เมื่อทุกคนมาถึงที่สมาคมการค้าตะวันจันทรากันแล้ว ผู้อาวุโสอี้เซียนได้นำหลงเทียนหมิงกับไป่ฉีไปยังห้องประชุม ซึ่งภายในห้องประชุมนั้นมีจางหนี่หวังนั่งเป็นประธาน โดยรอบมีโปรเจคเตอร์ฉายภาพของ 4 ประมุขตำหนักเทพ และเจ้าสำนักของเสาหลักแห่งยุทธภพ
ไป่ฉีกับหลงเทียนหมิงนั่งลงตรงหัวโต๊ะอีกฝั่ง ก่อนที่เขาจะนำไดร์ฟส่งให้ผู้อาวุโสอี้เซียน เพื่อให้นำไปให้กับจางหนี่หวัง
หลังการเปิดดูข้อมูลได้ไม่นาน จางหนี่หวังได้ทำการส่งข้อมูลทั้งหมดนี้ทางอินเทอร์เน็ตให้กับ 4 ประมุขตำหนักเทพ เหล่าประมุขต่างเปิดดูอยู่สักครู่ ระหว่างนั้นแววตาของประมุขทั้ง 4 แสดงให้เห็นอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งตกใจ แปลกใจ ด้วยข้อมูลอย่างที่ตั้งพรรคสาขาของพรรคตะวันดับในทวีปต่าง ๆ รวมถึงสำนักงานใหญ่ บางที่แทบจะอยู่ใต้จมูกพวกเขานี่เอง (ใกล้มาก) บ้างก็ใกล้เหมือนเส้นผมบังภูเขา มันอยู่แค่เอื้อม แต่พวกเขาไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อน
“จากข้อมูลที่พวกท่านได้ไป ขอให้พวกท่านรีบดำเนินการซะ ทางเราละเลยพวกมันมานาน จนพวกมันคิดว่าพวกเราไม่น่ากลัวสำหรับพวกมันอีกต่อไป จนถึงกับกล้ามาแว้งกัดพวกเราแบบนี้ ดังนั้นท่านจงดูแลและประสานงานกับพรรคและสำนักต่าง ๆ ในการปกครองของท่าน เพื่อดำเนินแผนการกวาดล้างพวกพรรคตะวันดับให้เรียบร้อย การประชุมจบลงเท่านี้” กล่าวจบจางหนี่หวังก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินมาทางไป่ฉีกับหลงเทียนหมิง ส่วนทางประมุขของตำหนักเทพและเสาหลักยุทธภพต่างก็ตัดการเชื่อมต่อไป
“ประมุขน้อยหลงลำบากแล้ว นี่เป็นเงินเล็กน้อย ถือว่าพวกเราตอบแทนที่ท่านช่วยออกหน้าเป็นธุระจัดการพวกมันให้” จางหนี่หวังกล่าว ส่วนหลงเทียนหมิงรับไว้เพราะเกรงใจจางหนี่หวัง
“ฉันเองก็ต้องกลับเหมือนกัน” ไป่ฉีลุกจากเก้าอี้
“ท่านอวี้กง ไปดื่มกันหน่อยไหม” จางหนี่หวังถาม
“ไม่ล่ะ เพื่อนที่ที่ทำงานเพิ่งเกิดเรื่องเมาแล้วไปข่มขืนผู้หญิง สุราไม่ดีต่อระบบเส้นประสาทของสมอง ยังทำให้ขาดสติอีกด้วย ไม่ควรดื่ม” ไป่ฉีตอบปฏิเสธทันที
“เป็นน้ำส้มก็ได้” จางหนี่หวังยังคงคะยั้นคะยอ
“ไม่เอาครับ น้ำส้มตามร้านส่วนใหญ่ใส่น้ำตาลเยอะ ถ้าประมุขจางมีเวลาว่างขนาดนั้น รบกวนทำระบบรักษาความปลอดภัย หรือไม่ก็ย้ายที่ตั้งสมาคมสำนักงานใหญ่ซะ การที่พวกมันโจมตีสมาคมการค้าได้ถึง 2 ครั้งแบบนี้ แสดงว่าพวกมันคงรู้เรื่องของทางนี้มากพอสมควรทีเดียว ประมุขควรรีบหาหนอนในสมาคมการค้าของท่านได้แล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“อึก ทำไมคำพูดมันดูเหมือนท่านกำลังประชดฉันอยู่เลย” จางหนี่หวังกล่าว
