วันรุ่งขึ้น เสียงระฆังดังขึ้นในตอนเช้า ดร๊อกป้าและอาโปเดินถือขวานไปยังป่าเหมือนเช่นเคย แม้จะไม่มาก แต่ดร๊อกป้าััได้ว่าความเ็ปทุเลาลงหลังกินยาพักฟื้นมาหนึ่งคืน ดีกว่าการพักฟื้นตามปกติ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับใจกับความน่าอัศจรรย์ของผู้ควบคุมธาตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ความประทับใจนี้ยังไม่หมดลง เมื่อทั้งสองมาถึงจุดที่เคยเป็ที่ตัดไม้ ก็ต้องตกตะลึงในสิ่งที่พวกเขาเห็น
ที่พื้นดินที่เคยมีเพียงเศษไม้และต้นไม้ที่ถูกตัดทิ้ง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยต้นไม้ใหม่ที่ตั้งตรงอย่างสมบูรณ์ ตอไม้ที่ถูกตัดเมื่อวานหายไป และถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ต้นไม้ที่ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นในเวลาชั่วข้ามคืน บางต้นที่ดูเล็กเมื่อวานก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ราวกับการพลิกกลับของกาลเวลา เปลี่ยนความเสื่อมโทรมให้กลายเป็สิ่งมหัศจรรย์
ข้างๆ ดร๊อกป้าเมื่อชายหนุ่มผมขาวหายตกตะลึงแล้ว ก็เริ่มลงมือตัดต้นไม้ต่อ เขาพบว่าการตัดต้นไม้สนุกกว่าการนอนนิ่งๆ หลังเสร็จงานเมื่อวานมาก
ดร๊อกป้ามองภาพนั้นและพลางยิ้ม ก่อนที่จะลงมือตัดไม้ตาม ในใจของเขาความสงสัยและความปรารถนาได้เริ่มแตกหน่ออย่างช้าๆ
ชีวิตผู้รับใช้ของพวกเขาดำเนินไปอย่างนี้ จากสองวัน เป็สามวัน เป็สี่วัน,…จนกระทั่งหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
ในป่า ดร๊อกป้าเหวี่ยงขวานตัดไม้ครั้งสุดท้าย
ต้นไม้ที่โอนเอนมานานในที่สุดก็ล้มลง
“ในที่สุดเ้าก็ตัดต้นไม้ได้ห้าต้นแล้ว เ้าฟื้นตัวได้เร็วมาก” บัลคาโผล่มาด้านหลังดร๊อกป้ากล่าวขึ้น เขามาเพื่อตรวจสอบงาน
ดร๊อกป้าสะดุ้งใเล็กน้อยกับการปรากฏตัวฉับพลันของบัลคา เขาพูดอย่างสุภาพ
“เป็เพราะยาขวดนั้น แขนของข้าเลยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว”
“ยาของเ้าเหลืออยู่ใช่ไหม” บัลคาถาม
“ใช่ ยังมีกินไปอีกสามวัน” ดร๊อกป้าตอบตรงๆ พร้อมคาดหวังกับสภาพร่างกายของตัวเองหลังกินหมด
บัลคาพยักหน้าเบาๆ ราวกับเข้าใจสถานการณ์ ก่อนจะเปลี่ยนเื่
“แล้วเ้านั้นละ”
ดร๊อกป้าชะงักเล็กน้อย
“อาโปนะเหรอ เขากลับไปที่พักั้แ่่เที่ยงวันแล้ว หลังจากตัดไปสิบต้น” ดร๊อกป้าตอบ
“ตัดเสร็จสิบต้นั้แ่เที่ยงวัน? ข้าสงสัยนักว่าก่อนที่เขาจะความทรงจำเสื่อม เขาคงเป็คนตัดไม้มาก่อน ข้าไม่ได้เห็นคนตัดไม้เก่งๆ แบบนี้มานานแล้ว” บัลคากล่าวอย่างตกตะลึง แม้ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเห็นความไวในการทำงานของอาโป บัลคาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มงานอย่างช้าๆ แต่สุดท้ายแล้วก็มีเพียงเขาที่ตกตะลึงอยู่คนเดียว กลับกันชายหนุ่มผมขาวยังแสดงสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนเหมือนอย่างเคย
“ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ดร๊อกป้าหัวเราะขื่นๆ อาโปเรียนรู้ทุกอย่างเร็วเกินไป จนบางครั้งทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกทิ้งห่าง แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มผมขาวเรียนรู้ช้า หรือบางทีอาจจะเรียกว่าไม่อยากเรียนรู้มากกว่า
เมื่อนึกสภาพของอาโปในยามกลับถึงที่พัก ดร๊อกป้าก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ
“วันนี้จะเป็วันสุดท้ายที่ข้าจะดูแแลพวกเ้าแล้ว” บัลคากล่าวเสียงเรียบ
“ขอบคุณท่านมากที่ดูแลพวกข้ามาตลอดหนึ่งสัปดาห์” ดร๊อกป้ากล่าวพลางโค้งศีรษะแสดงความเคารพ
“ไม่เป็ไร” บัลคากล่าว ก่อนจะหันหลังกลับจากไป
…
ในยามที่ดร๊อกป้ากลับมาถึงบ้านพัก เขาหยุดตรงหน้าประตูอยู่พักหนึ่ง แล้วค่อยๆ เปิดมันขึ้น เสียงบานประตูไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดขึ้นเบาๆ และดวงตาของเขาก็จ้องมองไปในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์จากทางหน้าต่างที่ส่องสว่างลอดผ่านมาเพียงแสงเดียว
