โรงน้ำชาแห่งนี้ ถึงแม้ไม่หรูหรามากมายแต่เป็ร้านที่สะอาดสะอ้าน ภายในร้านมีสองชั้นชั้นแรกไว้รับแขกทั่วไปชั้นสองไว้รับแขกที่้าความเป็ส่วนตัว โรงน้ำชานี้มีชื่อว่าโรงน้ำชาิจู เมื่อเดินเข้าไปอันหลานก็มองไปรอบๆร้าน ถึงแม้จะไม่หรูหราเท่าจวนอดีตแม่ทัพอย่างพ่อของอันหลานแต่สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของจีนก็ทำให้เธอสนใจไม่น้อย ถ้าเป็ชาติก่อนเธอคงไม่มีทางได้เห็นแบบนี้แน่ๆ
“คุณหนูเ้าค่ะ บ่าวได้เตรียมห้อง้าไว้แล้วเ้าค่ะ”
“นำทางไปสิ”
ทั้งสองเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองก็มีคนนำทางเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง เมื่อเข้ามาในห้องและนั่งลงเรียบร้อยแล้วเสี่ยวเอ้อก็พูดขึ้นว่า
“ไม่ทราบว่าคุณหนู จะสั่งอะไรดีครับ” เขาถามอย่างระมัดระวัง
อันหลานเหลือบมองเสี่ยวเอ้อแว๊บหนึ่งก็พูดขึ้นว่า
“ชิงหลัว เ้าคงรู้นะว่าข้าชอบอะไร” ใครมันจะไปรู้วะ ว่าอาหารของคนที่นี้มีอะไรบ้างขืนสั่งไปแล้วปล่อยไก่ตัวเบอเร้อจะทำอย่างไรล่ะ อันหลานพูดประโยคนั้นในขณะที่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย
“เ้าค่ะ”สาวใช้ตอบรับคำคุณหนูของตน แม้จะรับคำออกไปแต่สาวใช้ก็ลอบปาดเหงื่อตัวเองพรางคิดว่าถ้าตัวเองสั่งไม่ถูกใจคงจะอนาถน่าดู
ไม่นานนักอาหารพร้อมชาที่สาวใช้สั่งก็ถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะ หญิงสาวกวาดตามองอาหารที่วางอยู่ที่โต๊ะไปมา ทำให้สาวใช้นั้นหวั่นวิตกในใจด้วยกลัวจะทำให้คุณหนูของตนขุ่นเคืองใจ แต่ไหนเลยจะรู้ว่าหญิงสาวนั้นไม่คุ้นกับอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะซักอย่างเดียว อันหลานมองไปที่จานที่น่าจะเป็ผัดผักอะไรซักอย่างแล้วก็ตักเข้าปากไปคำหนึ่ง แล้วก็ต้องอุทานในใจ เนื่องจากรสชาติที่อร่อยถึงแม้ไม่ได้เลิศรสแต่ก็ถือว่ารสชาติดีเลยทีเดียว เธอไม่นึกว่าที่นี้จะสามารถทำออกมาได้ถึงแม้จะไม่มีเครื่องปรุงรสอย่างเช่นโลกของเธอ
“ เห็นในหนังหรือซีรี่ย์จีนกินผัดผักสีเขียวๆก็อยากรู้มาตลอดว่ารสชาติเป็ยังไงหอกินแล้วก็อร่อยดีหนิ” หญิงสาวพึมพำขึ้นมาเบาๆ พร้อมตักเข้าปากอีกคำหนึ่ง