8
ตัวตนอันเจิดจรัสที่สุด
ทุกคนมองลู่ซวี่นั่งลงตรงคลาส F ด้วยสายตาทึ่มทื่อ
เด็กฝึกตรงคลาส B ถึงกับทนไม่ไหว ะโบอกเขาว่า “น้องชายที่นายเลือกนั่นน่ะคลาสห่วยสุดเลยนะ”
“เอาไงดี พวกเราต้องลงไปนั่งเป็เพื่อนเขาไหม?”
“คลาส A ต่างหากเจ๋งสุดนายรีบขึ้นมาเร็ว”
“เหอะ...” หลี่ไห่เชายกมือกอดอกทนไม่ไหวหลุดขำออกมา เขามองไป๋เจ๋อแล้วส่ายศีรษะ “ผมเปล่าว่าอะไรนะแต่ประธานไป๋ ศิลปินตัวน้อยของคุณนี่ซื่อเกินไปหน่อยหรือเปล่า เลือกคลาส D ยังไงก็ดูโอเคกว่าคลาส F นะ”
ไป๋เจ๋อไม่ค่อยแปลกใจที่ลู่ซวี่เลือกเช่นนี้ยามเห็นหลี่ไห่เชาทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง เขาเพียงเอ่ยเบา ๆ ประโยคหนึ่ง “การแข่งยังแค่เริ่มต้น อย่าเพิ่งรีบร้อน”
ฟ่านเจิงสั่งให้กล้องโคลสอัปไปที่ลู่ซวี่จากอีกฝั่งหนึ่งเพื่อฟังเขาอธิบายเหตุผลในการเลือกของตัวเอง
พิธีกรเหลียงต๋าเป็พี่ใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ตงเฉิงทั้งยังเป็เพื่อนร่วมงานเก่าแก่ของฟ่านเจิงก่อนหน้านี้เคยเป็พิธีกรรายการวาไรตี้เรตติงอันดับหนึ่งของประเทศ
เขามีเสน่ห์ดึงดูดผู้ชมและเป็ตัวท็อปในหมู่พิธีกรแต่ถึงกระนั้น คาแร็กเตอร์ของเหลียงต๋าก็ยังคงความนุ่มนวลถ่อมตนเอาไว้เสมอ
ชั่วขณะที่ลู่ซวี่ปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังเวทีแววตาของเหลียงต๋าพลันเปล่งประกายวูบ
ฟ่านเจิงบอกเขาไว้ก่อนแล้วว่าไป๋เจ๋อพาคนที่มีแววเป็ดาวรุ่งหน้าใหม่มาร่วมรายการวันนี้ได้เห็นกับตา ถึงรู้ว่าคำพูดนี้ไม่ได้โอเว่อร์เกินจริงเลย
และเช่นเดียวกับทุกคนเขาเองก็นึกไม่ถึงว่าลู่ซวี่จะเลือกคลาส F
หลังจากประหลาดใจสักพักเหลียงต๋าก็สัมภาษณ์เ้าตัวทันที “สหายลู่ซวี่บอกพวกเราหน่อยได้ไหมว่าเหตุผลที่คุณเลือกคลาส F คืออะไร?”
