ตอนที่ 3 มุ่งมั่นฝึก
ใน่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิธมีตารางชีวิตในทุกๆวันอย่างชัดเจน
ใน่กลางวัน ตอนที่เขาตัวเขาถูกห่ออยู่ เขาจะตั้งใจฝึกปราณ ลองทำความเข้าใจภาษากับสมาชิกในครอบครัว
ตอนกลางคืนเขาจะฝึกเวทมนต์จนความเหนื่อยล้าพาเขาหลับไป และฝึกต่อทันทีที่ตื่นมาจนกว่าเอเลน่าจะตื่นในวันนั้น
เขาพยายามพักหลายรอบแล้ว แต่การพักเขาของอยู่ได้แปปเดียวเท่านั้นเพราะการใช้ชีวิตอยู่ในฐานะทารกนั้นไม่ง่ายเลย ตรงข้าม!! มันยากมาก เครียดสุดๆ
จะพูดก็ไม่ได้ถึงแม้จะรู้ศัพท์คำนั้นแล้วเพราะเดี๋ยวจะทำให้พ่อแม่กลัว ขยับตัวไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้นอกจาก ดู นอน กิน แล้วก็ปลอดทุกข์
เดเร็คในร่างลิธนั้นไม่ชินกับความรู้สึกไร้หนทางและการพึ่งพาคนอื่นแบบนี้เอาซะเลย เพราะงั้นการมีเวลาว่างมากเกินไปอาจทำให้เขาเครียดจนเสียสติได้
ดังนั้น ลิธจึงฝึก ฝึก และฝึกเพียงอย่างเดียวเพื่อไม่ให้เขาคิดมากเกินไปถึงสภาพชีวิตอันน่าสมเพชแบบนี้ พร้อมกับค่อยๆปรับตัวเขากับโลกใบใหม่และครอบครัวใหม่นี้ไปด้วย
หลังจากฝึกมาหลายสัปดาห์ พลังเขาก็เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการควบคุมมนต์ต่างๆด้วย พอเริ่มฝึกไปสองสามสัปดาห์เขาก็มีความมั่นใจมากพอที่จะฝึกเวทมนต์ธาตุดินและน้ำ
ถึงอย่างนั้นเขาก็ระวังตัวตลอด ฝึกแค่ลองเสกน้ำไม่กี่หยอดหรือควบคุมดินก้อนเล็กๆไม่กี่ก้อน ก่อนเขาจะพบว่าเขาสามารถทำให้มนต์ธาตุต่างๆลอยอยู่กลางอากาศ เปลี่ยนรูปร่างและขนาดได้ด้วยการใช้มานา
เมื่อรู้เช่นนั้นเขาจึงหันมาฝึกเื่สมาธิและการควบคุมมนตราแทนที่การฝึกพลังหรือความรุนแรง ด้วยร่างของทารกมานาเขายังจำกัดและเขาก็คิดว่าการฝึกควบคุมนั้นดีกว่าการฝึกเสี่ยงๆที่ทำให้คนอื่นมาเห็นเขาฝึกอยู่
ไม่ว่าเวทมนต์จะเป็เื่ปกติขนาดไหนในโลกนี้ แต่ลิธไม่คิดว่าการที่ทารกฝึกมันจะเป็เื่ปกติ อย่างน้อยก็น่าจะให้ทุกคนตะลึง ถ้าไม่ถึงขั้นกลัวมาก ไม่งั้นลิธอาจถูกทิ้งหรือแม้กระทั่งฆ่า
ตอนนี้ลิธกลัวมาก เพราะเขามีหลายอย่างต้องเสีย เขาจะมีโอกาสอีกเท่าไหร่กันที่จะได้มาเกิดเป็มนุษย์ ในโลกเวทมนต์ที่มีครอบครัวที่รักและดูแลเขาดีแบบนี้
ศูนย์! ไม่มี บ๋อแบ๋
เขาต้องเล่นไพ่ที่เขามีทุกใบอย่างดีและระมัดระวังที่สุด แม้แต่เื่การเปิดเผยพร์ด้านต่างๆของเขา เขาต้องรู้ก่อนว่ามาตรฐานการเรียนรู้ในโลกนี้เป็ยังไง
พร์แค่ไหนถึงเรียกว่าเก่ง? ความต่างกันระหว่างอัจฉริยะกับปีศาจมันอยู่ตรงไหน?
