“พวกเราเดินทางมาไกลแล้วนะพักกันหน่อยเถอะ” ซานชิงะโบอกอสูรที่เดินนำหน้า
เฉียนว่านหยุดเดินแล้วหันไปมองสองสาวที่กำลังเดินอย่างหอบเหนื่อย “พวกเรายังไปไม่ถึงไหนเลย เดินไปได้หน่อยเดียว ก็พักเสียแล้วแล้วเมื่อไหร่จะถึง”
“พวกเราเป็คนนะ หาใช่อสูรอย่างเ้า ที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยน่ะ”ซานชิงท้วง
“นักปราบอสูรอะไรช่างอ่อนแอเสียจริง” เฉียนว่านกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“นี่เ้า!” ซานชิงโมโห
“ไม่เอาน่า เลิกเถียงกันได้แล้ว” จูหลินพยายามไกล่เกลี่ยแล้วก็หันไปกล่าวกับอสูรผู้แข็งแกร่งว่า “เอ่อข้าว่าพักทานอะไรกันก่อนเถอะ พวกเราจะได้มีแรงเดินทางต่อจะได้ไม่เป็ตัวถ่วงท่านด้วย”
“โน่น ศาลาพักริมทาง อดทนอีกหน่อยก็แล้วกัน” เฉียนว่านชี้
ซานชิงเลยพยักหน้าให้กับจูหลินให้อดทนเดินไปอีกไม่กี่ก้าว
พอถึงศาลาพักริมทางซานชิงเลยว่า “หากเ้าไม่เหนื่อย ช่วยไปซื้อหมั่นโถมาให้พวกข้าได้มั้ยล่ะ”
“ข้าไม่ใช่ทาสรับใช้เ้านะซานชิง” เฉียนว่านต่อว่า
“ก็แค่ขอร้องให้ซื้อให้ พวกข้าเดินไม่ไหวแล้วจริงๆนี่” ซานชิงกล่าว
“ไม่!” เฉียนว่านปฏิเสธ
“ใจดำ!” ซานชิงโมโห
“ไม่เอาน่า ข้าไปเองก็ได้” จูหลิน้าตัดปัญหา
“เอาอัฐมา เดี๋ยวข้าไปเอง” เฉียนว่านใจอ่อน
“ก็แค่นี้” ซานชิงกล่าว
“อย่าทะเลาะกันอีกเลยนะ ข้าขอล่ะ” จูหลินพยายามยั้ง
เฉียนว่านรับอัฐมาจากจูหลิน แล้วะโหายไป
“เ้าก็ไม่ควรทำลายศักดิ์ศรีของเฉียนว่านแบบนั้นเขาไม่ใช่เด็กรับใช้นะซานชิง” จูหลินเตือน
“ข้าเปล่าเสียหน่อย ก็เห็นเขาไม่เหน็ดไม่เหนื่อยข้าก็แค่ขอให้เขาช่วยเท่านั้นเอง” ซานชิงกล่าว
“เอาล่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทานน้ำก่อนเถิด จะได้ใจเย็นลง” จูหลินยื่นกระบอกน้ำให้
ซานชิงรับกระบอกน้ำมาดื่มอย่างกระหาย สักพักก็ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”ชายหนุ่มได้รับาเ็สาหัสเดินมาถึงศาลาก็ล้มนอนลงไป
“เ้าเป็อะไรไปน่ะ”ซานชิงใ
จูหลินรีบเข้าไปประคอง และจับชีพจร “ชีพจรเต้นอ่อนมากเลยเกิดอะไรขึ้นกับเ้าน่ะ”
“ข้าเป็นักปราบอสูร ข้าถูกอสูรผู้พิทักษ์ทำร้ายมา”นักปราบอสูรกล่าว
“ทำไมล่ะ เขาต้องปกป้องเ้าไม่ใช่หรือ” ซานชิงสงสัย
“เอ่อ คือ ข้าคงกดขี่ข่มเหงอสูรนั่นมากเกินไป อสูรคงทนไม่ไหว” นักปราบอสูรคาดการณ์
