ตอนที่ 3 มิติสืบทอด (1)
“น้องหญิงรีบหยุดร้องเถิด หมอหยางไม่โทษเ้าหรอก ดูอาการเด็กก่อนสำคัญกว่า”
ท่านอาฮวาเห็นสถานการณ์แบบนี้ก็ถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ ยื่นมือไปตบแขนเยี่ยซื่อเบาๆ พลางพูดปลอบสองสามประโยค แม้นางก็รู้ว่าการปลอบใจเช่นนี้อันที่จริงไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม
ในฐานะเพื่อนบ้านเรือนเคียง ท่านอาฮวารู้เื่ราวในบ้านสกุลหลี่เป็อย่างดี นับั้แ่หลี่ต้าฟาจากไป หลายปีมานี้เนื่องจากลูกทั้งสองคนป่วย เยี่ยซื่อจึงเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ในบ้านสกุลหลี่มาโดยตลอด ไม่กล้าแม้แต่จะถอนหายใจแรงๆ ด้วยกลัวว่าจะไม่เป็ผลดีต่อการดำเนินชีวิตของลูกทั้งสองคน
งานสกปรกและงานหนักล้วนเป็หน้าที่ของสองแม่ลูก ของอร่อยและของดีกลับตกไม่ถึงพวกนาง เดิมทีร่างกายของเด็กน้อยหลี่ซินคนนี้ก็นับวันยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว ยังมาถูกคนบ้านสกุลหลี่ใช้งานซ้ำอีก ปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปเกรงว่าเด็กคนนี้คงได้จากไปไม่ช้าก็เร็ว
แต่นี่เป็เื่ภายในบ้านสกุลหลี่ นางที่เป็คนนอกไม่สะดวกเข้าไปก้าวก่าย อีกทั้งหลี่จางซื่อเป็คนใช้อำนาจบาตรใหญ่ไร้เหตุผล หลายปีมานี้แม้ว่าตนจะมีใจอยากช่วยแต่กลับไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป เพื่อที่สองแม่ลูกคู่นี้จะได้ไม่ต้องทรมานมากกว่าเดิม
ดังนั้น อย่างมากนางจึงทำเพียงเอาของกินให้สองแม่ลูกเป็บางครั้ง ทั้งยังต้องแอบเอาให้ จะได้ไม่ทำให้คนบ้านสกุลหลี่รู้ ไม่เช่นนั้นมีหวังของกินไม่ตกถึงปากพวกนางแน่ ทั้งยังอาจถูกคาดโทษด้วย ช่างน่าปวดใจเหลือเกิน ก็ไม่รู้ว่าแม่ลูกสี่คนนี้อดทนอยู่มาถึงตอนนี้ได้อย่างไร
พอม่อเนี่ยนจือฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็ยามบ่ายแล้ว
เยี่ยซื่อถูกหลี่จางซื่อไล่ให้ออกไปทำงานตั้งนานแล้ว แม้แต่อาหารเที่ยงก็ไม่มีโอกาสได้กิน
หลี่เฉินกับเสี่ยวสือโถวที่กลับมาจากตัดฟืนและเก็บหญ้าจู[1]คอยนั่งเฝ้าอยู่หน้าเตียงเตาตลอดเวลา ตอนนี้พอเห็นม่อเนี่ยนจือได้สติแล้วก็พากันดีใจจนน้ำตาไหล
“ซินเอ๋อร์ ในที่สุดเ้าก็ฟื้น ยังปวดหัวอยู่หรือไม่ อยากดื่มน้ำไหม พี่ใหญ่จะไปรินน้ำให้เ้า”
“พี่หญิง ในที่สุดพี่ก็ฟื้นสักที ข้ายังนึกว่า...ยังนึกว่า...”
เสี่ยวสือโถวยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ข้างเตียงเตา พูดด้วยเสียงสะอื้นไห้ ดวงตาไม่กล้ากะพริบลงด้วยเกรงว่าพอตนกะพริบตาพี่หญิงอาจจากไป
ม่อเนี่ยนจือมองหลี่เฉินที่กระวีกระวาดไปรินน้ำให้ตน แล้วหันไปมองเสี่ยวสือโถวที่น้ำตานองอยู่ด้านข้าง พลันรู้สึกดีใจ นางช่างดวงแข็งนัก คิดไม่ถึงว่าจะรอดมาได้
นึกถึงเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ม่อเนี่ยนจือก็ขอบตาแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ผ่านมาสามชาติ นางกลับเพิ่งจะได้รู้เป็ครั้งแรกว่าแท้จริงแล้วความรู้สึกของการมีครอบครัวเป็แบบนี้นี่เอง
หลี่เฉินรินน้ำแล้วกลับมายืนอยู่กับเสี่ยวสือโถว พยุงหลี่ซินให้ลุกขึ้นอย่างระมัดระวังแล้วป้อนน้ำจากชามปากแตกเข้าปากนางทีละนิดๆ
ท่าทางระวังมือนั้นแม้แต่ม่อเนี่ยนจือก็ยังรู้สึกว่าตนเหมือนกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่หากไม่ระวังอาจแตกเอาได้
