แม้เป็เพียงเรือนอนุแต่ขนาดของเรือนกลับไม่เล็ก แม้ไร้เกี้ยวแปดคนหาม แต่การตกแต่งจัดเตรียมห้องหอด้วยโคมไฟสีสดตระการตาอันบ่งบอกว่าให้เกียรติกันนั้น
ซู่หลินจึงยิ่งรู้สึกว่าตนเองคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจมาเป็อนุภรรยาสกุลหยาง และเมื่อคิดถึงใบหน้าคมคายหล่อเหลา ความสง่างามเป็เอกของหยางเจี้ยน นางก็ยิ่งกระหยิ่มในใจ
สำหรับซู่หลินการทำให้บุรุษโปรดปรานมิใช่เื่ยาก หากมิใช่เกิดมาในครอบครัวธรรมดา มีฐานะแค่สามัญชน เป็เพียงหลานสาวของอนุขุนนางขั้นสี่ เกรงว่าคงได้มีโอกาสร่ายมารยาต่อพระพักตร์ ทำให้องค์จักรพรรดิหลงใหลจนได้เป็พระสนมคนโปรดไปแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือซู่หลินเป็หญิงงามอย่างแท้จริง มองมุมไหนก็น่าพิสมัยชวนัั แม้นิสัยภายในจะเ้าเล่ห์ร้ายกาจ แต่เพราะนางมีใบหน้าอ่อนหวานหยาดเยิ้ม เวลาคลี่ยิ้มยิ่งหวานล้ำเป็พิเศษจึงปกปิดนิสัยแท้จริงไปสิ้น เผยเพียงความงดงามเป็เลิศให้ได้เห็นเท่านั้น
ซู่หลินกวาดตามองเรือนหอหรูหราสมฐานะจวนอย่างพึงพอใจ
ยิ่งให้สาวใช้คนสนิทไปสืบระหว่างรอเข้าหอถึงนิสัยใจคอของหยางเจี้ยนและได้รู้ถึงความสัมพันธ์อันห่างเหินระหว่างเขากับภรรยาเอกของเขา ซู่หลินก็ยิ่งยกยิ้มเย้ยหยัน
มิใช่ว่านางไม่รู้จักไป๋ิเยว่ผู้นั้น
อีกฝ่ายเป็สตรีอ่อนแอไร้ที่พึ่ง บ้านเดิมเป็ขุนนางขั้นเจ็ด อีกทั้งไม่เคยใส่ใจนำพา บ้านสามียังมองไม่เห็นค่า
แล้วจะเอาปัญญาหรือเรี่ยวแรงใดมาต่อกรกับนางที่มีดีเหนือกว่าทุกประการเล่า?
หญิงสาวนั่งรอบนเตียงมงคลอย่างสบายอกสบายใจ
ไม่นานเสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุรุษก็เกิดขึ้นอยู่ทางนอกห้อง พร้อมเงาร่างสูงใหญ่เปิดประตูห้องเข้ามา
ย่อมเป็แม่ทัพหนุ่มผู้งามสง่า หยางเจี้ยน
ซู่หลินกักเก็บความตื่นเต้นยินดีแทบล้นอกเอาไว้ ก่อนลุกขึ้นยืนอย่างงดงาม นอบน้อมทักทายอ่อนหวาน
“ท่านแม่ทัพ”
“อืม...”
หยางเจี้ยนตอบรับเสียงขรึม ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบเหมือนเคย
ร่างสูงเดินเข้าหาอนุของตนนิ่งๆ ดวงตาเรียวยาวมองนางอย่างเ็า กิริยาสุขุมนุ่มลึกเกินหยั่ง
ชายหนุ่มเก็บซ่อนความร้อนรุ่มซึ่งเป็ผลพวงจากฤทธิ์ยาในน้ำแกงเอาไว้ด้วยท่าทีสีหน้านั้น พลางเดินเข้าหาอนุคนงามอย่างสุขุมเยือกเย็น
ซู่หลินช้อนตามองอย่างเอียงอาย ดวงหน้าแดงซ่าน นางคลี่ยิ้มหวาน ซ่อนความเบิกบานมิดชิด
“หลินเอ๋อร์เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ท่านแม่ทัพแล้วเ้าค่ะ” นางสืบมาได้ว่าเขาเป็คนรักสะอาดมาก จึงเอ่ยเอาอกเอาใจได้อย่างถูกทางเหมาะเจาะ
“หลินเอ๋อร์จะปรนนิบัติท่านอาบน้ำล้างหน้าเ้าค่ะ”
บุรุษใดหากได้รับการเอาใจใส่อย่างเหนือชั้นเช่นนี้ ล้วนไม่อาจหลุดรอดมือสตรีไปได้
“หลินเอ๋อร์ถอดเสื้อให้ท่านนะเ้าคะ” ซู่หลินกล่าวพลางพาร่างอิ่มนุ่มน่าััเข้าหาแช่มช้า กำจายกลิ่นกายหอมกรุ่มชวนกลืนกินจนบุรุษต้องใจเต้นรัว เสื้อผ้าเนื้อดีที่ห่อหุ้มตัวก็เบาบางเสียจนเห็นเนินเนื้ออวบอัดที่เบียดแน่น
หยางเจี้ยนก้มมองดอกบัวตูมที่ซ่อนไว้อย่างิ่เหม่จนบวมนูนดึงรั้งเสื้อออกมานั้นด้วยแววตาวูบไหว
“มิต้องลำบากเ้า ข้าอาบมาแล้ว”
การอาบน้ำย่อมเสียเวลาทำกิจกรรมเริงรมย์ มิสู้ทำให้จบๆ ไปโดยไว
“มาเถิด...”
ชายหนุ่มเชิญชวนเปิดเผย
ซู่หลินยิ่งสะเทิ้นอาย ใบหน้าแดงเรื่อ
หญิงสาวขยับกายเข้าใกล้ร่างใหญ่อย่างขวยเขิน เอื้อมมือเรียวขาวดุจลำเทียนขึ้นเพื่อปลดสายคาดเอวให้เขา
นางมิอาจคาดเดาได้ว่าภายใต้เสื้อผ้าหรูหราสีน้ำเงินของชายรูปงามตรงหน้า แผงอกตึงแน่นจะน่าลูบไล้เพียงใด บ่าหนาจะกว้างขวางน่าโอบรัดแค่ไหน เอวสอบจะทรงพลังน่าหลงใหลปานใด มีเพียงต้องเปิดเปลือยปลดเปลื้องเท่านั้น
“ท่านแม่ทัพเมตตาหลินเอ๋อร์ด้วยนะเ้าคะ”
โฉมสะคราญยามออดอ้อนออเซาะ ล้วนเปี่ยมเสน่ห์ยั่วยวนเกินต้านทานอยู่แล้ว กอปรกับได้รับยาที่ผสมผสานอยู่ในน้ำแกงจากเรือนมารดา
หยางเจี้ยนจึงยกยิ้มบาง ั์ตาเปล่งประกายลึกล้ำ ฝ่ามือลื่นไหลลงไปที่เอวเล็กคอด
การตระกองกอดเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ
นิยายเื่นี้มีฉบับอีบุ๊ค คลิก>>> บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意