เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 60 สกุลหยวน

            อันที่จริงแม่นางจากตระกูลผู้ดีใหญ่โตควรพาเด็กรับใช้หญิงปากจัดกล้าพูดอย่างหงซิ่วมาด้วยเช่นตอนนี้เมื่อถึงบางคราวที่เจ้านายไม่สะดวกเอ่ย ก็เอ่ยในฐานะเด็กรับใช้ได้พอดี

            เมื่อโหม่วโหมวอบรมโดนหงซิ่วขัดคอสีหน้าพลันบิดเบี้ยวขึ้นมา นางรู้สึกไม่ยินยอม จึงกำลังจะพูดบางอย่าง แต่สายตาของสตรีแม่บ้านก็ปราดไปจ้องนางเขม็งก่อนตำหนิเสียงแผ่วเบาเสียก่อน “พอแล้ว คุณหนูเจ็ดเพิ่งมาถึงวันแรกเจ้าเข้มงวดขนาดนี้ทำไม! ต่อไปยังขาดเจ้าไม่ได้นะ”

            เยี่ยนเจาเจายืนห่างเลยไม่ได้ยินที่ทั้งคู่พูดกันทว่านางทนตากแดดกลางแสงอาทิตย์แผดเผาของที่นี่ไม่ค่อยไหวนัก สีหน้าจึงดูไม่น่ามองยิ่งกว่าเดิม

            “บ่าวโจวซื่อ เป็นบ่าวรับใช้ของนายหญิงใหญ่หากนับตามอายุคุณหนูและคุณชายในจวน ต่อไปคุณหนูจะเป็นคุณหนูเจ็ดส่วนคุณชายเป็นคุณชายใหญ่ขอเรียนเชิญคุณหนูเจ็ดกับคุณชายใหญ่ตามบ่าวมาด้วยเจ้าค่ะ”

            นายหญิงใหญ่คงเป็นอาสะใภ้ตามฐานะของทั้งสองแม้เยี่ยนเจาเจาจะอึดอัดไม่สบายตัว แต่ใช้เพียงนิ้วโป้งเท้าคิดก็พอจะรู้ว่านายหญิงใหญ่คนนั้นไม่ปลื้มหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวเท่าไรนัก

            ก่อนที่เยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอจะมาที่นี่หยวนหยางฮุยผู้เป็นบุตรชายของนายหญิงใหญ่ได้เป็นถึงบุตรชายคนโตสายตรงของสกุลหยวน

            แต่อายุของหนานหมิงเหอโตกว่าหยวนหยางฮุยกอปรกับหยวนชิงชิวก็เป็นบุตรชายคนโตตามกฎหมายของสกุลหยวนเช่นกัน ทำให้ยามนี้หนานหมิงเหอได้เป็นคุณชายใหญ่ของจวนจึงเกรงว่าการมาถึงของพวกเขาสองพี่น้องจะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงของนายหญิงใหญ่ มิเช่นนั้นเยี่ยนเจาเจาคงไม่ได้รับความอัดอั้นตันใจเยี่ยงวันนี้

            โจวซื่อดูอายุไม่ถึงสี่สิบปีใบหน้ายาว สวมกางเกงซ่ง[1]เสื้อคลุมเป้ยจื่อ[2] สีขาว ดูเย็นสบายกว่าเยี่ยนเจาเจาที่สวมชุดกระโปรงหรูฉวินปกไขว้ไม่น้อย

            โจวซื่อเดินนำเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอไปทางหนึ่งหงซิ่วเพิ่งกางร่มเข้ามา หนานหมิงเหอก็รับไปแทน เขาใช้มือหนึ่งอุ้มเยี่ยนเจาเจา ส่วนอีกมือถือร่มน้ำมันกันแดดให้นาง

            ร่างกายของเยี่ยนเจาเจาทั้งขี้ร้อนและขี้หนาวปีก่อนๆ นางมักจะอยู่ในห้องที่ลมพัดเย็นสบายโดยไม่ออกไปไหนในสภาพอากาศเช่นนี้ ตอนนี้นางเลยรู้สึกว่าตลอดทางมันช่างร้อนและไกลราวกับร่างกายอยู่ในเตานึ่งจนเหงื่อออกท่วมทั้งตัว

