เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๑๘/๑

            ท้องฟ้าวันใหม่สดใสแจ่มตาในยามนี้ บวกกับริ้วพระพายลอยล่องแผ่วเบาให้ความเย็นสบาย ทว่าในหทัยของผู้อยู่ที่แห่งนี้กลับมัวหมอง หาความเปรมปรีดิ์ใดไม่พบ

            หลังจากผ่านพ้นพายุน้ำตามาได้ไม่กี่วันแล้วนั้น ท่านชายเดียวทรงตัดสินหทัยทูลเสด็จพระองค์ชายไปแล้วว่าจะทรงปฏิบัติตามพระประสงค์ของท่าน คือการทำหน้าที่ที่ถูกต้องเหมาะสมในฐานะพระคู่หมั้นของท่านหญิงอ้อ แม้จะไม่ต่างอะไรเลยกับการเอาหัวเดินต่างตีนก็ตาม หากทรงจำหทัยแล้ว ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรก็ต้องยอม

            เสด็จในกรมฯท่านสำราญพระทัยนัก ที่พระพระปิโยรสกลับมาว่านอนสอนง่ายดังเดิม บอกสิ่งใดก็ทำตาม สมกับที่ท่านทรงยกย่องให้เป็นลูกชายคนโปรดผู้ไม่เคยทำสิ่งใดให้ผิดหวัง วันนี้ท่านจึงได้วโรกาสเชิญช่างภาพฝีมือดีในพระนครมาที่วังวิจิตราลัยเพื่อทำการฉายรูปหม่อมเจ้าชายหญิงทั้งสององค์ในชุดวิวาห์ สำหรับตีพิมพ์การ์ดเรียนเชิญแขกมาร่วมงานมงคลซึ่งจวนจะถึงในเวลาอันใกล้นี้

            หม่อมเจ้าหญิงศศิวิมลทรงฉลององค์อยู่ในชุดลูกไม้สีหวาน คลุมผ้าถุงยกดอก แต่งเกศาทรงบ็อบคาดทับด้วยสริ้ยมุกขาวนวล พร้อมทั้งสวมเครื่องเพชรประดับตามวรกายต่าง ๆ ทำให้เธอทรงดูสง่าสมเกียรติเจ้านายฝ่ายใน

            หากแต่ชุดสวยสง่าไม่ได้นำพาให้ผู้สวมใส่มีความสุขได้เลย

            ไม่ต่างอะไรกับท่านชายเดียว ที่ในขณะฉายรูป ก็ไม่มีแม้แต่รอยสรวลสักเสี้ยวผุดผายให้เห็น ราวกับเป็นการฉายรูปงานอัปมงคลก็ไม่ปาน จนถึงขั้นช่างภาพจำต้องทูลขอให้ทั้งสององค์ทรงยิ้มแย้ม

            “เสร็จแล้วกระหม่อม” ช่างภาพทูล หลังจากโผล่หัวออกมาจากผ้าคลุมกล้องถ่าย

            แต่ยังไม่เสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ ทั้งสององค์ยังคงต้องฉายรูปต่ออีกชุดหนึ่ง เมื่อครู่นี้ฉลององค์ตามแบบพระราชนิยม ครั้งถัดมาแต่งอย่างตะวันตก ท่านหญิงอ้อจึงขอปลีกตัวออกไปสักครู่ เพื่อฉลององค์ใหม่กับพระพี่เลี้ยง

            แต่ไม่คาดคิด ในระหว่างที่ดำเนินออกมาจากสวนดอกไม้ที่ใช้เป็นฉากในการถ่าย เผอิญพบเข้ากับร่างสูงสง่าของท่านชายปิ๋ว ที่ดูเหมือนจะทรงยืนรอดักทางท่านหญิงอยู่นานแล้ว

            “พี่ชายปิ๋ว ทำอะไรอยู่ตรงนี้หรือคะ”

