บ่ายโมงครึ่ง เขาอาบน้ำแต่งตัว “ผมจะเดินไปส่งคุณ และจะแวะไปสนามบิน เพื่อนผมส่งกระเป๋าเงินให้คุณมาเรียบร้อย “ ทั้งคู่เดินออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ เมื่อถึงรั้วประตูโรงเรียน วินนี่คุยกับเ้าหน้าที่ และ ส่งเธอที่หน้าประตูรั้ว “ผมไปสนามบินก่อน “ วินนี่ยืนรอให้นิทตี้เดินเข้าไปในอาคารของโรงเรียน ร่างสูงโบกมือลาและชูสองนิ้วให้เธอ นิทตี้โปรยยิ้มให้เขา
ประมาณสองชั่วโมงเศษ วินนี่เดินออกมาจากลิฟต์โดยสาร เขาพบร่างเธอนั่งรอบริเวณหน้าห้องพักหมายเลขสามเก้าเก้า ชายหนุ่มยืนนิ่ง “ผมไม่นึกว่ารถจะติด ผมไม่ได้ให้กุญแจห้องไว้กับคุณ“ นิทตี้รีบลุกจับมือเขาบีบอย่างแรง “ ขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมค่ะ ปวดฉี่มากๆเลย” วินนี่รีบเปิดประตูอย่างเร็ว เธอทิ้งกระเป๋าสะพายวิ่งเข้าห้องอย่างเร็ว วินนี่เดินตามเข้ามาด้วยความเป็ห่วงเื่งานของเธอ “ ได้ไหม ไม่รู้ “ เมื่อเธอเดินออกจากห้องน้ำ หญิงสาวเปรยออกมา “ พอดี ที่โรงเรียนคนมาสัมภาษณ์เยอะมากค่ะ เลยไม่กล้าเข้าห้องน้ำที่นั่น “ เธอมองกระเป๋าเงินของเธอในมือของเขา “ นี่กระเป๋าเงินของคุณ “ เธอตรวจดูบัตรประจำตัว “ ฉันไม่รู้ว่าจะขอบคุณคุณยังไง คุณเป็ผู้มีพระคุณในครั้งนี้จริงๆค่ะ “ เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เขามองที่กระเป๋าสะพาย เธอวิ่งไปรับด้วยความตื่นเต้น “ แม่ แม่สบายดีไหม วันนี้ อาการดีขึ้นไหม หนูได้งานแล้วนะ เริ่มงานอีกสี่ห้าวันค่ะ มีที่พักในโรงเรียนด้วย แม่... แม่เงินเดือน เริ่มต้นตั้ง สามหมื่น หนูจะส่งให้แม่ทำคีโมนะ “ วินนี่ได้ยินคำพูดของเธอทั้งหมด เงินเดือนสามหมื่นทำคีโม ชีวิตของแม่เธอรอเงินเดือนแค่นี้เหรอ อีก 30 วันถึงจะได้ทำคีโม วินนี่หมุนร่างเข้ากลับห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้าของริย่า กระเป๋า รองเท้า มูลค่าเกือบล้าน เสื้อผ้าเครื่องใช้บางชิ้นเกือบแสนหรือห้าหมื่น เสียงของนิทตี้ดังขึ้นเมื่อเธอเดินไปเดินมา “ แม่สบายใจได้เลย รับรองแม่หาย หนูจะพาแม่มาอยู่ทีนี่ “ เธอยังคุยกับแม่ของเธอต่อ
วินนี่ปิดประตูตู้เสื้อผ้า พบว่าเธอวางสายจากแม่แล้วกล่าวกับเขา “ ฉันได้งานแล้วค่ะ “ เธอยกมือไหว้เขา “ อย่าทำแบบนั้น ผมช่วยเท่าที่เท่าทำได้ “ เธอหยิบเงินจากกระเป๋า สี่พันรูปี ยื่นให้เขา วินนี่จ้องดวงตากลมโต “ ค่าอะไร “ เธอวางเงินใสมือของเขา “ ผมไม่ใช่คนเรียกร้อง ผมช่วยเพราะผม้าช่วยจากใจ เอาไว้มีโอกาส คุณค่อยคืนเงินให้ผมนะครับ “ เธอจ้องดวงตาสีนิลงามคู่นี้ คว้ามือเขามาแนบที่ใบหน้าของเธอ น้ำตาเธอไหลพราก “ คุณเป็คนดีจริงๆค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ คืนนี้ไปส่งฉันที่โรงแรมได้ไหมคะ ฉันมีเงินจ่ายค่าที่พักแล้ว “ ฝ่ามือของเขาััใบหน้าของเธอหัวใจเขาเต้นแรงขึ้น ผิวหน้าอ่อนนุ่ม หยดน้ำตาของเธอไหลผ่านมือของเขา “ พักที่นี่ก่อน ผมว่าคุณเก็บเงินไว้สำหรับรักษาแม่เถอะ “ เธอมองที่ดวงตาของเขา “ คุณไม่ต้องกลับแล้วใช่ไหม หรือว่า จะกลับไปเอาเสื้อผ้า “ นิทตี้รีบเช็ดคราบน้ำตา ฝ่ามือเธอยังจับมือเขาไว้ วินนี่ก้าวเข้าใกล้ร่างของเธอปลายนิ้วของเขาเช็ดน้ำตาให้เธอ “คุณให้ฉันสอนทำอาหารแทนได้ไหมคะ “ วินนี่เลื่อนฝ่ามือท้องของเขา “ ผมยังอิ่มอยู่เลย “ ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน “ถ้างั้นหิวเมื่อไรบอกนะคะ"
เสียงกดกริ่งดังขึ้นที่ประตูใหญ่ เขานึกถึงเด็กวัยรุ่นข้างบ้าน มานุส วินนี่ส่องที่ตาแมวบนบานประตู “ จอมกวนมาจริงๆด้วย คุณปิดผ้าม่านทุกบานมาให้ผมหน่อย อย่าเปิดประตูจนกว่าผมจะบอก “ เธอทำตามคำสั่งของเขา แล้วกลับมานั่งที่เก้าอี้ “พี่วินนี่ อยู่ไหมครับ “ วินนี่แง้มบานประตู “ พี่มีเพื่อนมาจากมุมไบ i เอาไว้ครั้งหน้าได้ไหมมานุส พี่ขอร้อง “ มานุสมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยจำยอมรับคำ แล้วเดินเข้ากลับไปลิฟต์ “ ทำไมไม่ให้เขาเข้ามาคะ” วินนี่ถอดรองเท้าวางไว้ที่ชั้นรองเท้า เขามองรองเท้า คู่เก่าๆสีขาวของเธอ และกระเป๋าเสื้อผ้าที่วางไว้ที่เดิมั้แ่วันแรกที่เธอเข้ามาอยู่กับเขา ร่างสูงยกกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าเก็บในห้องนอนของเขา “ ต่อไปคุณใช้ห้องนอนของผม“ เธอลุกขึ้น แล้วถามเขา “ คู่หมั้นของคุณจะไม่โกรธเหรอคะ คุณพาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในบ้าน “ เขาวกกลับออกมา ตรงไปที่ตู้เย็น หยิบขวดเบียร์เล็กๆ เปิดฝาขวด “ มันเป็เื่ของอนาคต ที่ผมไม่อยากคิดถึงว่าเธอจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ตอนนี้แม่ของคุณป่วย ผมสนใจเื่นี้ ผมไม่ชอบการทะเลาะ ถ้าใคร้าทะเลาะกับผมต้องมีเหตุผล อีกอย่างผมเป็ผู้ชาย คนที่น่าคิดเื่นี้ คือ คุณมากกว่า “ นิทตี้ถึงกับตัวชาไปชั่วขณะ เธอก้มหน้าลง “ ผมไม่ได้ว่าคุณนะ ผมรู้ว่าคุณไปพักโรงแรมได้ แต่อาจเหงา และอันตรายครับ เอ่อ ไม่เล่าเื่ของคุณให้ผมฟังบางหรือ เราเป็เพื่อนกันแล้ว “ แววตาของวินนี่ทำไมเข้มข้น ไม่เหมือนชายใจดีที่ช่วยเธอเมื่อคืนนี้
เพียงแค่ประสานตากับเขา มือไม้ของเธอเริ่มสั่น เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบแก้วน้ำกดน้ำดื่มเย็นๆจากตู้เย็น วินนี่เฝ้ามองตามอิริยาบถของเธอที่ดื่มน้ำทุกขณะ ความรู้สึกของเขาอยากดึงร่างเธอเข้ามากอดเหลือเกิน อีกสี่วันเขาจะทำใจได้ไหม วินนี่หมุนตัวหันหลังถาม “ เราออกไปข้างนอกกันไหม ผมจะพาคุณนั่งรถเล่นชมเมืองเดลีกัน" นิทตี้รีบพยักหน้าตอบตกลง “ เตรียมตัวได้ คนสวย ผมหมายถึงนิทตี้“ เขาเน้นชื่อเธออย่างช้าๆ
