อิตาลีเมืองมิลาน...
ภายในความมืดสลัว มีแสงไฟหลากสีสันสาดกระจายหมุนวนไปทั่วบริเวณฟลอร์เต้นรำที่มีหนุ่มสาวมากมายออกไปวาดลวดลายกันตามจังหวะเพลงสนุกเร้าใจอย่างสุดเหวี่ยง
เลโอนาร์โด้เดินฝ่าผู้คนมากมายเข้าไปด้านในของผับสายตาคมพยายามเพ่งมองหาคนที่นัดไว้ โดยไม่สนใจสายตาเชิญชวนของสาวๆ นักเที่ยวที่เพียรขยันส่งสายตาให้อยู่บ่อยครั้งชายหนุ่มมองหาไปเรื่อยจนเห็นมือ ที่ชูโบกไหวๆ อยู่เบื้องหน้าไม่ไกล ซึ่งพอเห็นหน้าคนโบกมือให้เขาก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที
“เฮ้ เลโอน้องรัก ฉันคิดถึงนายว่ะ”ซิโมเน่ลุกขึ้นยืนสวมกอดญาติผู้น้องด้วยความคิดถึงจริงๆ เพราะเขากับเลโอนาร์โด้สนิทสนมกันมากที่สุดในบรรดาญาติพี่น้องคนอื่นๆ
“ผมก็คิดถึงพี่เหมือนกันผมไปที่บ้านป้าหลายครั้งแต่ไม่เคยเจอพี่เลย นี่ถ้าพี่ไม่โทรมาหาผมก็คงไม่ได้เจอกันแน่ๆเพราะพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปเมืองไทยแล้ว”เลโอนาร์โด้ตอบพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มตัวใกล้ๆ
“ไปเมืองไทย? ไปทำไม” ซิโมเน่ถาม ทว่าพอเห็นสายตาของน้องชายก็นึกขึ้นได้จึงโบกมือให้เป็สัญญาณว่าไม่ให้พูดก่อนจะแนะนำแฟนสาวให้รู้จัก “เลโอ นี่อิซาเบลลาแฟนของฉัน เบลลาจ๊ะ นี่เลโอน้องชายของฉันเอง”
“Ciao[1]” อิซาเบลลาเป็ฝ่ายกล่าวทักทายอย่างสนิทสนมขึ้นก่อนสายตาหวานฉ่ำที่เธอส่งมาให้นั้นทำให้เลโอนาร์โด้รู้สึกอึดอัดใจ ชายหนุ่มพยายามคิดในทางที่ดีว่าที่สายตาเธอเป็เช่นนี้คงมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากกว่าจงใจจะยั่วยวนเขา
“Buona sera[2]” เขาตอบกลับสั้นๆและเลือกใช้คำทักทายอย่างเป็ทางการแทน
“คุณหล่อมากเลยนะคะ” อิซาเบลลาบอกเสียงหวานพลางชม้ายชายตาให้อย่างจงใจแต่พอรู้ตัวหญิงสาวก็หัวเราะออกมา ก่อนจะโน้มคอซิโมเน่ลงมาจูบปากอย่างดูดดื่มโดยไม่แคร์สายตาใครเลยจากนั้นก็เอ่ยเสียงหวานอย่างเอาใจว่า “แต่ยังไงก็หล่อสู้โมเน่ของฉันไม่ได้อยู่ดี”
ซิโมเน่หัวเราะชอบอกชอบใจไม่ได้สงสัยพฤติกรรมของแฟนสาวสักนิดเดียว เลโอนาร์โด้ถอนใจเบาๆนึกสงสารพี่ชายที่ถูกแฟนสาวสวมเขาให้โดยไม่รู้ตัวขนาดเขาเป็น้องชายเธอยังกล้าส่งสายตาเชิญชวนขนาดนี้ แล้วถ้าเป็ผู้ชายคนอื่นทำไมเธอจะไม่กล้าล่ะ
ความที่เคยผ่านผู้หญิงมาพอสมควร ชายหนุ่มก็พอจะมองออกว่าผู้หญิงลักษณะอย่างอิซาเบลลานั้นเป็คนยังไงคิดแล้วก็รู้สึกขยะแขยงและเกลียดชังผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาทันที ที่เข้ามาทำลายครอบครัวของพี่ชายเขาจนพังพินาศลง
