-BAD FRIEND-
22
ฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่ามันหกโมงกว่าแล้ว กินยาทีไรนอนเลยเถิดแบบนี้ทุกทีเลย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“บัว บัว” เสียงเคาะประตูตามมาด้วยเสียงของนักรบทำให้ฉันลุกขึ้นไปเปิดประตู
“มีอะไรอ่ะ” ฉันถาม
“เพิ่งตื่น?” มันมองสภาพฉันก่อนจะถาม
“อืออ”
“หิวป่ะ พวกมันชวนไปกินชาบู”
“เลี้ยงเหรอ” ฉันแกล้งถามมันไปงั้นแหละไม่เลี้ยงก็จะไปอยู่ดี หิวอ่ะ แต่ถ้ามันเลี้ยงก็ถือเป็ผลพลอยได้5555
“เอออ เดี๋ยวกูเลี้ยง”
“ถ้ากูไม่ไปอ่ะ” เอาจริงๆ ก็ไปแหละคิดถึงพวกมันอ่ะ ั้แ่กลับบ้านก็ยังไม่ได้คุยกับพวกมันเลย
“ไปเถอะ มันอยากเจอมึงอ่ะ พวกมันเป็ห่วงมึงนะเว้ย”
“เออๆ กูก็ถามไปงั้นแหละ เดี๋ยวกูล้างหน้าก่อน”
มันพยักหน้ารับก่อนที่ฉันจะปิดประตูแล้วเข้ามาล้างหน้าล้างตาแล้วออกมาหานักรบที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เมื่อมันเห็นฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินนำออกไป
“เอาของมาหมดแล้วเหรอ” ฉันถามเพื่อหาเื่คุยระหว่างทาง
“อือ หมดแล้ว”
“ทำไมไม่ปลุกให้ไปช่วย” อีนี่นอนไม่รู้เื่เลย
“ไม่ต้องกลัวมึงได้ช่วยอยู่ละ กูยังไม่ได้จัดของเลย” มันหันมายักคิ้วให้อย่างหมั่นไส้ กูเปลี่ยนใจไม่อยากช่วยมันได้ไหม
“งั้นกูไม่ช่วยละ”
“ไม่ได้เว้ย แลกกับชาบูไปแล้ว” แหม ไอ้เราก็นึกว่าจะใจดีเลี้ยง ที่ไหนได้แม่งหวังผลนี่เอง
“ชั่วมาก” ฉันด่ามัน
“นี่นักรบไงครับ” เหอะ ยังมีหน้ามาทำหน้าตาภูมิอกภูมิใจอีก
ฉันหันไปมองหน้ามันที่สายตาจับจ้องอยู่ที่ถนนพลางนึกขอบคุณมันในใจ ถ้า่เวลาที่ผ่านมาไม่ได้มีมันคอยอยู่ข้างๆ ฉันจะเป็ยังไง ป่านนี้จะยอมคุยกับพ่อหรือยังก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นมันจะทำร้ายจิตใจของฉันขนาดไหนแต่ตอนนี้ความรู้สึกโกรธรู้สึกไม่พอใจนั้นมันได้จางหายออกไปแล้ว ถึงมันจะให้ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนกับฉันไม่ได้ แต่มันก็เป็เพื่อนที่ดีมากๆ ของฉัน ให้มีมันเป็เพื่อนคงจะดีกว่าที่จะไม่มีมันอยู่ชีวิตเลย
“จ้องกูขนาดนั้นก็เข้ามาสิงกูเลยครับ” มันพูดแต่ไม่ได้หันกลับมามองทำให้ฉันรู้สึกตัวก่อนจะหันกลับไปมองข้างแทนโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นี่ฉันมองมันนานขนาดนั้นเลยเหรอ