            นางกอดคอหนานหมิงเหอโดยไม่รู้ตัวก่อนเอ่ยบ่นด้วยใบหน้าซีดเผือด “พี่ชาย ข้าทรมานจริงๆไม่อยากแยกกับท่านเลยเจ้าค่ะ”

            นางไม่มีคนรู้จักที่นี่สักคนเดิมทีสุขภาพร่างกายของนางก็ไม่แข็งแรงมากอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทั้งตัวนางจึงไม่อยากปล่อยหนานหมิงเหอเลยจริงๆ 

            “เด็กดีประเดี๋ยวก็ถึงแล้ว”

            เดิมทีโจวซื่อนำหนานหมิงเหอกับเยี่ยนเจาเจาไปที่ข้างเกี้ยวของแต่ละคนทว่าหนานหมิงเหอกลับไม่มีท่าทีจะปล่อยเยี่ยนเจาเจาลงจนโจวซื่ออดขมวดคิ้วไม่ได้

            “คุณชายใหญ่ท่านวางคุณหนูเจ็ดลงชั่วคราวก่อน ป้องกันคุณหนูอึดอัด...”

            โจวซื่อยังเอ่ยไม่ทันจบหนานหมิงเหอก็ปรายสายตาเยียบเย็นมองนาง

            โจวซื่อตกใจจนเผลอถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนได้ยินหนานหมิงเหอเอ่ยเย็นชา “ข้าโตมากับน้องหญิงย่อมไม่อยากแยกจากกัน อีกทั้งน้องหญิงเพิ่งถึงสถานที่ไม่คุ้นเคยใจหวาดกลัวก็เป็นเรื่องปกติ ข้าในฐานะพี่ชายจะปล่อยนางอยู่แปลกที่คนเดียวได้อย่างไร?”

            หนานหมิงเหอกล่าวจบก็ไม่รอโจวซื่อตอบรับเขาอุ้มเยี่ยนเจาเจาขึ้นเกี้ยวทันที

            โจวซื่อเคยภูมิใจว่าตนเองฝีปากไวมาตลอดไม่คาดคิดว่าจะหน้าแตกยับเยินเพราะหนานหมิงเหอ นางเลยหยุดพูดกะทันหัน คร้านจะทำให้ตนเองโมโห

            เกี้ยวโคลงเคลง ความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนจากบนเรือเมื่อครู่ก็พุ่งขึ้นมาทันทีจนเยี่ยนเจาเจาอดอาเจียนออกมาอีกครั้งไม่ได้

            โหม่วโหมวอบรมสองคนได้รับมอบหมายให้เดินตามอยู่ข้างเกี้ยวด้วยเมื่อพวกนางได้ยินเสียงอาเจียนที่เยี่ยนเจาเจากลั้นไม่อยู่จากในเกี้ยว ทั้งคู่ก็แลกเปลี่ยนสายตากัน

            ดูท่าบุตรสาวสายตรงของนายท่านใหญ่คงสุขภาพไม่ดีนักและเหมือนไม่รู้มารยาทสักเท่าไหร่ ส่วนนิสัยของคุณชายใหญ่ก็น่าจะเป็นคนแข็งทื่อไม่โอนอ่อนยากจะรับผิดชอบงานใหญ่

            คิดได้ดังนี้สีหน้าของโหม่วโหม่วอบรมทั้งสองจึงดูดีขึ้นมาก

            ณ เรือนหลักสกุลหยวนยามนี้

            การกลับมาของหยวนชิงชิวกับหยวนชิงจ้าวได้รับการอนุมัติจากปากนายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่ดังนั้นไม่ว่าคนทั้งสามบ้านในจวนหลังนี้จะไม่พอใจแค่ไหน ก็ได้แต่จัดอาภรณ์นั่งเรียบร้อยรอพวกเขาอยู่กลางเรือนหลัก