“เรียกผมมาพบที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า” เลโอนาร์โด้แอบหวังว่าพี่ชายจะฝากความคิดถึงไปถึงศศิธรกับลูกน้อยบ้าง แต่คำตอบที่เขาได้รับทำให้เขารู้สึกเกลียดชังพี่ชายขึ้นมาทันทีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากเจอนายเท่านั้น” ซิโมเน่ตอบพลางดื่มเบียร์เย็นๆ อึกใหญ่
“ถ้าไม่มีธุระอะไรผมกลับล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยขอตัวกลับทันที เพราะไม่อยากทนนั่งเสวนากับผู้ชายใจดำและผู้หญิงสำส่อนอีกต่อไปเขาลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปแต่ญาติผู้พี่คว้าแขนเขาเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวสิจะรีบกลับไปไหนล่ะเลโอ นานๆ เจอกันทีมาดื่มสังสรรค์กันหน่อยดีกว่าน่า”
“นั่นสิคะมาดื่มด้วยกันก่อนเถอะค่ะ” อิซาเบลลาเอ่ยชวนอีกแรง เพราะอยากอยู่ใกล้ชิดและพูดคุยกับเลโอนาร์โด้ให้นานๆด้วยรู้สึกชอบเขาเป็อย่างมาก และหากว่าเป็ไปได้คืนนี้เธอก็อยากนอนกับเขาแทนซิโมเน่เพราะบอกตรงๆ ว่าตอนนี้เธอก็เริ่มเบื่อเขาแล้ว เธออยากหาอะไรทำใหม่ที่มันตื่นเต้นและเร้าใจมากกว่านี้
“ไม่ล่ะพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางแต่เช้า ผมกลับล่ะนะ พี่เองก็ควรจะกลับไปนอนบ้านบ้างป้ามาเรียจะได้สบายใจ เอาไว้ผมกลับจากเมืองไทยเมื่อไรค่อยเจอกันอีกทีก็แล้วกัน” พูดจบเลโอนาร์โด้ก็เดินจากไปทันที อิซาเบลลากอดอกพลางมองตามหลังของชายหนุ่มไปอย่างหงุดหงิดที่แผนการหว่านเสน่ห์ไม่ได้ผลหญิงสาวมองซิโมเน่ที่เอาแต่ดื่มอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะไปเต้นรำที่ฟลอร์แก้เซ็ง
“สวัสดีค่ะ บ้านจารุกิตติ์ค่ะ”ศศิธรกำลังนั่งเล่นของเล่นกับลูกอยู่ลุกขึ้นมารับโทรศัพท์บ้านที่ดังขึ้น ขณะพูดหญิงสาวก็คอยเฝ้ามองลูกชายที่กำลังเล่นของเล่นไปด้วยอย่างระวัง เพราะกลัวตาหนูนุของเธอจะหยิบของเล่นชิ้นเล็กๆเข้าปาก
“ขอสายจันทร์หน่อยค่ะ” เสียงพูดภาษาไทยแปร่งๆ ของคนปลายสายเรียกรอยยิ้มจากเ้าของบ้าน
“จันทร์พูดอยู่ค่ะคุณแม่” เธอตอบโต้กลับไปเป็ภาษาอิตาลีอย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้ใช้นานแล้วแต่ก็ยังไม่เคยลืม
“โอ้...จันทร์เองเหรอลูก แม่จำเสียงหนูไม่ได้” มาเรียเน่ตอบเสียงกลั้วหัวเราะอย่างขบขันตัวเอง
“คุณแม่โทรมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“แม่มีเื่จะรบกวนหนูหน่อยน่ะจ้ะ”