            “ก็รอน้องหญิงอ้ออย่างไรคะ ตามพี่มาค่ะน้องหญิง” ไม่ตรัสเปล่า หม่อมเจ้าชายทรงคว้าเอากรนุ่มของหญิงสาวให้ตามองค์เองไปอีกที่ทางด้านหลังสวนพฤกษา ในระหว่างที่ท่านหญิงอ้อเองก็ทรงร้องขอให้ปล่อยเธอเสีย เพราะความครั่นคร้ามกลัวมีผู้มาพบเห็น

            “ลากหญิงมาที่นี่ทำไมหรือคะ ทำไมต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ”

            หม่อมเจ้าชายผู้พี่ไม่ได้ตรัสตอบในคำถามนั้น ทรงเริ่มต้นว่า “นี่น้องหญิงเต็มใจแต่งงานกับพี่ชายเดียวจริงหรือคะ ทำไมถึงยอมถ่ายรูป”

            ฝ่ายผู้ฟังนิ่งสงัดไปครู่เดียว แล้วตอบอย่างเสียงอ่อน ๆ “หญิงเลือกได้หรือคะ ก็อย่างที่บอก ว่าหญิงและพี่ชายเดียวเราไม่ได้รักกันฉันชู้สาว แต่ทั้งนี้ก็เพราะความจำเป็น หากหญิงตัดสินใจเองได้ หญิงไม่ต้องทนอยู่อย่างนี้หรอกค่ะ”

            “น้องหญิงอยากเลิกทนไหมล่ะคะ พี่จะเสนอทางออกให้” ท่านชายปิ๋วตรัสอย่างมีเลศนัย แววเนตรดูเปล่งประกายคล้ายมีเล่ห์กล

            “อย่างไรหรือคะ”

            “ช่วยพี่ชายเดียวให้สมหวังในความรัก จากนั้นน้องหญิงจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักอย่างไรล่ะคะ”

            ท่านหญิงอ้อมีพักตร์ฉงน เธอเพิ่งทรงทราบประเดี๋ยวนี้เองว่าพี่ชายเดียวมีคู่รักคู่ครองอยู่แล้ว นั่นยิ่งทำให้หทัยห่อเหี่ยวยิ่งขึ้นไป การที่มีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว แต่ต้องปันมันไปให้ผู้อื่นนั้นยากลำบากเหลือแสน ทรงรู้ซึ้งในปัญหานี้ดี เพราะทรงประสบกับมันอยู่เช่นกัน

            “ถ้านั่นทำให้พี่ชายเดียวและหญิงไม่ต้องทุกข์ใจ หญิงก็ยินดีค่ะ แต่หญิงเกรงว่าเสด็จ…” หม่อมเจ้าหญิงยังทรงลังเล

            “ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เสด็จพ่อของพี่และเสด็จพ่อของน้องหญิงท่านทั้งสองจะทรงทำอะไรไม่ได้แน่” ตรัสให้อีกฝ่ายทรงมั่นหทัย

            ที่ท่านชายปิ๋วดำรินั้นเป็นเพียงวิธีการธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้แยบยล เพียงนึกภาพว่าถ้าหากเชษฐาขององค์เองเสด็จหนีไปกับนายด้าวได้สำเร็จ ท่านหญิงอ้อก็จะทรงกลายเป็นหม้ายขันหมาก หากทางวังวิจิตราลัยไม่เข้าเสนอรับผิดชอบก็คงไม่ใช่เรื่อง และผู้ที่จะได้เสกสมรสแทนท่านชายเดียวนั้น คงหนีไม่พ้นตัวท่านชายปิ๋วเอง ซึ่งประสงค์ให้เป็นไปดังนั้น หากแต่ไม่มีสิ่งใดแน่นอน กาลข้างหน้าแปรเปลี่ยนได้เสมอ

            “หญิงขอตัวล่ะค่ะ หญิงต้องรีบไปเปลี่ยนชุด รีบถ่ายจะได้รีบเสร็จ” สิ้นพระวาจา วรร่างอรชรก็เยื้องย่างออกไปจากที่ลับตา