จิตใจของทารกเดเร็คในตอนนี้เต็มไปด้วยเื่กังวลใจและความเครียด มีเพียงการฝึกเท่านั้นที่จะทำให้เขาเลิกคิดถึงมันบ้าง
ผ่านไปอีกสามเดือนเขาก็ใช้เวทมนต์ฉับพลันเก่งพอที่จะลองใช้มันกับเตาฝิงแล้ว
เตาไฟนั้นถูกจุดอยู่แล้ว ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจแต่อาหารกับกำลังคุยกันอยู่ ลิธพยายามที่จะควบคุมไฟพวกนั้นให้ขยับตามที่เขา้า ซึ่งมันล้มเหลวเพราะไฟมันใหญ่และรุนแรงเกินไป รวมไปถึงระยะทางที่ไกลเกินกว่ามานาอันน้อยนิดของเขาจะไปถึง
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาพยายามต่อไปเพราะอย่างน้อยเขาก็รู้สึกได้ถึงกระแสของพลังเวทที่ไหลจากตัวเขาไปสู่กองไฟนั้น ก็ถือว่าเป็การฝึกขยายขอบเขตกับััมานาของเขาไปด้วย
ข้อเสียเดียวเลยของการฝึกคือ ลิธจะหิวเร็วมากแต่ยังโชคดีที่เขาไม่ได้ทารกกินจุคนแรกของเอเลน่า ดังนั้นเื่น้ำนมแม่ไม่มีปัญหา
แต่หลังจากผ่านไปอีกเดือน เอเลน่าให้เขาหย่านม
เหตุการณ์นี้สำคัญมากด้วยเหตุผลสองข้อคือ หนึ่ง ลิธสังเหตุเห็นแล้วว่าอาหารในบ้านไม่ได้เยอะแยะอะไร ถึงเขาจะรู้ศัพท์ไม่เยอะพอที่จะเข้าใจได้ทุกคำพูด แต่เขาพอดูออกว่าพ่อแม่ของเขากังวลทุกครั้งที่ต้องให้ลิธกินอาหาร
แม้ว่าเขาจะเป็คนเืเย็น มักดูถูกและเกลียดชังธรรมชาติของมนุษย์ถึงกมลสันดานแค่ไหน ลิธก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
เอเลน่ากับราแอสรักเขาเหมือนลูกเหมือนทารกคนนึง ในขณะที่ลิธมองพวกเขาไม่มากไปกว่าเ้าของร่างที่เขาต้องอาศัยอยู่เหมือนในฐานะปรสิต ยกเว้นเพียงสองคนที่ดูแลเขาจริงๆคือเอเลน่ากับเรน่า พี่สาวคนโตของเขา
ด้วยความรักและห่วงใย การดูแลอย่างทะนถนอม สองคนนั้นสามารถพังทลายกำแพงของลิธลงได้ ยิ่งลิธใช้เวลากับพวกเขามากเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าสองคนนี้เป็ครอบครัวจริงๆของเขา ไม่ใช่แค่เพียงคนที่เขาจะใช้ประโยชน์
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องเริ่มจำกัดการฝึกเวทมนต์ให้เขาไม่หิวเกินกว่าจำนวนอาหารที่พ่อแม่เขาหามาได้
ซึ่งนั้นก็ใช้การลองผิดลองถูกหลายรอบเหมือนกันเพราะถ้าเขากินน้อยเกินไปก็ทำให้คนในครอบครัวเป็ห่วง
เหตุผลที่สองที่เหตุการณ์นี้สำคัญมากก็มาจากการลดอาหารของเขาซึ่งมันทำให้ลิธค้นพบครั้งใหญ่
การถูกบีบให้ลดการฝึกเวทมนต์ลงทำให้เขามีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้น เขาเลยเอาเวลาไปฝึกปราณแทนซึ่งตอนนี้เขาเรียกวิชานี้ว่า “ผสานพลัง”
เพราะอย่างนั้นตอนนี้พลังภายในเขา ที่ตอนนี้เขาเรียกมันว่า “แก่นมานา” เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนตอนนี้เขาถึงขีดจำกัดที่ร่างกายเขาตอนนี้จะรับได้แล้ว
