ตอนที่ 9 เมดสาวพาทัวร์ที่ตั้งฐานภายในดันเจี้ยน
“สุดท้ายต้องพึ่งเธออีกตามเคย”
กอนพูดกับซีโร่...แม้ตัวเขาจะพยายามใช้ชีวิตอยู่รอดด้วยตัวคนเดียวให้ได้มากแค่ไหนก็ตามสุดท้ายเขาก็ต้องพึ่งพาสุดยอดเมดอยู่ดี และครั้งนี้มันเป็สิ่งที่จำเป็และเร่งด่วนมากๆเขาต้องรีบไปช่วยคุณฟานให้ได้
“ทราบแล้วคะมันเป็หน้าที่ของดิฉันอยู่แล้ว”
เมดสาวพูดตอบนายท่านของเธอ
----กอนเริ่มแนะนำตัว ซีโร่ให้กับคิวฟัง
“คิวนายจะเรียกเธอคนนี้ว่า ‘ซีโร่’ ก็ได้ เธอคนนี้มีสกิล ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’ ซึ่งเป็ความสามารถที่คล้ายกับล่องหน...รับประกันได้เลยว่าเธอสามารถช่วยเราได้แน่นอน”
[ สกิล ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’
เป็สกิลที่ทำให้ผู้ใช้ติดอยู่ในสถานะ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’
..... .
(รูปแบบที่ 1)
เมื่ออยู่อยู่ในสถานะจะไม่มีสิ่งใดมองเห็น ัั และมีปฏิกิริยาใดๆได้เลย...เปรียบเสมือนผู้ที่อยู่ในสถานะนี้ ‘ไม่เคยมีอยู่’(นั้นเป็เหตุผลว่าทำไมสกิล ‘แบล็คฮาริ’ที่สามารถตามไปทะลวงเป้าหมายได้ทุกที่ไม่ว่าเป้าหมายจะหนีไปอยู่ที่ไหนหรือมิติไหนก็ตาม...แต่ไม่อาจตามล่าผู้ที่อยู่ในสถานะ ‘ว่างเปล่าและการไม่มีอยู่’ ได้
ในทางตรงกันข้ามผู้ที่อยู่ในสถานะ ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’ ร่างกายจะเหมือนล่องหนสามารถล่องลอยทะลุสิ่งต่างๆได้ และจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลยจากสิ่งที่อยู่นอกสถานะ...แต่ยังคงมองเห็นและได้ยินสิ่งที่อยู่นอกสถานะ
( (เมื่ออยู่ในสถานะ: ผลโบนัสที่ได้รับ)
--ความเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย และความง่วง จะค่อยๆลดลงจนไม่จำเป็ต้องนอนหลับ หรือพักผ่อน
--ไม่จำเป็ต้องดื่มกินความหิวกระหายจะค่อยๆลดลงจนไม่จำเป็อีกต่อไป
--าแความเ็ป โรคภัย และสถานะผิดปกติ จะค่อยๆถูกรักษา จนหายในที่สุด
--ความชราจะค่อยๆกลับสู่วัยหนุ่มตาม่เวลาปกติย้อนกลับ...จากเด็กจะโตสู่วัยหนุ่มตาม่เวลาปกติ...และจะคงอยู่ในวัยหนุ่มตลอดกาล
--ทุกสิ่งจะสามารถสื่อสารถึงกันได้ แม้จะคนละภาษา )
ผู้ใช้สกิลสามารถพาผู้อื่นเข้ามาอยู่ในสถานะ ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’ ได้ ด้วยการัั
***ข้อเสียที่สำคัญของผู้ที่อยู่ในสถานะนั้นคือไม่อาจที่จะัั หรือมีปฏิกิริยาใดๆกับสิ่งที่อยู่นอกสถานะได้เลย
ผู้ใช้จำเป็ที่จะต้องออกจากสถานะ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’ เสียก่อน
(กล่าวคือ...ไม่สามารถโจมตี ัั หรือมีปฏิกิริยาใดๆกับสิ่งที่อยู่นอกสถานะได้เว้นแต่จ้องมองหรือฟังเสียง...หาก้าโจมตี หรือััสิ่งที่อยู่นอกสถานะ ต้องออกจากสถานะเสียก่อน)
..... .
