บทที่ 15 เมื่อไคลล์ออกโรง
“เฮ้ย…เราลืมอะไรกันรึเปล่าครับ หมอนั่นเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกนะ แล้วเค้าจะรู้ตำแหน่งที่เค้าต้องไปเหรอ ไม่ได้ให้อุปกรณ์สื่อสารหรืออุปกรณ์นำทางอะไรเค้าไปเลยด้วย” ธันวาเหมือนเพิ่งนึกได้ใรีบพูดขึ้น
ฉันหันไปยิ้มบอกธันวา “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คีปเปอร์อย่างพวกเราเป็มืออาชีพกันอยู่แล้วนี่คะ ถ้าไคลล์เค้า้าอุปกรณ์อะไรเค้าต้องร้องขอแต่แรกแล้ว นี่เค้าไม่ขออะไรเลยแสดงว่าเค้าไม่จำเป็ต้องใช้มัน หรือไม่ก็ที่ตัวเค้ามีอยู่แล้วค่ะ”
“อืม จริงด้วย ลืมไปว่าเค้าสังกัดหน่วยนั้นอยู่ ระดับนั้นแล้วไม่มีอะไรน่าห่วง ผมดันเผลอไปคิดว่าเค้าเป็เด็กใหม่ที่นี่เลยใไปหน่อย คนที่น่าเป็ห่วงมากกว่าคือเรดดี้ต่างหาก” ธันวาดูโล่งใจในตอนแรกแล้วกลับมาทำสีหน้าหนักใจอีกครั้งเมื่อพูดถึงพี่เรดดี้
ฉันมองดูพี่เรดดี้ที่กำลังเคลื่อนที่หลบหลีกหนีเ้าซีดราก้อนจ้าละหวั่น โดยมีพลังจิตของพี่พราวนี่คอยให้การคุ้มกันช่วยเหลืออีกแรง ฉันหันไปมองร่างของพี่พราวนี่ที่นั่งขัดสมาธินิ่งไม่ไหวติงอยู่มุมหนึ่งของห้อง มองเห็นบริเวณหน้าผากพี่เค้ามีเหงื่อผุดซึมอยู่รำไร ฉันถอนหายใจด้วยความรู้สึกว่าทำไมตัวเองไม่มีอะไรที่ช่วยพวกเค้าได้เลยกันนะ ฉันหันกลับไปมองบนจอ เห็นเ้าซีดราก้อนกำลังไล่ล่าพี่เรดดี้ไปพลางส่งเสียงร้องออกมาเป็ระยะไปด้วย
ฉันหวนกลับไปนึกถึงตอนที่อยู่ ๆ ฉันก็ััรับรู้ความรู้สึกโกรธโมโหและเศร้าโศกเ็ปใจของเ้าซีดราก้อนได้ก่อนหน้านี้ ก็อดจะรู้สึกสงสัยและแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าฉันมีพลังพิเศษด้านนี้เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างด้วยเหรอ แล้วพลังนี้ใช้ได้เฉพาะกับสัตว์เท่านั้นรึเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีวี่แววว่าฉันจะััได้กับมนุษย์ทั่วไปมาก่อนเลย คงต้องทดลองดูคราวหน้าถ้ามีโอกาส
“ไคลล์ฝีมือไม่เลวเลย ไปถึงตรงนั้นแล้ว ไวใช้ได้เลยนะเนี่ย” พี่พีซที่ยืนกอดอกอยู่ข้างฉันพูดขึ้น
ฉันมองไคลล์ที่ดำน้ำได้เร็วมาก แม้จะเทียบกับพี่เรดดี้ไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับคนทั่วไปถือว่าเร็วมากแล้ว เขาสวมแว่นตาดำน้ำที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหน ที่ปากคาบอุปกรณ์สีดำขนาดเล็กที่นักประดาน้ำมืออาชีพมักใช้กัน มันคือเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำที่จะกรองเอาเฉพาะออกซิเจนในน้ำป้อนเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราโดยตรงโดยผ่านทางช่องปาก