ทันทีที่ประตูเปิดออก ภาพแรกของเขาคือชายหนุ่มผมขาว นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่อยู่มุมห้อง มือทั้งสองข้างพาดไว้ที่เข่า มีเพียงเท้าขาวซีดของเขาที่อยู่ในแสงจันทร์ และหน้าตาเรียบเฉยที่ดูนิ่งสงบกับทุกอย่าง
แต่สิ่งที่ทำให้ดร๊อกป้ารู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้งก็คืออาโป…แก้ผ้าอีกแล้ว
นี่มันเป็สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มผมขาวเรียนแล้วไม่เคยจำคือนิสัยประหลาดที่ชอบแก้ผ้านี่แหละ
เมื่อเห็นดร๊อกป้าเดินเข้ามา อาโปก็เงยหน้าขึ้นและพยักหน้าให้
“เอานี่ข้าวเย็นของเ้า” ดร๊อกป้าโยนห่อข้าวให้ชายหนุ่ม
อาโปรับห่อข้าวไว้ในมือ จากนั้นเขาเปิดห่อข้าวออกโดยทันที ราวกับนั่งรอคอยมันมานาน ก่อนจะเริ่มกินอย่างสงบ ขณะที่ดร๊อกป้าถอนหายใจยาว แล้วปิดประตูบ้านเบาๆ
“ข้าถามจริงเถอะ อาโป เ้าไม่คิดจะใส่เสื้อผ้าเลยหรือไง” ดร๊อกป้าพูดพลางวางขวานพิงข้างกำแพง
“มันอึดอัด” อาโปตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามอง
“อึดอัด? ข้าอึดอัดกว่าเ้าอีกที่ต้องมาเห็นผู้ชายโตเต็มวัยเดินแกว่งไอนั้นห้อยไปห้อยมา” ดร๊อกป้าเดินไปหยิบเสื้อคลุมที่พับเก็บไว้ตรงมุมห้อง ก่อนจะโยนใส่อาโป “ใส่ซะ เ้าจะไม่รู้ตัวหรือยังไงว่าคืนนี้มันหนาว”
อาโปหยุดกินข้าว มองเสื้อคลุมในมืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเรียบๆ “ข้าไม่หนาว”
ดร๊อกป้าแทบอยากจะฟาดหน้าผากตัวเอง “ข้าก็พูดไปงั้นแหละ ข้าไม่ได้กลัวเ้าเป็หวัดหรอก ข้าแค่ไม่อยากเห็นและไม่อยากให้คนอื่นเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเ้าแก้ผ้าด้วย!”
อาโปมองเขาเหมือนคนไม่เข้าใจปัญหา ก่อนจะกลับมากินข้าวต่อ
ดร๊อกป้าทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวใกล้ๆ เปิดห่อข้าวขึ้นมากิน เขามองดูชายหนุ่มผมขาวตรงหน้าด้วยความปลงใจ “เ้านี่มัน…เหลือเกินจริงๆ”
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง อาโปเอ่ยขึ้นเบาๆ “วันนี้เ้ากลับไวขึ้นนะ”
ดร๊อกป้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่คาดคิดกับคำพูดนั้น ก่อนจะหัวเราะ “แปลกแฮะ ข้าไม่คิดว่าเ้าจะสังเกตอะไรแบบนั้นด้วย”
“ข้าแค่พูดความจริง” อาโปตอบเรียบๆ ก่อนจะกินข้าวคำสุดท้าย
ดร๊อกป้าส่ายหน้า “ข้าต้องใช้เวลาทั้งอาทิตย์กว่าจะทำได้”
อาโปหันมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “แต่เ้าก็ทำได้ในที่สุด”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้ดร๊อกป้ายิ้มออกมา “ยัง นี่ยังแค่ห้าต้น ต่อไปจะกลายเป็สิบต้น ยี่สิบต้น เมื่อข้าหาย ข้าจะทำงานในส่วนของเ้า ปล่อยให้เ้าอยู่ว่างเฉยๆ เลย”
อาโปไม่ได้ตอบอะไร การอยู่เฉยๆ มันน่าเบื่อเกินไป แรกๆ ตัดไม้ก็สนุกดี แต่หลังจากนั้นเขาก็พบว่ายิ่งตัดมันมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งง่ายลงเท่านั้น และเขาก็เบื่อมันในที่สุด
เวลาหลังมื้ออาหารจบลง ในที่สุดพวกเขาก็หลับไป โดยเฉพาะดร๊อกป้า หลังกินยา ร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เขาดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความฝัน เขามองเห็นภาพของแม่และน้องสาวในอ้อมกอดของเขา ทั้งสองปลอดภัยและรอดชีวิต ใบหน้าที่เขาเคยหวังว่าจะได้เจออีกครั้งยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน แม้จะเป็เพียงภาพลวงในความฝัน แต่กลับทำให้หัวใจเขาอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
ในอีกมุมหนึ่งของห้อง อาโปนอนนิ่งอยู่ในเงาแสงจันทร์ แม้ตาจะหลับลง แต่จิตใจเขากลับว่างเปล่า ราวกับว่าความฝันไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นกับเขาได้เลย
จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น ประตูถูกเตะเปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น ผู้บุกรุกห้าคนในชุดผู้รับใช้เดินเข้ามาอย่างดุดัน ในมือถือท่อนไม้คนละท่อน ทุกคนล้วนสวมผ้าคลุมใบหน้าเอาไว้