กลุ่มของหมวยอยู่พูดคุยกับโคลนเกือบครึ่งชั่วโมงก็แยกย้ายกันออกไปทำธุระ แต่โคลนยังปักหลักอยู่ที่ลานกว้างกลางเมืองเช่นเดิม สายตาสอดส่องไปมาเพื่อหวังตามหาตัวเขาอีกคนให้ได้
เวลาล่วงเลยไปกว่าสี่ชั่วโมง บรรยากาศแถวนี้เริ่มเงียบสงบ ผู้คนที่เคยสัญจรไปมาก็เริ่มบางเบาจนแทบไม่หลงเหลือให้เห็น โคลนจึงตัดสินใจหยุดการค้นหาสำหรับวันนี้ไว้เท่านี้
ผมยาวสีเทาที่ถูกรวบไว้ด้านหลังราวกับหางม้าพลิ้วไสวไปมากับสายลมยามราตรี ร่างสูงโปร่งสมส่วนเคลื่อนไหวไปตามถนนเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ย่านให้บริการห้องพัก บริเวณนี้คงเป็ที่เดียวที่ยังคงมีผู้คนสัญจรไปมาในยามราตรี
โคลนเดินเข้าไปในอาคารหินขนาดใหญ่หลังหนึ่งตามการเชิญชวนของ NPC ด้านหน้าอาคาร ดูเหมือนว่าด้านในจะมีบาร์เหล้าเล็ก ๆ ให้บริการลูกค้าอยู่ด้วย เสียงเครื่องดนตรีเป่าขับกล่อมให้ผู้คนด้านในเพลิดเพลินไปกับรสชาติไวน์และการสังสรรค์ ถึงบรรยากาศจะดูเสียงดังไปบ้างแต่ก็ดูครึกครื้นสนุกสนานดี โคลนอยากจะเข้าไปลองสั่งแอลกอฮอล์ของโลกนี้ดูสักครั้งแต่เขาก็รู้ถึงสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันของตนเองดี
โคลนเดินผ่านบาร์ขนาดเล็กและพบกับชายวัยกลางคนที่แต่งตัวในชุดสุภาพยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ไม้
“ผม้าห้องพักที่ราคาถูกที่สุดหนึ่งห้อง” คนถังแตกแจ้งความประสงค์ ด้วยชุดเสื้อผ้าที่เก่าและขาดเป็รูของเขาเนื่องจากผ่านศึกมาหลายครั้ง ทำให้เ้าของร้านมองด้วยท่าทีไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่นัก
“ห้องพักที่ถูกที่สุดพร้อมอาหารมื้อเช้า ทั้งหมด 50 โกลด์” ชายวัยกลางคนมองสำรวจก่อนจะเอ่ยกำชับ “และต้องจ่ายเงินก่อนเข้าพักเท่านั้น”
โคลนเป่าปากด้วยความโล่งใจ เขาไม่สนใจท่าทางดูถูกของเ้าของร้าน หยิบเงินในคลังทั้งหมดออกมาวางทันที
“นี่เงิน 56 โกลด์ มื้อเช้าขอเป็ไก่ย่างสองตัวกับอาหารอะไรก็ได้”
เช้าวันรุ่งขึ้นโคลนลืมตาตื่นขึ้นมาก็เรียกเก็บคลาวดี้ที่นอนอยู่ปลายเตียง เขาออกจากห้องพักและตรงไปยังบาร์ทันที โต๊ะพิเศษถูกนำมาเสริมเพื่อรองรับบริการผู้เล่นที่ทยอยมาทานอาหารเช้ากันอย่างหนาแน่น
ไม่นานพนักงานก็นำอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะมาเสิร์ฟ โคลนเก็บไก่ย่างส่วนหนึ่งเข้าช่องเก็บของ เขาแบ่งมันออกเป็สองส่วน หนึ่งสำหรับคลาวดี้ หนึ่งสำหรับสำรองไว้ในยามฉุกเฉิน
เมื่อโคลนทานอาหารเสร็จก็เป็เวลา 07.00 นาฬิกาพอดี เขารีบเดินออกจากอาคารและมุ่งตรงไปยังร้านขายชุดป้องกันทันที เพราะเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดหมายของพวกจอนนี่แล้ว หากเขาไม่รีบไปรับชุดที่สั่งทำไว้ั้แ่ตอนนี้ คงต้องรอถึงเย็นเลยกว่าจะมีเวลาว่างมารับชุดอีกที
