"หาาา"
"คะ คู่หมั้น 5คน เดี๋ยวนะ แปลว่าผมต้องแต่งกับ1ใน5หรอ ผมไม่มีสิทธิเลือกเองหรอ"
"อืมมม อธิบายแบบนี้ดีกว่า คนที่คุณปู่คุณเลือกให้จะมีฐานะที่สูงกว่าคนอื่น ส่วนคุณจะรักใครชอบใครคุณก็เลือกแต่งเพิ่มเองได้เลยไม่มีปัญหาอะไร"วิสอธิบายให้ออสฟังช้าๆ
"ฮะ"พอได้ฟังออสก็อดยิ้มด้วยสีหน้าแปลกๆไม่ได้ นี่มันเส้นทางสู่ฮาเร็มชัดๆเลย แต่ว่าผู้หญิงคนอื่นจะยอมให้เขามีหลายคนจริงๆหรอ
"แล้วผมจะรู้ตอนไหนว่าปู่เลือกใคร"
"ไม่รู้เหมือนกันครับแต่คงไม่นานหรอกครับ ถ้ากำหนดคนได้แล้วเดี๋ยวพ่อบ้านชุนคงมาบอกคุณเอง"วิสตอบกลับก่อนจะหยิบผลไม้แบบเดียวกับที่ผู้เฒ่าชุนให้ออสกินตอนแรกที่เจอกันออกมาส่งให้ ก่อนจะหยิบอีกลูกขึ้นมากินเอง
"ปู่คุณปลูกไว้ผมก็ไม่รู้ว่าผลอะไรเหมือนกันแต่อร่อยดีนะครับ"
พอวิสพูดจบออสก็รับผลไม้มาก่อนจะกัดเข้าปากไปคำใหญ่
"ผมจะออกไปเดินเล่นนะครับ แต่คุณกับกายไม่ต้องตามไปก็ได้"
"เข้าใจแล้วครับ ถ้ามีอะไรโทรหาผมทันทีนะครับ"วิสลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ก็ปล่อยให้ออสออกไป ถ้ามีเค้าตามไปด้วยตลอดคงทำให้ออสอึดอัด
พอพูดจบออสก็เดินออกจากบ้านไป ไหนๆมีเงินแล้วเขาเลยจะไปเดินช้อบปิ้งซักหน่อยเริ่มจากเสื้อผ้าก่อนเลย คนเรามักจะดูคนจากการแต่งกายภายนอกเสมอๆเพราะงั้นออสเลยจะเปลี่ยนการแต่งตัวซักหน่อย
ขณะเดียวกันบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่หลังหนึ่งในเมือง
พงศ์ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของพ่อด้วยสภาพเขียวเป็จ้ำๆทั้งตัว ตาบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด
"แกไปมีเื่กับใครมา"พอเห็นสภาพลูกตนเองพัฒน์ก็ถามขึ้น ด้วยสภาพร้อนรน เมื่อคืนลูกเขาออกไปงานเลี้ยงของโรงเรียนแล้วทำไมถึงกลับมาสภาพเป็แบบนี้
พอได้ยินพงศ์ก็รีบเล่าทุกอย่างให้พ่อฟัง
"แกแน่ใจนะว่าฝีมือไอ้ออสอะไรนั่น"
"แน่สิผมได้ยินชัดเจนมามันพูดกับไอ้ตี๋ว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้ออสอีก"พงศ์รีบตอบยืนยันสิ่งที่ตัวเองรู้มา
"มันน่าจะพึ่งจะได้เงินก้อนใหญ่มาจากไหนไม่รู้ พวกผมเดาว่าพ่อที่เป็วิศวะของมันที่ตายไปแล้วอาจจะตั้งเงื่อนไขว่าต้องเรียนจบถึงจะรับมรดกได้อะไรทำนองนั้นพอมันเรียนจบเลยพึ่งได้เงินมา ผมเลยคิดว่ามันเอาเงินไปจ้างพวกนักเลงจากที่อื่นมาเอาคืนที่พวกผมแกล้งมันตลอด2-3ปีที่ผ่านมา"
นักเลง? ใส่สูทสีดำเหมือนกันหมด มีสัญลักณ์แปลกๆเหมือนต้นไม้ไม่เคยได้ยินแฮะ พวกแก๊งมาเฟียต่างถิ่นหรอ?? แต่ไม่ใช่นักเลงกระจอกๆแน่ๆ แต่มันเล่นลูกเสี่ยป้องด้วยไอ้นั่นมันก็คงไม่อยู่เฉยเหมือนกัน
"พ่ออย่าเงียบสิทำอะไรซักอย่าง ผมไม่ยอมให้ไอ้กระจอกนั่นมันเล่นผมอยู่ฝั่งเดียวแน่" จริงๆพงศ์อยากจะมาเพื่อนบุกไปเอาคืนมันตอนเช้าเลยด้วยซ้ำแต่ก็ยังกลัวๆว่าพวกสูทดำจะยังอยู่แล้วจะซวยเลยกลับมาปรึกษาพ่อเขาแทน
"ลูกไอ้เสี่ยป้องก็โดนด้วยมันคงไม่อยู่เฉย เพราะงั้น..."