“แต่เ้ามีคาถาควบคุมอสูรนี่” ซานชิงกล่าว
“อสูรตนนี้มีอิทธิฤทธิ์แกร่งกล้ามาก ข้าสู้ไม่ได้จริงๆ” นักปราบอสูรกล่าวอย่างอ่อนล้า
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” เฉียนว่านกล่าวเมื่อมาถึงศาลาพักริมทาง
“พอดีเลย เ้าช่วยพานักปราบอสูรไปหาหมอที เขาได้รับาเ็สาหัส” ซานชิงกล่าว
เฉียนว่านยื่นหมั่นโถให้ซานชิงถือ แล้วเขาก็แบกนักปราบอสูรไว้ที่หลังจากนั้นก็นำทางไปที่ร้านหมอที่เขาสำรวจมาก่อนหน้านี้
ซานชิงยื่นหมั่นโถอีกลูกให้จูหลินแล้วพากันวิ่งตามเฉียนว่านไปที่ร้านหมอ
นักปราบอสูรนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีท่านหมอตรวจอาการให้
ส่วนทั้งสามก็รออยู่ด้านนอก
“ตอนไปตลาด ข้าได้กลิ่นปิงยี่ด้วย นางคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล” เฉียนว่านกล่าว
“จริงหรอ งั้นไปกันสิ” จูหลินดีใจ
“แต่ เอ่อ ข้าอยากรอดูอาการของนักปราบอสูรก่อนนี่” ซานชิงเป็ห่วงชายผู้าเ็
“หากนางเดินทางไปไกล ข้าคงไม่ได้กลิ่นของนางแล้ว”เฉียนว่านกล่าว
“งั้นเอาอย่างนี้ เ้ากับจูหลินออกไปตามหาปิงยี่เดี๋ยวข้ารอดูอาการชายคนนั้น หากเขาดีขึ้นยังไง ข้าจะรีบตามพวกเ้าไป” ซานชิงเสนอ
“แต่ว่า….” จูหลินลังเล
“ไปเถอะจูหลิน ไม่ต้องห่วงข้า อีกอย่างข้าก็หวังว่าเ้าคงมีความเป็สุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ทำร้ายผู้หญิงนะเฉียนว่าน”ซานชิงกล่าว
“ไปได้แล้ว ข้าเริ่มจะไม่ได้กลิ่นแล้ว” เฉียนว่านพูดตัดบท
จูหลินจำใจต้องเดินตามเฉียนว่านไป ทิ้งซานชิงไว้ในร้านหมอ
******************************************************
จูหลินเดินตามเฉียนว่านเข้าไปในป่าตั้งนานแต่กลับไม่พบตัวปิงยี่เสียที
“ไหนล่ะไม่เห็นมีวี่แววใครสักคน ไม่ใช่เ้าหลอกข้ามาทำร้ายหรอกนะ” จูหลินเริ่มไม่ไว้ใจ
“ปิงยี่คงขี่อสูรเหาะไปแล้วล่ะ”เฉียนว่านคาดการณ์
“งั้นพวกเรากลับร้านหมอกันก่อนเถอะ” จูหลินคิดว่าจะกลับไปหาซานชิง
“ไปสิ” เฉียนว่านหันหลังกลับ กำลังจะเดินทางกลับร้านหมอแต่ทว่า
“ระวัง!” เฉียนว่านรีบอุ้มจูหลินเหาะไปบนต้นไม้ และวางนางให้นั่งบนกิ่งไม้ใหญ่ที่สูงมาก
“เดี๋ยวสิ พาข้ามานั่งบนต้นไม้ทำไมน่ะ”จูหลินใ
“เ้าเห็นมั้ยว่ามีอสูร มันเป็ม้าสีขาวสามารถพ่นไฟได้ แถมบินได้อีกต่างหากข้าจะไปปะทะกับมัน เ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน” เฉียนว่านกล่าว
