หลังจากอาหารมื้อนั้นจบลงซ่งจินเหลียงก็ขอตัวไปพักผ่อนทำให้การพบปะหน้ากันครั้งแรกของเหลยเหลยและคนในครอบครัวเลิกราไปโดยปริยายขากลับไปที่เรือนครานี้มีเหลยเหลยและสาวใช้สองคนเท่านั้น ทั้งสามเดินกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนานมีเพียงแสงจากตะเกียงและโคมไฟนำทาง อีกด้านร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเดินสะเปะสะปะเซซ้ายเซขวาเข้ามาในเรือนตระกูลซ่ง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยพิษสุรากลิ่นคละคลุ้งไปทั้งร่าง ทั้งสามชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็นเขา
“เขาคือคุณชายสามเ้าค่ะ”เสียงกระซิบจากอิงอิงบอกกับคุณหนูของนางโชคไม่ดีเลยที่มาเจอคุณชายรองซ่งจินิระหว่างทาง บ่าวไพร่ล้วนรู้ดีว่าคุณชายรองมีนิสัยเสเพลเพียงใด
“โอ้ที่นี่มีสาวงามด้วยอย่างนั้นหรือ” ซ่งจินิเอ่ยเสียงอ้อแอ้ทันทีที่สบตากับหญิงสาวทั้งสามพร้อมก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็วมือใหญ่ยึดข้อมือเล็กนั่นไว้ดึงรั้งโฉมงามเข้าหาตัว
“พี่สามปล่อยข้านะ”เหลยเหลยเอ่ยอย่างตื่นตระหนกพยายามบิดข้อมือออกแต่เรี่ยวแรงของสตรีหรือจะสู้บุรุษได้ใบหน้าของจินิยื่นเข้ามาใกล้สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นจนเกือบซุกไซร้ลงที่ซอกคอของนางทันใดนั้นก็มีมือใหญ่อีกข้างมากั้นไว้ได้ทัน
“น้องสาม” เสียงเรียกแข็งขืนราวกับจะเตือนสติคนเมาจินิเงยหน้าขึ้นคลี่ยิ้มให้กับบุรุษหนุ่มตรงหน้า
“พี่ใหญ่ ใยท่านอยู่ที่นี่ด้วยเล่าหรือท่านก็มาชื่นชมคนงามเช่นข้า”
“เ้าพูดเหลวไหลอันใดของเ้านี่คือเหลยเหลย นางเป็น้องสาวบุญธรรมของเ้า” หยางเจี๋ยผลักไหล่น้องชายให้พ้นทางแล้วเอาตัวเข้าขวางไม่ให้จินิเข้าใกล้นางได้อีก
“เ้าเมามากแล้วรีบกลับไปพักผ่อนเสีย” เขาออกปากไล่น้องชายจินิเชื่อฟังพี่ชายแต่โดยดีไม่ตอแยใดๆอีก เขาเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
“เ้าเป็อันใดหรือไม่”หยางเจี๋ยถามด้วยเป็ห่วง นางเป็เพียงเด็กสาวที่เพิ่งถึงวัยปักปิ่นเข้ามาในสกุลซ่งวันแรกกลับเจอเื่ราวชวนใถึงเพียงนี้
“ข้าไม่เป็อันใดเพียงแค่ใเท่านั้น” เหลยเหลยคลี่ยิ้มบางให้พี่ชายเพื่อมิให้เขาต้องกังวล
“เ้ากำลังจะกลับเรือนใช่หรือไม่ข้าเดินไปส่งดีกว่า” หยางเจี๋ยบอก เขาคงรู้สึกไม่สบายใจถ้าปล่อยให้ทั้งสามเดินกลับไปที่เรือนเอง
“ถ้าอย่างนั้นข้ารบกวนพี่ใหญ่ด้วยเ้าค่ะ”
“รบกวนอันใดกันเ้าเป็น้องสาวของข้านะสมควรแล้วที่ข้าจะไปส่ง”
“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่มาส่งเหลยเหลย”นางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแสดงความขอบคุณเมื่อมาถึงหน้าเรือนเล็กของตนเอง
“ข้าต้องขอโทษเ้าแทนจินิด้วยแต่ไหนแต่ไรน้องสามเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกไปตามประสา ไม่ได้มีเจตนาจะทำไม่ดีกับเ้า”
“พี่สามแค่เมามากจึงเลอะเลือนไปชั่วครู่เท่านั้นเหลยเหลยไม่เป็อันใดเ้าค่ะ”
“ขอบคุณเ้ามากที่เข้าใจดึกมากแล้วเ้าคงอยากพักผ่อน พี่ไปก่อนนะ” ถึงหยางเจี๋ยจะไม่พอใจกับการกระทำของจินิมากเพียงไรแต่เขาก็ไม่้าให้เื่นี้รู้ไปถึงหูท่านพ่อ โชคดีที่เหลยเหลยไม่ติดใจเอาความพรุ่งนี้ให้จินิมีสติขึ้นสักหน่อย เขาจะไปพูดกับน้องสามให้รู้เื่