“เปิดม่านพลังตำแหน่งเดิม ไม่รู้เ้าหนุ่มนั่นจะมองเห็นรึเปล่า ถ้าใช้แว่นตาดำน้ำของศูนย์เราก็จะมองเห็น คงต้องเสี่ยงดูแล้ว” หัวหน้าทีมควบคุมพูด พวกเค้ากำลังกังวลกันว่าไคลล์จะรู้ตำแหน่งรึเปล่า ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ติดต่อกันได้ด้วย เหตุฉุกเฉินไม่ทันได้เตรียมการณ์อะไรอย่างดี
แต่ฉันคิดว่าไคลล์สามารถมองเห็นม่านพลังด้วยตาเปล่าได้ ขนาดพลังงานในร่างของคนอื่นที่มองเห็นได้ยากกว่าเค้ายังสามารถมองเห็นได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับแค่ม่านพลัง และแล้วฉันก็เห็นว่าไคลล์สามารถดำน้ำผ่านม่านพลังไปได้ถูกตำแหน่งอย่างที่คิดจริง ๆ ฉันได้ยินคนในทีมควบคุมพากันพูดว่า ‘เยี่ยม’ เหมือนโล่งใจที่ไคลล์ผ่านม่านพลังไปได้อย่างปลอดภัย
“เอาล่ะ…มาถึง่เวลาสำคัญแล้ว” พี่พีซพูดขึ้น ทุกคนในห้องพานิ่งเงียบจ้องไปที่จอ ฉันเองก็ลุ้นระทึกไปกับภารกิจครั้งนี้ของเค้าต่อจากนี้ด้วยเหมือนกัน
ไคลล์ดำน้ำห่างออกไปจากม่านพลังระยะหนึ่งแล้วลอยตัวอยู่กับที่ ที่ข้อมือข้างซ้ายสวม ‘ปลอกแขนไฮเทค’ ที่พวกทหาร ตำรวจ นักสู้อาชีพทั้งหลายนิยมใช้กัน มันสามารถติดตั้งฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายตามสายงานของแต่ละคน จุดประสงค์หลักคือเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ ไคลล์กดปุ่มบางอย่างที่ปลอกแขน ซึ่งมันส่งผลให้ซีดราก้อนที่กำลังไล่ล่าพี่เรดดี้อยู่หยุดชะงักเอาดื้อ ๆ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้ามาหาไคลล์แทน
“เค้าใช้คลื่นเหนือเสียงรูปแบบเฉพาะล่อให้ซีดราก้อนไปหาเค้า วิธีการเดียวกับที่พวกนักล่าสัตว์ชอบใช้ล่อสัตว์ให้ไปติดกับ” ธันวาพูดขึ้น “เค้าตั้งใจจะปะทะกับซีดราก้อนตรง ๆ เลยงั้นเหรอ”
“มันเป็วิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดที่จะเข้าให้ถึงตัวซีดราก้อนได้ ไคลล์กล้าเสี่ยงขนาดนี้ แสดงว่าเค้าต้องมั่นใจว่าตัวเองรับมือได้” พี่พีซพูดขึ้น
ขณะที่เ้าซีดราก้อนพุ่งเข้าหาไคลล์ ไคลล์ก็ยกมือขวาที่ติดอุปกรณ์ยิงเข็มยาแลงกวิดีนไว้ขึ้นมาเล็งไปที่มันแล้วยิงออกไปทันที ฉันมองไม่เห็นว่าเข็มไปปักที่ส่วนไหน แต่เ้าซีดราก้อนส่งเสียงร้องขึ้นมานิดหน่อยและพุ่งเข้าหาไคลล์ต่อไป ยาไม่ได้ผลอีกแล้ว! มันจะถึงตัวไคลล์แล้ว!!