“ขอบคุณเ้าค่ะ” หลังดื่มน้ำม่อเนี่ยนจือรู้สึกว่าสบายคอขึ้นไม่น้อย จึงกล่าวขอบคุณหลี่เฉิน
“ยายน้องซื่อ กับข้ายังต้องเกรงใจขนาดนี้ด้วยหรือ”
หลี่เฉินเห็นว่าน้องพูดได้ก็วางใจ วางชามใบใหญ่ลงแล้วจึงค่อยๆ ประคองม่อเนี่ยนจือให้นอนราบอีกครั้ง ก่อนจะกำชับอย่างใส่ใจ
“เ้าพักผ่อนให้ดีก่อน พี่จะไปอุ่นยา กินยาเสร็จก็ไม่เจ็บแล้ว น้องสาม เ้าอยู่ดูแลพี่หญิงของเ้าตรงนี้นะ”
“พี่ใหญ่วางใจได้” เสี่ยวสือโถวปาดน้ำตาพลางพยักหน้าแล้วหันไปมองหลี่ซินด้วยสีหน้าประมาณว่า มีข้าอยู่พี่ไม่ต้องกลัว คนตัวเล็กๆ แน่วแน่เสียยิ่งกว่าอะไร
ม่อเนี่ยนจือไม่พูดอะไร หลับตาพักผ่อนอย่างว่าง่าย รับรู้ได้ถึงการห่มผ้าให้ตนอย่างเบามือจากคนข้างๆ และเสียงกระซิบเบาๆ กำชับให้พักผ่อนให้ดีๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินจากไป หางตาม่อเนี่ยนจือเริ่มชื้นเล็กน้อย
ความรู้สึกมีคนใส่ใจ ถูกคนในครอบครัวรักดั่งของล้ำค่าแบบนี้ ช่างดีจัง! นางเริ่มอยากแล้วสิ
“ซินเอ๋อร์ ยามาแล้ว ดื่มตอนร้อนนะ หากช้าอีกนิดก็จะเย็นแล้ว ดื่มยาแล้วก็จะหายป่วย ท่านอาหยางบอกว่าเ้ามีไข้สูงนานเกินไป ปอดมีอาการบวมจากธาตุไฟกำเริบ ต้องกินยารักษาอาการ”
คงเพราะเหนื่อยเกินไปม่อเนี่ยนจือจึงผล็อยหลับไป จนกระทั่งหลี่เฉินยกถ้วยยามาปลุกนางจึงลืมตาขึ้น
สิ่งที่ผ่านม่านตายังคงเป็ใบหน้าทั้งสองอันคุ้นเคย บนหน้าพี่ใหญ่หลี่เฉินเต็มไปด้วยคราบเขม่าหม้อ ส่วนบนหน้าน้องเล็กเสี่ยวสือโถวนั้นกลับไม่รู้ว่าไปมีรอยฝ่ามือแดงๆ เพิ่มมาั้แ่ตอนไหน
ม่อเนี่ยนจือขมวดคิ้วทันที แต่กลับไม่พูดอะไรมาก ปล่อยให้พี่ชายน้องชายทั้งสองพยุงตนขึ้นแล้วใช้หมอนหนุนหลังให้ หลี่เฉินใช้ช้อนป้อนยาเข้าปากม่อเนี่ยนจือทีละคำๆ
ม่อเนี่ยนจืออ้าปากรับอย่างว่าง่าย ทว่าพอยาเข้าปากความขมก็พุ่งขึ้นหัวยากที่จะกลืนได้ลง ทำให้คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยของนางยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น แต่พอมองเห็นหลี่เฉินที่ระวังมือขนาดนี้กับเสี่ยวสือโถวที่ใส่ใจจนไม่กะพริบตาอยู่ด้านข้าง นางก็ใจชื้นราวกับว่าต่อให้ยาขมกว่านี้ก็รู้สึกว่าหวาน
“ข้าดื่มเองเ้าค่ะ”
ม่อเนี่ยนจือไม่ชินเป็อย่างมากกับการถูกคนจ้องพลางป้อนยาแบบนี้ อีกอย่างทรมานนานๆ ไม่สู้ทรมานครู่เดียว นางกลัวว่าถ้ายังดื่มแบบนี้ต่อไปอีกตัวเองจะขมตายเสียก่อน จึงยื่นมือไปรับถ้วยยาก่อนจะบีบจมูกแล้วดื่มรวดเดียวหมด
ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็สิ่งที่ครอบครัวลำบากหามาให้นาง ต่อให้ขมกว่านี้ก็จะสิ้นเปลืองไม่ได้
จนกระทั่งเห็นนางดื่มยาทั้งถ้วยหมดเกลี้ยง หลี่เฉินถึงยิ้มออกแล้วยื่นมือไปลูบหน้านางคราหนึ่ง แล้วจึงเก็บถ้วยยากลับไป
เสี่ยวสือโถวกลับเหลือบมองหลี่เฉินอย่างรวดเร็วแวบหนึ่ง แล้วเอาผลไม้เชื่อมที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนออกมาพลางพูด “พี่หญิง รีบกินผลไม้เชื่อมแก้ขมเร็ว”
“เ้าเอาผลไม้เชื่อมมาจากไหน”
ม่อเนี่ยนจือกินผลไม้เชื่อมแต่ทันใดนั้นก็โพล่งถามออกไป ในความทรงจำของหลี่ซินผลไม้เชื่อมเป็ของดี แม้แต่พวกท่านย่ากับท่านอาเล็กหลี่จินก็เห็นกินกันแค่่วันสิ้นปีเป็บางครั้งบางคราวเท่านั้น
เชิงอรรถ
^ หญ้าชนิดหนึ่งซึ่งนิยมใช้เป็นอาหารสุกร