“สวัสดีครับผมมารับชุดที่สั่งทำไว้” โคลนเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี
“อ่าว พอหนุ่มนั่นเอง รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปเอามันมาให้” ชายวัยกลางเดินหายไปหลังร้าน ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเครื่องสวมใส่ครบชุด
โคลนหยิบชุดเกราะหนังส่วนบนสีดำมาสวมใส่ทับเสื้อสีขาวตัวเก่าของเขาไว้ มันมีน้ำหนักเบาและกระชับพอดีตัวของชายหนุ่ม แต่ถึงอย่างไรมันก็ปกป้องได้แค่ส่วนของหน้าอกไปจนถึงชายโครงเท่านั้น มันไม่ได้เป็ชุดเกราะแบบเต็มตัว ส่งผลให้ยังมองเห็นชายเสื้อสีขาวขาด ๆ ตัวเก่าของเขาอยู่
จากนั้นจึงหยิบกางเกงผ้าสีน้ำตาลและรองเท้าหนังสัตว์สีดำขึ้นมาสวมใส่ ถึงแม้จะไม่ได้เป็ของที่มีคุณภาพเหมือนชุดสั่งทำแต่เขาก็พอใจกับมันมากเช่นกัน
ชิ้นสุดท้ายเป็ผ้าคลุมขนสัตว์ขนาดใหญ่ มันมีสีดำทมิฬ และชั้นขนของมันก็หนาไม่ต่างจากส่วนหนัง แต่กลับมีน้ำหนักเบากว่ามาก
โดยรวมแล้วโคลนถูกใจพวกมันมาก ภาพลักษณ์ขณะเดินเข้าร้านและตอนออกจากร้านของเขาเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนจนคู่สามีภรรยาเ้าของร้านยังอดชมไม่ได้
บุรุษผ้าคลุมดำที่มีเส้นผมสีเทาเดินเอื่อย ๆ ไปตามถนนหินเพื่อมุ่งไปยังลานกว้างกลางเมือง ชาวบ้านที่เห็นต่างกระซิบกระซาบและมองเขาเป็สายตาเดียว โคลนที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งลำพองใจ เขาจงใจเดินให้ช้าลงและคอยสังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้างอย่างมีความสุข แต่สีหน้าภายนอกยังคงแสดงออกราวกับไม่แยแสต่อสิ่งใด
‘หึหึ 120 โกลด์ที่เสียไป ได้ประมาณนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ฉันนี้มันสุดหล่อ สุดเท่ เหนือล้ำกว่าใครในปฐีนี้แล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ’ เมื่อโคลนรู้ตัวว่าตนเองคิดดังเกินไป จนเริ่มแสดงสีหน้าท่าทางอุบาทว์ออกมาให้เห็น ก็รีบตั้งสติวางมาดนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่เดินไปตามถนนอย่างไม่แยแสต่อสิ่งใดอีกครั้ง
เมื่อโคลนมาถึงลานกว้างกลางเมืองก็พบกับกลุ่มของหมวยที่มาถึงอยู่ก่อนแล้ว โคลนเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเช็กเวลาก็พบว่ามันเลยเวลานัดมาสามสิบนาที นี่เป็เพราะเขามัวแต่เดินโชว์เสื้อผ้าใหม่ไปทั่วเมืองนั่นเอง เมื่อคนมาสายคิดหาข้อแก้ตัวได้จึงแกล้งเดินเข้าไปทักทายทันที
“ไงพวก ฉันไม่ได้มาสายนะ แต่ฉันยืนมองพวกนานอยู่นานแล้ว พวกนายจำฉันไม่ได้จริง ๆ สินะ” โคลนพูดพลางเอามือจัดเสื้อและชุดเกราะของตนเอง
“นายมาถึงที่นี่นานแล้วเหรอ” ดัสตินถามขึ้นอย่างสงสัย
“แน่นอน ที่ฉันไม่ได้เข้าไปทักพวกนายแต่แรกเพราะ้าทดสอบว่า พวกนายจะจำฉันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง” โคลนพูดเสียงสูง