สกิล‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’มีอยู่หลายรูปแบบ...ที่ว่ามาข้างต้นเป็เพียง (รูปแบบที่ 1)]
.
.
.
คิวเริ่มคิดหนักเมื่อเห็นสาวสวมหน้ากากขาวพิลึกพิลั่นที่กอนแนะนำ
แม้จะดูๆไปแล้วเธอจะงดงามดีก็ตาม...แต่เธอเป็เกรทเทอร์
แน่นอนว่าคิวไม่มีทางเชื่อใจเธอคนนี้...แต่เขาเชื่อใจกอนและสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการไปช่วยฟาน
“ยินดีที่ได้รู้จักซีโร่ ฉันคิว”
คิวฝืนพูดทักทายซีโร่โดยที่ไม่ได้ยื่นมือออกไปทักทายเหมือนคำพูด...ในใจของเขายังคงเกลียดชังเกรทเทอร์ทุกตัว
“ยินดีที่ได้รู้จักคะ ท่านคิว”
ทางด้านเมดสาวหน้ากากขาว โค้งตัวทักทายอย่างสุภาพทำเอาคิวรู้สึกแปลกใจนิดๆ
...
..
.
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานตอนนี้ คิว กอนและซีโร่ก็มาอยู่หน้าทางเข้ารูหนอนเป็ที่เรียบร้อย
โดยที่เ้าหน้าที่ทีมเฝ้าทางเข้ารูหนอนหรือใครก็ตาม ไม่สามารถที่จะมองเห็นหรือััพวกเขาได้เลย...
เพราะตอนนี้ทั้งสามคน อยู่ในสถานะ ‘ว่างเปล่า และการไม่มีอยู่’
ทางเข้าที่ดูน่ากลัวไม่ชินตา ภาพตรงหน้าเหมือนมิติถูกทุบแตกจนเป็รู
คิวเริ่มรู้สึกหวั่นๆนิดๆแต่พอหันไปมองกอนที่ดูชิลกว่าปกติจึงรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
“กอน นายดูไม่รู้สึกกลัวอะไรเลยนะเคยเข้ารูหนอนมาแล้วเหรอ”
“ก็เคยเข้าอยู่นะ แต่ไม่ใช่ที่นี่หรอก”
กอนหันมาตอบคิวด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งทำเอาคิวรู้สึกรู้สึกแหม่งๆเล็กน้อย จะเชื่อดีไม่เชื่อดี ไม่รู้ว่ากอนพูดเล่นหรือเปล่า
...
ทั้งสามคนเข้ามาภายในรูหนอน ข้างในนั้นไม่ต่างจากที่ได้ยินจากข่าวเลย...
และที่สำคัญใครที่เป็โรคกลัวแมลงหรือพวกแมง พวกหนอน ก็เตรียมตัวซ้อมกรี๊ด ซ้อมเป็ลมมาก่อนได้เลยหาก้าที่จะเข้ามายังดันเจี้ยนแห่งนี้
คิวรู้สึกขนลุกนิดๆแม้ว่าเขาจะไม่ใช้คนที่กลัวหนอน และแมลง
แต่ตามเส้นทางที่พวกเขาเดินมานั้น ก็เต็มไปด้วยหนอนและแมลงที่มากเกินไป บางทีก็มีศพของพวกมันซ้อนทับกันเป็ูเาขนาดย่อมๆอีกทั้งพวกมันทุกตัวยังมีสีขาวเผือก
...การที่คิวรู้สึกขนลุกนิดๆไม่ใช่เื่ที่แปลกเลย
...
