แมทธิโอลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ตรงตู้หนังสือ หันมาเผชิญหน้ากับซีซาเร่ ท่าทางเขาจริงจังมากเมื่อกล่าวต่อว่า
“เอาละ...ฉันว่าคุณเองก็ควรจะเริ่มต้นคิดได้แล้ว ฉันหมายถึงเื่ทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งที่จริงมันก็เป็ของคุณโดยตรงอยู่แล้ว มันเป็เื่น่าขำมากที่จะปล่อยไว้ในมือของคนอื่นอย่างนั้น บอกฉันหน่อยสิว่า ถ้าคุณหลุดรอดปลอดพ้นจากอา คุณจะทำอะไรต่อไป?”
“ไม่ทราบสิครับ...คงเดินทางไปเรื่อยๆ ละมัง อาจจะหารถสักคันแล้วก็เข้าแข่งขันที่ไหนก็ได้ อาจจะเป็ที่เลอ มัง ตูริโน่ เซบลิง...มันตื่นเต้นดีครับ”
“ไม่ใช่...ฉันหมายถึงว่า คุณจะทำมาหากินอะไรต่อไปต่างหาก” แมทธิโอหัวเราะออกมาเบาๆ “เงินมันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปนี่ เราต้องสร้างมันขึ้นมาตลอดเวลาคุณก็รู้”
“ผมยังไม่เคยคิดถึงเื่นั้นเลยครับ ผมไม่ชอบการทำธุรกิจ”
“อา...นี่แหละคนหนุ่มละ” แมทธิโอหยิบซิการ์จากกล่องบนโต๊ะขึ้นมาจุดสูบ “คิดอะไรอย่างเด็กๆ เอาละ...เวลานี้ฉันกำลังสนใจในกิจการของบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องอยู่กับองค์การของเราอย่างลับๆ เขากะว่าจะเอาเข้าตีตลาดในอเมริกาปีหน้า ถ้า่ระยะนั้นคุณเกิดมีชื่อเสียงขึ้นมาจากการแข่งรถ คุณจะได้เป็เ้าของบริษัทนั้นทันที สนใจเื่อย่างนี้ไหมล่ะ?”
“ถ้าจะตอบว่าสนใจ แล้วผมจะต้องทำอะไรตอบแทนบ้างล่ะครับ?”
“อย่าใช้คำว่าตอบแทนเลย เรียกว่า” มิตรจิตมิตรใจ "จะดีกว่า"
“ก็นั่นแหละครับ ทำในแบบไหนล่ะ ผมเองก็ไม่มีความสามารถในเื่ธุรกิจแบบของท่านสักอย่าง เล่นไพ่ก็ไม่เป็ การพนันอื่นๆ หรือค้ายาเสพติดก็ไม่เคยทั้งนั้น”
“ไม่แม้แต่จะฝันเป็มหาเศรษฐีกับเขาบ้างหรอกหรือ...?”
“เศรษฐีหรือครับ ผมไม่รู้ว่าจะมีใครสักกี่คนที่อยากจะเป็ แต่คงไม่ใช่ผมหรอก เพราะสิ่งที่ผมปรารถนาที่สุดก็คือได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น”
แมทธิโอหัวเราะเบาๆ
“ดี นั่นแสดงว่าคุณเป็คนไม่โลภมาก แต่สิ่งที่คุณเรียกว่าการตอบแทนในเื่นี้น่ะรับรองว่า ไม่ต้องหวั่นเกรงภัยจากใครเลย”
“นั่นสิครับ แต่ท่านยังไม่ได้บอกผมอยู่ดีว่า ท่าน้าจะให้ผมทำอะไร” เขาวางแก้วที่ยกขึ้นจิบลงบนโต๊ะ สบสายตาแมทธิโอที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว
“ฉัน้าให้อาของคุณตายคืนพรุ่งนี้ โดยที่คุณมีชื่ออยู่ในจำนวนนักแข่งรถที่เข้าแข่งพรุ่งนี้ด้วย”
ความตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้อง บุรุษทั้งสองจ้องตากันแน่วนิ่ง...และแล้ว...ซีซาเร่ก็เป็ฝ่ายยิ้มออกมาก่อน
“ได้ครับ ตกลง”
แต่สีหน้าของแมทธิโอดูจะเครียดขรึมหนักขึ้น
“คุณแน่ใจนะ สาบานได้ไหมล่ะ?”
“ครับได้...” ซีซาเร่ตอบหนักแน่น
“คุณมีมีดไหม?”