“เื่อะไรเหรอคะ” ศศิธรถามพลางทำปากบุ้ยใบ้ให้เด็กรับใช้ที่เดินเข้ามาพอดีไปช่วยดูลูกชายเธอให้หน่อย
“คือว่าเลโอจะไปเที่ยวเมืองไทยจ้ะแล้วเขาก็อยากไปเยี่ยมหลานด้วย แม่ก็เลยโทรมาขออนุญาตจันทร์ก่อน และอยากขอให้จันทร์ช่วยส่งคนไปรับเลโอที่สนามบินด้วยได้ไหมจ๊ะ” มาเรียเน่บอกอย่างเกรงใจ
“เลโอจะมาที่นี่หรือคะ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเพราะนานแล้วที่ไม่ได้พบหน้าเพื่อนหนุ่มเลย เลโอนาร์โด้เป็เพื่อนที่ดี ตอนที่เธออยู่ที่อิตาลีเขามักคอยช่วยเหลือเธอเสมอ
“จ้ะจันทร์จะอนุญาตให้เขาไปเยี่ยมหลานแล้วก็พักอยู่ที่บ้านด้วยได้ไหม”
“ได้สิคะแล้วเขาจะมาเมื่อไรล่ะคะ”
“แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะเพราะไปเมืองไทยคราวนี้เลโอตั้งใจไปพักผ่อนเห็นเขาว่าจะไปเที่ยวแล้วก็เยี่ยมญาติพี่น้องที่เมืองไทยก่อนไปหาจันทร์ด้วยน่ะ นี่แม่ก็ให้ทั้งเบอร์โทรศัพท์บ้านและก็เบอร์มือถือของจันทร์กับเลโอไปด้วย แม่คิดว่าถ้าเขาจะไปหาคงจะโทรบอกจันทร์ก่อนล่ะจ้ะ”
“ค่ะคุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ จันทร์จะดูแลเลโอให้เองค่ะ”
“ขอบใจมากจ้ะ แล้วนี่หลานชายของแม่เป็ไงบ้างเริ่มซนมากขึ้นไหม”มาเรียเน่ถามถึงหลานชายสุดที่รักด้วยความคิดถึงจับใจศศิธรจึงเล่าพฤติกรรมและวิวัฒนาการของลูกชายให้อดีตแม่สามีฟังอยู่พักใหญ่ ก่อนจะวางสายจากกัน
ในตอนเย็นของวันเดียวกัน เมื่อศศิธรนำเื่นี้ไปบอกกับทุกคนในบ้านกานต์ระพีก็ออกอาการไม่พอใจและคัดค้านทันที
“ตะวันไม่เห็นด้วยที่จะให้เขามาพักกับเรา”
“ทำไมล่ะตะวันถ้าไม่ให้เลโอพักกับเราที่บ้านแล้วจะให้เขาไปพักที่ไหนล่ะ”ศศิธรส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับคำพูดของน้องสาว
“นั่นน่ะสิจะให้เขาไปพักที่ไหนกันล่ะ” ตรัยถามอีกคน
“ก็โรงแรมไงคะพ่อ พี่จันทร์” กานต์ระพีตอบเสียงห้วน
“จะบ้าเหรอตะวันแถวนี้มีโรงแรมเสียที่ไหนกันเล่า ส่วนโรงแรมที่มีก็อยู่ห่างไกลจากฟาร์มของเราเป็สิบๆกิโลฯ เลยนะ”
“ก็ไม่เห็นเป็ไรนี่คะ”
“ไม่มีเหตุผลเลยนะตะวัน” ผู้เป็พี่สาวตำหนิ “เลโอเป็เพื่อนของพี่นะ ตอนที่พี่อยู่ที่อิตาลีเขาคอยช่วยเหลือพี่ทุกอย่างเมื่อเขามาที่นี่พี่ก็ต้องต้อนรับและดูแลเขาเป็อย่างดีเพื่อเป็การตอบแทนบ้างสิ อีกอย่างมันจะน่าเกลียดมากเลยนะที่บ้านของเราใหญ่โตมีห้องมากมายแต่กลับให้แขกที่เดินทางมาเยี่ยมเยียนเรา ต้องไปนอนพักในโรงแรมให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์”