ลู่ซวี่ที่จู่ ๆ ถูกเรียกชื่อเงยหน้าขึ้นกิริยาท่าทางเป็ธรรมชาติอย่างยิ่ง “ผมเพิ่งฝึกได้ไม่นานเท่าไหร่ เลือกคลาสF ถือว่าเหมาะกับสภาพตามจริงของผมน่ะครับ”
กล้องเคลื่อนเข้าไปโคลสอัปใกล้ ๆ ลู่ซวี่จนมองเห็นประกายอันบริสุทธิ์จริงใจในดวงตาดอกท้อคู่นั้นซึ่งแสดงออกว่าเ้าตัวไม่คิดว่าการเลือกเช่นนี้มีปัญหาตรงไหน
อีกอย่าง ทั้งที่โคลสอัประยะเผาขนจนเป็ระดับน้องๆ กล้องจุลทรรศน์แล้วแท้ ๆ ใบหน้าของลู่ซวี่กลับยังหล่อเหลาชวนโลกตะลึงผิวพรรณเองก็ดีเยี่ยม ไร้ซึ่งตำหนิใด ๆ
อย่าว่าแต่ผู้ชมเลยกระทั่งเด็กฝึกเวทีเห็นแล้วยังอิจฉา
สวีเล่อเล่อมองใบหน้าของลู่ซวี่บนหน้าจอถึงกับพนมมือรำพัน “ลู่ซวี่กินความหล่อเป็อาหารรึไงนี่มันหล่อจนผิดกฎหมายแล้วนะ ฮือ ๆ ๆ !!!"
เพื่อนร่วมวงที่นั่งข้าง ๆ กระทุ้งแหย่เขาเล่น “ตื่นเถอะไอ้น้อง นายเป็ชายแท้นะ”
สวีเล่อเล่อไม่ประหม่าเลยสักนิด “ได้ชายแท้ยืนยันว่าหล่อสิ ถึงจะเรียกว่าหล่อของจริงเบ้าหน้าของลู่ซวี่ต่างหากที่เรียกว่าใบหน้าส่วนของฉันน่ะเหมือนแค่บังเอิญโตมางั้น ๆ แหละ”
ไม่รู้ว่าใครที่อยู่แถวหลังแค่นเสียงเบา ๆแต่เพราะถ่ายรายการอยู่ จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
เหลียงต๋าเคยได้ยินมาว่าลู่ซวี่เป็เด็กใหม่ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะซื่อตรงปานนี้
หน้าตาดี ท่วงท่าสง่างามไร้ความหุนหันพลันแล่นอย่างวัยรุ่นยุคปัจจุบัน ทุกอย่างล้วนส่งผลให้เหลียงต๋าค่อนข้างประทับใจครั้นนึกได้ว่าเด็กคนนี้เพิ่งฝึกมาไม่นาน มีความสามารถไม่มากนักจึงอยากให้กำลังใจสักหน่อย “ทางเราทราบมาว่าคุณเพิ่งฝึกได้ไม่นานนักแต่ผมเชื่อว่าคุณต้องเลื่อนจากคลาส F ได้เร็ว ๆ นี้แน่ ๆ”
เพิ่งฝึกได้ไม่นาน?
ด้านหลังเวทีตรงจุดรอคิวมีคนกระซิบกระซาบ “ไม่เคยได้ยินเลยว่ามีคนเซ็นสัญญากับค่ายเย่าไกวงั้นลู่ซวี่คนนี้คงเป็หน้าใหม่ของจริงสินะ”
ที่แท้ก็แบบนี้เอง!
เด็กฝึกที่เดิมมองลู่ซวี่เป็คู่แข่ง ได้ยินดังนั้นก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย
‘กำเนิดใหม่ไอดอล’ จะดูคุณสมบัติรอบด้านของเด็กฝึกมีหน้าตาเป็ใบเบิกทางย่อมได้เปรียบก็จริง ทว่าหากมีดีแค่หน้าแต่ไร้สามารถก็ไม่อาจไปได้ไกลบนเวทีนี้
การเลือกคลาสของลู่ซวี่เป็แค่ฉากเรียกน้ำย่อยเล็กๆ เท่านั้น
หลังจากเหลียงต๋าพูดกับเด็กหนุ่มสองสามประโยคแล้วการเลือกคลาสก็ดำเนินต่อไป
วง ‘ฉุนเจินเหนียนไต้(ยุคสมัยอันบริสุทธิ์)’ ที่สวีเล่อเล่อเป็สมาชิก เข้ามาเลือกคลาสที่นั่งเป็ทีมที่ห้า
พอสวีเล่อเล่อเข้ามาก็ทักทายลู่ซวี่ก่อนเป็อันดับแรกเพิ่งรู้จักกันแท้ ๆ แต่กลับมีท่าทางสนิทสนมประหนึ่งแฟนบอยอันที่จริงเขาอยากนั่งใกล้ลู่ซวี่มาก ทว่าถึงอย่างไรพวกเขาก็มากันเป็ทีมสุดท้ายเลยได้แต่ตามสมาชิกไปนั่งที่แถวของคลาส B
พอเห็นว่าที่นั่งของคลาส B เต็มแล้ว เหลียงต๋าจึงหยิบไมโครโฟนมากล่าวยิ้ม ๆ “จนถึงตอนนี้คลาสA ของพวกเรายังว่างเปล่าอยู่เลยไม่รู้ว่าคนแรกที่เปิดคลาสจะเป็ใครกัน เอาละ เด็กฝึกที่จะเข้ามาในลำดับต่อไป BTT-Boysจากซินตูเอนเตอร์เทนเมนต์ พวกเขาจะเลือกยังไงกันนะ?”