“คิดอะไรอยู่” มันถาม
“ก็คิดไปเรื่อยเปื่อย” จะให้บอกว่าคิดเื่ของมันอยู่ได้ไงอ่ะ
“แล้วคิดอะไรล่ะ”
“คิดว่าเมื่อไหร่จะถึงสักที หิว” ฉันพามันเปลี่ยนเื่ก่อนจะทำท่าลูบท้องประกอบไปด้วย
“เปลี่ยนเื่ว่ะ” มันบอกแค่นั้นแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ จนเรามาถึงที่ห้างที่ที่พวกมันนัดไว้
“อีบัว ทางนี้ๆ” เสียงอีผิงดังขึ้นพร้อมกับโบกมือหยอยๆ ให้เมื่อฉันและนักรบเดินเข้ามาในร้าน มันกลัวฉันไม่ได้ยินหรือไงเนี่ยถึงได้ะโเสียงดังลั่นร้านแบบนี้
ฉันรีบเดินไปหามันทันทีเพราะอายที่คนในร้านเริ่มมองมาที่ฉันกับนักรบแล้ว คือฉันไม่ได้หน้าบางแบบมันไง
“นั่งลงเลยมึง กูอายเขา” ฉันกดบ่ามันให้นั่งก่อนจะนั่งลงข้างมันถัดจากมันก็เป็อีเม นักรบก็เดินไปนั่งข้างไอ้พีทซึ่งตรงข้ามกับฉันถัดจากไอพีทก็เป็ไอ้บอล นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มานั่งกินกันครบแบบนี้ ส่วนมาแดกแต่เหล้าไง5555
“หน้าบางจริงนะ” มันประชดฉัน
“กูไม่ได้หน้าหนาแบบมึงไง” ประชดกลับแม่งเลย
“พอๆ มาครบแล้วก็เริ่มแดกได้ละครับ กูหิว” ไอ้บอลห้ามทัพเราสองคน ก่อนที่พวกเราจะลงมือกินกันโดยมีเสียงพูดคุยกันตลอดเวลา ไม่ได้อยู่อาทิตย์กว่าตกข่าวไปเยอะเลยอ่ะ
“มึงโอเคแล้วใช่ป่ะบัว” อยู่ๆ ไอ้พีทก็ถามขึ้นทำให้ทั้งโต๊ะที่เคยครื้นเครงเงียบลงทันที
“ไอ้พีท” อีเมเรียกไอ้พีทเป็เชิงห้ามว่าไม่ให้พูด
“เฮ้ย ถามได้ กูโอเคแล้วจริงๆ” ฉันบอกมันพร้อมกับยิ้มให้
ฉันโอเคจริงๆ นะ ถึงในตอนแรกฉันจะเสียใจมากก็เหอะ ไม่ได้มีใครทำใจได้กับการจากไปของคนที่เรารักหรอกมันเ็ปจนไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้เลยด้วยซ้ำ มันยากที่จะใช้ชีวิตให้เหมือนวันที่เคยมีแต่วันนี้เขาจากไปโดยที่ไม่มีวันกลับมา มันแย่จริงๆ นะ แต่ในเมื่อมันเป็แบบนี้เราก็ทำได้เพียงยอมรับความจริง และสู้ต่อไปในโลกแห่งความเป็จริงเพราะถึงยังไงแม่ก็ยังคงอยู่ในหัวใจของฉันเสมอ ถึงบางครั้งจะอ่อนแอแค่ไหนก็ยังมีคนที่รักเราอีกมากมายคอยอยู่ข้างๆ ถึงโลกจะดูโหดร้ายแต่ก็ยังส่งคนพวกนี้ให้มาอยู่ข้างๆ ฉัน ต้องขอบคุณพ่อและพวกมันมากจริงๆ