ไคลล์ฉากตัวหลบอย่างว่องไว แล้วยกแขนซ้ายขึ้นเล็งแล้วยิงอีก ก่อนจะใช้ฟังก์ชั่นบางอย่างที่ปลอกแขนที่ช่วยดึงเขาให้ถอยห่างจากตัวเ้าซีดราก้อนออกไประยะหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เ้าซีดราก้อนดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้าลง แต่มันก็ยังไม่หมดฤทธิ์ในทันที มันกู่ร้องเสียงดังแล้วพุ่งเข้าหาไคลล์อีกครั้ง ไคลล์ก็ยิงยาแลงกวิดีนเข็มสุดท้ายใส่มันอีกครั้งเหมือนกัน ทุกคนในห้องควบคุมพากันลุ้นตัวโก่ง ผลปรากฏว่า…เ้าซีดราก้อนหมดฤทธิ์แล้ว! มันดูปวกเปียกป้อแป้อ่อนแรงลงในที่สุด ทุกคนในห้องต่างปรบมือโห่ร้องแสดงความดีใจกันเสียงดัง พี่เรดดี้ถึงกับทิ้งตัวปล่อยตัวเองให้ลอยเติ่งนิ่งอยู่ใต้น้ำเหมือนคนหมดแรง ฉันหันไปมองพี่พราวนี่ที่กำลังค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เหมือนพี่พราวนี่จะรู้ว่าฉันกำลังมองจึงหันหน้ามาทางฉัน ฉันยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างให้ เราสองคนต่างยิ้มให้กัน
“พวกเธอทำได้ยอดเยี่ยมมาก! เดี๋ยวเย็นนี้ฉันเลี้ยงหมึกั์เป็การตอบแทนนะ” พี่พีซพูดกับไคลล์และพี่เรดดี้ที่กำลังยืนเปียกซกกันอยู่บริเวณหัวเรือ พวกเค้าเพิ่งจะขึ้นจากน้ำกันมาหมาด ๆ
“โห…พี่พีซครับ เปลี่ยนเป็เนื้อปลาที่อร่อยที่สุดในโลกแทนได้มั้ย ผมไม่มีแรงจะไปเคี้ยวเนื้อหมึกเหนียว ๆ แล้ว” พี่เรดดี้โอดครวญ ส่วนไคลล์ได้แต่ยิ้ม
“เธอไม่รู้อะไรซะแล้ว ยังไม่เคยกินหมึกั์ฝีมือสุดยอดเชฟของเราล่ะสิ รับรองพวกเธอต้องไม่เคยได้กินที่ไหนในโลกนี้มาก่อนแน่นอน”
“มันอร่อยขนาดนั้นจริงเหรอครับ” ดูเหมือนพี่เรดดี้ชักเริ่มอยากลอง
“ไว้เย็นนี้พวกเธอมาลองกินดูได้เลย หมึกตัวนี้ฉันเป็คนจับมาเองกับมือเลยนะ กะว่าจะเก็บไว้ค่อย ๆ กินคนเดียวซะหน่อย ยอมเอาของดีมาให้พวกเธอกินเลยนะเนี่ย”
“โอ้โห…พี่พีซพูดซะให้อยากขนาดนี้ ยังไง ๆ เย็นนี้คงต้องขอจัดเต็มหน่อยแล้วล่ะ” พี่เรดดี้พูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ “แต่ตอนนี้พวกผมขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนนะ รู้สึกเกลือมันจะเริ่มกัดผิวคันยิบ ๆ แล้วเนี่ย”
“แหม…อย่างเธอยังกล้ามาพูดว่าเกลือกัด เธออยู่กับน้ำทะเลมากี่ปีแล้วเรดดี้ ไทม์! จะอ้างทั้งทีช่วยหาเหตุผลที่มันน่าเชื่อกว่านี้หน่อยสิ อยากจะแอบไปงีบก็บอกมาตรง ๆ ฉันไม่ว่าอะไรหรอกน่า”
“จริงเหรอครับ งั้นอาบน้ำเสร็จ ผมขอหลับซักงีบหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ” พอพูดจบพี่เรดดี้ก็ชิ่งไปก่อนเลยทันที โดยไม่รอฟังคำตอบรับของพี่พีซสักคำ พี่พีซได้แต่ส่ายหน้าหัวเราะขำ ๆ
“เธอก็รีบไปอาบน้ำก่อนเถอะ” พี่พีซบอกไคลล์ก่อนจะขอตัวแยกไปดูงานของทีมที่ไปดูแลเ้าซีดราก้อนอยู่ใต้ทะเลและต้องไปประชุมปรับมาตรการขณะเกิดเหตุฉุกเฉินกับทีมควบคุมต่อด้วย
“คุณโอเคนะคะ” ฉันถามไคลล์
“แค่นี้ถือว่าเล็กน้อยถ้าเทียบกับที่หน่วยซีลสเปเชียลเอซฝึก”
“อ้อ! ใช่แล้ว…ฉันก็นึกอยู่ตั้งนานว่าตราเหรียญสัญลักษณ์บนต้นแขนซ้ายของคุณมันคือตราของที่ไหน ที่แท้ก็หน่วยเอสเอสเอของยูเอสเอนี่เองอ่ะ”
ตอนต่อไป นางเอกของเราได้ฤกษ์ไปทำงานกับเค้าซะทีแล้วค่า
ปัญหาใหม่ก็กำลังจะมาอีกแล้ววว