เมื่อผู้าุโ ทั้ง 3 มาครบ เป้ยอิงอิง ได้แนะนำตัวให้ทั้ง 2 ฝ่ายรู้จักกันแล้ว
“ไม่คิดว่าคุณชายจื้อ แม้อายุยังน้อยแต่มากด้วยความสามารถจริง ๆ สามารถรวบรวมวัตถุดิบต่างๆมากมายขนาดนี้”
“ท่านผู้าุโ กล่าวเกินไปแล้ว มันเป็แค่ความโชคดีของข้า”
“555 ไม่หลงตัวเอง มีความถ่อมตน น่าส่งเสริม น่าส่งเสริม” ผู้าุโอีกท่านกล่าว
อย่าให้เสียเวลาเลย มาประเมินมูลค่ากระดูกสัตว์อสูรและไข่อินทรีย์เหล็กดำดีกว่า
ผู้าุโหลง กล่าว
เมื่อผู้าุโคนหนึ่งก็เดินไปยังโต๊ะที่วางสิ่งของต่างๆ และได้ทำการคักแยกพร้อมตีราคา
“กระดูก เขี้ยว กรงเล็บ พวกนี้ถึงจะหายาก แต่ว่าคนทั่วไปไม่สามารถนำไปทำประโยชน์ได้ ยกเว้นปรมาจารย์หล่อมอาวุธ เท่านั้น”
“ถึงจะนำขึ้นประมูล ก็ไม่น่าจะได้ราคาเท่าไร ถ้าคุณชายจื้อ ไม่รังเกียจ ทางโรงประมูลจะรับชื่อไว้ทั้งหมดเป็อย่างไร”
“ข้าไม่ขัดข้องหรอก เอาตามผู้าุโเลย”
“ส่วนไข่อินทรีย์เหล็กดำ มูลค่าไม่อาจประเมินได้ เป็สมบัติล้ำค่าจริงๆ หากใครได้เป็เ้าของ และฟักไข่ออกมาเลี้ยงดู ลูกอินทรีย์เหล็กดำ ก็จะจงรักภักดีตลอดไป คิดดูว่ามีสัตว์อสูรระดับกลางเป็สัตว์เลี้ยง
แถมยังบินได้ พวกเศรษฐีรู้เข้าคงแย่งกันประมูลจนโรงประมูลแตกแน่ 5555”
“แต่การเลี้ยงสัตว์อสูรต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ชึ่งข้าไม่มีความสามารถพอ ตกลงนำขึ้นประมูลดีกว่า” หลิวจื้อโหยว คิดคำนึง
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย เป้ยอิงอิง จึงไปนำหยกชิ้นหนึ่งมามอบให้หลิวจื้อโหยว
”คุณชายจื้อ ในหยกชิ้นนี้ มีมูลค่า 1 แสนเหรียญทอง สามารถนำไปแลกได้ทุกสาขาของ สมาคมการค้าของเรา และจะมีส่วนลดพิเศษหากคุณชายชื้อของในสมาคมเรา คุณสมบัติพิเศษของมันคือ ใครได้ถือครองจะเป็แขกผู้มีเกียรติของสมาคมการค้าของเราตลอดไป ในเมืองต้าจง แทบจะไม่มีได้มันเป็เ้าของ ยกเว้นท่านเ้าเมือง ทั่วแผนดิน ก็มีคนเป็เ้าของแทบนับนิ้วได้”
”ขอบคุณผู้าุโทุกท่าน และโดยเฉพาะพี่สาว ข้าจะไม่ลืมไมตรีนี้ตลอดไป”
” อีก 1 เดือน ทางโรงประมูล จะทำการประมูลไข่อินทรีย์เหล็กดำ จะเปิดการประมูลครั้งใหญ่ โดยส่งเทียบเชิญให้ ทุกสำนัก ทุกขุมอำนาจ ถึงเวลารบกวนคุณชายเข้าร่วมชมการประมูล หวังว่าเราจะได้ทำธุรกิจกันบ่อยๆครั้ง”
ผู้าุโหลง กล่าว
”หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัว “
หลิวจื้อโหยว กล่าวขึ้น
“อิงอิง ช่วยพาคุณชายจื้อ เดินชมเมืองต้าจง และจัดหาที่พักให้ด้วย”
”เ้าค่ะ เชิญคุณชายจื้อ”
เมื่อออกจากโรงประมูล หญิงสาวได้พา หลิวจื้อโหยว ไปรับประทานอาหาร ในโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุด
”คุณชายจื้อ” จะนั่งห้องพิเศษหรือจะนั่งห้องโถงรวม”
พี่สาวเป้ย เรียกข้าว่าจื้อโหยว เฉยๆ ก็ได้ เรียกคุณชายมันห่างเหินเกินไป
“ตกลง ต่อไปข้าเรียกท่านว่า น้องชาย เ้าเรียกข้าว่า พี่สาว ดีหรือไม่”
“ดี ข้าตกลง งั้นพี่สาวเราเข้าไปนั่งในห้องโถงรวมดีกว่า คนเยอะดี ข้าชอบ เผื่อจะมีข่าวอะไรดีๆ จากพี่น้องชาวยุทธิ์บ้าง”
“น้องจื้อโหยว จริงๆแล้ว เ้าอยากรู้ข่าวอะไร ถามพี่สาวคนนี้ได้นะ เพราะหูตาสมาคมการค้า ของเราก็ไม่ธรรมดา”
ระหว่างเดินเข้าร้าน เป้ยอิงอิง กล่าว
”ขอเชิญแม่นางอิงอิง ขอรับ วันนี้จะเมนูอาหารพิเศษ ขอรับ”
”ขอบคุณมาก ขอนั่งโต๊ะด้านในแล้วกัน วันนี้น้องชายของข้าอยากนั่งห้องโถง และอุ่นสุราอย่างดี 1 กา เอาอาหารที่อร่อยๆ มาซัก 3-4 อย่าง”
เมื่อนั่งโต๊ะแล้ว หลิวจื้อโหยว ก็สอบถามหญิงสาวทันที “ พี่สาวในแผ่นดินนี้ ตระกูลหยาง ตั้งอยู่เมืองใด” สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุดคือ ใครคือฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูลหลิว เมื่อ 3 ปีแล้ว ตอนนี้เขามีป้ายหยกที่มารดากำไว้ก่อนตาย ซึ่งสลักคำว่าหยางอยู่ มันเป็เพียงเบาะแสเดียว