เสียงะโของทุกคนดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายและในที่นั้นคนที่ตกตะลึงกว่าผู้ใดก็คือสองสามีภรรยา เฟยเทียน and หนิงเอ๋อ คนทั้งสองทะลึ่งยืนพรวดขึ้นทันทีและยังมีทีท่าช็อคเหมือนได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน “ที่รัก” หนิงเอ๋อเอ่ยปากขึ้นหันหน้าไปทาง เฟยเทียน ส่วนเฟยเทียนก็พยักหน้าให้หนิ๋งเอ๋อ ฟางหรงเห็นทีหน้าทั้งสองคนคิ้วก็หมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“เกิดเื่อันใดขึ้นรึ?” ฟางหรงถามออกไปด้วยความสงสัยั้แ่รู้สึกสองสามีภรรยานี้มาน้อยนักที่จะเห็นคนทั้งสองแสดงท่าทีเช่นนี้ เสียงของ ฟางหรง คล้ายจะไปกระตุ้นเตือนสติของสองสามีภรรยานี้ได้ “ไม่ได้อันใด” คนทั้งสองเร่งเอ่ยปากขึ้นพร้อมกับใบหน้ายิ้มอย่างเฉื่อยๆจากนั้นจึงนั่งลง
“กระบี่..กระบี่คู่?”
“อะไรกันเ้านี้ เสียสติไปแล้วรึ”
“...”
บางคนก็เอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจบางคนก็เอ่ยด้วยความดูแคลนบางคนอ้ำอึ้งพร้อมกับจับจ้องไปที่มือทั้งสองข้างของจิ๋นเม่ยหลง เ้าพรรคคนอื่นๆไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก
“...” หยางเจี้ยนไม่กล้าประมาทจิ๋นเม่ยหลงอีกต่อไปแล้วเมื่อครู่จิ๋นเม่ยหลงเรียกกระบี่ขึ้นมาคล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างในตัวของจิ๋นเม่ยหลงแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สองมือกับชับกระบี่ไว้แน่นแววตาของมันคมกริบยิ่งกว่าเดิม
ทั้งสองมือของ จิ๋นเม่ยหลง ยามนี้ปรากฏกระบี่สีดำและสีขาว มือซ้ายเป็กระบี่สีดำสนิทราวกับราตรีกาลที่พร้อมกับกลืนกินแสงสว่างทั้งมวลไอพลังมารแผ่ขยายออกไปทั่วตัวกระบี่ ส่วนมือขวาเป็กระบี่สีขาวนวลที่งดงามจนไม่อาจหากระบี่เล่มไหนมาเปรียบเทียบได้ไอพลังเหมันต์แผ่ขยายออกไปทั่วตัวกระบี่เช่นกันและที่งดงามกว่านั้นก็คือลวดลายัที่ถูกสลักไว้ในตัวกระบี่ทั้งสองอย่างเด่นชัด
“เทพฟ้ามารราชันย์” จิ๋นเม่ยหลงนั่งคิดนอนคิดให้กับชื่อกระบี่คู่ของตนอยู่หลายวันหลายคืน คำว่า เทพฟ้า จิ๋นเม่ยหลงใช้แทนตัวกระบี่สี่ขาวนวลของตนที่ั อนธการ ใช้น้ำตาทั้งเจ็ดหยดหลอมกระบี่แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ ส่วนคำว่า มารราชันย์ จิ๋นเม่ยหลงใช้แทนตัวกระบี่สี่ดำนั่นก็คือั อนธการผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของห้วงพลังทั้งมวล
“กระบี่อะไรกันงดงามถึงบานนี้”
“กระบี่คู่? ถึงกับมีวิชาเช่นนี้อยู่บนโลก?”