“ระวังตัวด้วย มันคงโกรธมาก ตาแดงน่ากลัวเชียว” จูหลินมองเห็นท่าทีพยศของม้าขาว
“มันคืออสูรผู้พิทักษ์ของชายผู้นั้นสินะ” เฉียนว่านคาดการณ์
“จริงหรอ” จูหลินสงสัย
“มันมีปลอกคอเหมือนข้าเลย” แล้วเฉียนว่านก็ะโลงจากต้นไม้และเข้าปะทะกับม้าสีขาว
“เ้าเป็อสูรผู้พิทักษ์ไม่ใช่หรือเหตุใดถึงทำร้ายผู้คน” เฉียนว่านสอบถาม
“มนุษย์ชอบกดขี่ข่มเหงข้า ข้าจะฆ่ามนุษย์ทุกคน” แล้วม้าก็พ่นไฟใส่เฉียนว่าน
เฉียนว่านหลบทัน “เ้าทนต่อคาถาควบคุมได้ยังไงเ้าไม่ปวดขมับงั้นหรือ”
“ข้าโดนแซ่เฆี่ยนตีเป็ประจำ แค่ปวดขมับคงเป็เื่เล็กๆแล้ว ตายซะเถอะ”ม้าขาวกล่าว
ม้าขาวใช้ขาหลังดีดตัวเฉียนว่านจนกระเด็น
“เล่นทีเผลองั้นหรือ งั้นข้าจะปลดปล่อยเ้าด้วยความตายก็แล้วกัน”เฉียนว่านโมโห
“ช้าก่อนเฉียนว่าน” ซานชิงะโเข้ามาขวางอย่างกะทันหัน
เฉียนว่านเบรกกะทันหันเพราะอยู่ดีๆซานชิงก็ะโเข้ามาขวางทำให้เฉียนว่านกอดนางล้มกลิ้งไปกับพื้นด้วยกัน สุดท้ายเฉียนว่านก็ทับร่างของนางจนนางต้องตีเฉียนว่านให้ลุกขึ้นจากตัวนาง
“ลุกเดี๋ยวนี้นะอย่ามากอดข้า” ซานชิงแสดงทีท่ารังเกียจ
“ใครอยากกอดเ้า อยู่ดีๆเ้าก็ทะเล่อทะล่าเข้ามาขวาง” เฉียนว่านแย้ง
“อย่าทะเลาะกัน อสูรม้ากำลังจะเข้าโจมตีแล้ว” จูหลินะโบอก
“ข้าจะฆ่ามัน” เฉียนว่านพร้อมเข้าจู่โจม
“เดี๋ยว! ให้ข้าจัดการเอง” ซานชิงจึงเข้าไปเผชิญหน้ากับม้าสีขาวด้วยตัวเอง
“เ้าเป็นักปราบอสูรเหมือนไอ้นั่นตายซะเถอะ” ม้าขาวกำลังจะเข้าโจมตีซานชิง
“ช้าก่อน เ้าม้า เ้านายเ้าไม่ได้ตั้งใจกดขี่ข่มเหงเ้า” ซานชิงกล่าว
“หมายความว่ายังไง” ม้าขาวชะงักและรอฟัง
“ตอนนี้เ้านายเ้าตายไปแล้ว” ซานชิงกล่าว
“สมน้ำหน้า” ม้าขาวสะใจ
“เ้านายเ้าเคยดีต่อเ้ามากไม่ใช่หรือ” ซานชิงกล่าว
“แต่ตอนหลังๆ เขาชอบเฆี่ยนตีข้า แถมยังเป่าคาถาควบคุมอสูรทำให้ข้ารู้สึกทรมาน”ม้าขาวรู้สึกเจ็บแค้น
“นั่นเพราะเ้านายเ้าไม่เป็ตัวของตัวเองต่างหากเ้านายเ้าถูกอสูรปรสิตครอบงำ นี่ไงหลักฐาน” ซานชิงโยนซากหนอนปรสิตลงพื้นให้อสูรม้าดู
ม้าขาวรับรู้ได้ว่านั่นเป็ซากอสูรจริงๆจึงมีท่าทีอ่อนลง ยอมฟังแต่โดยดี
“ข้าเป็คนกำจัดอสูรปรสิตกับมือหนอนตัวนี้กำลังจะย้ายร่างไปสิงท่านหมอ ดีที่ข้าเข้าไปช่วยได้ทันเวลาพอดี” ซานชิงกล่าว
“เขาตายได้ยังไง เป็เพราะข้างั้นหรือ” ม้าขาวรู้สึกผิด