“การอยู่มานานก็ไม่ได้หมายความว่าจะนิ่งนอนใจได้ อย่างน้อยประมุขจางควรทำการวิจัยเพื่อสู้กับสิ่งที่พวกพรรคตะวันดับมันทำอยู่ได้แล้ว ไม่อย่างงั้นนอกจากคนทั่วไปจะเดือดร้อนแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมะก็จะลำบากเช่นกัน ในฐานะที่สมาคมการค้าเป็นศูนย์รวมของชาวยุทธ์ ท่านเองก็ได้กำไรไปมาก สมควรนำเงินจำนวนหนึ่งแบ่งออกมาพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้แล้ว” ไป่ฉีแนะนำ
“เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง ท่านอวี้กงไม่ต้องห่วง” จางหนี่หวังกล่าว ไป่ฉียกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในประตูมิติที่เขาเปิดขึ้น
ไป่ฉีมาโผล่ที่บ้านในเมืองหลวง ทันทีที่มาถึง 2 คู่หู ไป่ชิกับไป่เชอะก็ตรงเข้ามาหาเขา ราวกับสุนัขเห็นเจ้าของกลับบ้านเลยทีเดียว
“นายน้อย ท่านมาแล้ว” ไป่ชิกล่าว
“พวกเราอยู่บ้านจนเบื่อแล้ว” ไป่เชอะกล่าวเสริม
“โม่ลี่ยังไม่เห็นบ่นอะไรเลย” ไป่ฉีกินยาคืนร่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
“เรียนนายน้อย ฉันรู้ว่าหากจะไปเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าให้ชาวยุทธ์คนอื่นรู้ว่าเราเป็นชาวยุทธ์เหมือนกัน เพราะเราไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะคิดดีหรือร้ายกับเรา ดังนั้นเวลาว่างฉันจึงฝึกการพรางพลัง ต้องรบกวนนายน้อยช่วยดูและชี้แนะด้วย” โม่ลี่กล่าวก่อนจะเริ่มแสดงการพรางพลังปราณที่เธอฝึกมาให้ไป่ฉีดู
“เกือบดี แต่ยังไม่พอ ต้องแบบนี้” ไป่ฉีถ่ายทอดเคล็ดลับในการพรางพลังให้กับไป่โม่ลี่
“ขอบคุณนายน้อย” ไป่โม่ลี่ประสานมือขอบคุณ
“นายน้อย ทำไมให้แต่โม่ลี่ล่ะ พวกเราเองก็อยากได้เคล็ดลับในการพรางพลังเหมือนกัน” ไป่เชอะกล่าว
“เจ้าสองคนไม่มีความตั้งใจ ได้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร” ไป่ฉีกล่าว
“พวกเราไม่ได้ขี้เกียจนะครับนายน้อย บ้านช่องของท่าน พวกผมก็ทำความสะอาดอย่างดีเลยนะครับ” ไป่ชิกล่าว
“งานง่าย ๆ ใช้เวลาทำครู่เดียว นั่นเรียกว่างานรึไง พวกเจ้าเข้ามา” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะสอนเคล็ดการพรางพลังปราณให้ไป่ชิกับไป่เชอะด้วย โดยมีไป่โม่ลี่คอยฟังการสอนอยู่ห่าง ๆ
ผ่านไปสักครู่ ไป่ฉีก็ใช้ประตูมิติพาตัวเองมาอยู่ที่หน้าห้องเช่า ก่อนจะไขกุญแจ เปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เขาเห็นคือเมิ่งชิงชิงที่ฟุบหลับบนโต๊ะ ด้านหน้าของเธอมีโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างเอาไว้ เขาจึงนั่งลงข้างเมิ่งชิงชิง ก่อนที่จะโอบร่างของเธอให้มาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“อือ” เมิ่งชิงชิงเริ่มรู้สึกตัว ทันทีที่เธอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ อันคุ้นเคย ความง่วงกับความล้าของเธอก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที ทำให้เธอลืมตาขึ้น สิ่งที่เธอเห็นคือเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของไป่ฉี
“ตื่นแล้วเหรอครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีก้มหน้ามองหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา เขายิ้มอย่างอ่อนโยนออกมา
“นะ...นายทำฉันตื่นน่ะสิ” เมิ่งชิงชิงรีบผลักตัวเองออกจากไป่ฉีด้วยความเขินอาย รอยยิ้มเมื่อครู่ทำให้ใจเธอเต้นรัวทุกครั้งที่ได้เห็น
“ว่าแต่….งานหนักมากเลยเหรอครับ ผมบอกคุณตงไห่ให้ช่วยหาผู้จัดการคนอื่นให้อลิซดีไหม พี่โทรมมากเลยนะ ขอบตาคล้ำจนจะเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้ว” ไป่ฉีพูดด้วยความเป็นห่วง
“ถ้าฉันทำอลิซให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ ฉันคงโดนดูถูกว่าเป็นคนไม่มีฝีมือแน่ ๆ จะว่าไปเป็นเพราะนายเก่งไปซะหมดล่ะนะ” เมิ่งชิงชิงแซว
“พี่น่าจะภูมิใจนะ ที่มีแฟนเก่งไปหมดทุกอย่างน่ะ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับเดินไปที่ห้องครัว เขานำสมุนไพรออกมาจากแหวนมิติ ผ่านการเตรียมสมุนไพรนิดหน่อยจนได้ครีมสมุนไพรที่เข้มข้น จากนั้นก็ยกมาวางตรงหน้าเมิ่งชิงชิง
“อะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม ไป่ฉีไม่พูดมาก เขาใช้แขนข้างหนึ่งโอบเมิ่งชิงชิงไม่ให้หนีไปไหนได้ ก่อนจะใช้นิ้วมืออีกข้างป้ายครีมสมุนไพรที่เขาทำขึ้นมาป้ายตามรอยคล้ำรอบดวงตาของเมิ่งชิงชิง เพียงพริบตาเดียว ครีมก็ซึมเข้าผิวไปอย่างรวดเร็ว
“เรียบร้อย รับรองว่าพรุ่งนี้พี่ชิงชิงจะสวยเหมือนเดิมแน่นอน” ไป่ฉียิ้ม
“ถ้าไม่หายล่ะ” เมิ่งชิงชิงถามด้วยความหมั่นไส้
“ถ้าไม่หายผมยอมให้พี่แทะโลมผมได้ 1 คืนเลย” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงซุกซน
“ค...คนลามก ไปอาบน้ำได้แล้ว ตัวเหม็น ๆ ยังจะมากอดฉันอีก” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“โห พี่ชิงชิง ถ้าผมตัวเหม็นนะ คนอื่นไม่เป็นกองขยะเดินได้แล้วเหรอครับ” ไป่ฉีเถียง
“ไปอาบน้ำเลย นี่เป็นคำสั่ง” เมิ่งชิงชิงชี้ไปที่ห้องน้ำ
“คร้าบ ๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ไป่ฉีหยิบผ้าขนหนูเตรียมจะไปที่ห้องน้ำ แต่เมิ่งชิงชิงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“เอ้อ ไป่ฉีนายพอจะว่างไหม ตอนกลางวันมีงานด่วนติดต่อเข้ามาน่ะ” ชิงชิงกล่าว
“หือ งานอะไรเหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“งานแฟชั่นโชว์น่ะ ที่จริงมีนายแบบคนหนึ่งถูกทางผู้ว่าจ้างยกเลิกสัญญา เพราะมีคลิปว่าเขาหลับนอนกับเสี้ยนหรัวเพื่อให้ตนเองได้งาน ทางผู้ว่าจ้างให้ทางบริษัทหาคนไปแทน แต่ส่งไปกี่คน ๆ เขาก็ไม่เอา บอกว่าไม่เป็นมืออาชีพพอ ซีโม่เองก็คิวงานไม่ว่างช่วงนั้น คุณตงไห่เลยให้ฉันลองมาถามนายดูว่าพอจะรับงานนี้ได้รึเปล่า” เมิ่งชิงชิงอธิบาย
“เรื่องแบรนด์ล่ะครับ” ไป่ฉีถาม
“ไม่ต้องห่วง เป็นแบรนด์ติดท็อป 5 ในประเทศ คิดแล้วว่านายต้องถาม ฉันเลยโทรถามปู่เมิ่งเจี่ยให้แล้ว เขาบอกว่าไม่มีปัญหา” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ตกลงครับ งานนี้ผมจะรับไว้ หึหึ อีกอย่างคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าช่วงนี้พี่ร้อนเงิน พอผมไม่ได้รับงาน ค่าส่วนแบ่งที่พี่ได้จากรายได้ผมมันหายไปสินะ” ไป่ฉีกล่าว
“รู้ตัวก็รีบ ๆ กลับมาทำงานสิย๊ะ ฉันยังต้องผ่อนรถอยู่นะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ได้ครับ อีกเดี๋ยวก็จะสอบแล้ว ให้มันผ่านช่วงนั้นไปก่อนละกันนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ ๆ ไปอาบน้ำได้แล้ว” เมิ่งชิงชิงพูดธุระของตัวเองจบก็ไล่ไป่ฉีไปอาบน้ำทันที
“คร้าบ ๆ” ไป่ฉีรับคำก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ
เมื่อไป่ฉีออกมาก็เห็นเมิ่งชิงชิงยังคงทำหน้ายุ่งยากใจอยู่ เขาจึงลองอ่านความทรงจำของเธอดู ทำให้เขารู้ปัญหาหลายอย่างที่เธอไม่ยอมบอกเขา ทั้งเรื่องที่เธอให้คนเช่าห้อง แต่สภาพห้องหลังจากผู้เช่าย้ายออกมันเละมาก ค่าซ่อมแซมก็สูงกว่าเงินประกันที่เก็บจากผู้เช่า ทำให้เธอกำลังลำบากใจ แต่ก็ไม่คิดจะปริปากขอเงินจากปู่เมิ่งตง ในฐานะแฟน เขาคงต้องช่วยเธอสักหน่อย
ไป่ฉีเดินไปข้างหลังเธอ เขาเรียกเอาเงินในแหวนมิติของเขาออกมา แล้ววางลงบนโต๊ะ
“อะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงหันมาถาม
“ค่าซ่อมแซมห้องไงครับ ห้องพี่ปล่อยให้โทรมแบบนั้นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ไป่ฉีกล่าว ขณะที่เมิ่งชิงชิงมองไป่ฉีนิ่ง
“นายรู้ได้ยังไงน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ผมมองเข้าไปในตาพี่ ผมก็เห็นหมดแล้ว” ไป่ฉีเข้าหาเมิ่งชิงชิงจากด้านหลัง คางของเขาเกยอยู่ที่ไหล่ของเธอ แก้มแนบกันทำให้เธอรู้สึกใบหน้าร้อนนิด ๆ
“ออกไปเลยนะ มันหนักรู้ไหม” เมิ่งชิงชิงรีบผลักหัวไป่ฉีออก
“ส่วนเรื่องของอลิซเนี่ย ให้ผมช่วยไหม” ไป่ฉีถาม
“นายจะไปช่วยอะไรได้ คนเรามันคงไม่เก่งขึ้นมาในวันสองวันหรอกนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ผมยินดีจัดหลักสูตรเร่งรัดให้เลยครับ รับรองผล 100 เปอร์เซ็นต์” ไป่ฉียิ้ม
“ก็ได้ ๆ เดี๋ยวฉันจะหาวันว่างให้อลิซได้มาติวเข้มกับนายดู” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะปิดโน้ตบุ๊ก ส่วนไป่ฉีนั้นเหมือนรู้งาน เขาปูที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอน
เมิ่งชิงชิงหลังเก็บของเรียบร้อยแล้ว เธอก็ลงมานอนข้าง ๆ ไป่ฉี เธอกับไป่ฉีนอนหันหน้าชนกัน ก่อนที่จะหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมิ่งชิงชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนหนุนแขนไป่ฉีอยู่ ซ้ำยังอยู่ในสภาพที่กอดไป่ฉีด้วย เธอจึงรีบลุกขึ้นเพื่อออกจากสภาพที่น่าอายนี้

“อือ พี่ชิงชิงตื่นแล้วเหรอครับ” ไป่ฉีงัวเงีย ถามขึ้น
“อื้อ นายรีบตื่นเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายที่ LSA สำนักงานใหญ่ก่อน เมื่อคืนฉันส่งข้อความหาคุณตงไห่แล้วว่านายตอบตกลงรับงาน” เมิ่งชิงชิงกล่าวพร้อมกับเปิดดูสมาร์ทโฟนของเธอ
“ไปวันนี้เลยเหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“ใช่ คุณตงไห่จะนัดลูกค้ามาด้วย นายคงถูกทดสอบอะไรนิดหน่อย ทำให้ดีที่สุดล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“งั้นก็ไปกันเถอะครับ” ไป่ฉีพูดจบก็ช้อนตัวเมิ่งชิงชิงขึ้น
“เอ๋ หยุดเลยนะ แยกกันอาบสิ” เมิ่งชิงชิงทุบอกไป่ฉีเบา ๆ
“คงไม่ได้หรอกครับ เมื่อคืนแอบทำอะไรคิดว่าผมไม่รู้หรอครับ” ไป่ฉีส่งสายตาให้เมิ่งชิงชิงมองรอยตรงต้นคอที่เธอทำไว้เมื่อคืน
“แหะ ๆ ฉันไม่รู้เรื่องนะ คงละเมอล่ะมั้ง” เมิ่งชิงชิงหัวเราะแห้ง ๆ
'ฉันไปทำตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่รู้ตัวเลย น่าอับอายจริง ๆ ฉันนี่มันบ้า ๆ ๆ ๆ ๆ' เมิ่งชิงชิงกำลังคิดตำหนิตัวเอง
พรึบ
“อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงร้องตกใจ เพราะเมื่อเธอหลุดจากห้วงความคิด เธอก็ไม่เหลือเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวติดตัว
“อาบน้ำกันดีกว่านะครับ” ไป่ฉีเดินเข้ามาหาเมิ่งชิงชิง
“อ๊ะ ไป่ฉี ของนายมัน...อ๊า โดนของฉัน อย่าเล่นน่า เดี๋ยวเราก็ไปสายหรอก อ๊ะ จับตรงไหนของนายเนี่ย อื้อ ๆ” เสียงของเมิ่งชิงชิงดังออกมาจากห้องน้ำเป็นพัก ๆ เช้านี้ในห้องน้ำเธอถูกไป่ฉีเอาคืนจากการกระทำที่เธอทำเมื่อคืน ถึงแม้จะทำโดยไม่รู้ตัวก็ตาม
_______________________________
ฝากเพจนิยายด้วยครับ มีสตอรี่สั้น ๆ อีกนิดหน่อยข้างล่างนะครับ

ไป่ฉี : ......