จากนั้นป้าเนียนก็เริ่มเล่านับั้แ่ป้าแกได้รับสายโทรศัพท์จากโรงพยาบาลตามให้มาเซ็นเอกสารรักษาเพราะฉันที่เป็คนป่วยยังไม่ได้สติ กระทั่งเมื่อแกถึงโรงพยาบาลจนเซ็นเอกสารเสร็จแกก็คอยตามฉันไม่ห่างไม่ว่าจะไปยืนรอหน้าห้องเอกซเรย์แม้กระทั่งเข้าไปในห้องซีทีสแกนป้าเนียนแกก็ไม่ยอมปล่อยให้ฉันคลาดสายตา
ส่วนฉันที่พอได้ฟังในหะแรกยังอดสงสัยไม่ได้เพราะไม่คิดว่าแกจะทำแบบนั้นเพื่อฉันและด้วยคำพูดเ่าั้ที่ป้าเนียนแกเล่าให้ฟังมันก็ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา ก่อนที่ป้าเนียนแกเล่าต่อว่าในตอนแรกทางโรงพยาบาลก็ดูเหมือนจะไม่ยอมให้แกเข้าไป แต่เหมือนว่าแกจะโวยวายเนื่องจากดูข่าวในทีวีหรือไหนจะละครเื่ที่ดูผ่าน ๆ มามันทำให้แกมีความระแวงกลัวว่าฉันจะโดนล่วงละเมิดหรือกลัวว่าฉันจะถูกผ่าเอาเครื่องในไปขาย นั่นจึงทำให้ไม่ว่าจะขั้นตอนไหนฉันก็อยู่ในสายตาของป้าเนียนตลอดจวบจนกระทั่งขึ้นมาพักรักษาตัวยังห้องพักผู้ป่วยห้องนี้...
“งืออออ...ป้าจ๋าาาา ~~”
ฉันถึงกับกอดแขนป้าเนียนแน่นด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในใจ เพราะถึงแม้ว่าแกจะปากไวหรือพูดจากภาษาดอกไม้ไม่เป็ แต่เื่ความเป็ห่วงเป็ใยนั้นนับั้แ่ฉันเติบโตมาจนกระทั่งรู้ความจริงว่าฉันไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของป้าเนียน แต่เป็เด็กที่ถูกทิ้งในกองขยะแล้วป้าแกไปเจอเข้าเลยเก็บเอามาชุบเลี้ยง ไม่มีสักครั้งเลยที่ป้าเนียนจะทำให้ฉันรู้สึกว่าแกไม่รักไม่ห่วงฉัน
“ปล่อยข้านะไอ้หนอนแล้วนี่ไม่ปวดหัวปวดตัวแล้วหรือไง”
ป้าเนียนทำสะดีดสะดิ้งใส่แต่ทว่าในแววตากลับเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
“ป้าจ้ะ...ป้าจ๋า ~~”
“อะไรของเอ็งวะ ทำตัวน่าขนลุกเหมือนชื่อเลยนะเอ็งเนี่ย...หึ”
คนสูงวัยยังไม่วายบ่นกระปอดกระแปดเพราะไม่ค่อยชินกับการถูกััแบบนี้มากเท่าไรนัก ส่วนฉันพอได้ฟังแกเปรียบเปรยการกระทำของตัวเองกับชื่อขึ้นมาก็อดนึกถึงที่มาของชื่อตัวเองไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าในวันนั้นนอกจากจะเป็วันที่ตัวฉันเองได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของชื่อตัวเองแล้ว ฉันยังได้รู้ถึงที่มาของตัวตนของตัวฉันเองอีกด้วย...
“...ฮึก...ฮึก...”
ฉันที่จู่ ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะสะอื้นไห้ออกมา จนเ้าของต้นแขนที่ฉันแนบหน้าอยู่ถึงกับอุทานลั่นด้วยความใ
“อ้าวเฮ้ย...!! ไอ้หนอนนี่เอ็งเป็อะไรร้องไห้ทำไมเจ็บตรงไหนบอกข้าซิข้าจะได้ไปตามหมอมาดู”
“ไม่เอานะป้า ไม่ต้องตามหมอมานะ นะ...หนอนไม่ได้เป็ไร...ฮึก...ฮึก”
“ไม่เป็แล้วร้องไห้ทำไมวะ ข้าใจคอไม่ดีนะเว้ย”
“อุบ๊ะ! ไอ้นี่ไม่เป็ไรแต่ร้องไม่หยุดเลยนะเอ็ง”
“ใครร้อง...ฮึก...ไม่มีสักหน่อย...ฮึกฮึก...”