"พ่อจะบ้าหรอถึงไอ้ตี๋จะให้พ่อมันไปเอาคืนแต่มันก็ไม่เหมือนกัน ถ้าพ่อไม่ทำจะอะไรผมโดนพวกมันดูถูกพอดี"
"ฟังให้จบก่อน แกคิดว่าฉันจ่ายเลี้ยงตำรวจไว้ทำไมตั้งหลายคน รอบนี้แกเป็คนโดนกระทำนี่ งั้นเราแจ้งความกันจะว่าไปไหนๆก็จะจับแล้ว เพิ่มข้อหาเบาๆให้มันซัก4-5ข้อหาไปด้วยเป็ไง ถึงจะข้อหาเบาๆแต่ถ้าเยอะๆเข้ามันก็ไม่เบานะ"
พอได้ยินพงศ์ก็แสยะยิ้มทันทีเพราะมันรู้ว่าออสไม่อยากมีคดีติดตัวไม่งั้นมันคงไม่ควักเงิน2แสนจ่ายทันทีแบบนั้นแน่ๆ ถ้ามีคดีทำร้ายคนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม มันจะทำงานเกี่ยวกับการบริการไม่ได้อีกเลย
ห้องทำงานในบ่อนหลังอู่รถของเสี่ยป้อง
"โอยเจ็บๆ เบาๆสิวะ"เสียงโวยวายของตี๋ระหว่างที่ลูกน้องพ่อเขาคนนึงทำแผลให้
"อย่าสำออยหนะ แกไม่มีอะไรแตกหักซักหน่อย"ป้องพูดอย่างหงุดหงิด
"เล่ามา"
พอได้ยินตี๋ก็รีบเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแถบยังพูดยุพ่อตัวเองไปซะเยอะ ว่ามีคนนอกล้ำถิ่นเข้ามาแน่ยอมไม่ได้เด็ดขาด
ตอนแรกป้องเองก็คิดแบบนั้นแต่พอได้ยินสัญลักษณ์ที่ลูกชายเห็น มันก็เปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งเครียดทันที แม้แต่ลูกน้องของป้องที่ได้ยินก็ลุกขึ้นแล้วหันมองมาที่ตี๋เป็ทางเดียว
"อะไรทำไมต้องทำหน้าเครียดกันขนาดนั้น"ตี๋ที่เห็นท่าทางผิดปกติก็ถามขึ้น ในห้องนี้มีแต่ลูกคนสนิทของพ่อมันทั้งนั้นแต่ละคนก็แบ่งเขตกันคุมแต่ละพื้นที่ ทั้งเปิดบ่อนย่อย เก็บค่าคุ้มครอง มีบางคนเปิดซ่องขายตัวอยู่ขอบๆเมืองด้วย แต่ละคนมีลูกน้องในมืออยู่คนละหลายสิบ ทำไมต้องทำสีหน้าเครียดกันขนาดนั้น
"แกอธิบายสัญลักษณ์ที่ว่าอีกทีเอาละเอียดๆเลย"ป้องถามลูกชายอีกครั้ง พอตี๋อธิบายอย่างระเอียดอีกที แถมรอบนี้ยังบอกข้อความที่กายฝากมาที่ตอนแรกเขาไม่บอกอีกด้วย พอฟังจบป้องก็กุมขมับทันที
"จะฉิบหายกันหมดมั้ยวะพี่"ลูกน้องคนนึงถามขึ้น พอได้ยินทุกคนก็คิดถึงเื่เมื่อ3ปีก่อน ก่อนจะมีสีหน้าซีดลงเล็กน้อย
"ไม่หรอกถ้ามันจะเล่นจริงลูกกูคงตายไปแล้ว"พอพูดจบป้องก็รีบหยิบโทรศัพท์ โทรออกไปหาเด่น อดีตลูกน้องที่เคยเป็มือขวาของเขาทันที
"พี่ลูกของพี่มันทำบ้าอะไรวะเนี่ย ไปฉลองเรียนจบก็ฉลองไปจะไปหาเื่คนอื่นทำไม"พอปลายสายรับโทรศัพท์ก็โวยวายทันที
พอได้ยินป้องกลับรู้สึกโล่งใจ เพราะ ถ้ายังโวยวายได้แบบนี้เื่ก็น่าจะไม่ใหญ่มาก ถ้าเื่ใหญ่ น้ำเสียงคงเครียดไปแล้ว