“โกหกเห็น ๆ ผมเห็นพี่เพิ่งเดินมาจากถนนฝั่งตะวันตก” ตี๋ฟ้องคนในกลุ่ม
“เ้าตี๋แกเห็นฉันเดินมาเหรอ” คนถูกจับได้ถามอย่างร้อนรน
“ใช่ ผมเห็นพี่เดินมาั้แ่ไกล ๆ นู่นแล้ว เสื้อผ้าพี่เด่นมาแต่ไกลเลย” ตี๋ตอบติดตลก
“โธ่เอ๋ย...แล้วทำไมแกไม่รีบทักฉันก่อนเนี่ย”
“ก็ผม้าดูว่าคนมาสายแบบพี่จะใช้ข้ออ้างอะไรมาโกหกไงละ ฮ่า ๆ”
“หน็อย...ไอตัวแสบ” คนมาสายหาเื่รังแกคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตนเอง
“แต่ชุดใหม่ของโคลนดูดีมากเลยนะพวกนายว่าไหม” ซานะสำรวจเครื่องแต่งกายของโคลนอย่างใกล้ชิด
“ใช่ไหมล่ะ! ซานะเธอนี่ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย” โคลนพูดอย่างภูมิใจ
“เอ๋ จริงด้วยนะ โคลนนายดูเหมือนอัศวินผู้ลึกลับเลยนะเวลาใส่ชุดนี้” หมวยเอ่ยชม
“ฮ่า ๆ แน่นอน ๆ ก็ฉันหมดเงินไปกับพวกมันพอดูเลยนี่นา” โคลนพูดพลางอ้าแขนหมุนตัวให้ทุกคนชมเชยเสื้อผ้าใหม่ของเขา
“งั้น ๆ แหละ พี่ต้องเจอชุดของผม” ตี๋พูดเสร็จก็หยิบชุดขนสัตว์สีแดงออกมาจากช่องเก็บของและสวมใส่มัน
“โอ้ งั้นเหรอ ๆ นี่คือชุดใหม่ของแกงั้นเหรอเ้าตี๋ ก็ถือว่าไม่เลวนะ แต่ถ้าเทียบกับของฉันมันก็ยังห่างไกลอยู่หลายขุม” โคลนแกล้งชมพลางสะบัดผ้าคลุมให้พลิ้วไหวไปตามสายลม
“เลิกเล่นได้แล้ว เราต้องรีบเดินทาง ไม่อย่างนั้นเราจะสายไปกว่านี้” จอนนี่เริ่มปวดหัวกับพวกเห่อของใหม่
หลังจากที่กลุ่มของจอนนี่พาโคลนไปรับภารกิจส่งมอบทักษะตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย ก็ออกเดินทางไปยังป่าที่อยู่ติดกับประตูทิศตะวันออกของเมืองทันที
“คลาวดี้!”
โคลนเรียกสัตว์เลี้ยงของตนออกมาทันทีที่เข้าสู่เขตป่า หลังจากเหตุการณ์ของบอสหมาป่าโคลนก็รู้แล้วว่าคลาวดี้นั้นไม่ธรรมดา แต่ทุกครั้งที่เขาเรียกคลาวดี้ออกมา มันก็ยังคงมีอาการหวาดกลัวและตัวสั่นเสมอ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ เมื่อมีโอกาสโคลนจะพยายามเรียกมันออกมาทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเสมอ ๆ
ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางกันอยู่ โคลนก็เปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาตรวจสอบ
“เอสก้า หมอเถื่อนแห่งเมืองเรนเดียร์ ้าเืของาาแมงมุมแห่งป่าอิสต์วูดส์เพื่อนำไปผลิตยาแก้สารพัดพิษ จงจำเืของาาแมงมุมมาแลกกับทักษะตรวจสอบ ยิ่งมีเืมากเท่าไหร่ระดับขั้นของทักษะที่ได้รับจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น” โคลนอ่านรายละเอียดภารกิจ
“สรุปก็คือเราต้องเอาเืของาาแมงมุมไปแลกกับทักษะสินะ” โคลนสรุปใจความ
“ก็ตามนั้น” จอนนี่ตอบ
“แล้วเมื่อวานพวกนายได้เืของาาแมงมุมมาบ้างไหม” โคลนมองไปยังจอนนี่