“พ่อเห็นด้วยกับที่จันทร์พูดนะ”
“แม่ก็เห็นด้วยจ้ะ”
กานต์ระพีพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดที่ไม่มีใครเข้าข้าง เธอจะเห็นด้วยและยอมรับเหตุผลของศศิธร ถ้าผู้ชายที่จะมาพักร่วมชายคาบ้านด้วยเป็คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับซิโมเน่อดีตสามีสารเลวของพี่สาวเธอ
จะหาว่าเธออคติเกินไปก็ช่าง แต่เธอเกลียดทุกคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นไม่ว่าจะเป็ญาติพี่น้องหรือว่าเพื่อนสนิท เธอไม่อยากให้ครอบครัวของเธอต้องมีความผูกพันอะไรกับฝ่ายโน้นอีกแต่มันคงเป็ไปได้ยากเพราะเธอมีหลานชายที่มีสายเืของคนชั่วนั่นครึ่งหนึ่งอยู่ในตัว และยังมีผู้ใหญ่ที่เธอยังเคารพนับถืออยู่ก็คือมาเรียเน่กับมาร์โก้อีก
“เป็อันว่าทุกคนตกลงให้เลโอมาพักอยู่กับเรานะคะ” ศศิธรถามความเห็นจากทุกคนตรัยกับนิยาพยักหน้าตกลง จึงเหลือเพียงกานต์ระพีที่ยังนั่งกอดอกนิ่งและเม้มปากแน่น“แล้วเราล่ะตะวัน”
“จะทำอะไรก็ทำกันไปเถอะค่ะ ตะวันมันเสียงส่วนน้อยนี่”หญิงสาวตอบเสียงสะบัดพลางลุกขึ้นเดินตึงๆ จากไป ศศิธร ตรัยและนิยามองตามก่อนจะส่ายหน้าด้วยความระอากับความเอาแต่ใจ และแสนงอนของกานต์ระพี
ทางด้านเลโอนาร์โด้ เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทยก็แวะเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องทางฝั่งมารดาที่ยังเหลืออยู่ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวที่ภูเก็ตเป็เวลาหนึ่งอาทิตย์ตามคำชวนของเพื่อนคนไทย ที่รู้จักกันเพราะเคยเรียนที่เดียวกันมาจากนั้นเขาก็เดินทางย้อนกลับขึ้นมาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเยี่ยมเยียนศศิธรกับหลานชายตัวน้อยซึ่งเขาตั้งใจว่าจะขอพักด้วยสักสองสามวันก่อนจะเดินทางขึ้นเหนือของประเทศต่อไป
ชายหนุ่มจัดการโทรนัดแนะวันและเวลาให้ศศิธรส่งคนมารับเขาที่สนามบินพอมาถึงเลโอนาร์โด้ก็ต้องยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นเพื่อนสาวมารับเขาด้วยตัวเอง
“โอ้...จันทร์ดีใจจังเลยที่ได้เจอเธออีก” เขาเดินเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความคิดถึง
“จันทร์ก็ดีใจที่ได้เจอเลโออีกจันทร์ว่าคุณดูผอมลงนะ” หญิงสาวบอกเมื่อกวาดตามองเพื่อนชายทั่วร่างความที่อีกฝ่ายนั้นสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ และเธอสูงเพียงแค่หนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเเท่านั้นจึงทำให้เวลายืนคุยกันเธอต้องแหงนหน้ามองจนปวดเมื่อยต้นคอไปหมด