เห็นได้ชัดว่าร่างกายเขายังไม่ใหญ่พอ ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับและกักเก็บปริมาณพลังภายในที่เยอะกว่านี้ ลิธไม่เคยสังเกตเห็นถึงเื่นี้เลยเพราะว่าร่างกายทารกโตไวมากผนวกกับการที่เขาไม่ค่อยได้ฝึกปราณสักเท่าไหร่ก่อนหน้านี้ ร่างกายและแก่นมานาเขาเลยพัฒนาไปพร้อมๆกัน
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เขาถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว การฝึกผสานพลังต่อไปมีแต่จะทำให้ร่างกายเขาปวดไปทุกอณูจนเขาต้องหยุด
โชคดีที่เขายังถูกเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีและเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ฝึกกายเลยแต่ขีดจำกัดทางร่างกายก็น่าจะอยู่อีกไม่นาน
การค้นพบรองลงมาอีกอย่างก็เป็ผลมาจากการจำกัดอาหาร การฝึกเวทและการใช้ผสานพลังเช่นกัน
หลังจากที่เขาศึกษาเื่ขีดจำกัดของร่างกายอยู่สักพัก เขาก็เจอวิธีการปรับแต่งวิชาปราณผสานพลังของเขาได้ด้วยการเอาขั้นตอนการกลั้นลมหายใจออก วิธีนี้ทำให้พลังงานโลกไหลเข้าออกผ่านตัวเขาซึ่งมันให้พลังงานและลดความเหนื่อยล้าได้ดีเหมือนกับการนอนหลับสนิทหนึ่งคืน
ลิธตั้งชื่อวิชาปราณนี้ว่า “ฟื้นพลัง”
หลังจากทดลองอยู่หลายครั้ง เขารู้แล้วว่ามานาของโลกให้พลังงานจนทำให้เขาไม่ต้องนอนได้หลายวัน แต่มันก็ไม่ใช่ตลอดไป
ทุกครั้งที่เขาใช้วิชาฟื้นพลัง ความสามารถในการเติมพลังจะลดลงเรื่อยๆจนสุดท้ายแล้วการนอนจริงๆเท่านั้นที่จะทำให้ประสิทธิภาพของวิชานี้กลับมาเหมือนเดิม
แต่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำเร็จได้ด้วยความบังเอิญ
หลังจากที่ลิธปรับจำนวนอาหารที่กิน ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือความหิวโหย ซึ่งมันไม่ได้หิวแบบที่ขนมหรือลูกอมนิดหน่อยจะช่วยได้
มันเป็ความหิวที่ไม่ยอมหายไปไหน วนเวียนอยู่กับตัวเขาจะกระทั่งถึงมื้ออาหารอีกมื้อเสมอ แม้ว่าลิธจะไม่ได้ถึงขั้นอดอยาก แต่เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
ถึงชีวิตก่อนเขาจะเจอเื่เลวร้ายมาเยอะ แต่อาหารไม่เคยเป็ปัญหาสำหรับเขาเลย อยากกินอะไรก็กินได้ เลือกกินยังได้
แต่ตอนนี้เขาหิวมากจนเขากินทุกอย่างที่อยู่ในจานจนเกลี้ยง ถ้าเขาไม่ถูกห่อตัวอยู่เขาคงเลียจานไปแล้ว
ในวันที่อาหารเยอะ ความหิวพวกนี้มันกวนใจเขานิดหน่อย เหมือนตอนฟังวิทยุแล้วเจอคลื่นรบกวน มันน่ารำคาญแต่พอทนได้ แต่ในวันที่แย่ ไม่ว่าจะเป็อาหารน้อยกว่าปกติหรือว่าเขาฝึกเวทมนต์เพลินไปหน่อยแล้วใช้มานาเยอะเกินไป วันนั้นทั้งวันจะเขาอยู่ไม่สุข
เขาจะหิวมากและปวดหัวทั้งวัน หน้ามืดและใจลอยบ่อยมากเพราะอาหารเป็สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวเขาตอนนั้น และแน่นอนเขาไม่ใช่คนเดียวที่หิวในบ้านทุกๆคนก็หิวเหมือนกัน