“พวกเรายังเข้าไม่ถึงตัวาาแมงมุมเลยด้วยซ้ำ แค่จำนวนของลูกน้องมันก็เพียงพอจะไล่พวกเราออกไปได้แล้ว” จอนนี่พูดเสร็จก็เร่งความเร็วในการวิ่งขึ้นไปอีก
“แล้วดันเจี้ยนแมงมุมยังอยู่อีกไกลไหม” โคลนถาม
“ลึกเข้าไปอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้ว” หมวยที่วิ่งตามมาด้านหลังตอบคำถามแทน
ปาร์ตี้ของโคลนเดินทางด้วยความรวดเร็ว สาเหตุส่วนหนึ่งเป็เพราะพวกเขาเคยใช้เส้นทางนี้มาแล้ว และอีกส่วนหนึ่งเป็เพราะมอนสเตอร์ในเส้นทางนี้มีไม่มากนัก ที่พบส่วนมากจะเป็มอนสเตอร์ที่อยู่เดี่ยว ๆ และไม่แข็งแกร่งมาก พวกเขาจึงอาศัยจำนวนเข้าต่อสู้และกำจัดพวกมันอย่างง่ายดาย คลาวดี้เพียงสังเกตการณ์การต่อสู้อยู่ห่าง ๆ เมื่อมอนสเตอร์เ่าั้ถูกกำจัดคลาวดี้ก็รีบวิ่งไปหาโคลนทันที มันไม่ได้เข้าไปกินเนื้อมอนสเตอร์โดยตรงแต่เลือกที่จะรอรับจากส่วนที่โคลนยื่นให้จากมือเท่านั้น นี่เป็ผลลัพธ์จากการฝึกตลอด่เวลาที่ผ่านมาของโคลน
“นี่คือดันเจี้ยนที่ว่าหรือ” โคลนถามขึ้นเมื่อจอนนี่และคนอื่น ๆ มาหยุดอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
“ใช่ เป็ที่นี่แหละ” ซานะตอบพลางทำสีหน้าขนลุกเมื่อคิดถึงสิ่งที่เจอเมื่อวาน
“ฮือ...นี่เราจะต้องเข้าไปอีกแล้วใช่ไหม” หมวยเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ อยู่
“ไปกันเถอะ รีบไปเอาเืมันมาจะได้รีบกลับไปหาอะไรอร่อย ๆ ในเมืองกินกัน” โคลนพูดเสร็จก็หยิบคบเพลิงที่เตรียมไว้ออกมาจากช่องเก็บของ แล้วเดินนำเข้าไปในถ้ำอย่างสบายอารมณ์ จอนนี่ ตี๋ และดัสตินที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่เดินตามเข้าไป เหลือทิ้งไว้แต่สองสาวที่มองหน้ากันไปมา และเป็หมวยนั่นเองที่รีบตามเข้าไปสมทบก่อน เพราะเธอนึกขึ้นได้ว่าคนที่ช้าสุดต้องเดินรั้งท้ายแถว
ภายในถ้ำนั้นมืดมิดไม่มีแสงสว่างส่องถึง ต้องอาศัยเพียงแสงไฟจากคบเพลิงทั้งหกของพวกเขาเท่านั้น ยิ่งเดินลึกเข้ามาเท่าไหร่อากาศยิ่งเบาบาง ประกอบกับมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเป็ระยะ ๆ ทำให้กลุ่มของโคลนหายใจลำบาก โคลนเดินไปตามทางกว่าสิบนาทีก็พบกับทางแยก
“เราควรไปทางไหน” โคลนหันไปถามกลุ่มคนที่ตามมาด้านหลัง
“ครั้งที่แล้วเราไปทางซ้ายและพบกับฝูงแมงมุมมากมาย ฉันคิดว่าคราวนี้เราควรไปทางขวาจะดีกว่า หรือทุกคนคิดว่าอย่างไร” จอนนี่หันไปถามความเห็นคนอื่น ๆ
“ฉะฉันเห็นด้วย แค่คิดถึงฝูงแมงมุมพวกนั้นฉันก็คลื่นไส้แล้ว ไปอีกทางเถอะ” ซานะมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ดูท่าทางเธอคงจะไม่ชอบแมงมุมมากจริง ๆ
“ฉันก็ไม่อยากเจอฝูงแมงมุมอีกแล้ว” หมวยตอบ เธอมีอาการไม่ต่างจากซานะเท่าไหร่
“พวกพี่ว่าอย่างไร ผมก็เอาอย่างนั้น” ตี๋ตอบอย่างไม่คิดมาก
“ฉันเอาด้วย” ดัสตินตอบ