“โอเคก็ดีแล้ว พวกกูเป็ห่วงมึงแทบแย่” อีผิงพูดพร้อมกับคีบหมูเข้าปาก ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เดี๋ยวว่างๆ ไปทำบุญให้แม่มึงกัน” ไอ้บอลบอก
“ขอบคุณพวกมึงมาก” ฉันขอบคุณมันจากใจจริง ถึงกลุ่มเพื่อนฉันจะไม่ได้พูดจาหวานใส่กัน ถึงจะชอบทะเลาะกันแต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าพวกเรารักกันมากแค่ไหน
“เออ แล้วกับไอ้บีมนี่ยังอ่ะ กูเห็นมันไปที่บ้านมึงด้วย” คำถามของไอ้พีททำให้ฉันทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ดิ ฉันกลัวมันอคติกับบีมไง เพราะทุกคนเชื่อไปแล้วว่าบีมเป็คนไม่ดี
“เป็ไงมาไง เหลาด่วนค่ะอีบัว” อีเมเสริม ทำให้ฉันกดดันกว่าเดิม
“เอ่อ ก็คุยๆ กันอยู่” ฉันบอกเสียงแ่ก่อนจะหันไปมองนักรบที่ทำเหมือนไม่สนใจอะไรแต่ฉันดูออกว่ามันไม่พอใจและกำลังระงับอารมณ์
“นี่กูตกข่าวเหรอ มึงก็รู้กับมันใช่ไหมไอ้รบ” ไอ้บอลหันไปถามหมอก
“เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำนะ” พูดจบก็ลุกไปเลยทำให้ไอ้บอลที่เป็คนถามเหวอไปเลย
“เป็ไรของมันวะ” ไอ้บอล
“ผัวมึงหึงแล้วว่ะ” อีผิงบอกฉัน
“ผัวพ่อง” อีนี่ไม่โดนด่าจะนอนไม่หลับ ไม่ประสาทก็โรคจิตอ่ะ
อย่างนักรบคงไม่เรียกว่าหึงหรอกเพราะมันยังชัดเจนว่าเราเป็เพื่อนกัน มันคงเป็อาการของคนที่ไม่ชอบมากว่า ฉันคิดว่างั้นนะแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องไม่ชอบบีมขนาดนั้น
“แล้วตกลงมันรู้เื่นี้ไหม” ไอ้พีทดึงพวกเรากลับมาเื่นี้อีกครั้ง ปล่อยผ่านมันไปไม่ได้เหรอ ฉันไม่อยากพูดเื่นี้เลยจริงๆ ทั้งเื่บีมแล้วก็เื่ของนักรบด้วย
“อือรู้” ฉันตอบ
“หึ”
“มึงหึทำไมไอ้พีท” อีเมถามไอ้พีทที่หัวเราะออกมาราวกับชอบใจอะไรบางอย่าง ทำไมเพื่อนกูมันน่ากลัวขึ้นทุกวันๆ
“เปล่า กินต่อเหอะ” อยากจะขอบคุณมันสักสิบครั้งที่หยุดพูดเื่นี้โดยการเอาอาหารมาล่อ ซึ่งได้ผลมาก กลุ่มฉันแดกเก่งทุกคนอ่ะ ไปที่ไหนเหมือนฝูงแร้งลง
นั่งไปสักพักนักรบก็กลับมาจากห้องน้ำด้วยหน้าตานิ่งเรียบไม่พูดคุยกับใครแล้วนั่งกินต่อ ฉันละสายตาจากมันแล้วหันมาสนใจหมูสามชั้นตรงหน้าแทน
“อ่ะ”
“กินเยอะๆ มึงผอมเกินไปแล้ว” มันบอกเมื่อแกะกุ้งมาให้ฉันที่กำลังแปลกใจ ถ้าเป็เมื่อก่อนมันไม่เคยทำให้ไง เพราะฉันเป็คนที่แกะกุ้งไม่เป็เลยเลือกที่จะไม่กิน ขอให้มันแกะให้มันก็จะพูดว่า