----จากการเดินทางที่ผ่านมาได้สักพักและจากการสังเกตของคิว
เขารู้สึกว่า แมลงพวกนี้ มันมีอะไรแปลกๆ
อย่างเช่นมดตัวเล็กๆเพียงตัวเดียวสามารถแบกหินที่มีขนาดเท่ากำปั้นได้อย่างง่ายดาย
ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขาคู่หน้าคมอย่างกับใบมีดคาตานะจอมปลวกที่กัดกินโลหะมาทำรัง
ใยแมงมุมเส้นเล็กๆบางๆขนาดเท่าปกติที่เหนียวและทนพอๆกับลวดสลิงเส้นใหญ่
หรือตัวด้วงที่พุ่งชนรักจอมปลวกที่ทำจากโลหะให้พังลงได้อย่างง่ายดาย...โดยที่เปลือกของมันไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน...
นี่เป็เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่คิวเห็น
นับว่าโชคดีมากที่แมลงพวกนี้มีขนาดเท่าปกติแถมตอนนี้พวกเขายังล่องหนอยู่...
ไม่อยากจะคิดเลยว่า หากฝูงแมลงพวกนี้หันมารุมโจมตีพวกเขาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
คิวยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกขนลุกยิ่งกว่าเดิม
“กอน แมลงพวกนี้มันอะไรกันวะ”
“พวกแมลงเผือกนะ แมลงพวกนี้มันจะมีลักษณะเด่นหรือมีส่วนที่พิเศษกว่าแมลงปกติหลายสิบเท่า หรือร้อยเท่าเลยนะ ยกตัวอย่างเช่นมดปกติจะยกของที่หนักกว่าตัวเองได้ถึง 50 เท่า...แต่พวกมดเผือกสามารถยกของที่หนักกว่าตัวเองได้มากกว่า1000 เท่าเลยนะ”
...สิ่งที่กอนพูดคิวคงไม่มีทางเชื่อหากแต่ความจริงนั้น เขาเห็นมันมากับตาตัวเองแล้ว
“เราล่องหนแบบนี้ไปตลอดเลยได้ไหมจนกว่าจะเจอฟานเลย...ชั้นไม่อยากจะไปแตะต้องหรือััพวกมันเลย”
คิวพูดด้วยความรู้สึกที่กลัวนิดๆไม่อยากเข้าไกล้ และไม่้าที่จะััแมลงเผือกพวกนี้เลยสักนิด
“อื่ม!...แบบนั้นก็ได้นะเพียงแต่แมลงพวกนี้แค่ตัวเดียวก็มีราคาขึ้นสูงมากเลยนะอย่างเช่นมดเผือกหนึ่งตัวราคาก็ประมาณ... 10,000 ดอลล่าได้มั้ง...เพียงแต่ต้องจับออกไปเป็ๆเท่านั้นแถมแมลงเผือกพวกนี้ ไม่สามารถนำไปเลี้ยง หรือเพาะพันธุ์ได้ด้วย”
กอนยิ้มตอบ
ส่วนคิวนั้นตาลุกวาวทันที ‘โอ้ว!!! แม้เ้า ตัวละ 10,000ดอลล่า เลยรึ’ คิวเปลี่ยนใจ รู้สึกอยากจะััพวกมันทันทีััอย่างถนุถนอน
...แต่แล้วคิวก็เหมือนนึกอะไรสำคัญบางอย่างในใจได้ ‘ไม่ได้สิไม่ได้ๆ สิ่งสำคัญอันดับแรกตอนนี้คือไปช่วยฟานให้ได้ ไปช่วยฟาน! ไปช่วยฟาน!’
---คิวเรียกสติของตัวเองกลับมา
ก่อนที่จะเดินทางกันต่อ
...
..
.