ระหว่างที่เสียงสุดท้ายของเหลียงต๋ายังก้องในสตูดิโอสมาชิกห้าคนของวง ‘BTT-Boys’ ซึ่งแต่งกายแบบเดียวกันและมีส่วนสูงเฉลี่ยร้อยแปดสิบเิเแสนสะดุดตาก็ก้าวออกมา
ลู่ซวี่ไม่มีความเข้าใจเื่บอยแบนด์เลยจึงได้แต่ฟังเหล่าเด็กฝึกด้านหลังหวีดอย่างตื่นเต้นว่า “อ๊าก ๆ ๆ ๆ ที่แท้ก็วง BTT นี่เอง!ฉันโคตรชอบซ่งเจ๋อเลย!”
“ใช่ ๆ การเต้นที่เฉียบคมของพวกเขาน่ะปังสุดแล้วยังไงก็อยู่คลาส A กันยกวงแน่”
“ฉันขอพนันเลยว่าพวกเขาทั้งหมดเลือกคลาส A ชัวร์!”
“ไม่เห็นต้องคิดเยอะเลย BTT มาเพื่อเดบิวต์กันอยู่แล้ว”
เป็ดังคาด ทันทีที่ทั้งห้าคนปรากฏตัวก็ก้าวขายาวๆ มุ่งไปยังที่นั่งคลาส A
ในฐานะที่ซ่งเจ๋อเป็หัวหน้าวง เขายิ่งไม่ลังเลนั่งลงตรงตำแหน่งเซนเตอร์ทันที
BTT จึงกลายเป็วงแรกที่เลือกคลาส A
“ที่สูง ๆ นี่วิวดีกว่าจริง ๆ ด้วยนะครับ” หลี่ไห่เชาเห็นเหตุการณ์แล้วอดไม่ได้ที่จะอารมณ์ดีสุดขีด วงที่เขาพามากลายเป็ทีมแรกที่ได้นั่งตรงคลาสA จินตนาการได้เลยว่าพอรายการออกอากาศเมื่อไร เื่นี้ต้องกลายเป็กระแสพูดถึงนับไม่ถ้วนแน่นอนถ้าเดบิวต์ได้ยกวงเลยละก็ ความพากเพียรทั้งหมดที่ผ่านมาของเขาก็คุ้มค่าแล้ว
เห็นไป๋เจ๋อไม่ส่งเสียงอะไรหลี่ไห่เชาก็หันมองลู่ซวี่ซึ่งนั่งอย่างสงบตรงคลาส F แวบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
คนอื่น ๆ อย่างแย่ก็น่าจะเลือกคลาส B ไว้ก่อน มีแค่ลู่ซวี่คนนี้ที่แตกต่างออกไปทั้งความคิดและการกระทำไม่สะทกสะท้านกับการเลือกคลาส F เลยสักนิด
พวกที่อาศัยแต่ภาพลักษณ์เป็แจกันดอกไม้[1]ย่อมถูกกำหนดให้เดินได้ไม่ไกลครั้งนี้เกรงว่าไป๋เจ๋อคงเลือกคนผิดเข้าแล้ว
หากมีความสามารถจริง ๆก็ไม่น่าจะปิดเงียบั้แ่ต้นรายการแบบนี้
หลี่ไห่เชาคิดไปคิดมาเดี๋ยวก็ตื่นเต้นเดี๋ยวก็สงสัย สุดท้ายจึงส่ายศีรษะเลิกคิดให้มากความ แล้วหันไปตั้งใจดูการถ่ายทำ่หลัง
ั้แ่ BTT นั่งเก้าอี้คลาส A การเลือกใน่หลังก็เหมือนถูกกดปุ่มเร่งความเร็ว
เหล่าเด็กฝึกทยอยออกมาตามลำดับเพียงไม่นานที่นั่งคลาส A B C D ก็ทยอยเต็มทั้งหมด เด็กฝึกที่เหลือท้าย ๆไม่มีทางเลือก เลยจำต้องมานั่งตรงคลาส F ข้าง ๆ ลู่ซวี่