ฉันที่ยังปากแข็งซุกหน้าลงกับท่อนแขนของป้าเนียนแกเหมือนเดิม ในขณะที่ป้าเนียนก็ได้แต่ขมวดคิ้วมองด้วยความไม่เข้าใจ
“เพี้ยนจริง ๆ เลยนะเอ็ง”
เสียงป้าเนียนยังบ่นพึมพำไปตามประสาโดยที่แกไม่มีทางรู้เลยว่าในวันนี้บางอย่างที่เคยหนักอึ้งในใจของฉันมันได้ปลดล็อกลงไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
โดยเฉพาะความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ตัวฉันไม่เคยจะเปิดเผยให้ผู้มีพระคุณตรงหน้าได้รู้เลยสักนิดว่าตัวเองรู้สึกยังไง อาจจะเป็เพราะที่ผ่านมาป้าเนียนกับฉันเราอยู่กันมาแบบชาวบ้านที่ต้องปากกัดตีนถีบทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่เคยโอบกอดไม่เคยบอกรักทุกอย่างดำเนินไปแบบตามมีตามเกิด จนทุกอย่างมันสั่งสมทับถมอยู่ในใจมานานจนเกิดเป็ตะกอนของความน้อยเนื้อต่ำใจ
อีกทั้งเื่ราวบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ในสายตาของป้าเนียนแต่มันดันดูจะเป็เื่ใหญ่ของฉันอย่างเช่น ความจริงที่ฉันไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของแกแต่เป็เด็กที่แกเก็บเอามาเลี้ยง หรือไม่ว่าจะเป็ที่มาของชื่อเล่นอย่าง...
‘หนอน’
ชื่อเล่นของฉันที่ครั้งหนึ่งฉันเคยถามป้าเนียนแกไปว่าทำไมถึงตั้งชื่อเล่นให้ฉันชื่อนี้ แกเลยบอกกับฉันว่าเพราะในวันนั้นวันที่แกเจอฉันบนตัวฉันกำลังมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มตัวไปหมดแกเลยให้ฉันชื่อนี้ และจากการตอบคำตอบตามสไตล์ของแกที่ตอบฉันมาในวันนั้น ถ้าไม่เป็เพราะว่าป้าเนียนแกอยากจะกวนประสาทฉันมันก็อาจจะเป็ความจริงที่แกอยากจะพูดให้มันดูน่าขบขันไป
แต่สุดท้ายแล้วความน้อยเนื้อต่ำใจที่ผ่านมาของฉันก็มาพังทลายลงเอาในวันนี้ วันที่ทุกอย่างกระจ่างแจ่มแจ้งแล้วว่าป้าเนียนแกเป็ห่วงฉันมากขนาดไหน ป้าเนียนที่ขึ้นชื่อว่าขี้งกกว่าใครกลับยอมทิ้งร้านวิ่งมาหาฉันทันทีที่โรงพยาบาลโทรบอก แกที่ยอมเฝ้าฉันสามวันสามคืนเต็ม ๆ ไม่ไปขายของ แกที่แม้จะทำเสียงแข็งพูดห้วน ๆ แต่ทุกประโยคก็เจือไปด้วยความเป็ห่วงและเอ็นดูฉันมากที่สุด
และที่แกตั้งชื่อเล่นให้ฉันแบบนั้นคงอยากให้ฉันมีชีวิตเรียบง่ายเหมือนกับหนอนแต่สามารถเติบโตกลายเป็ผีเสื้อได้อย่างงดงาม เพราะไม่อย่างนั้นแกจะตั้งชื่อจริงของฉันว่า ‘ชมพูสิริน’ ที่เปรียบดั่งดอกไม้หายากของโลกทำไมกัน...
ฉันที่พอตกตะกอนความคิดได้แบบนั้นก็ยิ่งซึ้งใจคนตรงหน้าออกอาการอ้อนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนนับั้แ่เล็กจนโตเป็สาว
“ป้าจ๊ะ...ป้าจ๋าาาา ~~”
“อะ...ไอ้บ้านี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้องไห้...หัวกระแทกจนเพี้ยนไปแล้วหรอเอ็ง แล้วก็ปล่อยข้าได้แล้วไอ้หนอน...บรึ๋ยยยย ข้าขนลุกว่ะ”
ป้าเนียนแสร้งทำเป็ดีดดิ้นอีกครั้งเพื่อให้ตนเองหลุดออกจากมือปลาหมึกของฉัน แต่ทว่า...แรงที่ดิ้นนั้นช่างเบาเหมือนกลัวว่าฉันที่เกาะแขนป้าแกอยู่จะหลุดออกไป
“งือออออ ~~ ขอบคุณนะป้า หนอนรักป้านะ”
ส่วนฉันก็ได้แต่ออดอ้อนตามนิสัยที่แท้จริงของตน แม้ว่าปกติแล้วฉันจะชอบกวนประสาทป้าเนียนแกมากกว่าอ้อนก็ตาม
“หึ...ไม่ต้องมารงมารักข้าหรอก นี่ข้าหยุดร้านมาตั้งหลายวันสิ้นเดือนเงินเดือนออกก็จ่ายค่าเฝ้าไข้ข้ามาด้วยละกัน”
ริมฝีปากที่เบะใส่แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของป้าเนียนทำให้ฉันได้แต่ยิ้มทะเล้นส่งไป เพราะรู้ดีว่าป้าเนียนพูดแบบนี้แต่ไม่เคยที่จะเอาเงินตามที่พูดไว้เลยสักครั้งเดียว...
และนับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลวันนั้นก็ทำให้ฉันได้รับรู้เป็ครั้งแรกแล้วว่าบัดนี้ตัวฉันได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับััพิเศษ (แสนประหลาด) ที่ไม่ได้ร้องขอแล้ว...