            เรียกได้ว่าในห้องโถงขณะนี้มีเพียงบ้านสามที่เกิดแก่อนุเท่านั้นที่มีความสุข

            แต่ก่อนบ้านใหญ่และบ้านรองต่างอาศัยว่าตนเองเป็นบุตรที่เกิดแก่นายหญิงผู้เฒ่าจึงดูถูกรังแกพวกเขาบ้านสามบ่อยครั้งเพราะขัดหูขัดตาที่ตนคลอดบุตรชายแต่ยามนี้เลือดเนื้อเชื้อไขของอดีตนายหญิงผู้เฒ่ากำลังกลับมาแล้ว

            อดีตนายหญิงผู้เฒ่าเป็นถึงภรรยาเดิมแม้นายหญิงผู้เฒ่าคนปัจจุบันจะสูงศักดิ์แค่ไหนก็เป็นเพียงภรรยาแต่งใหม่หลังคนเก่าสิ้นเท่านั้นอีกทั้งพี่น้องที่กลับมายังมีบุตรชายคนโตที่อายุมากกว่าบุตรชายสุดรักสุดหวงของบ้านใหญ่ตั้งสองปีไม่รู้เหมือนกันว่าบ้านใหญ่จะอวดดีต่อไปได้อย่างไร!

            นายหญิงผู้เฒ่าผู้เป็นแม่สามีของนางที่ปกติชอบตั้งกฎเกณฑ์ที่สุดทว่าวันนี้ตื่นเช้ามาก็บอกว่าแน่นหน้าอกไม่สบาย ไม่แม้จะโผล่หน้ามาสักนิดชัดเจนว่าโกรธจนปวดใจจึงไม่ยอมมา

            บนที่นั่งแรกของทางบ้านใหญ่คือนายหญิงใหญ่หลินซื่อหลินซื่อมีใบหน้ากลมอิ่มเอิบสูงศักดิ์ ดูราวกับพระโพธิสัตว์ผู้โอบอ้อมอารีมองไม่ออกว่าโกรธหรือยินดี

            ถัดจากหลินซื่อก็มีบุตรชายบุตรสาวของนางนั่งอยู่และมีคุณหนูที่เกิดแก่อนุสองคนยืนอยู่ด้านข้าง

            ส่วนที่นั่งแรกทางฝั่งประจิมคือนายหญิงรองเมิ่งซื่อนางหน้าตาสะสวยทว่าดูอารมณ์ร้าย ดวงตาหงส์ยามนี้แฝงความหงุดหงิดไม่เต็มใจเท่าไรนัก

            เมิ่งซื่อพาบุตรสาวทั้งสองคนมาด้วยหน้าตาของพวกนางราวกับเคาะกันออกมา เป็นพี่น้องหญิงรูปงามน่ารักเจ้าเล่ห์คู่หนึ่ง

            และที่นั่งแรกทางฝั่งบูรพาคือนายหญิงสามจางซื่อจางซื่อมีชาติกำเนิดธรรมดาทั่วไป ในอ้อมแขนนางอุ้มบุตรชายคนเล็กที่อายุเพิ่งห้าหกขวบของตนเองไว้โดยมีบุตรสาวคนเล็กอยู่ข้างๆ

            นอกเหนือจากนี้ข้างหลังของแต่ละคนยังมีสาวใช้บ่าวชราของตนเองยืนอยู่ ทำให้ห้องโถงยามนี้อัดแน่นไปด้วยผู้คนจนดูคึกคักมีชีวิตชีวามากทีเดียว

            ทว่าคนแรกที่ข่มอารมณ์ไม่อยู่คือบุตรสาวอนุของบ้านใหญ่นางน่าจะยืนจนขาปวดไปหมด เลยขมวดคิ้วบ่นกับสาวใช้ข้างกายตนเองด้วยเสียงแผ่วเบาว่า“เหตุใดจึงมาช้าเยี่ยงนี้!”