India Gate เป็สถานที่แรกที่เขาตั้งใจพาเธอไปชม วินนี้ขับรถคันหรุอ้อมสถานที่ เพื่อหาที่จอดรถ รถคันหรูจอดริมถนนด้านหลัง ทั้งคู่ลงจากรถเดินเล่นมาด้วยกัน วินนี่วิเคราะห์ความสูงของเธอ เขาวางแขนโอบบนไหล่ของเธอ “ คุณสูง 165เซ็นติเมตร ใช่ไหม “ เธอจับมือเขาออก “ ใช่ค่ะ หนักห้าสิบแปดกิโล ฉันเป็นักวิ่งด้วยค่ะ คุณสงสัยอะไร คะ”
วินนี่หยุดมองสรีระของเธอที่เดินนำหน้าเขา “ น้ำหนักห้าสิบแปดกิโล “ เขาวิ่งเหยาะๆนำหน้าเธอ “ เจอกันตรงม้านั่งตัวแรกนู้นดีไหม เฆี่ยนฝีเท้าให้ทันผม “ เธอหัวเราะเสียงใสใส่หน้าเขา “ นึกว่าฉันวิ่งไม่ทันหรือไง “ วินนี่วิ่งนำไปอย่างเร็ว แต่ทว่าเธอหันไปทางซ้าย มีชายสูงอายุปั่นจักรยานเล่นในบริเวณนั้น นิทตี้โบกมือของความช่วยเหลือ “ คุณค่ะ ช่วยไปส่งได้ไหม พอดีข้อเท้าเจ็บค่ะ “นิทตี้ขึ้นนั่งซ้อนท้ายจักรยาน เธอสลับท่านั่งหันหลังให้คนขับ แล้วหันหน้ามาท้ายจักรยาน รถจักรยานปั่นผ่านวินนี่ที่กำลังวิ่งเหยาะๆ เธอโบกสองมือให้เขา “ Bye bye พ่อรูปหล่อ วิ่งตามมาให้ทันนะคะ “ วินนี่มองไปที่รถจักรยานพบว่า “ เล่นโกงนี่คุณ อย่าให้จับตัวได้นะ “ วินนี่เม้มริมฝีปาก "ร้ายเหมือนกัน เเฮะ"
นิทตี้ไปถึงจุดหมายคือม้านั่ง เธอวิ่งออกไปซื้อขนมสายไหมสีชมพูช่อใหญ๋ที่ปิดบังใบหน้าเธอไว้ วินนี่วิ่งมาถึงมานั่งมองหาร่างของหญิงสาว “ หายไปไหน เมื่อกี้อยู่ตรงนี่ “ เธอเอียงหน้าออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ “ นี่ไง คุณแพ้แล้วด้วย “ วินนี่ก้าวเข้ามาใกล้เธอ กำลังจะพูด เธอป้อนสายไหมในปากเขาทันที “ หวานมากเลย พอแล้ว ผม.........” คำที่สองกำลังจะป้อนอีกครั้งนี้เขาจับมือเธอเหวี่ยงตัวเธอให้เข้ามาในอ้อมกอดเขา “ กินแบบนี้อ้วนรู้ไหม “ เธอหยุดป้อน ไม้สายไหมร่วงตกลงบนพื้น เขารัดร่างของเธอแน่นแนบกายของเขา ปลายนิ้วมือชี้ฝูงนกฝูงใหญ่บินรอบประตูชัย India Gate “ สวยไหมครับ เสียดายผมไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปมาด้วย” ร่างของนิทตี้ยังอยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอมองตามฝูงนกนับร้อยบินวนไปมา ห่างออกไปมีอีกฝูงบินเข้ารวมกัน ฝูงนกใหญ่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น เงยหน้ามองดูกันไปพร้อมๆกัน เสียงของชายคนหนึ่งร้องเตือน “ ระวังคืนนี้ จะมีพายุใหญ่เข้ามาแน่นอน รีบกลับบ้านกันเถอะ อาจมีน้ำท่วมตามมา พวกนกมันจะย้ายถิ่นฐานไปหมดแล้ว “ วินนี่หันหน้าฟังคนพูด เขาเคยได้ยินกัปตันมิคกี้ พูดถึงเื่พวกนี้ ก่อนจะเกิดภัยธรรมชาติให้สังเกตสัตว์ปีกหรือสัตว์เลื้อยคลาน พวกมันจะมีย้ายถินฐานซึ่งเป็การเตือนภัยธรรมชาติ