หน้าที่ให้ป้อนอาหารลิธนอกจากเอเลน่าแล้วพี่น้องของเขา ออพาวกับเรน่าจะได้รับหน้าที่นี้ ในขณะที่เรน่าใจดีและพยายามจะดูแลทุกคนให้เหมือนกับแม่ของเธอ ออพาวกลับโมโหหิวมากขึ้นในทุกๆวัน
เขามักจะนึกย้อนวันวานอันหอมหวานที่เขาและเรน่ายังเป็เด็กกลุ่มเดียวในบ้าน แต่ตอนนี้เขาต้องเรียกร้องอยู่ตลอด ไม่ใช่เพียงแค่ความสนใจแต่รวมถึงอาหารและเสื้อผ้าด้วย
เมื่อก่อนเขาเคยมีห้องเป็ของตัวเองแต่ตอนนี้เขาต้องใช้มันร่วมกับไทรออน และอีกไม่นานเขาต้องใช้มันกับลิธด้วย แล้วเขาจะไม่มีที่ส่วนตัวเหลืออยู่เลย
ออพาวไม่เข้าใจเลยว่าทำไมครอบครัวจนๆแบบนี้ต้องมีลูกเพิ่มตลอดด้วย
ถึงหน้าหนาว ทุกคนออกไปทำอะไรมากไม่ได้ก็เลยไม่มีโอกาสจะออกไปซื้ออาหารเข้ามาเก็บไว้ในบ้าน และพวกเขาก็ต้องอยู่ให้รอดจนถึงฤดูใบไม้ผลิ
มันเป็่เวลาที่ลำบากที่สุดของครอบครัวเกษตรกร เพราะอาหารไม่ได้มีไว้แค่เลี้ยงคนในบ้านแต่ยังต้องเอาไว้เลี้ยงสัตว์ด้วย
ออพาวเกลียดการเห็นลิธกินอาหารที่เหลือจนหมด ถึงขั้นที่เขาเรียกน้องชายของตัวเองว่า ปลิง
เพราะอย่างนั้นพอถึงคราวเขาต้องป้อนอาหารพยาธิตัวใหญ่ของบ้าน เขาจะตักอาหารช้อนพูนๆหลายช้อนเข้าปากด้วยเสมอ แต่ลิธเองก็ไม่ยอมโดนรังแกง่ายๆ
ทันทีที่เขาเห็นว่าช้อนไม่ได้ตรงมาที่ปากเขา เขาจะร้องโวยวายเสียงดังลั่นให้เอเลน่าวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้แผนของออพาวไม่สำเร็จ
ลิธไม่เคยร้องไห้ถ้าเกิดว่าเขาไม่หิวหรือต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งนั้นทำให้พ่อแม่ของเขามีความสุขและกังวลไปในเวลาเดียวกัน เพราะว่าเขาไม่เคยร้องไห้โวยวายเสียงดังแบบนี้ ดังนั้นทุกการโวยวายที่โดนออพาวแย่งข้าวถึงได้ผลเป็พิเศษ
วันนี้แย่มากๆสำหรับทารกลิธ เขาหิวโซด้วยวัยกำลังโตและมันก็เป็วันที่ออพาวต้องป้อนข้าวเขาด้วย
พ่อแม่ของเขาต่างออกไปข้างนอกเพราะว่าวัวตัวหนึ่งในฟาร์มโดนน้ำแข็งกัดและเหมือนกำลังจะแข็งตาย
ออพาวเลยตักซุปร้อนๆคำโตเข้าปาก ซึ่งลิธก็ร้องไห้เสียงดังทันทีแต่ครั้งนี้กลับไม่มีใครได้ยินเขา
“ร้องให้สุดเสียงไปเลย *ไอ้ปลิง*” ตอนนี้ลิธสามารถเข้าใจศัพท์พื้นฐานเกือบทั้งหมดแล้วรวมไปถึงคำพูดเยาะเย้ยของออพาวด้วย “วันนี้มีแค่แกกับฉัน ไม่มีแม่ในชุดเกราะขี่ม้าขาวมาช่วยแกแล้ว” พูดจบเขาก็กินไปอีกคำ
ลิธรู้สึกเหมือนจะบ้า นี่เป็อีกครั้งที่เขารู้สึกไร้ทางสู้ เวทมนต์ที่เขาทุ่มเทฝึกมานานก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ตอนนี้ เขาจะได้อะไร? นอกจากทำให้คนอื่นรู้ว่าทารกคนนี้แอบฝึกเวทมนต์แล้วถูกมองว่าเป็ปีศาจ?