            ไม่คาดคิดว่าเสียงระดับนี้ของนางจะดังก้องในเรือนหลักอันเงียบสงบจนทุกคนได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้ง

            นายหญิงใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยติเตียนเบาๆ “อาหลวน น้องหญิงของเจ้าเดินทางมาไกลระหว่างทางย่อมล่าช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าจะรีบร้อนไปไย”

            ถ้อยคำเหมือนจะลำเอียงเข้าข้างสองพี่น้องตัวอักษรกลางชิงแต่เห็นชัดว่านางไม่เอ่ยนามของหยวนชิงชิวแม้แต่คำเดียว

            อาหลวน ผู้เป็นคุณหนูรองที่โดนตำหนิจึงไม่กล้าพูดอีกต่อไปนางเพียงก้มศีรษะด้วยใบหน้าอับอาย พลางเอ่ยพึมพำเหมือนเสียงยุง “ท่านแม่ลูกผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”

            หลังจากนั้นไม่นานเกี้ยวของเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอก็เคลื่อนเข้ามาช้าๆ จนถึงหน้าประตูคฤหาสน์สกุลหยวน

            ทว่าประตูหลักของคฤหาสน์สกุลหยวนกลับไม่เปิดออกเยี่ยนเจาเจาขมวดคิ้วแต่ไม่เอ่ยคำใด

            หนานหมิงเหอรู้ว่าฐานะของนางสมควรเดินเข้าประตูหลักสกุลหยวนแต่ยามนี้อาศัยชายคาคนอื่น จดบัญชีไว้คิดทีหลังก็ไม่สาย

            หน้ามือจับประตูหัวสิงห์มีคนในอาภรณ์หรูหราสิบกว่าคนนั่งอยู่เมื่อเห็นเกี้ยวของเยี่ยนเจาเจามา พวกเขาจึงนำเกี้ยวไปเข้าประตูข้างทิศพายัพ

            เหล่าคนหามยกเกี้ยวเดินไประยะธนูหนึ่ง[3] ตอนจะเลี้ยวโค้งก็หยุดแล้วผละออกไปก่อนที่รอบข้างจะมีเด็กรับใช้ที่สวมเสื้อผ้าเป็นระเบียบเรียบร้อยสี่ห้าคนเข้ามาเปลี่ยนมือเพื่อยกเกี้ยวขึ้นใหม่และหามไปจนถึงสุดปลายทางตรงหน้าซุ้มประตูฉุยฮวาเหมิน[4]

            เหล่าเด็กรับใช้ถอยออกไปอย่างคนที่ได้รับการฝึกฝนมาเข้มงวดจากนั้นบ่าวหญิงชราที่เดินตามรอบเกี้ยวก็เข้ามาเลิกม่านเพื่อให้เยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอลงจากเกี้ยว

            หนานหมิงเหอยังคงไม่ยอมปล่อยเยี่ยนเจาเจาไว้ในมือโหม่วโหมวอบรมต่างฝ่ายต่างยืนคุมเชิงกันครู่หนึ่งสุดท้ายบ่าวชราคนนั้นก็นำทางเข้าประตูฉุยฮวาเหมินเหมือนเดิม

            สองข้างทางเป็นระเบียงทางเดินร่มรื่นโดยมีประตูห้องเชื่อมอยู่เบื้องหน้าหลังอ้อมผ่านฉากกั้นไม้พะยูงหอมขนาดใหญ่และเดินต่ออีกสามห้องโถง ก็มาถึงโถงใหญ่เรือนหลักสกุลหยวน

            มีเด็กรับใช้หญิงใส่ชุดสีแดงเขียวหลายคนนั่งอยู่บนขั้นบันไดเมื่อเห็นพวกเขามาถึงก็รีบยิ้มแย้มเดินมาหา พอพบว่าหนานหมิงเหอมีใบหน้าหล่อเหลางดงามไม่ธรรมดาหน้าสะสวยจึงพลันแดงก่ำอย่างอดไม่อยู่