ซีซาเร่หัวเราะเบาๆ เข็มเหล็กส่องประกายอยู่กลางใจมือ แมทธิโอมองอาวุธชนิดนั้นอย่างประหลาดใจ ซีซาเร่ยังหัวเราะอยู่ กระเดาะอาวุธชิ้นนั้นเล่น
“นี่ไงครับ น้องชายผม เราไปไหนต้องไปด้วยกัน” เขายื่นเข็มเหล็กคมปลาบเล่มนั้นให้แมทธิโอดู
“ถ้าอย่างนั้นก็ส่งมือคุณมา” แมทธิโอพูดเรียบๆ
ซีซาเร่ยื่นมือออกไป แมทธิโอวางมือข้างซ้ายลงประกบและอย่างรวดเร็วที่เืสีแดงฉานจากอุ้งมือของบุคคลทั้งสองคละเคล้ากัน จากความคมกริบของเข็มเหล็กชิ้นนั้น และแมทธิโอก็เอ่ยขึ้นว่า
” เอาละ เวลานี้เืของเราปนกันแล้ว เราคือญาติสนิทกันแล้วนะ”
ซีซาเร่พยักหน้ารับ
“ฉันสาบานว่าผมจะตายเพื่อคุณ”
“ครับ ผมขอสาบานว่าผมจะตายเพื่อท่านเช่นกัน”
แมทธิโอยื่นเข็มเหล็กคืนให้ อ่านความรู้สึกในสีหน้าของซีซาเร่อยู่ ยกมือข้างที่มีาแขึ้นดูดเพื่อห้ามเื
“นับแต่บัดนี้เป็ต้นไป คุณคือหลานชายของฉัน เราจะไม่พบกันนอกเสียจากฉันจะสั่ง”
“ครับ คุณอา”
“ถ้าหลานคิดว่ามีความจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องติดต่อกับอา บอกกับหัวหน้าไปรษณีย์ที่นี่แล้วอาจะเป็ฝ่ายติดต่อมาเอง”
“ครับ ผมเข้าใจ”
แต่นั่นเป็เื่ราวที่ผ่านมานานเต็มที มันยาวนานถึง 12 ปีแล้วและเขาก็ได้รักษาคำมั่นสัญญา ที่ได้ให้กับแมทธิโอ ไรมอนติตายในคืนต่อมา ในขณะที่ชื่อของซีซาเร่อยู่ในจำนวนนักแข่งรถ ซึ่ง่เวลาดังกล่าวนั้นผ่านไปอีก 5 ปี เป็่เวลาแห่งความสุข ความอบอุ่น อย่างที่เขาไม่เคยรับมาก่อน มันเป็ความปรีดาปราโมทย์ที่เกิดขึ้นกับเขาอย่างที่สุด
พอถึงปี 1953 ทุกอย่างก็เป็ไปตามที่อิมิลโล แมทธิโอได้ลั่นวาจาไว้ ซีซาเร่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็ผู้อำนวยการบริหารของบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งการแต่งตั้งนี้ได้ทำกันอย่างเป็ทางการ ได้มีการประกาศแจ้งความในหน้าหนังสือพิมพ์ การเป็นักแข่งรถที่บ้าบิ่นไม่กลัวตายของเขาเท่ากับเป็การโฆษณาอย่างดีในตัว ทำให้เขาเป็ประหนึ่งเทวดาในสายตาของคนอเมริกัน
ในรอบ 12ปีที่ผ่านมานี้ ซีซาเร่มีโอกาสได้พบกับแมทธิโอเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือเมื่อปีที่แล้วโดยที่เขาได้รับโทรศัพท์จองแมทธิโอ ที่กำลังจะเดินทางไปคิวบา แสดงความยินดีในความสำเร็จของเขาและสั่งให้กลับไปที่ปราสาทคาดินัลลิในนาทีสุดท้าย ก่อนหน้าที่การแข่งขันครั้งสำคัญ ซึ่งเตรียมการไว้พร้อมแล้วจะเริ่มขึ้น
ซีซาเร่จำเป็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง และคืนวันนั้นเอง คำสั่งอย่างเป็ลายลักษณ์อักษร มีความยาวถึง 2 หน้ากระดาษก็มาถึงเขา โดยหัวหน้าไปรษณีย์ประจำหมู่บ้านเป็ผู้นำมาให้
เขาอ่านคำสั่งนั้น ขณะที่กำลังรับประทานอาหารค่ำ ทบทวนจนแน่ใจแล้วจึงได้หย่อนลงในเตาผิง
เวลา 12 ปีได้ผ่านไปแล้ว บัดนี้เขาได้ชำระหนี้ให้กิบอิมิลโล พร้อมทั้งดอกเบี้ยเรียบร้อยแล้ว
แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ระหว่างเขากับแมทธิโอจะยังมีหนี้ที่ต้องชำระกันอีกหรือไม่...