“เปล่า เอ่อ เขาสิ้นใจไปก็เพราะหนอนมันชอนไชไปทั่วทั้งร่างแล้ว ทำให้อวัยวะภายในแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี”ซานชิงกล่าว
“ข้าจะไปแก้แค้นมัน”ม้าขาวรู้สึกแค้นใจ
“ใจเย็นๆก่อน อสูรปรสิตมันน่ากลัวมาก เมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์จะไม่มีกลิ่นจะมีก็ต่อเมื่อมันออกมาจากร่างนั้นแล้วพวกเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอสูรปรสิตอยู่ที่ไหน และอยู่ในร่างกายของผู้ใด” ซานชิงกล่าว
“โธ่! ท่านตงซาน ข้าขอโทษ ข้าเข้าใจท่านผิดไป”ม้าขาวมีน้ำตาคลอ
“เอาล่ะ นี่คือจดหมายของตงซาน เขายื่นให้ข้าก่อนที่เขาจะสิ้นใจ” ซานชิงจึงเปิดจดหมายอ่านให้ม้าขาวและทุกคนฟัง
ถึงอสูรม้าขาว
ข้าขอโทษทุกการกระทำที่ผ่านมาทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ตอนที่ข้ากำลังเขียนจดหมายอยู่นี้ ข้ารู้ตัวดีว่าข้าโดนอสูรปรสิตแฝงร่างเพราะได้ไปช่วยเหลือมือปราบท่านหนึ่ง เขากำลังจะตาย ข้าเข้าไปดูอาการเขาทันใดนั้นหนอนขนาดเท่าฝ่ามือก็ออกมาจากปากชายคนนั้นแล้วกระโจนเข้ามาในปากข้าโดยที่ข้าไม่ทันตั้งตัวบัดนี้ข้าจึงพยายามเขียนจดหมายตอนที่ข้ายังคงประคองสติได้อยู่ข้ากำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และข้าคงไม่มีโอกาสปลดปล่อยเ้าให้เป็อิสระยกโทษให้ข้าด้วย ทั้งๆที่ข้าได้สัญญากับเ้าไว้แล้วว่าจะปล่อยเ้าไปลาก่อนอสูรคู่ทุกข์คู่ยากของข้า
ตงซาน
ม้าขาวมีน้ำตาไหลเขาไม่คิดว่าเ้านายจะประสบเคราะห์กรรมเช่นนี่โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเ้านายโดนอสูรแฝงร่างอยู่
“เ้านายของเ้าได้มอบคาถาปลดปล่อยตัวเ้ามาให้ด้วยข้าจะร่ายมนตร์ให้นะ” ซานชิงถือกระดาษเตรียมท่องคาถา
ทันใดนั้น ปลอกคอที่ม้าขาวสวมอยู่ก็ขาดสะบั้นและหล่นลงพื้น
“แล้วข้าล่ะ ในเมื่อเ้าปลดปล่อยม้าขาวได้ ก็ต้องปลดปล่อยข้าได้สิ” เฉียนว่านกล่าว
“เ้าเองก็รู้ว่าคาถาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เช่นนั้นปลอกคอเ้าก็ต้องหลุดไปด้วยสิอดทนไปก่อนก็แล้วกัน” ซานชิงกล่าว
เฉียนว่านไม่พอใจเลยหันหน้าหนี
ซานชิงทำเป็ไม่สนใจแล้วหันไปพูดกับม้าขาว “เ้าเป็อิสระแล้วนะเ้าม้า เ้าไปได้แล้ว”
“ข้าขอไปด้วยสิ ข้าจะไปแก้แค้นอสูรปรสิต มันคงไม่ได้มีเพียงตัวเดียวแน่”ม้าขาวกล่าวอย่างเจ็บแค้น