            เหล่าบ่าวชราเปิดม่านประตูเชิญหนานหมิงเหอกับเยี่ยนเจาเจาเข้าไป

            เยี่ยนเจาเจาได้ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจข้างหูเบาลงฉับพลันก็รู้ว่าตนน่าจะมาถึงเรือนหลักแล้วนางจึงดึงสาบเสื้อของหนานหมิงเหอเพื่อบอกให้เขาวางตนเองลง

            เยี่ยนเจาเจามองปราดทุกคนในเรือนหลักรอบหนึ่งคิดว่าอย่างไรก็เป็นครอบครัวคนสนิทของท่านแม่กับท่านป้าตนและมีใจเลื่อมใสศรัทธาต่อผู้อาวุโสหยวนมู่อย่างยิ่ง นางจึงระงับความรู้สึกอึดอัดไม่สบายแล้วค่อยๆ ยอบตัวคารวะนายหญิงแต่ละคน

            หลังจากเหลือบมองแวบเดียวเยี่ยนเจาเจาก็รู้ว่าสกุลหยวนสมกับเป็นตระกูลใหญ่นับร้อยปีพวกอสรพิษร้ายในลานเรือนล้วนเจนจัดทั้งนั้น

            หากเป็นครอบครัวทั่วไประหว่างทางก็ควรมีโหม่วโหมวอบรมแนะนำเยี่ยนเจาเจาว่าผู้อาวุโสทุกท่านในบ้านมีใครบ้างแต่วันนี้ไม่มี จึงชัดเจนว่าต้องการให้เยี่ยนเจาเจากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

            ทว่านางเคยเจอมาทุกรูปแบบแล้วหากอยากเห็นนางอับอายก็ต้องประเมินกำลังของตนเองด้วย!

            แต่อย่าให้นางรู้เลยว่าใครแอบเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังเพราะคนเหล่านี้คงจะรับไม่ไหวกับวิธีการของเยี่ยนเจาเจาอย่างแน่นอน

            เมื่อเยี่ยนเจาเจาสังเกตเห็นสตรีผู้สุขุมนุ่มลึกที่สุดในห้องนางก็แยกออกทันทีว่านั่นคือนายหญิงใหญ่หลินซื่อ ส่วนคนหน้าตาดีทว่าดูอารมณ์ร้ายก็เห็นชัดว่าเป็นนายหญิงรองเมิ่งซื่อผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งและคนที่ใบหน้าเบิกบานมีความสุขอีกฝั่ง ต้องเป็นนายหญิงสามจางซื่อผู้ที่สู้สองบ้านของฮูหยินเอกไม่ไหว

            หลังจากนางใคร่ครวญรอบหนึ่งแล้วได้ข้อสรุปก็คารวะทันทีปากเอ่ยทักทายโดยไม่ผิดพลาดสักนิด จนใบหน้าเมิ่งซื่อที่รอดูละครสนุกถึงกับชะงักค้าง

            เมื่อใบหน้าเปลี่ยนไประดับตำแหน่งของนักเล่นหมากรุก[5] ก็ประจักษ์ชัด

            เยี่ยนเจาเจายิ้มเยาะในใจแต่ไม่แสดงบนใบหน้า

            หนานหมิงเหอเองก็คารวะตามเยี่ยนเจาเจา

            หลังจากแสดงความเคารพทุกคนจึงเชิญเยี่ยนเจาเจาลงนั่งนายหญิงใหญ่คนนั้นกวักมือเรียกเจาเจาให้ไปนั่งข้างกายนาง โดยหยวนหยางฮุยผู้เป็นบุตรชายฮูหยินเอกที่เคยเป็นคนโตก็ได้ลุกขึ้นสละที่นั่งให้เยี่ยนเจาเจา

            เดิมทีเจาเจาก้มศีรษะลงอยู่ตลอดคนรอบกายเลยไม่เห็นใบหน้าของนาง ทว่าตอนนี้เมื่อนางเหยียดหลังตรงเดินไปข้างกายนายหญิงใหญ่จึงทำให้ทุกคนลมหายใจติดขัดขึ้นมา

            บนโลกยังมีสาวงามที่ตรงตามบรรทัดฐานเช่นนี้ด้วยหรือ?

