บทที่ 16 เื่ความรัก ฉันให้ความสำคัญมาก จะแต่งงานเพียงครั้งเดียวในชีวิต
หลังจากออกมาจากบริษัทขนส่ง ฉินซวงซวงและเสิ่นเฉินิไม่ได้ตรงไปที่สถานีรถไฟ แต่ไปที่กองกำลังป้องกันตนเองประจำมณฑล
บัตรประจำตัวทหารของเสิ่นเฉินินั้นพิเศษมาก เมื่อเขาหยิบออกมา หัวหน้าของกองกำลังป้องกันตนเองประจำมณฑลได้มาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง ฉินซวงซวงยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ไม่ได้พูดอะไรเลย ตลอดทางเสิ่นเฉินิเป็คนจัดการทั้งหมด
"ผม้ายื่นขอให้ภรรยาของผมติดตามไปด้วย นี่คือบัตรประจำตัวของเธอ และทะเบียนสมรสของเรา รบกวนทุกท่านประทับตราและเซ็นชื่อ 'อนุมัติ' ลงในใบสมัครนี้"
หัวหน้าของกองกำลังป้องกันตนเองประจำมณฑลรับเอกสารด้วยความสุภาพอย่างมาก เหลือบมองไปสองสามครั้งแล้วเซ็นชื่อประทับตราลงไป จากนั้นจึงส่งคืนให้เขาด้วยความเคารพ
"ท่านผู้นำครับ รบกวนท่านตรวจสอบก่อนนะครับว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า"
เสิ่นเฉินิรับมาดูคร่าว ๆ "ไม่มีแล้ว แบบนี้ก็ใช้ได้แล้ว ช่วยลงทะเบียนให้ด้วย"
หัวหน้าคนนั้นยังคงพูดด้วยความเคารพเช่นเดิม "ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วครับ เพียงแค่เซ็นชื่อประทับตรา ขั้นตอนก็เสร็จสมบูรณ์"
ฉินซวงซวงที่ยืนอยู่ด้านข้างมองดูด้วยสายตาเ็า รู้สึกว่าเสิ่นเฉินิมีออร่าแบบประธานบริษัทจอมเผด็จการ หัวหน้ากองกำลังป้องกันตนเองประจำมณฑลอายุมากขนาดนั้น ทำไมถึงสุภาพกับเขาขนาดนี้?
เหมือนกับรับใช้คุณชายไม่มีผิด บัตรประจำตัวทหารของเขามันพิเศษอะไรกันแน่?
ชาติที่แล้ว ฉอนซวงซวงเคยทำงานมาสารพัดราวแปดสิบเอ็ดอย่าง มีอย่างเดียวที่ไม่เคยทำคือรับราชการทหาร นอกนั้นเธอก็พอรู้เื่อยู่บ้าง
ก็ช่วยไม่ได้นี่ ชาติที่แล้วเธอมีสองครอบครัว ครอบครัวของแม่ ครอบครัวของพ่อ แต่ไม่มีครอบครัวไหนที่เป็ของเธอเลย
ฉินซวงซวงจึงต้องดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่คนเดียว พ่อกับแม่ก็ต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่ มีลูกใหม่ ทั้งน้องชายต่างแม่ น้องสาวต่างพ่อ น้องชายลูกติดแม่ น้องสาวลูกติดพ่อ รวม ๆ กันก็สองสามคนได้ แต่ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็พี่น้องกับพวกเขาสักคน
ไม่ว่าจะอยู่บ้านไหน เธอก็เป็ได้แค่ส่วนเกินอยู่วันยังค่ำ
แต่ช่างมันเถอะ ชาติที่แล้วเธอลำบากมามากพอแล้ว ชาตินี้ขอใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ ชาตินี้เธอมีพี่ชายสี่คน พี่สะใภ้อีกสี่คน หลานชายตัวน้อย ๆ น่ารักน่าชังอีกตั้งหลายคน
มีปู่กับพ่อแม่ที่รักและเอ็นดู แถมยังบังเอิญได้เจอกับความรักโดยไม่รู้ตัวอีกต่างหาก
ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วไปหน่อย แต่ว่าเสิ่นเฉินิเขาก็เป็ผู้ชายที่ดีคนหนึ่งนะ ทั้งหน้าตา ส่วนสูง รูปร่าง สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง แถมยังเป็สุภาพบุรุษสุด ๆ อีกต่างหาก
ถ้ามีใครกล้ามารังแกเธอ มั่นใจได้เลยว่าเพียงเสิ่นเฉินิต่อยไม่กี่ที คนผู้นั้นได้ลงไปกองกับพื้นแน่ ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ยศบนบัตรประจำตัวทหารของเขาคืออะไรกันแน่ ทำไมใคร ๆ ถึงเรียกเขาว่าท่านผู้นำ? เขาก็แค่คนที่จะได้เลื่อนขั้นเป็รองผู้บังคับกองพลไม่ใช่เหรอ?