            “หวังว่าพี่จะได้มีโอกาสดูแลน้องหญิงแทนพี่ชายเดียวนะคะ น้องหญิงอ้อ” ดำรัสแผ่วเบาด้วยไฟแห่งหวัง พลางทอดเนตรยังร่างลออองค์นั้นอย่างเว้าวอน

            อีกด้านของมุมข้างตึกฝั่งซ้ายของตำหนักใหญ่ มีสายตาดุร้ายคล้ายริษยาของหญิงวัยกลางคนเพ่งเขม็งมายังสวนพฤษาที่กำลังทำการฉายรูปของหม่อมเจ้าทั้งสององค์อยู่ ใช่เพียงแววตาที่บ่งบอกถึงไฟแค้นในใจของหล่อน หากแต่ทุกส่วนบนใบหน้าขมึงทึงรวมไปถึงกำปั้นที่บีบรัดแน่นยังเผยให้เห็นถึงปริมาณความเกลียดชังที่หล่อนมีให้แก่เป้าหมาย

            “เสด็จท่านไม่เห็นจะมีท่าทีกริ้วให้ท่านชายเดียวเลยนะเจ้าคะ หม่อม ไหนว่าวันนั้นท่านกริ้วมาก หรือจะหายแล้ว” นางเผือกเอ่ยขณะที่มองไปยังจุดเดียวกับผู้เป็นนาย พร้อมทำท่าทางเค้นสมองคิดไปพลาง

            “ช่างพระเศียรท่านปะไร! หึ หน็อย รู้อยู่หรอกว่าเป็นลูกชายคนโปรด ทำอะไรก็ไม่เคยผิดในสายตา ผิดกับชายเล็กของฉัน ทั้ง ๆ ที่อ้ายลูกเมียน้อยนี่ก็ไม่ได้มีดีอะไรเทียบชายเล็กได้ ซ้ำยังวิปริตผิดเพศ แต่ท่านก็ยังเลี้ยงไว้ ไม่ยอมตัดหางปล่อยวัดเสีย” หม่อมเอกเค้นเสียงผ่านไรฟันที่ขบแน่นจนดังกรอด ความเจ็บปวดจากเล็บที่จิกลงบนฝ่ามือเทียบไม่ได้เท่าความเจ็บใจที่หล่อนสะสมไว้

            “แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ ขืนท่านชายเดียวเสกสมรสกับท่านหญิงอ้อไปแล้ว ทรัพย์สมบัติทุกอย่างอาจจะตกเป็นของท่านชายเดียวก็ได้นะเจ้าคะ  แทนที่จะถูกเฉดหัวไล่ออกจากวัง กลับมีแต่ได้เสียอย่างนั้น”

            “แล้วเอ็งจะให้ข้าทำอย่างไร เสด็จทรงรักทรงหลงอ้ายดั้งขอนี่จนไม่ยอมโงหัวขึ้น”

            “ก็ทำให้เสด็จรับในสิ่งที่ท่ายชายเดียวทำไม่ได้สิเจ้าคะ แล้วเสด็จจะยิ่งเกลียดท่านชายเข้าไปอีก” นางบ่าวเริ่มยุยง

            “อย่างไร”

            “อย่างนี้เจ้าค่ะ” ว่าแล้วมันก็ใช้มืออังปากไว้ในระหว่างที่กระซิบบอกนายของมันถึงแผนการบางอย่างที่เพิ่งจะนึกได้หมาด ๆ

             

            ช่วงบ่ายในวันเดียวกันนั้น หลังจากที่นางบ่าวให้คำแนะนำแก่หม่อมเอกแล้ว หล่อนจึงตัดสินใจลองทำตามที่รับฟังมา เพราะอย่างน้อยก็คงดีกว่านิ่งนอนใจ เรื่องกำจัดศัตรู สำหรับหล่อนถือเป็นเรื่องใหญ่นัก