"เออโทษที แล้วตกลงเื่มันใหญ่แค่ไหน ไหงถึงได้ส่งคนมากระทืบลูกกูเป็สิบๆเลยวะ"ป้องถามกลับ
"พี่จำ3ปีก่อนได้มั้ย ที่องค์กรส่งผู้กำกับบ้าเืนั่นเข้ามาล้างบางพวกค้ายา แถมยังส่งคนมาแทรกแทรงเมืองนี้อีกหลายอย่าง"
"ใครจะไปลืมวะ"
"แล้วพี่จำได้รึป่าวว่าเพราะอะไรองค์กรถึงทำแบบนั้น"เด่นถามอีกครั้ง
ป้องพยายามคิดแต่ก็จำรายละเอียดไม่ได้ พอเห็นป้องเงียบไปนานเด่นเลยพูดทบทวนความจำให้
"มีทายาทคนสำคัญที่หายไป แล้วมาเจอที่เมืองนี้ไง"เด่นพูดแล้วเว้นจังหวะไปพักนึงก่อนจะพูดต่อ
"แล้วลูกของพี่ก็แม่งดันไปหาเื่ทายาทที่ว่านั่น หลังจากที่ผู้นำขององค์กร ยกทรัพย์สินแล้วก็กำลังคนทั้งหมดของอิกดราซิลในประเทศนี่ให้ทายาทที่ว่านั่นแค่วันเดียว"
"เชี่ย"ป้องเผลอสบดออกมาทันทีที่ได้ยิน
"แล้วนี่ต้องทำไงต่อ กูต้องพาลูกไปคุกเข่าขอโทษรึป่าว จะว่าไปตี๋มันก็หาเื่ไอ้เด็กนี่ตอนเรียนมาตลอดนี่หว่าทำไมมันพึ่งมาเอาเื่วะ"ป้องรีบถามด้วยความร้อนรน
"ไม่ต้องทำอะไรพี่แค่คุมลูกพี่ให้ดีดีอย่าให้ไปก่อเื่อีกก็พอ พี่ต้องไปขอบคุณผู้กำกับสน ถ้าเค้าไม่่พูดให้ลูกพี่เป็ไอ้ด้วนไปแล้ว พ่อบ้านชุนตอนแรกสั่งให้ตัดแขนลูกพี่สั่งสอนด้วยซ้ำ ส่วนที่ว่าทำไมพึ่งมาเอาเื่เห็นว่าพวกข้างบนมีข้อตกลงอะไรซักอย่างกันที่ว่าจะไม่ไปยุ่งกับคุณออสก่อนเรียนจบ เอาจริงผมก็ว่าจะไปเตือนพี่เื่นี้อยู่ แต่ไม่คิดว่าลูกพี่มันจะก่อเื่ไวขนาดนี้"
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะคุมมันอย่างดีเลย ฟู่ววว"พอพูดจบป้องก็เป่าลมออกมาอย่างโล่งอก พอเห็นดังนั้นลูกน้องหลายๆคนก็พลอยโล่งอกไปด้วย
ก่อนจะเรียกลูกชายตัวดีมาสั่งสอนแล้วเล่าเื่เมื่อ3ปีก่อนให้ฟัง ยิ่งได้ฟังตี๋ก็ยิ่งอยากจะถอยห่างออสมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า มันคงไม่ได้จะมาแก้แค้นเื่เก่าๆนะ
สถานีตำรวจ
"เฮ้ออ ว่างสักที"ผู้กำกับสนกำลังเอนตัวลงไปกับเบาะเก้าอี้ หลังจากทำเอกสารเสร็จกะว่าจะงีบสักหน่อย
หืออ
ผู้กำกับหันไปเห็นว่าลูกน้องตน2คนกำลังจะออกไปไหนเลยตัดสินใจลุกขึ้นออกไปถาม
"จะไปไหนวะไอ้ผู้กอง"
"คุณพัฒน์โทรมาบอกว่าลูกโดนซ้อมครับ เห็นว่ามีปากเสียงกับเพื่อนที่โรงเรียนแล้วอีกฝ่ายไปพาคนมารุมแก้แค้น ผมเลยว่าจะไปเรียกมาคุยซักหน่อย"
ชัดเลย ห่าดีนะลุกขึ้นมาถาม ผู้กำกับคิดในใจ