“ใช่ ่สองสามปีที่ผ่านมาผมทำงานหนักไปหน่อยน่ะ” เขาตอบ “ว่าแต่ผมดีใจนะที่จันทร์มารับถึงสนามบิน”
“จันทร์กลัวลุงแสนกับเลโอจะคลาดกันน่ะสิ เพราะลุงแสนแกไม่รู้จักเลโอแล้วจันทร์ก็ไม่มีรูปของคุณให้แกดูด้วยจันทร์ก็เลยคิดว่ามารับเลโอด้วยตัวเองจะดีกว่า”
“โธ่...ไอ้เราก็หลงคิดว่าคิดถึงกันเสียอีก” เลโอนาร์โด้แสร้งทำสุ้มเสียงน้อยใจจนศศิธรซึ่งรู้จักนิสัยขี้เล่นของเพื่อนดีต้องหัวเราะออกมา
“คิดถึงสิเลโอน่ะเพื่อนรักของจันทร์เลยนะ ว่าแต่ว่ามีกระเป๋าแค่นี้เองเหรอ” เธอถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่มาเพียงใบเดียว
“อืมมีเท่านี้แหละ”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็กลับฟาร์มกันเถอะ” หญิงสาวบอกเสียงใส แล้วเดินนำเลโอนาร์โด้ออกจากสนามบินไป โดยมีลุงแสนซึ่งทำหน้าที่ขับรถมาส่งเดินตามหลังปิดท้ายขบวน
ตรัยกับนิยานั่งมองลูกสาวคนเล็ก ที่กำลังนั่งทานข้าวกลางวันอยู่ด้วยความอ่อนใจระคนเป็ห่วงเพราะกานต์ระพีทานข้าวแบบที่เรียกได้ว่ายัดใส่ปากหรือเหมือนพวกตายอดตายอยากมาจากไหนไม่มีผิด
“ค่อยๆ กินสิลูก เดี๋ยวข้าวก็ติดคอหรอก” มารดาเอ่ยเตือน แต่คนเป็ลูกสาวก็ยังไม่ลดระดับความเร็วในการส่งข้าวเข้าปากบิดาทนดูไม่ไหวจึงเอ่ยด้วยความหมั่นไส้
“แกนี่ทำตัวเหมือนเด็กๆ”
“แค่กๆๆ” หญิงสาวสำลักข้าวทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของบิดา เธอกลืนข้าวลงคอด้วยใบหน้าแดงก่ำและมีน้ำตาคลอดวงตานิยารีบส่งแก้วน้ำให้บุตรสาวดื่ม เมื่อดื่มน้ำแล้วเธอก็ถามบิดาอย่างไม่พอใจ “ทำไมพ่อว่าตะวันแบบนี้ล่ะ ตะวันเนี่ยนะทำตัวเหมือนเด็กๆ เด็กตรงไหนกัน”
“ก็ที่แกกำลังทำอยู่นี่ไงการที่แกรีบกินข้าวเหมือนไปตายอดตายอยากมาจากไหนเพราะไม่อยากอยู่เห็นหน้าเพื่อนของจันทร์มันไม่เรียกว่าการกระทำของเด็กๆ อีกเหรอ”
หลังจากที่ตรัยบอกกับบุตรสาวคนเล็กไปว่าศศิธรออกไปรับเลโอนาร์โด้ที่สนามบินและคงจะมาถึงบ้านตอนบ่ายโมงผลก็เป็อย่างที่เห็นคือกานต์ระพีรีบกินข้าวกลางวันอย่างกับคนหิวโซ
“คนไม่ชอบขี้หน้าก็ไม่อยากเจอไม่เห็นจะทำเหมือนเด็กตรงไหนนี่พ่อ” ลูกสาวเถียงอย่างไม่ยอมรับคำกล่าวหานั้น
“เด็กตรงแกไม่มีเหตุผลไง อะไรกันไปเกลียดเขาทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้าและยังไม่รู้จักนิสัยใจคอเลย”