            บ่าวรับใช้ในเรือนของอำแดงวาดเก็บของว่างออกจากถาดทั้งหมดแล้ว ในขณะที่ผู้มาเยือนปรายหางตามองอย่างไม่ใคร่ยินดีนัก มืออีกข้างโบกพัดอยู่ไหว ๆ ระหว่างรอเจ้าของเรือนด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ หม่อมเอกไม่ชอบการรอคอย หล่อนเป็นคนใจร้อน เมื่อไม่เห็นหน้าเจ้าของเรือนเสียที จึงมีอาการเช่นนี้

            “ขอโทษนะเจ้าคะหม่อม พอดีอีฉันง่วนอยู่กับคนงาน”

            “เผื่อจะมาได้นะ คุณวาด” หล่อนกล่าวน้ำเสียงเคืองขุ่น

            “สบายดีหรือเจ้าคะ แล้วหม่อมมาถึงเรือนอีฉัน มีเรื่องอะไรให้อีฉันช่วยหรือเจ้าคะ” ทว่าเจ้าของเรือนยังคงยิ้มสู้ ทักทายถามไถ่อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท

            หม่อมเอกกับอำแดงวาดนั้นรู้จักมักคุ้นกันมานานนมตั้งแต่สมัยเป็นสาวแรกรุ่น ด้วยอายุที่ไล่เรี่ยกัน กอปรกับฐานะทางบ้านก็ไม่ต่างกันนัก อยู่ในสังคมเดียวกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่หม่อมเอกมักจะทรนงเสมอ ว่าตนมีเหนือกว่า ด้วยยศเจ้าพระยาบิดาของหล่อนนั้น ทำให้หล่อนมักเลือกที่จะปฏิบัติกับคนฐานะต่ำกว่ามาตลอด หล่อนจึงยิ่งยโส

            “อย่างฉันหรือต้องให้คนอย่างหล่อนมาช่วยเหลือ โน่น เก็บแรงไว้ช่วยลูกชายตัวเองเสียโน่น คอจะหลุดจากบ่าอยู่แล้ว ลูกชายไปทำสิ่งใดไว้ หล่อนรู้เรื่องกับเขาหรือไม่ แม่วาด”

            ผู้ฟังเกิดความเคลือบแคลงทันที คำพูดของหม่อมเอกดูจริงจัง คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่ก็ทำให้สงสัยไม่น้อย “หม่อมพูดเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ลูกชายของอีฉัน คนไหนหรือเจ้าคะ”

            “ก็คนที่ไปสอนดนตรีให้ท่านชายเดียวน่ะซี นี่หล่อนไม่รู้หรือ ถ้าไม่รู้ก็รู้ไว้ตั้งแต่นี้เสีย ฉันจะบอกให้เอาบุญ!”

            “บอกอีฉันทีเถิดเจ้าค่ะหม่อม”

            จากนั้นหล่อนก็แสยะยิ้ม ก่อนจะพูดต่อ “หึ เรื่องอัปยศเกิดขึ้นแล้ว วังวิจิตราลัยต้องเสื่อมเสียแค่ไหน หล่อนรู้ไว้ด้วยแม่วาด ลูกชายตัวดีของหล่อนทำอัปรีย์ ลอบเล่นสวาทกับท่านชายเดียว!”

            “หา! ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” เจ้าของเรือนแทบไม่เชื่อในสิ่งที่หูได้ยิน หากเป็นดังคำพูดของหม่อมเอกจริง เรื่องนี้ทำเอาหล่อนอยู่ไม่ได้แน่ เท่าที่ทราบมาเมื่อวันนั้นที่บุตรชายหลุดปากบอกความในใจกับหล่อว่าเขาไม่ได้เสน่หาในตัวของหญิงงามใด หากแต่ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเลยเถิดมาถึงขั้นนี้

            “ได้ยินไม่ผิด ตอนนี้เรื่องถึงพระกรรณของเสด็จท่านแล้ว แต่ท่านยังทรงมีพระเมตตา ไม่ทรงเอาความลูกชายของหล่อน แต่สำหรับฉัน ไม่!”

