เฉินหยวนยืนอยู่เพียงลำพัง
เสื้อคลุมดำขาดวิ่น ปลายแขนยังมีร่องรอยแสงกฎเก่าที่ดับไม่สนิทลมหายใจของเขาหนักแน่น แต่ไม่สม่ำเสมอพลังในร่างยังไม่สงบ—เหมือนทะเลที่พายุผ่านไปแล้ว แต่คลื่นใต้น้ำยังคุกรุ่นเขาก้มมองฝ่ามือตนเอง
ลายสัญลักษณ์ที่ปรากฏตั้งแต่ตอนก่อนหน้า…ยังอยู่ไม่จาง ไม่เลือนและไม่ตอบสนองต่อพลังใด ๆ ที่เขาเคยรู้จัก“นี่ไม่ใช่ตรากฎ” เขาพึมพำกับตนเอง“และไม่ใช่พลัง”มันเหมือน รอยจดจำของบางสิ่งที่สวรรค์พยายามลืม
ทันใดนั้น—ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังไม่ใช่แรงกดดันไม่ใช่ศัตรูแต่เป็น สายตาเฉินหยวนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
ท้องฟ้ายังเหมือนเดิมแต่เขารู้…ว่ามีบางอย่าง “มองอยู่”ไม่ใช่สวรรค์ยุคนี้ไม่ใช่ศัตรูยุคสวรรค์โบราณแต่เป็นสิ่งที่อยู่ “ก่อนคำว่า สวรรค์ จะถูกนิยาม”“เจ้า…ไม่ควรอยู่ตรงนี้”
เสียงนั้นไม่ได้ดังจากอากาศไม่ได้สะท้อนในจิตแต่มัน เกิดขึ้นพร้อมกับความคิดของเขาเฉินหยวนไม่ตอบไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะเขากำลัง “ฟัง”“ผู้ที่เดินถึงจุดนี้ควรเลือกหนึ่งในสามทาง”ภาพหนึ่งผุดขึ้นในม่านตา
ทางแรก—วังสวรรค์ที่สมบูรณ์พลังสูงสุดตำแหน่งที่ทุกยุคใฝ่ฝันแต่ปลายทาง…คือการถูกบันทึก ถูกควบคุม และถูกเรียกกลับทางที่สอง—ความว่างเปล่าไร้ชื่อไร้ร่องรอยไม่มีศัตรู…เพราะไม่มีใครจำได้ว่าเจ้าเคยมีอยู่และทางที่สาม—
ภาพนั้นไม่สมบูรณ์เหมือนถูกฉีกออกก่อนจะปรากฏครบเฉินหยวนขมวดคิ้วเป็นครั้งแรกตั้งแต่ศึกจบ ที่เขา “ไม่เข้าใจ”“ทางที่สามคืออะไร”
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจ“คือสิ่งที่สวรรค์ไม่เคยยอมรับและไม่เคยบันทึก”ทันใดนั้น พลังในร่างเฉินหยวนสั่นสะเทือนไม่ใช่การทะลวงขั้นไม่ใช่การปะทุแต่เป็นการ “จัดตำแหน่งใหม่”
เขารู้สึกได้ชัด—ตั้งแต่ต้นทางที่เขาเดินมาพลังไม่เคยเป็นแก่นแท้แก่นแท้คือ ‘การไม่ยอมอยู่ในกรอบ’
เฉินหยวนหัวเราะเบา ๆเสียงแหบ แต่มั่นคง“ถ้าสวรรค์ไม่บันทึก…”“ข้าก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต”ลมพัดแรงขึ้นโดยไร้สาเหตุท้องฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนระบบบางอย่างถูกกระตุกเสียงนั้นเงียบไปไม่ใช่เพราะพ่ายแพ้แต่เพราะ “การสนทนาจบลงแล้ว”เมื่อทุกอย่างสงบเฉินหยวนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหนึ่งเดียวที่ชัดเจนพลังของเขา ไม่เพิ่มขึ้นทันทีแต่ เสถียรขึ้นอย่างน่ากลัวราวกับรากที่หยั่งลึกลงในสิ่งที่ไม่มีชื่อ
เขาหันหลังให้ซากสนามรบก้าวเดินไปข้างหน้าไม่รู้ปลายทางไม่รู้ระดับถัดไปแต่รู้เพียงอย่างเดียว—ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปทุกย่างก้าวของเขาจะเป็นสิ่งที่ ไม่มีตำราใดเขียนทันและสวรรค์…จะต้องเป็นฝ่าย “ตามให้ทัน”