เสียงจอแจของผู้คนเริ่มที่จะดังขึ้นอีกครั้ง ผู้คนเพิ่งจะเอ่ยปากไม่ทันไรพวกมันทั้งหมดกลับเงยหน้ามองฟ้าอย่างพร้อมเพียงกันท้องฟ้าที่สว่างสดใสตอนนี้เริ่มที่จะบังเกิดกลุ่มก้อนเมฆดำกลืนกินไปทีละนิด
แว๊บ เปรี้ยงงงงง เปรี้ยงงง
เสียงอัสนีบาตร่ำร้องคำรามคล้ายกับว่า้าให้ธรณีทั่วทุกแห่งหนต้องอาบย้อมไปด้วยโลหิต
อาการของผู้คนตอนนี้เริ่มสั่นเทาไปทั่วทั้งตัวไม่ว่าจะเป็ศิษย์พรรคน้อยใหญ่ผู้าุโภายในพรรค หรือแม้แต่ท่านเ้าพรรคต่างก็เกิดอาการกลัวที่ตัวมันไม่สมควรที่จะเกิดอาการเหล่านี้นี่นับเป็ความกลัวครั้งแรกในรอบหลายสิบปีของพวกมัน
“อะ..อะไรกัน” หยางเจี้ยน ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างรุ่นแรงมันแทบจะทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีมันก้มหน้าลงมองมายังจิ๋นเม่ยหลงสองตาของมันแทบจะทะลึกออกจากเบ้าเพราะ จิ๋นเม่ยหลง ยามนี้นั้นน่ากลัวจนไม่มีใครกล้าที่จะมอง “ปีศาจ” นี้เป็คำที่มันคิดอยู่ในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมา
“หยางเจี้ยน..ในเมื่อเ้าอยากให้ข้าใช้อาวุธเช่นนั้นแล้ว...นี่คงสมความปรารถนาของเ้าแล้ว” จิ๋นเม่ยหลง
วูบ
ร่างเงาของจิ๋นเม่ยหลง พริบตาเดียวก็ปรากฏอยู่ต่อหน้า หยางเจี้ยน
เคร้ง เปรี้ยงง
กระบี่ทั้งสองของจิ๋นเม่ยหลงฟาดฟันใส่หยางเจี้ยนอย่างเหี้ยมเกรียม ร่างของ หยางเจี้ยน ปลิวกระเด็นไปไกลโขร่างกายปรากฏโลหิตไหลซึมออกทุกอนูมันพยายามพลักดันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างเต็มความสามารถ สายตาของมันจากที่คมกริบดุจใบมีดยามนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวร่างอันสะบักสะบอมของมันตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากกระสอบทลายให้จิ๋นเม่ยหลงได้ใช้เป็หนูทดลองวิชา
สายตาอันพร่ามัวของมันนี้กวาดดูออกไปทั่วพื้นที่ลานประลองกลับไม่เห็นร่างของจิ๋นเม่ยหลงอยู่เลย ครานี้หัวใจของมันเต้นระรัวแทบะเิความกลัวเข้าครอบงำจิตใจของมัน สติของมัน ไม่มีแล้วในตอนนี้
“เ้ามองหาข้างั้นรึ?” จิ๋นเม่ยหลง แสยะยิ้มขึ้นคราหนึ่งแต่ทว่ารอยยิ้มน้ำดูอำมหิตโเี้โดยแท้ “เงามรณะ”
ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊ว ตุบบ เปรี้ยงงงงง
“เงามรณะ” ของจิ๋นเม่ยหลง ฟาดฟันกระบี่ออกไปแค่ครั้งเดียว แต่ทว่าภายในกระบี่เดียวที่จิ๋นเม่ยหลงฟันออกไปนั้นบนร่างกาย หยางเจี้ยน ปรากฏรอยกระบี่ไม่ต่ำกว่าสามสิบหกรอย โลหิตไหลออกอาบย้อมไปทั่วร่างด้วยโลหิตสีแดงฉานก่อนที่ร่างจะฟุบลงกับพื้น
ั้แ่จิ่นเม่ยหลงเรียกกระบี่ขึ้นมากลับฟันออกไปเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นสภาพของหยางเจี้ยนไม่ต่างอะไรกับสุนัขข้างถนนที่ใกล้หมดลม แต่ละครั้งที่จิ๋นเม่ยหลงฟาดฟันกระบี่ก็บังเกิดเสียง อสุนีบาตเลื่อนลั่นไปทั่วปฐี จิ๋นเม่ยหลงมองดูสภาพของมันและเห็นได้ชัดว่ามันไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาสู้ได้อีกแล้ว จึงเรียกเก็บกระบี่คู่ของตนกลับไป
หลังจากที่จิ๋นเม่ยหลง เรียกกระบี่กลับไป เมฆดำทั้งหลายค่อยๆสลายตัว ทั่วทั้งลานประลองปรากฏความเงียบเชียบขึ้นมาอีกครั้งเนิ่นนานไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่กล้าปริปาก
“จะ จิ๋นเม่ยหลงชนะ รอประลองในรอบต่อไป” หลี่ต๋า ะโขึ้นมาอย่างเสียงดัง เมื่อบังเกิดเสียงแรกเสียงสองเสียงสามก็เริ่มที่จะดังตามมา
“เมื่อครู่มันอะไรกัน?”
