้พวกเจ้าก็มีของดีอยู่ในมือจริงๆ ด้วย”
ในเมื่อหมอจางเป็นคนพูดเองกับปาก ท่าทีของยามเฝ้าประตูก็เปลี่ยนไปทันที “พี่ชายแม่นาง ข้าช่างตาถั่วเสียจริง พูดจาไม่เข้าหูพวกเจ้าไปเมื่อครู่ ต้องขออภัยด้วยจริงๆอย่าได้ถือสาเลยนะ”
ยามเฝ้าประตูของบ้านคนใหญ่คนโตรู้จักมารยาทนัก พอเห็นว่าพวกเขามียาดีอยู่ในมือก็เปลี่ยนท่าทีทันควันกล่าวขอโทษอย่างว่องไว
แต่จะว่าไปก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนักกับการที่พวกเขาจะได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นในตอนแรกเมื่อดูจากสภาพของสองสามีภรรยาในยามนี้ เถียนฮวนเองก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไร นางเพียงส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อทุกคนต่างก็หวังดีกับคนเจ็บ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ไม่ควรเก็บมาใส่ใจนัก”
“ใช่แล้ว แม่นางพูดได้ถูกต้องที่สุด!” ยามเฝ้าประตูพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ก่อนจะรีบหันหลังนำทาง“เชิญขอรับ! ข้าจะพาพวกท่านไปเดี๋ยวนี้!”
ขณะนั้นหมอจางก็คืนขวดยาให้กู้ฉางสุ่ยแล้ว กู้ฉางสุ่ยรีบเก็บขวดยาไว้อย่างดี แล้วเดินมาหาเถียนฮวน
“ดีนะที่คนของเป่าอันถังผ่านมา หากรอลมตะวันออก พวกเราคงเข้าจวนคหบดีหวังไม่ได้!”
“ท่านกล่าวได้ถูกต้อง ตอนแรกเป็นข้าเองที่คิดตื้นจนเกินไป ต่อไปข้าจะคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำสิ่งใด”เถียนฮวนรีบพยักหน้า นางจดจำบทเรียนครานี้ไว้ขึ้นใจ