ทั้งสามคนเดินทางมาได้เพียงไม่นานในที่สุดที่หมายแรกที่พวกเขาพบเจอ นั่นคือแคมป์ที่พักของฝ่ายมนุษย์
มีลักษณะเป็เต็นท์ที่พัก รวมกันหลายๆเต็นท์เหมื่อนหมู่บ้านขนาดย่อมๆ
มันเป็จุดตั้งแคมป์ภายในรูหนอนที่พวกเกรทเทอร์เข้ามาตั้งแคมป์พักผ่อนหลังจากสำรวจรูหนอน และเป็ที่เก็บทรัพยากร
ทั้งสามคนเดินเข้าไปภายในแคมป์แน่นอนว่าไม่มีใครที่สามารถมองเห็นหรือััพวกเขาได้
ภายในแคมป์ถูกแบ่งออกเป็สองฝั่งชัดเจน
ฝั่งแรกเป็เต็นท์ที่หรูหรามีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมายและคนที่อาศัยอยู่ฝั่งนี้ก็คือพวกเกรทเทอร์
ส่วนอีกฝั่ง เป็เต็นท์ขนาดใหญ่ที่ถูกกางหลังคาและปูพื้นแบบลวกๆ คนที่อาศัยอยู่ฝั่งนี้ก็คือพวกคนงานนั้นเอง
...คนงานนั้นเป็คนธรรมดาที่ได้รับอนุญาตพิเศษให้เข้ามาในรูหนอนได้...เพียงแต่ต้องทำตามคำสั่งของเกรทเทอร์อย่างเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่มาเป็คนรับใช้หรือไม่ก็คนแบกของ
----ทั้งสามคนเดินดูรอบๆแคมป์คนงาน
จนไปเจอเต็นท์คนงานเต็นท์หนึ่งที่มีป้ายเขียนไว้ว่า ‘ตัวประกันที่ช่วยมาได้’
เหล่าตัวประกันที่ถูกช่วยกลับมาได้เกือบทุกคนและทุกคนมีสีหน้าที่อมทุกข์ ร่างกายผอมโซ และนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากกองรวมกันภายในเต็นท์
พวกเขาเหล่านี้้าที่จะออกไปจากรูหนอนแห่งนี้แทบจะเต็มทน...ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเกรทเทอร์ที่ช่วยตัวประกันเหล่านี้มาได้แล้วถึงไม่รีบพาพวกเขาออกไปจากรูหนอน
...แต่กลับพามารวมกันที่นี่นับหลายชีวิต
คิวรีบตรงไปที่เต็นท์ตัวประกันทันทีเพื่อมองหาฟานคนรักของเขา
...
แต่ไม่ว่าเขาจะหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอฟานเลย
“ช่วยคลายสกิลให้ผมหน่อยได้ไหม”
คิวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบไร้อารมณ์...ก่อนที่ซีโร่จะคลายสกิลให้เขา
----ร่างกายของคิวเปิดเผยต่อหน้าเหล่าตัวประกันแทบจะในทันที
ทำให้ตัวประกันบางคนสะดุ้งใ
“ฟาน!!! ฟาน!!!ฟานอยู่ไหน!!! มีใครเห็นผู้หญิงที่ชื่อฟานบ้างไหมครับ”
เมื่อสถานะว่างเปล่าและการไม่มีอยู่ของคิวหายไป เขาก็ะโตามหาฟานออกมาเสียงดังทันที
...
แต่...แม้ว่าเขาจะะโเสียงดังสักเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลย
...