ตอนนี้เขาก็เป็แค่ผู้บังคับกองพัน บัตรประจำตัวทหารของผู้บังคับกองพันมันเจ๋งขนาดที่หัวหน้ากองกำลังทหารประจำมณฑลยังต้องเรียกว่าท่านผู้นำเลยเหรอ?
“รบกวนพวกท่านแล้ว” เสิ่นเฉินิพูดพลางเปิดกระเป๋าที่นำมาด้วย หยิบซองบุหรี่และขนมหวานออกมาวางบนโต๊ะ “นี่บุหรี่กับขนมมงคล ขอให้ทุกคนรับความโชคดีไปด้วยนะ”
“ขอบคุณท่านผู้นำครับ พวกเราก็ไม่เกรงใจแล้วล่ะ” หัวหน้ากองกำลังเรียกเ้าหน้าที่ “มานี่สิ มากินขนมกัน เอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย”
ฉินซวงซวงยืนอยู่ด้านข้าง ไม่ได้เอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียว มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
รอยยิ้มเป็สิ่งที่เธอชำนาญเป็อย่างมาก ชาติก่อนเธอฝึกฝนมาหลายปี เธอสามารถยิ้มได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็ยิ้มแห้ง ๆ ยิ้มแบบขอไปที ยิ้มหวาน หรือแม้กระทั่งยิ้มสะกดใจ
ทั้งหมดนี้เธอเรียนรู้มาจากคุณแม่ที่ทำงานด้วยกันในคลับ สมัยนั้น เธอชอบสังเกตรอยยิ้มบนใบหน้าของแม่อยู่บ่อย ๆ จากนั้นก็แอบมาฝึกฝนตาม จนกระทั่งทำได้อย่างชำนาญ
เ้าหน้าที่แต่ละคนที่เดินมารับขนมต่างก็กล่าวอวยพรพวกเขาว่า “ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะ”
เสิ่นเฉินิพยักหน้าให้ทุกคนเป็การทักทาย ก่อนจะจูงมือฉินซวงซวงเดินออกจากสำนักงาน จากนั้นก็เลี้ยวไปตามถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ
ตัวเมืองไม่ได้ใหญ่โตอะไร การเดินเท้าจึงใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย
เมื่อดูเวลาแล้ว ยังพอมีเวลาเหลือ เสิ่นเฉินิจึงพาฉินซวงซวงไปที่ร้านขายของชำข้างสถานีรถไฟ ซื้อเค้กไข่สองห่อ แตงโมหนึ่งลูก และลูกท้ออีกหลายลูก
“สาวน้อย เธอถือขนมไว้นะ ฉันถือแตงโมเอง เอาไว้กินบนรถไฟ”
“โอ้!” ฉินซวงซวงรับเค้กไข่จากเขา พลางมองแตงโมในมือ “ของแบบนี้กินยาก แล้วยังแพงอีก คุณซื้อมาทำไม?”
“ก็ซื้อให้เธอกินไง” เสิ่นเฉินิยิ้มแล้วลูบหัวเธอเบา ๆ เหมือนกำลังลูบแมว “ไม่ยากหรอก เดี๋ยวพอขึ้นรถไฟแล้ว ฉันจะไปขอยืมช้อนจากพนักงานบนรถไฟ มาเจาะรูให้ เธอก็จะได้ใช้ช้อนตักกินง่าย ๆ”
ฉินซวงซวงเงียบไป รู้สึกว่าเื่ที่เธอคิดว่ามันยาก เขากลับแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว งั้นเธอก็นั่งรออย่างเดียวก็พอแล้ว!
“เป็อะไรไป ทำไมถึงเงียบไปล่ะ หืม?” เขาขึ้นเสียงสูงเหมือนถามด้วยความสงสัย หรือจงใจแกล้ง “หรือว่าไม่อยากออกจากบ้าน รู้สึกเศร้าใจที่ต้องจากลา?”