“คุณหนูจะไม่บอกนายท่านหรือเ้าคะ”เสี่ยวฮวาทักท้วงหลังจากที่คุณชายใหญ่จากไปแล้ว
“เื่เข้าใจผิดเล็กน้อยจะเอาไปกวนใจท่านพ่อทำไม” อันที่จริงเื่นี้ทำให้นางอกสั่นขวัญหายไม่น้อย แต่พี่ชายใหญ่ออกปากขนาดนี้แล้ว
อีกทั้งยังไม่ได้มีอันใดเกิดขึ้น นางจึงตัดสินใจที่ไม่เอ่ยถึงเื่นี้อีก
“พวกเ้าก็อย่าไปเล่าให้ใครฟังละ”เหลยเหลยไม่ลืมกำชับสาวใช้ของตน
เพียงพริบตาเดียวเหลยเหลยก็เข้ามาอยู่ในตระกูลซ่งครบเดือนตอนนี้นางสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้แล้วหลังจากเหตุการณ์วันนั้นหยางเจี๋ยก็พาจินิมาขอโทษนางด้วยตนเองและเขายังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนนางสม่ำเสมอทำให้เรือนหลังนี้มี
เขาเป็แขกประจำจนเหลยเหลยรู้สึกราวกับตนเองมีพี่ชายจริงๆ วันนี้ก็เช่นกันหยางเจี๋ยไปทำธุระแทนบิดา ขากลับจึงซื้อขนมกุ้ยฮวามาฝากนาง
“พี่ใหญ่ไม่น่าลำบากเลย”
“ลำบากอะไรกันข้าจำได้ว่าเ้าชอบกินขนมนี่ พูดแบบนี้พี่ใหญ่ของเ้าเสียใจนะ” เหลยเหลยคลี่ยิ้มขบขันกับถ้อยคำหยอกล้อของเขา
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ใหญ่”นางส่งขนมให้อิงอิงไปจัดใส่จาน เสี่ยวฮวาทำหน้าที่รินน้ำชาให้คุณชายใหญ่ระหว่างรอของว่างจากอิงอิง
“นายท่าน” เสียงทักทายจากอิงอิงที่ด้านนอกทำให้เสี่ยวฮวากระวีกระวาดไปเปิดประตูต้อนรับ
“คุณหนูล่ะ” ซ่งจินเหลียงถามหาลูกสาวบุญธรรมของตนหลายวันนี้เขาไม่มีเวลาแวะมาไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของนางเลย
“ท่านพ่อ” เสียงหวานของเหลยเหลยทักทาย
“หยางเจี๋ยเ้าก็อยู่นี่ด้วยรึ” ซ่งจินเหลียงเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นบุตรชายคนโตที่เรือนนี้
“พอดีลูกซื้อขนมกุ้ยฮวามาฝากเสี่ยวเหลยขอรับ”ซ่งจินเหลียงส่งเสียงรับคำในลำคอ ก่อนหันไปถามบุตรสาวว่า
“เ้าอยู่ที่นี่เป็อย่างไรบ้างสุขสบายดีหรือไม่”
“ข้าสบายดีเ้าค่ะท่านพ่อ”
“เื่การแต่งงานของเ้าสกุลหลี่ตอบรับกลับมาแล้ว อีกสิบวันทางสกุลหลี่จะมารับเ้าเดินทางไปลั่วหยาง”จริงสิ นางลืมไปเลยว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ในฐานะใดเพิ่งปรับตัวเข้ากับสกุลซ่งได้ไม่นานจำต้องจากไปอีกแล้วหรือนี่ นางคิดอย่างอาลัย
“เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะให้สาวใช้ของเ้าทั้งสองคนตามเ้าไปด้วย”หยางเจี๋ยมองดวงหน้าหวานด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”อย่างน้อยก็ยังมีคนที่นางพอจะคุ้นเคยติดตามไปด้วยลดความกังวลให้นางไม่น้อย
การเดินทางมาลั่วหยางของเหลยเหลยในครั้งนี้นับเป็การเดินทางไกลจากบ้านเป็ครั้งที่สองการเดินทางเช่นนี้ได้แต่อุดอู้อยู่เพียงในรถม้าสร้างความมึนหัวไม่น้อย
“ถึงแล้วเ้าค่ะคุณหนู”เสียงอิงอิงร้องขึ้นอย่างยินดี เวียนหัวจะแย่อยู่แล้วนางกับเสี่ยวฮวารีบลงจากรถม้าอย่างไม่รีรอ เหลยเหลยตามลงไป
ทั้งสามยืนอยู่ข้างรถม้าจ้องมองไปที่ประตูที่มีป้ายไม้แกะสลักสวยงามเขียนไว้ว่าจวนสกุลหลี่ จากการมองด้วยสายตาดูเหมือนว่าที่นี่จะมีขนาดใหญ่กว่าสกุลซ่งไม่น้อย ที่นี่สินะคือบ้านใหม่ของนางอย่างแท้จริงเพียงแต่ไม่รู้ว่าชีวิตของนางหลังจากนี้จะดำเนินไปทางใด