“พ่อหนุ่มมาตามหาผู้หญิงที่ชื่อฟานเหรอ”
ชายอายุประมาณ 60 ปลายๆ ถามคิว
“ใช่ครับ ผมมาตามหาเธอ เธอเป็แฟนของผมเอง”
คิวตอบชายคนนั้นอย่างกระตือรือร้น
“ตรงนี้ไม่มีคนชื่อฟานหรอกนะพ่อหนุ่ม...ถ้าจำไม่ผิดมีผู้หญิงอยู่คนหนึ่งที่พวกดวอร์ฟมันยังจับเป็ตัวประกันไว้อยู่”
“ลุงหมายความว่ายังไงไม่ใช่ว่าพวกเกรทเทอร์มันช่วยทุกคนมาหมดแล้วเหรอ...แล้วผู้หญิงที่ดวอร์ฟมันยังจับเป็ตัวประกันอยู่ใช่ฟานหรือเปล่า”
คิวรู้สึกแป็นกังวลขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าฟานไม่ได้อยู่ที่นี่
ส่วนทางฝั่งของคุณลุงได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหน้า
“ไม่รู้ว่าพ่อหนุ่มพูดเื่อะไรนะแต่เกรทเทอร์มันไม่ได้ช่วยพวกเราเลยสักนิด พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะไปสู้กับพวกดวอร์ฟเลยด้วยซ้ำพวกเราถูกพวกดวอร์ฟมันปล่อยตัวออกมาเองต่างหาก...อีกอย่างผู้หญิงที่ดวอร์ฟมันยังจับตัวไว้อยู่ใช่คนที่ชื่อฟานหรือเปล่านั้น ลุงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะพ่อหนุ่มเดี่ยวพวกดวอร์ฟมันก็ปล่อยตัวออกมาเอง”
...
เมื่อคิวฟังลุงพูดจบ สีหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก
“ลุงหมายความว่ายังไงที่บอกว่าเดี่ยวพวกดวอร์ฟมันก็ปล่อยออกมาเอง...ลุงรอดแล้วไงลุงถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว...แต่แฟนของผมยังถูกพวกจับตัวไว้อยู่เนี่ยนะ...ไม่ละ! ผมจะไม่รอ ผมจะไปช่วยฟานเดี่ยวนี้แหละ”
คิวเริ่มขาดสติ และพูดด้วยอารมณ์ ส่วนลุงที่เห็นสีหน้าโกรธเคืองของคิวก็เริ่มกลัวขึ้นมา
คิวนั้นตัดสินใจว่าจะไม่รออะไรทั้งนั้นเขาจะไปช่วยฟานทันที
...แต่แล้วเมื่อคิวทำท่าจะจากไป...คิวก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากเต็นท์หรูด้านข้าง
เนื่องจากเต็นท์ของตัวประกันอยู่ห่างจากเต็นท์ของพวกเกรทเทอร์ไม่มากนัก
เสียงที่คิวได้ยินเป็เสียงของพวกเกรทเทอร์ที่ะโโหวกเหวกโวยวาย จัดปาร์ตี้ฉลองกันอย่างมีความสุขทั้งๆที่พวกมันแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
...
“นี่มันบ้าอะไรกันวะ!!! ไอพวกเกรทเทอร์...มันทำบ้าอะไรกันอยู่ งานและหน้าที่ของตัวเองไม่เคยทำตัวประกันก็ไม่ช่วย พวกมันยังเห็นเราเป็คนอยู่ไหมวะ ไอพวกสารเลวเอ้ย!!!”
คิวพูดออกมาอย่างเดือดดาลเขาโกรธจนเืขึ้นหน้า
“ใช่แล้วละพ่อหนุ่มไอพวกเกรทเทอร์นะ มันไม่เห็นว่าเราเป็มนุษย์เหมือนพวกมันเลยนี่คือสิ่งที่พวกมันทำในแต่ละวัน...เล่นสนุกกันทั้งวัน แทบจะไม่ทำงานอะไรเลยคนที่ซวยจริงๆคือพวกคนงานที่ต้องมาคอยเก็บทรัพย์ให้กับพวกเกรทเทอร์บางที่เจอสิ่งมีชีวิตที่อันตราย พวกเกรทเทอร์มันก็หนีเอาตัวรอดไปทิ้งคนงานให้ตายไปอย่างไร้ค่า ก็มีอยู่บ่อยครั้ง”
ลุงพูดด้วยความโกรธแค้นและความเจ็บใจออกมาเช่นกัน...
แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่บ่นไม่อาจจะทำอะไรอย่างอื่นได้เลย
...
..
.