“ไม่เห็นต้องทำความรู้จักเลยญาติพี่น้องกันก็คงมีนิสัยไม่ต่างกันเท่าไรหรอก” หญิงสาวพูดเสียงิ่ๆและก่อนที่สองพ่อลูกจะเถียงกันไปมากกว่านี้ นิยาก็เอ่ยห้ามทัพเสียก่อน
“พอเลยๆ หยุดเถียงกันทั้งพ่อทั้งลูกเลยแม่รำคาญอ้าว...อิ่มแล้วเหรอตะวัน” ท่านถามเมื่อเห็นลูกสาวลุกขึ้น
“ค่ะแม่ตะวันเข้าฟาร์มก่อนนะ่นี้งานเยอะตะวันคงไม่มีเวลาว่างมานั่งรอต้อนรับใครหรอกค่ะ” กล่าวจบกานต์ระพีก็เอื้อมมือไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาว ซึ่งพาดอยู่บนพนักเก้าอี้มาสวมใส่แล้วเดินออกไป
ตรัยกับนิยามองตามพลางส่ายหน้าตามหลังอย่างอ่อนอกอ่อนใจพอคล้อยหลังกานต์ระพีออกไปได้ไม่นานพวกท่านก็ได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้าน จึงลุกเดินออกไปดูด้วยคิดว่าศศิธรคงพาเพื่อนมาถึงแล้วซึ่งก็เป็จริง อย่างที่คิด
“พ่อคะแม่คะ นี่เลโอนาร์โด้ค่ะเลโอ...นี่พ่อตรัยกับแม่นิยาของเราจ้ะ” ศศิธรเอ่ยแนะนำบิดามารดาให้เพื่อนหนุ่มได้รู้จักเลโอนาร์โด้ยกมือขึ้นพนมไหว้พวกท่านอย่างนอบน้อม สร้างความประหลาดใจให้กับตรัยและนิยาเป็อย่างมาก ยิ่งชายหนุ่มพูดคุยเป็ภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยแล้วพวกท่านยิ่งทึ่งเข้าไปใหญ่
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
“สวัสดีจ้ะนี่พูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอ” นิยาถามยิ้มๆรู้สึกเอ็นดูพ่อหนุ่มต่างชาติคนนี้ขึ้นมาทันที ตรัยเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“เลโอพูดไทยได้ค่ะแม่แถมพูดชัดอีกด้วยเพราะคุณแม่ของเลโอท่านเป็คนไทยค่ะ”ศศิธรตอบแทนเพื่อนหนุ่ม
“จริงเหรอคุณแม่ของเลโอคงสอนมาดีสินะ รู้จักขนบธรรมเนียมไทยเสียด้วย”นิยากล่าวชื่นชม
“ครับ ตอนที่คุณแม่ผมยังมีชีวิตอยู่ท่านก็คอยสอนผมถึงเื่พวกขนบธรรมเนียมและประเพณีไทยต่างๆ อยู่ตลอดครับ” เลโอนาร์โด้ตอบ
“พ่อว่าเพิ่งมาถึงกันเหนื่อยๆเข้าไปพักในบ้านกันก่อนเถอะ”ตรัยบอกเมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะยืนพูดกันหน้าบ้านแบบนี้ ทุกคนจึงพากันเดินเข้าไปนั่งในห้องรับแขกเด็กรับใช้ยกน้ำมาเสิร์ฟให้เลโอนาร์โด้ก่อนจะตอบคำถามของศศิธรที่ถามว่าลูกชายของเธอตื่นหรือยังแล้วเดินจากไป
“อีกสักพักตาหนูก็ตื่นแล้วล่ะเพราะแกชอบตื่นตอนบ่ายโมงกว่าๆพอแกตื่นแล้วเดี๋ยวจันทร์จะพาเลโอเข้าไปดูหลานในห้องนะ” หญิงสาวหันมาบอกเพื่อนหนุ่มก่อนจะถามบิดาถึงน้องสาว“พ่อคะ แล้วตะวันล่ะคะ”