โคลนได้ยินทุกคนพูดแบบนั้นก็ยักไหล่เดินนำทุกคนเข้าไปอุโมงค์ทางขวา เมื่อเดินเข้ามาอีกห้านาทีโคลนก็สังเกตเห็นโครงกระดูกของสัตว์หลากหลายชนิด คลาวดี้เริ่มแสดงอาการหวาดกลัวกว่าปกติ มันขยับเข้ามาเดินชิดติดกับโคลนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“แซก ๆ”
“เอ่อ...เมื่อกี้มีใครได้ยินเสียงแปลก ๆ บ้างไหม” โคลนหันไปถามทุกคน
“เสียงอะไร ผมไม่เห็นได้ยิน” ตี๋ตอบอย่างงุนงง
“ฉันก็ไม่ได้ยินอะไรนะ แต่ฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกั้แ่เมื่อกี้แล้ว” หมวยตอบ
“ฉันว่าเป็เพราะโรคกลัวที่แคบของเธอมากกว่ามั้งหมวย” จอนนี่ตั้งข้อสังเกต
“หรือว่าจะเป็เสียงลม ในถ้ำนี้เงียบมาก แค่เสียงลมเบา ๆ ก็เกิดเสียงแปลก ๆ ขึ้นได้แล้ว” ดัสตินพูด
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ระวังตัวไว้หน่อยดีกว่า” โคลนพูดเสร็จก็กระชับดาบในมือให้มั่นพลางก้าวเดินอย่างระมัดระวัง คนอื่น ๆ เห็นโคลนระวังตัวเป็พิเศษก็พลอยระแวงไปด้วย
“แซก ๆ”
ก้าวเดินไปได้ไม่ทันไรก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ทุกคนได้ยินมันชัดเจน เพราะหลังจากส่งเสียงเสร็จมันก็แสดงตัวออกมาให้เห็น มันคือมอนสเตอร์สีดำแปดขาขนาดหนึ่งเมตร ขนยุ่บยั่บตรงบริเวณปล้องขาของมันช่างดูน่าขนลุกขนพอง มันอ้าปากโชว์เขี้ยวแหลมคมและวิ่งเข้ามาหาโคลนอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่เห็นรู้เื่เลยว่ามันจะตัวใหญ่ขนาดนี้” โคลนบ่นโอดทันทีที่เห็นขนาดของแมงมุมตรงหน้า
“มันสำคัญด้วยเหรอ จะเล็กหรือใหญ่มันก็น่าเกลียดพอ ๆ กันนั่นแหละ” หมวยตอบ
“เคร้ง!” โคลนใช้ดาบรับการโจมตีจากหนึ่งในแปดขาของมัน จากนั้นหมุนตัวกระแทกดาบไปที่ลำตัวของมันเต็มแรง ร่างสีดำน่าเกลียดกระเด็นลอยไปไกลจนแสงไฟจากคบเพลิงส่องไปไม่ถึง โคลนและคนที่เหลือจึงชูคบเพลิงขึ้นสูงเพื่อหวังค้นหาร่างของมัน
“นั่นไง มันอยู่นั่น!” ตี๋ร้องะโทันทีที่เจอแมงมุม
“เอ...ฉันว่าเ้าตัวที่ฉันซัดลอยไปตัวมันเล็กกว่าเ้านี่อยู่หน่อย ๆ นะ” โคลนมองไปที่มอนสเตอร์ตรงหน้าพลางตั้งข้อสงสัย
“จำผิดหรือเปล่าพี่โคลน” ตี๋ทักท้วง
“มะมะไม่ต้องเถียงกันแล้ว โคลนพูดถูก มันเป็คนละตัวกัน” ซานะขัดการสนทนาของทั้งคู่
“เธอรู้ได้อ...” โคลนที่ยังพูดไม่ทันจบก็ต้องกลืนคำถามลงท้องไป ภาพที่เขาเห็นคือแมงมุมขนาดหนึ่งเมตรจำนวนมากบนเพดานถ้ำ
“แซก ๆ”
พวกมันพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มของโคลนอย่างโกรธแค้น แม้หมวยและซานะจะมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก จากการต้องเผชิญหน้ากับเหล่าแมงมุมจำนวนมาก แต่พวกเธอก็ยังคงโจมตีต่อไปไม่หยุด ด้วยค่า STR ที่สูงลิบของหมวย การกวัดแกว่งดาบชุดเดียวของเธอก็สามารถล้มแมงมุมตัวหนึ่งได้สบาย ๆ แต่ไม่นานแมงมุมตัวอื่น ๆ ก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