คิวได้กลับมาอยู่ในสถานะว่างเปล่าและการไม่มีอยู่เพื่อเดินทางตามหาฟานต่อยังสถานที่ของพวกดวอร์ฟ
ตามเส้นทางที่พวกเขาเดินทางมามีลอยเท้าของมนุษย์ขนาดเล็ก ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ของพวกดวอร์ฟ
...เป็ที่แน่นอนว่าพวกดวอร์ฟนั้นไม่คิดจะกลัวมนุษย์เลยหนำซ้ำยังท้าทายให้มนุษย์มาโจมตีพวกมันด้วย
พวกดวอร์ฟกล้าที่จะบุกข้ามไปอีกฝั่งยังโลกของมนุษย์เพื่อทำการสำรวจ...แต่เกรทเทอร์แค่จะเข้าไปยังแคมป์ของพวกดวอร์ฟภายในรูหนอนก็แทบไม่มีความกล้าหลงเหลือกันแล้ว...
คิว กอนและซีโร่ เดินตามรอยเท้าของพวกดวอร์ฟ ที่พวกมันไม่คิดจะปกปิดไว้จนไปถึงแคมป์ของพวกมัน
แคมป์ของพวกดวอร์ฟนั้นเตี้ยกว่าของมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด...หากมนุษย์จะเข้าไปก็ต้องก้มไม่ก็นั่งยองๆ
คิว กอนและซีโร่ เริ่มสำรวจภายในแคมป์ดวอร์ฟเพื่อค้นหาตัวของฟาน...โดยที่พวกดวอร์ฟไม่อาจมองเห็นหรือััทั้งสามคนได้เลย
----การสำรวจผ่านมาได้สักพักแต่พวกเขาไม่พบฟานหรืุ์คนไหนภายในแคมป์แห่งนี้เลย
และข้อมูลสำคัญอีกอย่างที่กอนได้มาก็คือที่ๆพวกดวอร์ฟตั้งแคมป์อยู่นั้น เป็ที่ตั้งของแกนกลางรูหนอน...
พวกดวอร์ฟเลือกที่จะตั้งแคมป์รอบแกนกลางและยึดพื้นที่ตรงนี้ไว้ ปกป้องไม่ให้มีใครมาทำลายแกนกลางได้ นั่นก็เพื่อกอบโกยทรัพยากรอย่างเต็มที่
...ส่วนฝั่งมนุษย์ก็รับรู้เื่ที่แกนกลางรูหนอนอยู่ใจกลางแคมป์ของดวอร์ฟแต่เลือกที่จะไม่บุกมาทำลายแกนกลาง เพื่อรักษาการคงอยู่ของรูหนอนแห่งนี้ไว้เช่นกัน
“ชั้นคิดว่าพวกมันมีมากกว่า40 ตัวอีกนะ”
“ก็น่าจะประมาณนั้นแหละ”
กอนคิดสักพักแล้วตอบคิว
...
การที่ตามหาฟานไม่เจอทำให้คิวเริ่มอารมณ์ร้อนแล้วหงุดหงิด
“โว้ย!!!ชั้นอยากจะออกจากสถานะล่องหนบ้านี่ แล้วะโเรียกหาฟานดังๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย”
“จะบ้าเหรอนายจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ ใจเย็นๆหน่อย”
แม้กอนจะไม่ได้แสดงสีหน้าที่อารมณ์ร้อนออกมาแต่ภายในของเขานั้นเป็กังวลอย่างมาก
‘หากคุณฟานถูกพาตัวข้ามไปอีกฝั่ง...ข้ามไปยังโลกของพวกดวอร์ฟละหากยังอยู่ในรูหนอนแห่งนี้ ก็ยังพอตามหาได้อยู่ แต่ถ้าข้ามไปอีกฝั่งแล้วมันก็คงจะเป็เื่ที่ยากมากๆ’ กอนเก็บความกังวลไว้ภายในแล้วไม่พูดออกมา...