ทุกคนต่างคันไม้คันมืออยากประลองรอแค่ทำการแสดงบนเวทีเพื่อปีนขึ้นไปอยู่ระดับบนเท่านั้น
ลู่ซวี่สงบนิ่งที่สุดในกลุ่มเด็กฝึก
เมื่อเห็นว่าการแบ่งคลาสจบลงแล้วมุมปากของเขาก็ยกขึ้น สองมือวางทาบกันเหนือเข่า รอให้เป้าหมายปรากฏตัวอย่างสงบ
เป็ไปตามคาดหลังจากรอเหล่าเด็กฝึกเลือกที่นั่งกันครบเหลียงต๋าก็เดินขึ้นมาบนเวทีด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่รีบร้อน ยิ้มพลางแนะนำรายชื่อของเมนเทอร์แต่ละคน“เพื่อฝึกฝนให้พวกคุณพัฒนาความสามารถของตัวเองพวกเราจึงทุ่มเป็พิเศษเพื่อเชิญศิลปินสี่ท่านนี้มารับหน้าที่เมนเทอร์ ลำดับต่อไปขอเชิญเหล่าสุดยอดเมนเทอร์ของพวกเราขึ้นเวทีเลยครับ”
ขอบอกเลยว่า ‘กำเนิดใหม่ไอดอล’ ทุ่มทุนสร้างจริง ๆ เมนเทอร์ที่เชิญมาแต่ละท่านล้วนเป็ศิลปินสุดฮอตในวงการทั้งสิ้น
เมนเทอร์ด้านการเต้น ฉินรั่วเวย อายุยี่สิบสามปีเริ่มฝึกเต้นั้แ่สี่ขวบอายุสิบห้าไปเป็เด็กฝึกในบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเพื่อนบ้านเมื่ออายุสิบเก้าได้เดบิวต์เป็สมาชิกวง ความสามารถเฉิดฉายท่ามกลางสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปมากมายโด่งดังไปทั่วเอเชียในชั่วข้ามคืน
เมนเทอร์ด้านการร้องเพลง กู้เหวินอานอายุสามสิบสองปี ได้รับยกย่องว่าเป็สุดยอดนักดนตรีผู้มากพร์ที่สุดประจำศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดของจีนไม่ว่าจะเป็เครื่องดนตรีใดเขาล้วนเชี่ยวชาญ ตอนอายุสิบเอ็ดเริ่มเขียนเพลงให้ศิลปินอายุสิบเจ็ดปล่อยอัลบัมเดี่ยว พอเดบิวต์ก็ยิ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดปีล้วนยึดครองตำแหน่งท็อปของชาร์ตเพลงใหญ่ ๆ เสมอ
เมนเทอร์ด้านการร้องแร็ป เสิ่นเฉิงอวี้อายุยี่สิบหกปี เป็เพื่อนร่วมค่ายกับฉินรั่วเวย เซ็นสัญญากับบริษัท GM เอนเตอร์เทนเมนต์ แม้จะรับตำแหน่งเป็แร็ปเปอร์หลักประจำวงชื่อดัง แต่จริง ๆ แล้วนอกจากการแร็ปเขายังเป็ศิลปินผู้มีความสามารถรอบด้านอีกด้วย ประกอบกับรูปลักษณ์ภายนอกอันหล่อเหลาหาใดเปรียบเดินบนเส้นทางสุดคูล จึงมีแฟนเกิร์ลและภรรยาทิพย์จำนวนนับไม่ถ้วน
และสุดท้าย นักแสดงระดับสมบัติแห่งชาติจี้ซิวเหนียนแค่รายชื่อเมนเทอร์อันอลังการเกินเบอร์ก็เรียกความสนใจระดับสูงสุดให้แก่รายการได้แล้ว