ลาส เวกัส นครแห่งราตรีอันเลื่องชื่อ ภายใต้ท้องฟ้าสีครามใสของยามกลางวันนั้น แม้ด้านนอกของโรงแรมบางแห่งจะมีสระว่ายน้ำที่โอ่อ่า สดสวย น้ำใสปานกระจกสะท้อนรับประกายแห่งแสงอาทิตย์ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดออกมานั่งรับความสงบความสดชื่นเท่าใดนัก
จะมีก็แต่นักท่องเที่ยว ที่้าอาบแดดเพื่อให้ผิวเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลอ่อนเรื่อ แทนการใช้เครื่องสำอางนานาชนิด ร้านขายของที่ระลึกภายในโรงแรมจะเปิดกันตลอดวันตลอดคืน
ใครบางคนเคยกล่าวว่า แสงอาทิตย์เป็สิ่งที่รบกวนประสาทของนักการพนันทั้งหลายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นทางที่ดีจะต้องไม่ให้คนพวกนี้ได้เห็นแสงเงินแสงทองกันเลยถึงจะดี เพราะเป็การรบกวนสมาธิในการแข่งขันชิงโชค รบกวนสมาธิในการปั่นรูเล็ต รบกวนสมาธิในการที่จะเป็ผู้ชนะให้ได้และรบกวนการสร้างหอคอยงาช้างกลางทะเลทรายอย่างยิ่ง
เพราะ ณ สถานที่แห่งนี้คือสถานที่รวมเงิน การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ คำมั่นสัญญา ที่มีแต่คำว่า” พรุ่งนี้” เงินที่จะได้มาเปล่าๆ ฟรีๆ เื่เงินสำหรับสถานที่แห่งนี้เป็เื่ใหญ่ ส่วนเื่กามารมณ์ เสียงหัวเราะ ธุรกิจนั้นเป็อันดับสองรองลงมา เพราะมันจะตามเงินมาเอง เพียงแต่...ถ้าเราจะกำโชกไว้ในอุ้งมือ ขยับสล๊อตแมชชีนทีเดียว ก็อาจจะได้แจ๊คพ็อตเอาง่ายๆ
ซีซาเร่กับบาบาร่า เดินออกมาจากห้องอาหาร ใบหน้าสดชื่นด้วยรอยยิ้ม สนุกสนานเหมือนกำลังดูละครชีวิตตลกๆ ฉากหนึ่ง ทอดสายตาผ่านเข้าไปในห้องคาสิโน
ขณะนั้นเป็เวลาประมาณ 4 ทุ่ม โต๊ะการพนันในห้อง “มหาาา” คับคั่งไปด้วยผู้คนซึ่งเพิ่งจะทยอยออกมาจากห้องอาหารด้วยกัน สายตาของซีซาเร่สอดส่องไปรอบๆ ห้อง
“คุณถ้าจะไม่ได้ยินที่ฉันถามนะคะ” บาบาร่าพ้อเบาๆ
ซีซาเร่ก้มลงมองเธอ ดวงตาเป็ประกายกล้าคล้ายๆ กับจะถ่ายทอดความรู้สึกระทึกใจอะไรบางอย่างออกมา
“ขอโทษเถอะที่รัก ไม่ได้ยินจริงๆ คุณว่าอะไรนะ?”
“ฉันถามว่า ไดซ์หรือรูเล็ตดีคะ?”
“รูเล็ตหรือ...? รู้สึกผมจะใช้เวลาสำหรับเ้าลูกกลมๆ นั่นมากไปเสียแล้วด้วยซ้ำ ป่านนี้ยังเล่นไม่ได้เื่เลย ไม่ค่อยเข้าใจสักที แต่จะลองดูก็ได้ แย่จริง...ที่นี่เขาไม่ยักเล่นบัคคาร่ากัน คงไม่รู้ว่ามันเป็เกมของพวกที่ศิวิไลซ์แล้ว คนเราจะเล่นการพนันทั้งที มันต้องใช้สมองด้วย เล่นชนะอย่างเดียวมันไม่พอหรอก”
บาบาร่ากำลังมองไปที่โต๊ะๆ หนึ่ง
“อย่าเล่นโต๊ะนั้นเลย คนแยะออก ทางนี้ดีกว่า” ซีซาเร่รั้งแขนเธอไว้
โต๊ะตัวที่เขาพูดถึงตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับตัวที่เธอจะเดินเข้าไป เขาพูดถูก โต๊ะตัวนี้คนไม่มากนัก ซีซาเร่ดึงเก้าอี้ให้เธอนั่ง
“รู้สึกว่าคืนนี้ตัวเองจะโชคดีหรือคะ?”
“ใช่...โชคดีมากเสียด้วย” เขาหยิบชิพมากองไว้ตรงหน้าเธอ