“ตะวันเข้าฟาร์มไปแล้วเห็นบอกว่างาน่นี้ยุ่งๆ น่ะก็เลยอยู่รอต้อนรับพ่อเลโอไม่ได้” ตรัยแก้ตัวแทนบุตรสาวคนเล็ก
ศศิธรถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะรู้ความจริงดีในขณะที่เลโอนาร์โด้ไม่รู้เื่อะไรจึงพูดออกมาอย่างเกรงใจ
“อย่าให้เสียงานเพราะผมเลยครับผมไม่ใช่คนสำคัญอะไรอีกทั้งยังมารบกวนเสียอีก”
“ไม่รบกวนหรอกจ้ะ พวกเราก็คนกันเองทั้งนั้นพ่อหนุ่มจะพักอยู่ด้วยกันสักกี่วันก็ได้ อย่าเกรงใจเลยนะ” นิยาบอกด้วยน้ำเสียงปรานี ชายหนุ่มจึงยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจทั้งสี่คนพูดคุยกันอีกครู่ใหญ่ก่อนศศิธรจะพาเลโอนาร์โด้ไปดูลูกชายของเธอในห้องนอน หลังจากเด็กรับใช้เข้ามารายงานว่าตนุภัทรตื่นแล้ว
เลโอนาร์โด้ก้มลงจูบแก้มยุ้ยๆของหลานชายอย่างอ่อนโยน เพียงแค่เห็นหน้าเขาก็หลงรักหนูน้อยจนหมดหัวใจ หนูน้อยตนุภัทรเหมือนศศิธรมากจะมีก็แค่ปากกับดวงตาเท่านั้นที่เหมือนซิโมเน่ พอเห็นหลานชายแล้วก็สะท้อนในอกด้วยความสงสารพลางนึกเกลียดญาติผู้พี่ขึ้นมาจับใจ เขาอยากรู้นักว่าถ้าหากซิโมเน่ได้มาเห็นลูกของตนเองที่น่ารักน่าชังเป็นักหนาจะรู้สึกอย่างไรจะนึกเสียดายบ้างไหมที่ไม่มีโอกาสได้อุ้มชูเลี้ยงดูแกจนเติบใหญ่
“หลานชื่อตนุภัทรจ้ะ ชื่อเล่นว่านุพ่อจันทร์เป็คนตั้งชื่อให้เอง” ศศิธรเล่าให้ฟัง ก่อนจะหัวเราะตามลูกน้อยที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่ตามการหยอกล้อของเลโอนาร์โด้เด็กน้อยเล่นและยอมให้ผู้เป็อาอุ้มโดยไม่งอแง เพราะเป็เด็กที่เข้ากับคนอื่นง่ายอยู่แล้วหนูน้อยจึงเป็ที่รักใคร่ของคนทั้งฟาร์ม
“ตาหนูนุของอาช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน ดูแกเป็เด็กอารมณ์ดีนะ เข้ากับคนได้ง่ายๆ ด้วย” เขาว่าพลางหอมแก้มหลานอีกฟอดใหญ่
“จ้ะ อารมณ์ดีแถมยังชอบเที่ยวอีกนะ” หญิงสาวเล่าไปพลางก็หัวเราะไปพลาง “แกชอบให้อุ้มออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าน ถ้าใครบอกว่าจะพาไปเที่ยวล่ะโผเข้ากอดคนนั้นเลยล่ะกอดแน่นเลยนะจะเอาออกก็ไม่ยอมแถมยังร้องไห้อีกด้วย”
เลโอนาร์โด้หัวเราะร่วนอย่างเอ็นดูหลานชายตัวน้อยเขาชูตัวเด็กน้อยขึ้นสูงเหนือหัว แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจจากหลานชาย
“ดูท่าจะชอบความสูงนะ เหมือนพ่อไม่มีผิดเลย”พูดออกไปแล้วชายหนุ่มก็ชะงักก่อนจะวางตัวหลานชายลงบนเตียงแล้วหันมาเอ่ยขอโทษเพื่อนสาว “ขอโทษนะจันทร์ผมไม่น่าพูดแบบนี้เลย”