“ดิฉันคิดว่าเราจับมันมาสักตัวแล้วลองสอบปากคำมันดูดีไหมคะ...ดิฉันจะรับหน้าที่เค้นคำตอบที่มันรู้ทุกอย่างออกมาเองคะ”
ซีโร่พูดจบคิวและกอนครุ่นคิดอยู่สักพัก...แม้จะดูเป็วิธีที่ชั่วร้าย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“ดีเลยจับมันมาสักตัว แล้วเค้นถามมัน...เอาตัวคุณฟานไปไว้ไหน”
“เดี่ยวๆไอวิธีนั้น...มันจะไม่อันตรายเกินไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรหายห่วงเราเจอตัวคุณฟานเมื่อไหร่แค่ทำให้คุณฟานอยู่ในสถานะว่างเปล่าเหมือนพวกเรา...แค่นี้เราก็รอดแล้ว”
คิวถอนใจ เขาเริ่มมองเห็นความหวังขึ้นมาบ้าง...แม้ตัวเขานั้นไม่เคยจับใครเป็ตัวประกันมาก่อนไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่เพื่อช่วยฟานแล้วมันก็ไม่เกี่ยงวิธีการ...
“เอาแบบนั้นก็ได้...”
เมื่อคิวตอบรับแผนการจับดวอร์ฟมาเค้นคำตอบจึงเริ่มขึ้น
...
..
.
“ชาชา จะไปพักแล้วเหรอวันนี้เป็ไงบ้าง”
“โคตรน่าเบื่อเลยพวกมนุษย์เจอหน้ากันทีไร ก็หนีหางจุกตูดทุกที”
‘ชาชา’ ดวอร์ฟหนุ่มไฟแรง ร่างกายผอมบาง
วันนี้สำหรับเขาก็เป็วันที่น่าเบื่ออีกตามเคย...ชีวิตนักสำรวจของเขานั้นเขา้าที่จะเจอเื่ที่มันน่าตื่นเต้นกว่านี้...แต่ที่เขาต้องมาเจอทุกวันนี้มันน่าเบื่อเกินไปแล้ว
หลังจากที่ชาชากลับมายังที่พักของตัวเองเขาก็ทิ้งตัวลงนอนทันที...ชีวิตของเขาวนอยู่แต่แบบนี้‘รู้งี้ตอนนั้นเลือกไปสำรวจอีกดันเจี้ยนดีกว่า’
ชาชาคิดก่อนที่จะปิดตาหลับพักผ่อน
...
..
.
แต่หลังจากที่เขาพักผ่อนได้เพียงไม่นานเขาััได้ถึงไออุ่นบางอย่างบริเวณหลังคอ...
‘ไม่สินี่มันนิ้วมือใครกัน’ ัันุ่มนิ่มทำให้ชาชารู้สึกผ่อนคลอย
จากนั้นไม่นาน
“อ๊าคคค!!!....ใครวะ!!!!”
ชาชาก็ร้องลั่นด้วยความเ็ปมีของมีคมแทงมาที่ไหล่ของเขา
เขาลืมตาตื่นทันทีพร้อมหันมองโดยรอบ
ตอนนี้ร่างกายของชาชาเหมือนเป็อัมพาตไม่สามารถขยับร่างกายได้
ตรงหน้าของชาชาคือสิ่งมีชีวิตบางอย่างสวมหน้ากากขาวคาดว่าน่าจะเป็มนุษย์เพศเมีย
ส่วนอีกสองคนเป็มนุษย์เพศผู้...ที่ตอนนี้มีรอยยิ้มและสีหน้าที่ชั่วร้าย
.
.
.
(่พูดคุยกับผู้เขียน)
มาทายกันเล่นๆดีกว่าครับว่ากอนใช้วัตถุดิบอะไรในการสร้างซีโร่
.
.
ติชมผลงานวิจารณ์ได้ตามสะดวกเลยครับ ผมจะปรับปรุงตัวและเเก้ไขทันที ผมอ่านทุกคอมเม้นแน่นอน
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic