จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 136 งานด่วนที่เข้ามา Re

            เมื่อทุกคนมาถึงที่สมาคมการค้าตะวันจันทรากันแล้ว  ผู้อาวุโสอี้เซียนได้นำหลงเทียนหมิงกับไป่ฉีไปยังห้องประชุม  ซึ่งภายในห้องประชุมนั้นมีจางหนี่หวังนั่งเป็นประธาน  โดยรอบมีโปรเจคเตอร์ฉายภาพของ 4 ประมุขตำหนักเทพ และเจ้าสำนักของเสาหลักแห่งยุทธภพ


            ไป่ฉีกับหลงเทียนหมิงนั่งลงตรงหัวโต๊ะอีกฝั่ง  ก่อนที่เขาจะนำไดร์ฟส่งให้ผู้อาวุโสอี้เซียน  เพื่อให้นำไปให้กับจางหนี่หวัง


            หลังการเปิดดูข้อมูลได้ไม่นาน  จางหนี่หวังได้ทำการส่งข้อมูลทั้งหมดนี้ทางอินเทอร์เน็ตให้กับ 4 ประมุขตำหนักเทพ  เหล่าประมุขต่างเปิดดูอยู่สักครู่  ระหว่างนั้นแววตาของประมุขทั้ง 4 แสดงให้เห็นอารมณ์ที่หลากหลาย  ทั้งตกใจ  แปลกใจ  ด้วยข้อมูลอย่างที่ตั้งพรรคสาขาของพรรคตะวันดับในทวีปต่าง ๆ รวมถึงสำนักงานใหญ่  บางที่แทบจะอยู่ใต้จมูกพวกเขานี่เอง (ใกล้มาก)  บ้างก็ใกล้เหมือนเส้นผมบังภูเขา  มันอยู่แค่เอื้อม  แต่พวกเขาไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อน


            “จากข้อมูลที่พวกท่านได้ไป  ขอให้พวกท่านรีบดำเนินการซะ  ทางเราละเลยพวกมันมานาน  จนพวกมันคิดว่าพวกเราไม่น่ากลัวสำหรับพวกมันอีกต่อไป  จนถึงกับกล้ามาแว้งกัดพวกเราแบบนี้  ดังนั้นท่านจงดูแลและประสานงานกับพรรคและสำนักต่าง ๆ ในการปกครองของท่าน  เพื่อดำเนินแผนการกวาดล้างพวกพรรคตะวันดับให้เรียบร้อย  การประชุมจบลงเท่านี้” กล่าวจบจางหนี่หวังก็ลุกขึ้นยืน  ก่อนจะเดินมาทางไป่ฉีกับหลงเทียนหมิง  ส่วนทางประมุขของตำหนักเทพและเสาหลักยุทธภพต่างก็ตัดการเชื่อมต่อไป


            “ประมุขน้อยหลงลำบากแล้ว  นี่เป็นเงินเล็กน้อย  ถือว่าพวกเราตอบแทนที่ท่านช่วยออกหน้าเป็นธุระจัดการพวกมันให้” จางหนี่หวังกล่าว  ส่วนหลงเทียนหมิงรับไว้เพราะเกรงใจจางหนี่หวัง


            “ฉันเองก็ต้องกลับเหมือนกัน” ไป่ฉีลุกจากเก้าอี้


            “ท่านอวี้กง  ไปดื่มกันหน่อยไหม” จางหนี่หวังถาม


            “ไม่ล่ะ  เพื่อนที่ที่ทำงานเพิ่งเกิดเรื่องเมาแล้วไปข่มขืนผู้หญิง  สุราไม่ดีต่อระบบเส้นประสาทของสมอง  ยังทำให้ขาดสติอีกด้วย  ไม่ควรดื่ม” ไป่ฉีตอบปฏิเสธทันที


            “เป็นน้ำส้มก็ได้” จางหนี่หวังยังคงคะยั้นคะยอ


            “ไม่เอาครับ  น้ำส้มตามร้านส่วนใหญ่ใส่น้ำตาลเยอะ  ถ้าประมุขจางมีเวลาว่างขนาดนั้น  รบกวนทำระบบรักษาความปลอดภัย หรือไม่ก็ย้ายที่ตั้งสมาคมสำนักงานใหญ่ซะ  การที่พวกมันโจมตีสมาคมการค้าได้ถึง 2 ครั้งแบบนี้  แสดงว่าพวกมันคงรู้เรื่องของทางนี้มากพอสมควรทีเดียว  ประมุขควรรีบหาหนอนในสมาคมการค้าของท่านได้แล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “อึก ทำไมคำพูดมันดูเหมือนท่านกำลังประชดฉันอยู่เลย” จางหนี่หวังกล่าว


            “การอยู่มานานก็ไม่ได้หมายความว่าจะนิ่งนอนใจได้  อย่างน้อยประมุขจางควรทำการวิจัยเพื่อสู้กับสิ่งที่พวกพรรคตะวันดับมันทำอยู่ได้แล้ว  ไม่อย่างงั้นนอกจากคนทั่วไปจะเดือดร้อนแล้ว  ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมะก็จะลำบากเช่นกัน  ในฐานะที่สมาคมการค้าเป็นศูนย์รวมของชาวยุทธ์  ท่านเองก็ได้กำไรไปมาก  สมควรนำเงินจำนวนหนึ่งแบ่งออกมาพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้แล้ว” ไป่ฉีแนะนำ


            “เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง  ท่านอวี้กงไม่ต้องห่วง” จางหนี่หวังกล่าว  ไป่ฉียกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในประตูมิติที่เขาเปิดขึ้น

             

            ไป่ฉีมาโผล่ที่บ้านในเมืองหลวง  ทันทีที่มาถึง 2 คู่หู  ไป่ชิกับไป่เชอะก็ตรงเข้ามาหาเขา  ราวกับสุนัขเห็นเจ้าของกลับบ้านเลยทีเดียว


            “นายน้อย  ท่านมาแล้ว” ไป่ชิกล่าว


            “พวกเราอยู่บ้านจนเบื่อแล้ว” ไป่เชอะกล่าวเสริม


            “โม่ลี่ยังไม่เห็นบ่นอะไรเลย” ไป่ฉีกินยาคืนร่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม


            “เรียนนายน้อย  ฉันรู้ว่าหากจะไปเรียน  สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าให้ชาวยุทธ์คนอื่นรู้ว่าเราเป็นชาวยุทธ์เหมือนกัน  เพราะเราไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะคิดดีหรือร้ายกับเรา  ดังนั้นเวลาว่างฉันจึงฝึกการพรางพลัง  ต้องรบกวนนายน้อยช่วยดูและชี้แนะด้วย” โม่ลี่กล่าวก่อนจะเริ่มแสดงการพรางพลังปราณที่เธอฝึกมาให้ไป่ฉีดู


            “เกือบดี  แต่ยังไม่พอ  ต้องแบบนี้” ไป่ฉีถ่ายทอดเคล็ดลับในการพรางพลังให้กับไป่โม่ลี่


            “ขอบคุณนายน้อย” ไป่โม่ลี่ประสานมือขอบคุณ


            “นายน้อย  ทำไมให้แต่โม่ลี่ล่ะ  พวกเราเองก็อยากได้เคล็ดลับในการพรางพลังเหมือนกัน” ไป่เชอะกล่าว


            “เจ้าสองคนไม่มีความตั้งใจ  ได้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร” ไป่ฉีกล่าว


            “พวกเราไม่ได้ขี้เกียจนะครับนายน้อย  บ้านช่องของท่าน  พวกผมก็ทำความสะอาดอย่างดีเลยนะครับ” ไป่ชิกล่าว


            “งานง่าย ๆ ใช้เวลาทำครู่เดียว  นั่นเรียกว่างานรึไง  พวกเจ้าเข้ามา” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะสอนเคล็ดการพรางพลังปราณให้ไป่ชิกับไป่เชอะด้วย  โดยมีไป่โม่ลี่คอยฟังการสอนอยู่ห่าง ๆ


            ผ่านไปสักครู่  ไป่ฉีก็ใช้ประตูมิติพาตัวเองมาอยู่ที่หน้าห้องเช่า  ก่อนจะไขกุญแจ  เปิดประตูเข้าไป  สิ่งที่เขาเห็นคือเมิ่งชิงชิงที่ฟุบหลับบนโต๊ะ  ด้านหน้าของเธอมีโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างเอาไว้  เขาจึงนั่งลงข้างเมิ่งชิงชิง  ก่อนที่จะโอบร่างของเธอให้มาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา


            “อือ” เมิ่งชิงชิงเริ่มรู้สึกตัว  ทันทีที่เธอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ อันคุ้นเคย  ความง่วงกับความล้าของเธอก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที  ทำให้เธอลืมตาขึ้น  สิ่งที่เธอเห็นคือเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของไป่ฉี


            “ตื่นแล้วเหรอครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีก้มหน้ามองหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา  เขายิ้มอย่างอ่อนโยนออกมา


            “นะ...นายทำฉันตื่นน่ะสิ” เมิ่งชิงชิงรีบผลักตัวเองออกจากไป่ฉีด้วยความเขินอาย  รอยยิ้มเมื่อครู่ทำให้ใจเธอเต้นรัวทุกครั้งที่ได้เห็น


            “ว่าแต่….งานหนักมากเลยเหรอครับ  ผมบอกคุณตงไห่ให้ช่วยหาผู้จัดการคนอื่นให้อลิซดีไหม  พี่โทรมมากเลยนะ  ขอบตาคล้ำจนจะเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้ว” ไป่ฉีพูดด้วยความเป็นห่วง


            “ถ้าฉันทำอลิซให้ประสบความสำเร็จไม่ได้  ฉันคงโดนดูถูกว่าเป็นคนไม่มีฝีมือแน่ ๆ  จะว่าไปเป็นเพราะนายเก่งไปซะหมดล่ะนะ” เมิ่งชิงชิงแซว


            “พี่น่าจะภูมิใจนะ  ที่มีแฟนเก่งไปหมดทุกอย่างน่ะ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับเดินไปที่ห้องครัว  เขานำสมุนไพรออกมาจากแหวนมิติ  ผ่านการเตรียมสมุนไพรนิดหน่อยจนได้ครีมสมุนไพรที่เข้มข้น  จากนั้นก็ยกมาวางตรงหน้าเมิ่งชิงชิง


            “อะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม  ไป่ฉีไม่พูดมาก  เขาใช้แขนข้างหนึ่งโอบเมิ่งชิงชิงไม่ให้หนีไปไหนได้  ก่อนจะใช้นิ้วมืออีกข้างป้ายครีมสมุนไพรที่เขาทำขึ้นมาป้ายตามรอยคล้ำรอบดวงตาของเมิ่งชิงชิง  เพียงพริบตาเดียว  ครีมก็ซึมเข้าผิวไปอย่างรวดเร็ว


            “เรียบร้อย  รับรองว่าพรุ่งนี้พี่ชิงชิงจะสวยเหมือนเดิมแน่นอน” ไป่ฉียิ้ม


            “ถ้าไม่หายล่ะ” เมิ่งชิงชิงถามด้วยความหมั่นไส้


            “ถ้าไม่หายผมยอมให้พี่แทะโลมผมได้ 1 คืนเลย” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงซุกซน


            “ค...คนลามก  ไปอาบน้ำได้แล้ว  ตัวเหม็น ๆ ยังจะมากอดฉันอีก” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “โห  พี่ชิงชิง  ถ้าผมตัวเหม็นนะ  คนอื่นไม่เป็นกองขยะเดินได้แล้วเหรอครับ” ไป่ฉีเถียง


            “ไปอาบน้ำเลย  นี่เป็นคำสั่ง” เมิ่งชิงชิงชี้ไปที่ห้องน้ำ


            “คร้าบ ๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ไป่ฉีหยิบผ้าขนหนูเตรียมจะไปที่ห้องน้ำ  แต่เมิ่งชิงชิงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้


            “เอ้อ ไป่ฉีนายพอจะว่างไหม  ตอนกลางวันมีงานด่วนติดต่อเข้ามาน่ะ” ชิงชิงกล่าว


            “หือ งานอะไรเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


            “งานแฟชั่นโชว์น่ะ  ที่จริงมีนายแบบคนหนึ่งถูกทางผู้ว่าจ้างยกเลิกสัญญา  เพราะมีคลิปว่าเขาหลับนอนกับเสี้ยนหรัวเพื่อให้ตนเองได้งาน  ทางผู้ว่าจ้างให้ทางบริษัทหาคนไปแทน  แต่ส่งไปกี่คน ๆ เขาก็ไม่เอา  บอกว่าไม่เป็นมืออาชีพพอ  ซีโม่เองก็คิวงานไม่ว่างช่วงนั้น  คุณตงไห่เลยให้ฉันลองมาถามนายดูว่าพอจะรับงานนี้ได้รึเปล่า” เมิ่งชิงชิงอธิบาย


            “เรื่องแบรนด์ล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “ไม่ต้องห่วง  เป็นแบรนด์ติดท็อป 5 ในประเทศ  คิดแล้วว่านายต้องถาม  ฉันเลยโทรถามปู่เมิ่งเจี่ยให้แล้ว  เขาบอกว่าไม่มีปัญหา” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ตกลงครับ  งานนี้ผมจะรับไว้  หึหึ  อีกอย่างคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าช่วงนี้พี่ร้อนเงิน  พอผมไม่ได้รับงาน  ค่าส่วนแบ่งที่พี่ได้จากรายได้ผมมันหายไปสินะ” ไป่ฉีกล่าว


            “รู้ตัวก็รีบ ๆ กลับมาทำงานสิย๊ะ  ฉันยังต้องผ่อนรถอยู่นะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ได้ครับ  อีกเดี๋ยวก็จะสอบแล้ว  ให้มันผ่านช่วงนั้นไปก่อนละกันนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ได้ ๆ ไปอาบน้ำได้แล้ว” เมิ่งชิงชิงพูดธุระของตัวเองจบก็ไล่ไป่ฉีไปอาบน้ำทันที


            “คร้าบ ๆ” ไป่ฉีรับคำก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ


            เมื่อไป่ฉีออกมาก็เห็นเมิ่งชิงชิงยังคงทำหน้ายุ่งยากใจอยู่  เขาจึงลองอ่านความทรงจำของเธอดู  ทำให้เขารู้ปัญหาหลายอย่างที่เธอไม่ยอมบอกเขา  ทั้งเรื่องที่เธอให้คนเช่าห้อง  แต่สภาพห้องหลังจากผู้เช่าย้ายออกมันเละมาก  ค่าซ่อมแซมก็สูงกว่าเงินประกันที่เก็บจากผู้เช่า  ทำให้เธอกำลังลำบากใจ  แต่ก็ไม่คิดจะปริปากขอเงินจากปู่เมิ่งตง  ในฐานะแฟน  เขาคงต้องช่วยเธอสักหน่อย


            ไป่ฉีเดินไปข้างหลังเธอ  เขาเรียกเอาเงินในแหวนมิติของเขาออกมา  แล้ววางลงบนโต๊ะ


            “อะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงหันมาถาม


            “ค่าซ่อมแซมห้องไงครับ  ห้องพี่ปล่อยให้โทรมแบบนั้นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ไป่ฉีกล่าว  ขณะที่เมิ่งชิงชิงมองไป่ฉีนิ่ง


            “นายรู้ได้ยังไงน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ  ผมมองเข้าไปในตาพี่  ผมก็เห็นหมดแล้ว” ไป่ฉีเข้าหาเมิ่งชิงชิงจากด้านหลัง  คางของเขาเกยอยู่ที่ไหล่ของเธอ  แก้มแนบกันทำให้เธอรู้สึกใบหน้าร้อนนิด ๆ


            “ออกไปเลยนะ  มันหนักรู้ไหม” เมิ่งชิงชิงรีบผลักหัวไป่ฉีออก


            “ส่วนเรื่องของอลิซเนี่ย  ให้ผมช่วยไหม” ไป่ฉีถาม


            “นายจะไปช่วยอะไรได้  คนเรามันคงไม่เก่งขึ้นมาในวันสองวันหรอกนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ผมยินดีจัดหลักสูตรเร่งรัดให้เลยครับ  รับรองผล 100 เปอร์เซ็นต์” ไป่ฉียิ้ม


            “ก็ได้ ๆ เดี๋ยวฉันจะหาวันว่างให้อลิซได้มาติวเข้มกับนายดู” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะปิดโน้ตบุ๊ก  ส่วนไป่ฉีนั้นเหมือนรู้งาน  เขาปูที่นอนให้เรียบร้อย  ก่อนจะล้มตัวลงนอน


            เมิ่งชิงชิงหลังเก็บของเรียบร้อยแล้ว  เธอก็ลงมานอนข้าง ๆ ไป่ฉี  เธอกับไป่ฉีนอนหันหน้าชนกัน  ก่อนที่จะหลับไป


            เช้าวันรุ่งขึ้น

            เมิ่งชิงชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนหนุนแขนไป่ฉีอยู่  ซ้ำยังอยู่ในสภาพที่กอดไป่ฉีด้วย  เธอจึงรีบลุกขึ้นเพื่อออกจากสภาพที่น่าอายนี้

    error loaded

            

            “อือ พี่ชิงชิงตื่นแล้วเหรอครับ” ไป่ฉีงัวเงีย ถามขึ้น


            “อื้อ  นายรีบตื่นเถอะ  เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายที่ LSA สำนักงานใหญ่ก่อน  เมื่อคืนฉันส่งข้อความหาคุณตงไห่แล้วว่านายตอบตกลงรับงาน” เมิ่งชิงชิงกล่าวพร้อมกับเปิดดูสมาร์ทโฟนของเธอ


            “ไปวันนี้เลยเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


            “ใช่  คุณตงไห่จะนัดลูกค้ามาด้วย  นายคงถูกทดสอบอะไรนิดหน่อย  ทำให้ดีที่สุดล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “งั้นก็ไปกันเถอะครับ” ไป่ฉีพูดจบก็ช้อนตัวเมิ่งชิงชิงขึ้น


            “เอ๋ หยุดเลยนะ  แยกกันอาบสิ” เมิ่งชิงชิงทุบอกไป่ฉีเบา ๆ


            “คงไม่ได้หรอกครับ  เมื่อคืนแอบทำอะไรคิดว่าผมไม่รู้หรอครับ” ไป่ฉีส่งสายตาให้เมิ่งชิงชิงมองรอยตรงต้นคอที่เธอทำไว้เมื่อคืน


            “แหะ ๆ ฉันไม่รู้เรื่องนะ  คงละเมอล่ะมั้ง” เมิ่งชิงชิงหัวเราะแห้ง ๆ


            'ฉันไปทำตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย  ไม่รู้ตัวเลย  น่าอับอายจริง ๆ ฉันนี่มันบ้า ๆ ๆ ๆ ๆ' เมิ่งชิงชิงกำลังคิดตำหนิตัวเอง


            พรึบ


            “อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงร้องตกใจ  เพราะเมื่อเธอหลุดจากห้วงความคิด  เธอก็ไม่เหลือเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวติดตัว


            “อาบน้ำกันดีกว่านะครับ” ไป่ฉีเดินเข้ามาหาเมิ่งชิงชิง


            “อ๊ะ ไป่ฉี  ของนายมัน...อ๊า โดนของฉัน  อย่าเล่นน่า  เดี๋ยวเราก็ไปสายหรอก  อ๊ะ จับตรงไหนของนายเนี่ย  อื้อ ๆ” เสียงของเมิ่งชิงชิงดังออกมาจากห้องน้ำเป็นพัก ๆ  เช้านี้ในห้องน้ำเธอถูกไป่ฉีเอาคืนจากการกระทำที่เธอทำเมื่อคืน  ถึงแม้จะทำโดยไม่รู้ตัวก็ตาม

    _______________________________

    ฝากเพจนิยายด้วยครับ มีสตอรี่สั้น ๆ อีกนิดหน่อยข้างล่างนะครับ


    ศูนย์ฝึกอบรม LSA ชิงชิง : สวัสดีค่ะ ป้าจางไป่ฉี : สวัสดีครับ ป้าจาง(หนี่หวัง)ป้าจาง : อ้าว วันนี้มาทำอะไรกันล่ะชิงชิง : นัดผู้ว่าจ้างมาคุยงานน่ะคะป้าจาง : งั้นเหรอ อ้อ ชิงชิง พนักงานชายฝาแฝดที่เข้ามาใหม่น่ะ เธออยู่ให้ห่าง ๆ พวกเขาไว้นะไป่ฉี : ทำไมเหรอครับป้าจางป้าจาง : แค่ชื่อก็ไม่ปลอดภัยต่อหญิงสาวแล้วชิงชิง : ชื่ออะไรเหรอคะ แล้วป้ารู้ได้ยังไงว่าพวกเขาอันตรายต่อผู้หญิงไป่ฉี : นั่นสิครับป้าจาง : 2 คนนั้นชื่อ หวังฟันเจ้า กับ หวังปี้ เห็นมะ แค่ชื่อก็ไม่รู้สึกว่าปลอดภัยแล้วชิงชิง : ......

    ไป่ฉี : ......

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577