ทุกครั้งที่มีเมนเทอร์เดินออกมาเหล่าเด็กฝึกด้านล่างเวทีทั้งประหลาดใจและดีใจกันแบบฉุดไม่อยู่
ก่อนหน้านี้เหล่าเมนเทอร์ในสายตาพวกเขาเป็ประหนึ่งดาราส่องแสงไม่รู้ว่ามีคนมากน้อยเท่าไรที่ตั้งบุคคลเหล่านี้เป็เป้าหมายมาเวลานี้กลับมีโอกาสได้ถ่ายทำรายการร่วมกัน จะเรียกว่าฝันเป็จริงก็ไม่ผิด
เหล่าเด็กฝึกตื่นเต้นมากถึงขั้นมีคนทนไม่ไหวะโชื่อไอดอลของตน ทำเอาบรรยากาศทั่วทั้งสตูดิโอกลายเป็สนามสำหรับไล่สารภาพรักดาราเลยทีเดียวมีเพียงลู่ซวี่ที่นั่งอย่างสงบ ั้แ่ต้นจนจบล้วนเยือกเย็นไร้ทีท่าใด ๆ
“เทพธิดาของฉันงดงามยังกับนางเซียนจริง ๆ รักนะคร้าบ!”คนที่นั่งอยู่ข้างลู่ซวี่ฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวเห็นได้ชัดว่าเป็แฟนคลับตัวยงของฉินรั่วเวย พอเห็นเธอก้าวขึ้นมาบนเวทีก็ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
เขานึกอยากแบ่งปันความสุขที่ได้พบเทพธิดากับคนข้างๆ แต่พอประจันหน้ากับลู่ซวี่ก็ไม่รู้ว่าจะชวนคุยอย่างไรดี
นั่นเพราะออร่าของลู่ซวี่เจิดจ้ามากจริง ๆต่อให้นั่งที่เดิมเฉย ๆ ก็ดึงดูดให้เขาหันมองโดยไม่รู้ตัวได้
นับั้แ่นั่งบนเก้าอี้แววตาของลู่ซวี่ยังคงสงบเรียบเฉย
ขณะหนุ่มน้อยมีฟันเขี้ยวกำลังทอดถอนใจกับออร่าศิลปินค่ายเย่าไกวก็พบว่าคนข้างตัวพลันเคลื่อนไหวเป็ครั้งแรก
เมื่อมองตามสายตาจึงเห็นว่าเทพบุตรแห่งชาติจี้ซิวเหนียนเพิ่งเดินขึ้นมาแนะนำตัวบนเวที สูทสีน้ำเงินเข้มสั่งตัดออกมาได้เหมาะสมขับให้ทั่วทั้งร่างยิ่งดูทรงพลัง ครั้นถูกแสงไฟสาดส่องกระทบร่างชั่วภวังค์นั้นทำเอาคนเผลอคิดไปว่ากำลังมองดูพระาาในเทพนิยายอยู่
ทั้งที่ทุกคนบนเวทีล้วนเป็ศิลปินเลื่องชื่อแต่กลับไม่มีใครกลบรัศมีของจี้ซิวเหนียนได้ ไม่ว่าจะเป็ฉินรั่วเวยหรือเสิ่นเฉิงอวี้ผู้เป็หน้าเป็ตาของวงถึงจะเป็แสงดาราอันเปล่งประกายอย่างไร ทว่าเมื่อมายืนอยู่ข้างจี้ซิวเหนียนจุดโฟกัสของทุกคนย่อมตกอยู่บนร่างของจี้ซิวเหนียนโดยไม่รู้ตัวกันทั้งนั้น
หลายปีมานี้ ไม่ว่าจะที่ไหนเวลาใดจี้ซิวเหนียนคือตัวตนอันเจิดจรัสที่สุด