            “แล้วหม่อมจะให้อีฉันทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ เรื่องมันก็เกิดไปแล้ว”

            “หึ หล่อนก็บอกลูกชายของหล่อนพาท่านชายเดียวหนีไปรักกันไกล ๆ ให้พ้น ๆ สายพระเนตรเสด็จท่านซี หรือไม่ก็พามาอยู่ที่นี่เสีย รู้หรือไม่ ว่าพวกฉันต้องคอยระแวงว่าจะอับอายกันแค่ไหน” หม่อมเอกออกอุบายเสนอแนวทางอันแฝงไปด้วยความหวังดีประสงค์ร้าย หล่อนแค่ต้องการให้ท่านชายเดียวไร้ตัวตนในวังวิจิตราลัยก็เท่านั้น ซึ่งหากเป็นดังแผนจริง ทุกอย่างก็สำเร็จลุล่วง

            อำแดงวาดหน้าสลด ถอนหายใจอ่อนล้า “ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะหม่อม อีฉันเกรงว่าเสด็จท่านจะกริ้ว ไปทำเช่นนั้น มีแต่เสียกับเสียนะเจ้าคะ”

            “หล่อนเสียคนเดียวรึ! ราชสกุลศรีวิจิตรกุลของฉันมีเกียรติมีศักดิ์ศรีกว่านามสกุลพื้น ๆ ของหล่อนตั้งเท่าไร รู้ไว้ด้วย ลูกชายหล่อนทำเรื่องไม่งามลงไปแล้ว หล่อนก็ต้องรับผิดชอบ” ผู้กล่าวอารมณ์ขึ้นดั่งน้ำเดือด เลือดขึ้นหน้า

            “รับผิดชอบอย่างไร ท่านชายทรงมีพระคู่หมั้นแล้วไม่ใช่หรอกหรือเจ้าคะ จะให้ย้ายมาอยู่เรือนอีฉัน ทูลเสด็จท่านแล้วหรือเจ้าคะ”

            “หาต้องทูลไม่ ฉันในฐานะแม่เลี้ยง ขอยกท่านชายให้ลูกชายของหล่อนก็แล้วกัน ถ้าจะรักกันก็รักไปเลย แต่อย่าไปเหยียบที่วังให้เป็นเสนียดจัญไรก็พอ”

            ท่านชายเดียวทรงเสวยน้ำนมจากเต้าของหล่อนมาตั้งแต่แรกประสูติ หล่อนจึงถือตนเสมือนเป็นผู้มีพระคุณค้ำจุนท่านชายเดียวให้เจริญงอกงามมาถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น หล่อนจึงวิสาสะเอาสิทธิ์จะยกให้ใครก็ได้

            “ฉันไปล่ะ หวังว่าหล่อนจะไม่ปัดความรับผิดชอบ” พูดจบแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกระพือพัดในมือแสดงท่าทางเย่อหยิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าเดินเลี่ยงเจ้าของเรือนไปห่าง ๆ ทางด้านบันได ทิ้งให้อำแดงวาดต้องนั่งกุมขมับคิดไม่ตกอยู่เพียงลำพังที่พาไล

            การที่หม่อมเอกมาที่นี่ แล้วแจ้งจำนงแก่อำแดงวาดสหายเก่าว่าต้องการให้หล่อนรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำการไม่ควรต่อคนในราชสกุลนั้น เพื่อที่ต้องการให้รับเอาท่านชายเดียวแยกจากวังมาอยู่ที่เรือนนี้ จะในฐานะอะไรก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้ลูกเสือลูกจะเข้ถูกกำจัดไปได้ และยิ่งพอเสด็จในกรมฯทรงทราบว่าท่านชายเดียวทรงหนีมาอยู่กับชายชู้ ท่านก็จะยิ่งกริ้ว ทรงรังเกียจขึ้นอีกเท่าตัว

            งานนี้หล่อนมีแต่ได้กับได้


    คล้ายกับเรื่องเพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย} ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367