โคลนที่อยู่ด้านหน้าสุดของแถวต้องรับมือกับพวกแมงมุมถึงร้อยแปดสิบองศา เขาต้องทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีพวกแมงมุมเล็ดลอดเข้าไปในขบวนแถวของพวกเขา และทำให้รูปขบวนของพวกเขาเสียหาย โคลนอยากลองใช้โมสต์ (Most) ทักษะที่เพิ่งได้รับมาใหม่ แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ทำให้เขาต้องพักความคิดเอาไว้ก่อน
แมงมุมตนหนึ่งอาศัยจังหวะที่โคลนรับมือกับพวกพ้องของมัน โจมตีเข้าไปที่หัวไหล่ของโคลนอย่างรุนแรง
“ปึก”
โคลนรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบลงไปตรง ๆ เท่านั้น เป็ที่แน่นอนแล้วว่าชุดเกราะหนังตัวใหม่ของเขาใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม โคลนหมุนตัวส่งแรงโจมกลับไปที่แมงมุมตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
“ฉึบ ๆ ฉึบ ๆ”
โคลนเล็งไปที่ลำตัวของมันทั้งสี่ครั้ง ส่งผลให้เืสีฟ้าของมันไหลออกมาช้า ๆ ก่อนจะแน่นิ่งไป แม้บริเวณปล้องขาของพวกมันจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ลำตัวของพวกมันก็ไม่ได้แข็งไปด้วย นี่ถือเป็จุดอ่อนอย่างยิ่งของพวกแมงมุม
ผ่านไปกว่าสิบนาทีกลุ่มของโคลนกำจัดแมงมุมไปได้มากทีเดียว แต่พวกมันไม่มีทีท่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย
“เอายังไงดี!” เป็ดัสตินที่เอ่ยถามคนแรก
“สู้ไปพลางเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ดีไหม พวกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก มันเพียงใช้จำนวนเข้าต่อสู้เท่านั้น” โคลนเสนอความคิด
“กรี๊ดดด / อ๊ากกกก”
เป็จังหวะนี้เองที่เส้นใยสีขาวขนาดใหญ่ห่อหุ้มร่างของตี๋และซานะเอาไว้อย่างรวดเร็ว เมื่อกลุ่มของโคลนมองไปที่เพดานถ้ำก็พบกับแมงมุมลายจุดสีเหลืองขนาดกว่าสามเมตรกำลังพ่นใยอยู่ มันดึงเอาร่างของคนทั้งสองที่ปกคลุมไปด้วยใยแมงมุมขึ้นไปบนหลัง และไต่หนีไปตามเพดานอย่างรวดเร็ว พวกแมงมุมตัวเล็กที่เห็นดังนั้นก็ถอนกำลังวิ่งตามเ้าตัวใหญ่ไปทันที
“เวรแล้ว! แมงมุมพวกนี้แค่ตัวล่อเท่านั้น เ้านั่นมันเฝ้าดูพวกเราอยู่ตลอดเวลา” จอนนี่เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย
“มะมะเมื่อกี้มันตัวอะไรน่ะ” หมวยถามตะกุกตะกัก
“มันใช่าาแมงมุมหรือเปล่า” ดัสตินถาม
“ตัวใหญ่ขนาดนี้แน่นอนว่าต้องเป็มัน” จอนนี่ตอบ
“เื่นั้นช่างมันก่อน ดูสิ…สองคนนั้นยังไม่ตาย!” โคลนพูดพลางเช็กค่า HP ของคนทั้งสองในหน้าต่างปาร์ตี้
“จริงด้วย! ดูเหมือนว่าพวกมัน้าพาตัวพวกนั้นไปที่ไหนสักแห่ง” จอนนี่พูดขึ้นหลังจากเปิดหน้าต่างปาร์ตี้ขึ้นมา
“งั้นพวกเรารีบตามไปเร็วเข้า” ดัสตินเอ่ยอย่างร้อนรน