            เยี่ยนเจาเจาเห็นเต็มสองตาว่าคุณหนูใหญ่หยวนอีเฉี่ยวที่อยู่ข้างกายตนมีสีหน้าฝืดเฝื่อนแต่นายหญิงใหญ่ข้างๆ กลับจูงมือเยี่ยนเจาเจาไปอย่างสนิทสนม พลางถามนางว่าปกติทานยาอะไร

            หากเยี่ยนเจาเจาบอกไปก็จะเป็นการยืนยันว่าเด็กกำพร้าหยวนชิงจ้าวคนนี้ป่วยร่างกายอ่อนแอและชื่อเสียงทางภาคใต้คงเสียหาย นายหญิงใหญ่ช่างดีดลูกคิดเก่งเสียจริง

            ทว่าเยี่ยนเจาเจากลับไม่สนใจสิ่งเหล่านี้สักนิดนางกล่าวลวกๆ เพียงสองประโยค ก่อนจะขยับเข้าใกล้หยวนอีเฉี่ยว แล้วถามว่าเหตุใดสีหน้าดูไม่ดีเยี่ยงนี้

            หยวนอีเฉี่ยวได้ยินเช่นนั้นก็อึดอัดเก้อกระดากจนนายหญิงสามที่มองอยู่เกือบหลุดหัวเราะออกมาก่อนที่นายหญิงสามจะลุกขึ้นพลางยิ้มอ่อนช้อยแล้วเอ่ยว่า “ต้าเกอเอ๋อร์[6] เหตุใดเจ้ายืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวเล่าฮุยเกอเอ๋อร์ช่างไม่รู้จักต้อนรับพี่ชายเอาเสียเลย! ไม่เหมือนจวินเกอเอ๋อร์ของแม่เป็นเด็กดีที่สุดเจ้าไปคุยกับพี่ชายใหญ่ของเจ้าสิ”

            นายหญิงสามกล่าวจบก็ดันบุตรชายคนสุดท้ายที่ซุกอยู่บนตักตนเองให้เข้าไปพูดคุยกับหนานหมิงเหอ

     

            เชิงอรรถ     

            [1] กางเกงซ่ง หมายถึงกางเกงผ้าสองชั้นของหญิงสาวชาวซ่ง ชั้นแรกจะเป็นกางเกงผูกตรงกลางเอวส่วนชั้นนอกเป็นกางเกงผ่าข้างแบบพลิ้ว

            [2] เสื้อคลุมเป้ยจื่อ หมายถึงเสื้อคลุมยาว แขนเสื้อตรงคล้ายแขนกระบอก ส่วนหน้าของเสื้อมีกระดุมสองแถว ชายเสื้อปล่อยยาวตรงลงมาระดับเข่าหรือเลยไปจนถึงข้อเท้าตัวเสื้อผ่าด้านข้าง

            [3] ระยะธนูหนึ่ง หมายถึงระยะทางที่ธนูดอกหนึ่งสามารถไปถึง คือประมาณ 120 ถึง 150 ก้าว 

            [4] ประตูฉุยฮวาเหมิน หมายถึงประตูกลางหรือประตูแขวนดอกไม้ในภาษาจีนซึ่งเป็นประตูด้านในเรือนสี่ประสานที่แยกเรือนชั้นในกับเรือนชั้นนอก

            [5] ระดับตำแหน่งของนักเล่นหมากรุกหมายถึง หน่วยวัดระดับทักษะของนักเล่นหมากรุกที่อิงตามฝีมือ มีทั้งหมด 9 ขั้น ยิ่งฝีมือดีเท่าไหร่ ระดับก็จะสูงตามนั้น

            [6] เกอเอ๋อร์ หมายถึง พี่ชายเอาไว้เรียกเด็กผู้ชายในเชิงเอ็นดู ปกติจะเรียกชื่อตามด้วยเกอเอ๋อร์ “ต้าเกอเอ๋อร์” ในบริบทนี้จึงเป็นการเรียกบุตรชายคนโต

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668