"ไม่ต้องไป แกเอาไม่อยู่หรอกเดี๋ยวข้าจัดการเอง แกคิดว่าคนอย่างไอ้พัฒที่ใช้คนงานก่อสร้างอย่างกับใช้นักเลงทำไมให้ตำรวจอย่างแกเคลียร์ให้วะ ไหนจะมีลูกไอ้ป้องอีก"พอพูดจบ นายตำรวจ2คนก็มองหน้ากันก่อนจะเดินกับไปนั่งที่โต๊ะ
"แล้วไปจะบอกคุณพัฒน์ยังไงเนี่ยพี่"ตำรวจอีกคนถามขึ้น
"ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าลูกเสี่ยป้องโดนด้วย แปลว่าผู้กำกับรู้อยู่แล้ว แถมท่ี่ผู้กำกับพูดก็น่าคิด ถ้าลูกไอ้เสี่ยป้องโดนด้วยจะมาใช้พวกเราทำไมวะ จับมือกันไปกระทืบไอ้เด็กนั่นเลยก็จบพวกมันทำได้อยู่แล้ว เนี่ยนๆไปแล้วอย่ายุ่งดีกว่า เดี๋ยวผู้กำกับก็จัดการเอง"
ผู้กำกับที่เห็นสองคนนั้นกลับไปนั่งที่แล้วก็กำลังจะเดินกลับไปงีบในห้องแต่ว่า....
"ลูกพี่ งานเข้า งานใหญ่ด้วย"
มีตำรวจหน้าใหม่คนนึงที่เค้าพึ่งสั่งให้ไปส่งเอกสารที่สำนักงานเมืองวิ่งโวยวายเข้ามา
"อะไรอีกวะ"
"เมื่อคืนมีอุบัติเหตุที่ช่องเขา ทางจะไปเมืองJรถชนกัน5-6คันมี3คันที่ตกลงไปที่เนินข้างทาง"
"แล้วไงวะเื่ใหญ่ที่ไหนก็อุบัติเหตุธรรมดา"ผู้กำกับตอบกลับด้วยความหงุดหงิด สำหรับตำรวจอุบัติเหตุแบบนี้เจออยู่แทบตลอดเวลาไม่ใช่เื่น่าใอะไรเลย
"ก็กู้ภัยใช้เวลาช่วยนานมากเพราะต้องกู้รถที่ตกไปในเนิน เลยทำให้รถติดเป็กิโลเลย แล้วเช้านี้่30นาทีที่ผ่านมาเนี่ยทั้งๆที่ช่วยคนกับกู้รถขึ้นมาได้หมดแล้ว อยู่ดีดีดินบนูเามันก็ถล่มลงมาเฉยเลย ตอนนี้ที่ติดอยู่ในนั้น มีรถไม่ต่ำกว่า50คัน มีรถบัสด้วยคนที่ติดอยู่ไม่น่าต่ำกว่า200ครับ ยันยันว่ามีคนตายแล้วอย่างน้อย10คน" ตำรวจหนุ่มรีบตอบเร็ว
"เชี่ยย วันสองวันนี้แม่งอะไรวะมีแต่เื่ เดี๋ยวนะแล้วกู้ภัยติดอยู่ด้วยแล้วใครช่วยอยู่วะ"
"ก็กู้ภัยที่ไม่ได้เข้าเวรเมื่อคืน แพทย์ พยาบาลจากในเมืองที่ว่างอยู่ ก็ลงพื้นที่ไปช่วยดูคนเจ็บแล้วครับ กู้ภัยจากเมืองJก็พยายามช่วยจากอีกฝั่ง ทางสำนักงานเมืองเลยให้ผมมาบอกลูกพี่ เพราะคนไม่พอ"
ยังไม่ทันที่ผู้กำกับจะได้พูดอะไรต่อก็มีเ้าหน้าที่วิ่งลงมาจากชั้นสอง
"ผู้กำกับที่ช่องเขางานช้างแล้วครับ มีคนแจ้งมาว่า..."
"เออรู้แล้ว บอกพวกจราจรให้ไปช่วยเคลียร์รถ ใครออกเวรแล้วก็ไปลากกลับมา แก แก แก อยู่เฝ้าที่นี่ ส่วนที่เหลือใครไม่มีงานด่วนตามมาให้หมด"ผู้กำกับรีบสั่งงานเร็วจี๋แล้วรีบคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์บิดออกไปเป็คนแรก