เป่าลมใส่? ทำให้ออพาวเปียก? ใช้ไฟก็อันตรายเกินไป อาหารแค่มื้อเดียวไม่คุ้มที่เขาจะเสี่ยงเผาบ้านตัวเองไปด้วย
ความหิวกระหายของลิธกัดกินเขาจากภายใน ไฟโทสะลุกโชติขี้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
‘ไอ้เวรนี่’ เขาะโด่าในใจ ‘รังแกเด็กทารกคิดว่าเก่งมากเหรอวะ’
ก่อนจะเห็นซุปช้อนที่สามลอยเขาปากออพาวที่กำลังทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง พร้อมกับอาหารของเขาที่หายไปครึ่งนึงแล้ว
ตอนนี้ความโกรธและความเกลียดชังของลิธพุ่งขึ้นขีดสุด
‘แกไม่ใช่พี่ชายฉัน!!’ เขาะโในใจ ‘แกมันก็แค่โจรเลวกระจอกๆ’
ในตอนนั้นเอง แทนที่จะเป็การรู้สึกอะไรสักอย่างถูกกระตุ้นในตัว แต่มันเหมือนอะไรบางอยากพังทลายลง เหมือนเขื่อนที่ไม่สามารถกั้นกระแสน้ำแห่งความโกรธเอาไว้ได้อีกต่อไป
‘ขอให้ช้อนติดคอตาย ไอ้เหี้*!!’ ลิธเหวี่ยงแขนไปหาออพาวเป็การดิ้นรนครั้งสุดท้ายก่อนมันจะเกิดขึ้น
ลิธรู้สึกได้ถึงมานาพุ่งออกจากตัวเขา ไปสู่ช้อนที่อยู่ในปากของออพาวก่อนจะกดมันเข้าคอพี่ชายเขาไปอย่างแรง
ออพาวเริ่มหายใจไม่ออกและรีบดึงช้อนออกมา ก่อนเขาจะอ้วกสิ่งที่เขาได้กินไปทั้งหมดออกมาอย่างทรมาน
ลิธตะลึงมากจนเขาเกือบลืมความโกรธและความหิวที่เขามีอยู่
เขาค้นพบสิ่งที่มหัศจรรย์ พลังที่ไม่มีใครในครอบครัวเขามี
ลิธค้นพบเวทมนต์แห่งจิต!!
______________________________________________________________________
สารจาผู้แปล: เวทมนต์แห่งจิต ผมแปลมาจาก Spirit Magic
(ไม่อยากใช้คำว่าิญญาหรือจิติญญาเวทมนต์ เผื่อไปเจอพวก Soul magic หรือพวก Magical Soul ไรพวกนี้อีก(เท่าที่อ่านถึงยังไม่เจอนะ แต่ก็ระวังไม่ก่อน ไม่รู้ว่าจะเจออะไรเพราะมันอีกตั้ง2000ตอน >.<)