‘แกะไม่ได้ก็ไม่ต้องแดก’
เป็นี้ประจำไงฉันถึงคิดว่าวันนี้มันแปลก สงสัยจะสงสารจริงๆ ล่ะมั้งเพราะอีนี่กินแต่หมูผักก็ไม่กินเพราะไม่ชอบ ไม่ใช่กินไม่ได้นะแต่ไม่กินดีกว่า5555
“หิมะต้องตกแน่ๆ” ฉันบอกมัน
“งั้นก็ไม่ต้องกิน” มันทำท่าจะเอากุ้งในถ้วยฉันคืน ฉันเลยรีบเอาตะเกียบคีบเข้าปากเสียก่อนแล้วยักคิ้วให้มันอย่างกวนตีน จะเอาคืนได้ไงอ่ะ มันแกะให้ทั้งที
“รบกูอยากกินกุ้ง” เสียงอีผิง ซึ่งฉันคิดว่ามันคงจะเห็นตอนที่นักรบแกะกุ้งให้ฉันแน่นอน ถ้าพูดแบบนี้คืออยากจะหาเื่ล้อฉันไง เพื่อนเวรคิดว่ารู้ไม่ทันหรือไง
“บอกกูทำไม”
“แกะให้กูบ้างดิ” มันบอกพร้อมกับทำหน้าอ้อนๆ
“อยากแดกก็แกะเอง”
“ใช่สิ กูไม่ใช่อีบัวนี่” บอกแล้วไงว่ามันหาเื่แซวฉัน ไม่ได้อยากกินจริงๆ หรอก
“ทำใจนะมึง” อีเมทำท่าปลอบ เกลียดมากอ่ะจุดนี้
แล้วทั้งโต๊ะก็หัวเราะออกมา ฉันกับนักรบส่ายหัวอย่างเอือมระอากับพวกมัน ถ้าพวกมันรู้ว่าฉันสารภาพรักกับนักรบไปแล้วโดนมันปฏิเสธมาคงจะไม่มีใครกล้าล้ออีกแน่ๆ แต่ก็ช่างมันเถอะห้ามตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ ในเมื่อมันเป็แบบนี้มาั้แ่ปีหนึ่งแล้ว
เมื่อหมดเวลาเราก็แยกย้ายกันกลับ ตอนแรกว่าจะเดินเล่นต่อแต่พวกมันบ่นอิ่มเดินไม่ไหวกัน
“จะไปไหนต่อป่ะ” นักรบถามเมื่อขับรถออกมาจากห้างแล้ว
“มีที่ให้ไปไหมล่ะ” คือยังไม่อยากกลับห้องไง กลับไปก็ไปนอนไม่ได้ทำอะไรอยู่ดี
“ไปเดินตลาดนัดหน้ามอกัน”
เออใช่ วันนี้วันพุธจะมีตลาดนัดซึ่งส่วนมากก็จะเป็นักศึกษาของที่นี่แหละที่เอาของมาขายกัน
“ไปดิ” ดีเหมือนกันนะ เปลี่ยนจากเดินห้างมาเดินตลาดนัดแทน ของถูกกว่าตั้งเยอะ
เมื่อฉันตกลงเราก็มุ่งหน้ามาที่หน้ามหาลัยทันที คนเยอะจนแทบจะไม่มีที่จอดรถเลยแต่เราก็วนหาจนได้ เราเดินมาโซนเสื้อผ้าอันดับแรกทั้งทีทุกทีจะไปแต่โซนอาหาร แต่ตอนนี้มันอิ่มแล้วไง5555
“เดี๋ยวกูไปดูร้านนู้นนะ” มันบอกฉันที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ซึ่งมันเป็ร้านเสื้อผ้าผู้หญิง นักรบเลยจะไปดูร้านตรงข้ามที่ขายเสื้อผ้าผู้ชาย
ฉันไม่ตอบแต่พยักหน้าให้แล้วหันมาเลือกเสื้อผ้าต่อ เมื่อได้ตัวที่ชอบก็จ่ายตังแล้วเดินไปหานักรบที่อยู่อีกร้าน
“รบเสร็จยะ...บีม!”
-TBC-