ฉินซวงซวงหันกลับมามองเขา เม้มปากพูดว่า “ก็รู้สึกนิดหน่อย ั้แ่เด็กจนโตฉันไม่เคยออกจากบ้านไกล ๆ พอจู่ ๆ ต้องมาจากบ้านไปกับคุณ ในใจก็อดกลัวไม่ได้”
“ฉันไปกองทัพเพื่อตามหาหยางเทียนเหอ นั่นเป็การตัดสินใจของพ่อแม่เขาและพ่อแม่ฉัน แต่การแต่งงานกับคุณเป็การตัดสินใจของฉันคนเดียว ไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องหรือเปล่า”
เสิ่นเฉินิวางแตงโมลง แล้วดึงร่างเล็กเข้าไปกอด แต่เขาเพียงกอดเบา ๆ และไม่กล้านาน กลัวคนอื่นเห็นแล้วจะหาว่าเขาเป็พวกโรคจิตสวนสามเด็กสาว
“ยัยเด็กโง่ เรารู้จักกันมาห้าปีแล้ว ถึงจะไม่ถึงกับรู้ไส้รู้พุง แต่ก็ถือว่าคุ้นเคยกันดี อีกอย่าง เธอเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฉัน ฉันรับรองได้เลยว่าเธอเลือกถูกแล้ว”
“จริงเหรอ?”
ฉินซวงซวงยิ้มออกมา จู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดที่เคยอ่านเจอบนอินเทอร์เน็ตในชาติที่แล้ว
คนยุค 50-60 ทะเลาะกันยังไงก็ไม่หย่า คนที่เกิดในยุค 70-80 ทะเลาะกันจนตายก็ไม่หย่า
เธอและเสิ่นเฉินิอยู่ในยุค 70-80 การหย่าร้างคงเป็ไปไม่ได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะทะเลาะตบตีกันหรือเปล่า
เขาเป็ทหาร ถ้าจะลงไม้ลงมือจริง ๆ แค่นิ้วเดียวเขาก็สามารถผลักเธอลงได้
"แน่นอน" เสิ่นเฉินิให้สัญญาอย่างจริงจัง ดวงตาสีดำที่สุกสว่างราวกับดวงดาวเต็มไปด้วยความจริงใจ "เธอคือคนที่ฉันเฝ้ารอคอยมาอย่างยากลำบาก แม้ฉันจะลำบากแสนเข็ญเพียงใด ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องเสียใจแม้แต่น้อย"
คำพูดนี้เปรียบเสมือนสายลมเย็นพัดผ่าน ปลอบประโลมหัวใจที่ไม่สงบของฉินซวงซวง
เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มรูปงาม บุคลิกโดดเด่น มีเสน่ห์ดึงดูดใจตรงหน้า ก็ยิ้มออกมาทันที "ตกลง! จำคำพูดของคุณวันนี้ไว้ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ"
"ไม่มีทาง" เสิ่นเฉินิลูบผมหญิงสาวเบา ๆ อีกครั้ง หลังจากลูบเสร็จ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะตบเบา ๆ "จำไว้นะสาวน้อย ชั่วชีวิตนี้ ตราบใดที่เธอยังไม่ทรยศฉัน เสิ่นเฉินิก็จะไม่มีวันทรยศเธอ"
เมื่อพูดเช่นนี้ ดวงตาของเขาก็เผยความรักที่ลึกซึ้งออกมา พุ่งตรงไปที่หัวใจของเธอ ทำให้หัวใจของฉินซวงซวงเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
เธอก้มหน้าลงถอนหายใจเบา ๆ "คำพูดแบบนี้ อย่าพูดออกมาง่าย ๆ เลยจะดีกว่า ฉันเป็คนที่ค่อนข้างจริงจัง จะจำทุกคำพูดของคุณเอาไว้เสมอ ถ้าทำไม่ได้ ก็เท่ากับตบปากตัวเองไม่ใช่เหรอ?"
มือของเสิ่นเฉินิหยุดชะงัก ความรักในดวงตามีมากขึ้น "สาวน้อย! ตราบใดที่เธอทำได้ ฉันก็ทำได้ แม้ว่าเธอจะทำไม่ได้ ฉันก็ยังคงทำได้"
“ฉันให้ความสำคัญกับความรักมาก ครั้งหนึ่งในชีวิตจะแต่งงานกับผู้หญิงเพียงคนเดียว ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เธอคือ ‘ฉินซวงซวง’ เธอจะเป็ภรรยาของ ‘เสิ่นเฉินิ’ คนนี้ตลอดไป นอกจากเธอแล้ว ฉันจะไม่รักใครอีก”