“ไม่เป็ไรหรอกเลโอ” ศศิธรส่งยิ้มอ่อนๆ ติดจะเศร้าเล็กน้อยให้ ถึงแม้จะทำใจได้แล้วแต่ก็ยังอดรู้สึกเจ็บแปลบๆเป็บางครั้งไม่ได้เวลาคนอื่นพูดถึงซิโนเน่ เลโอนาร์โด้มองหน้าเพื่อนสาวนิ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยารุนแรงอย่างที่นึกกลัวก็ตัดสินใจพูดออกมาอีก
“ก่อนมาเมืองไทยผมไปเจอโมเน่มาด้วยล่ะ”
“เขาเป็ไงบ้างล่ะ” เธอถามเหมือนคุยถึงคนรู้จักธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
“ไม่ดีเลย เขาผอมลงมากดูเหมือนคนติดยางานการก็ไม่ทำเอาแต่เที่ยวเตร่กับผู้หญิงคนนั้นไปวันๆ”
“ยังคบกันอยู่เหรอ” เธอถามเสียงแ่
“อืม...” เขาพยักหน้ารับ
“แสดงว่าโมเน่คงรักผู้หญิงคนนั้นมากจริงๆ” สีหน้าและน้ำเสียงที่ดูหม่นหมองลงของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดอีกครั้งที่พูดถึงเื่ของซิโมเน่ขึ้นมา
“ขอโทษนะจันทร์ผมไม่น่าพูดถึงเื่ของซิโมเน่กับผู้หญิงคนนั้นอีก”
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ จันทร์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าโมเน่เขาอยู่สุขสบายดีหรือเปล่าเพราะยังไงเขาก็เป็พ่อของตาหนูและยังเป็เพื่อนจันทร์เสมอ”
“จันทร์เข้มแข็งขึ้นนะผมดีใจที่เห็นจันทร์เป็แบบนี้ ผมหมดห่วงไปเยอะเลยรู้ไหม”
“ที่จันทร์เข้มแข็งได้อย่างทุกวันนี้ เพราะลูกกับทุกคนในครอบครัวนี่แหละที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือจันทร์ทุกอย่างถ้าไม่มีพ่อกับแม่และก็ตะวันรวมถึงทุกๆ คนในฟาร์มจันทร์ก็ไม่รู้ว่าชีวิตตัวเองจะเป็ไงเหมือนกัน จะเคว้งคว้างสักแค่ไหน”
ศศิธรยิ้มอย่างมีความสุขยามคิดถึงความรักความห่วงหาอาทรที่ทุกคนในครอบครัวมีให้เธอ หลังจากเธอซัดเซเ็ปอย่างแสนสาหัสกลับมาก็มีพ่อแม่และน้องสาวคอยรองรับและคอยช่วยรักษาาแในใจให้ดีขึ้นจนตอนนี้เกือบหายเป็ปกติแล้ว
“โมเน่มันโง่ที่ทิ้งเพชรเม็ดงามอย่างจันทร์ไปหาก้อนกรวด สักวันโมเน่คงรู้สึกว่าได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าในชีวิตไปแล้ว”
“อย่าพูดอย่างนี้เลยเลโอ จันทร์ไม่ใช่คนวิเศษวิโสนักหรอกชะตาชีวิตคนเราไม่อาจรู้ได้ บางทีโมเน่เลิกกับจันทร์ไปก็อาจได้พบเจอคนที่ดีกว่าจันทร์ก็ได้คนที่เป็คู่แท้ของเขาจริงๆ น่ะ”
“ไม่มีทาง” เลโอนาร์โด้ยักไหล่พลางยิ้มเหยียดๆ ศศิธรไม่พูดอะไรเพียงแต่ยิ้มเท่านั้น ก่อนจะชวนเขาคุยถึงเื่อื่นแทน
[1] Ciao (เชา) = สวัสดี/ลาก่อน ใช้สำหรับคนที่สนิทกัน
[2] Buonasera (บูออนน่าเซร่า) = สวัสดี ใช้พูดเวลาเจอกันครั้งเเรกในตอนบ่าย เย็นเเล้วก็ค่ำ