ลู่ซวี่ที่นั่งอยู่ด้านข้างมองจี้ซิวเหนียนด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งสายตาเป็ประกาย มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
หนุ่มน้อยฟันเขี้ยวเห็นท่าทางนั้นจึงเข้าใจการแสดงออกของอีกฝ่าย เทียบกับตอนที่ตนหวีดไอดอลแล้วไม่เห็นมีอะไรต่างเลย
เขาชี้ลู่ซวี่แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “โอ๊ะ ที่แท้นายก็เป็แฟนคลับของพี่เหนียนนี่เอง!”
“หืม?” ลู่ซวี่งุนงงก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์ “ความจริงแล้วฉันมาที่นี่เพราะเขาน่ะ”
มาร่วมการแข่งเพื่อติ่งไอดอล?
หนุ่มน้อยฟันเขี้ยวฟังแล้วยกนิ้วโป้งให้ลู่ซวี่ “แฟนพันธุ์แท้ของจริงเลยนี่!”
ลู่ซวี่ยักไหล่แล้วไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงหันกลับไปหาจี้ซิวเหนียน ท่าทางเปรมปรีดิ์ทั้งยังจดจ่อ
จี้ซิวเหนียนมีประสาทััไวต่อการถูกจ้องมอง
ทันทีที่เขาขึ้นเวที ก็ััได้อย่างชัดเจนว่ามีคนกำลังมองเขาตาเป็ประกาย
เมื่อแลตามก็เห็นใบหน้าประดับรอยยิ้มของเด็กหนุ่มคนหนึ่งอีกฝ่ายจับจ้องมาราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
นั่นเป็ใบหน้าอันงดงามยิ่ง เรือนผมหยักศกน้อย ๆสีเข้มดุจเปลือกไม้ ั์ตาดอกท้อฉ่ำวาวเป็ประกายมองแวบแรกให้อารมณ์คล้ายเด็กน้อยอยู่บ้าง
จี้ซิวเหนียนรู้จักใบหน้านี้จำได้ว่าอีกฝ่ายคือเด็กฝึกคนแรกที่เลือกนั่งตรงคลาส F ฟ่านเจิงเคยบอกเขาว่าศิลปินที่เพิ่งเซ็นสัญญากับค่ายเย่าไกวเป็แฟนคลับของเขาแค่คิดก็รู้แล้วว่าคือลู่ซวี่คนนี้เอง
แม้ตระหนักถึงสายตาของตนเด็กหนุ่มกลับไม่ได้หลบหลีก ทั้งยังยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางแล้วขยับนิ้วคล้ายกำลังทักทายเขาแบบไร้เสียง
จี้ซิวเหนียนจึงพยักหน้านิด ๆ ให้ลู่ซวี่ก่อนเดินไปนั่งตรงที่นั่งเมนเทอร์
น้ำเสียงซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดของเหลียงต๋าดังขึ้นอีกครั้ง“ขอให้เด็กฝึกทุกคนเตรียมใจไว้ให้ดีการจัดอันดับของเมนเทอร์กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว...”
[1] แจกันดอกไม้ เปรียบถึงคนที่มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ไม่มีความสามารถหรือประโยชน์