“แต่เ้า้าเป็อิสระไม่ใช่หรือ” ซานชิงกล่าว
“หากข้าเดินทางเพียงลำพัง ข้าก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอสูรชั่วนั่นอยู่ที่ไหนสู้ข้าติดตามนักปราบอสูรอย่างเ้าดีกว่า” ม้าขาวกล่าว
“นางใจร้ายจะตายไป เ้าทนนางไม่ได้หรอก” เฉียนว่านกล่าว
“นี่เ้า!” ซานชิงโมโห
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางใจร้ายไม่เช่นนั้นเ้าจะรักนางและเฝ้าคุ้มครองนางมาถึงบัดนี้งั้นหรือ” ม้าขาวกล่าวยิ้มๆ
“ข้าไม่ได้รักนาง อย่าพูดมั่ว” เฉียนว่านเถียง
“อะ ข้าเข้าใจผิดก็ได้ พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะท่านสามารถขี่บนตัวข้าได้เลยนะซานชิง” ม้าขาวกล่าว
“ขอบคุณท่านมาก ข้าไม่เกรงใจนะ” ซานชิงกำลังเดินเข้าไปหาม้าขาว
สักพักเฉียนว่านก็เข้ามาขวาง“ไม่ต้อง! ข้าเป็อสูรประจำตัวนาง ข้าดูแลนางเอง”
“เ้าหวงนางงั้นหรือ” ม้าขาวกล่าวอย่างรู้ทัน
“ใครหวง ข้า้าจับตาดูนางต่างหาก นางอาจโกหกข้าเื่คาถาปลดปล่อยนั่น”เฉียนว่านรีบแก้ตัว
“ใครไปโกหกเ้า” ซานชิงโมโหกับคำพูดไม่เข้าหูของอสูรหนุ่ม
“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งทะเลาะกัน อย่าทิ้งข้าไว้บนต้นไม้แบบนี้สิ” จูหลินะโเตือน เพราะนางนั่งอยู่บนต้นไม้อยู่นานมากแล้ว
“เออใช่ ข้าลืมไปเลย” เฉียนว่านกล่าวเมื่อแหงนไปมองบนต้นไม้
“เดี๋ยวข้าบินไปรับนางเองก็แล้วกัน” ม้าบินตัดปัญหา
ม้าขาวกางปีกบินอย่างสง่างามไปรับจูหลินราวกับเ้าหญิงกำลังขี่ม้าขาว เขาพานางบินลงมาถึงที่พื้นอย่างสง่างาม
“ไปที่ไหนกันต่อล่ะ” ม้าขาวถาม
“อารามวัดฝูหลาน ปิงยี่อาจอยู่ที่นั่น” เฉียนว่านกล่าว
“เ้าพาจูหลินบินไปรอที่นั่นก่อนนะ เดี๋ยวข้าเดินตามไป” ซานชิงกล่าว
“งั้นข้าไปนะ” ม้าขาวไม่รอช้า เขาบินไปทันที
สักพักเฉียนว่านก็ก้มตัวหันหลังให้กับซานชิง
“จะทำอะไร” ซานชิงแปลกใจ
“ขี่หลังข้า” เฉียนว่านตอบห้วนๆ
“ไม่! ข้าจะไม่แตะต้องตัวเ้า” ซานชิงกล่าวอย่างรังเกียจ
“อย่าทำเป็หยิ่ง และอย่าเป็ตัวถ่วงจะได้มั้ย รู้ๆอยู่ว่ามันช้าเดี๋ยวปิงยี่ก็หายไปหรอก” เฉียนว่านขู่
“แต่ว่า…” ซานชิงลังเล
“ยังจะมาลังเลอีก” เฉียนว่านกล่าว
“ก็ได้” ซานชิงจึงยอมขี่หลังเฉียนว่าน เขาพานางะโอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปที่อารามวัดฝูหลาน