“มันที่แท้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้”
“......”
“อาวุธของมันรวมถึงวิชาของมันนับว่าที่แห่งนี้มิเคยปรากฏบุคคลเช่นมันมาก่อน พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าวิชาเมื่อครู่คืออะไร?” ฟางหรง เอ่ยปากขึ้นถามสองสามีภรรยา ในใจของนางก็บังเกิดอาการสั่นไหวเล็กน้อย “ที่ๆข้าจากมามีตำนานเล่าขานกันมาั้แ่โบราณอยู่เื่หนึ่ง” เฟยเทียน พูดออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง “หนึ่งหมื่นปีที่แล้ว มีบุคคลผู้หนึ่งที่มีพลังสูงสุดจนมีผู้คนต่างเรียกขานเขาว่าเป็เทพเ้า บ้างก็ว่ากันว่าเขาเป็บุรุษรูปงามบ้างก็ว่าเป็สตรีที่งดงามราวกับนางฟ้านาง์และอาวุธที่เขาใช้ก็คือกระบี่คู่”
“กระบี่คู่ สายตาของฟางหลงหันกลับไปจับจ้องที่จิ๋นเม่ยหลงอีกครั้ง”
“ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตเลวร้ายแค่ไหนเขาก็ได้ใช้กระบี่คู่นั้นปัดเป่าวิกฤตพวกนี้ไปทุกครา... และวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดก็มาเยือน” น้ำเสียงของ เฟยเทียนหม่นลง “ัร้ายตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเข่นฆ่าชีวิตผู้คนไปมากมายมากเสียจนเผ่าพันธ์มนุษย์เกือบจะสูญสิ้น ว่ากันว่าเขาใช้เวลาเกือบๆร้อยปีในการตามล่าสังหารัตัวนี้หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นัและเขาผู้นี้อีกเลย”
“เื่นี้ก็เป็เื่ที่ผู้คนเล่ากันมาปากต่อปากกว่าเื่นี้จะถึงหูของข้าเื่ราวพวกนี้เป็ไปได้ว่าอาจจะมีการเติมแต่งเื่ราวขึ้นมาก็เป็ได้ ส่วนเื่ราวที่แท้จริงเป็เช่นไรนั้นไม่มีใครอาจรู้ได้” ฟางหรง นั่งฟังอย่างเงียบงัน เฟยเทียนยังคงพูดต่อ “ไม่แน่ว่าเ้าเด็กน้อยอาจจะเป็ศิษย์ของคนผู้นั้นก็ได้ภูมิหลังของมันไม่มีใครอาจรู้ได้ตัวตนของมันนับว่าลึกลับโดยแท้”
หลังจากจบคู่ของจิ๋นเม่ยหลง ก็มีการประลองต่ออีกสิบหลายคู่ เวลาล่วงเลยมาจนพลบค่ำ
หลี่ต๋าก็เดินออกไปข้างหน้าอีกครั้ง “การประลองที่ผ่านมานับว่าเป็การประลองที่ดีที่สุดทั้งแต่เคยมีมาและแล้วการประลองก็ดำเนินมาถึงรอบสี่คนสุดท้าย พรุ่งนี้จะมีการประลองแค่เพียงสองคู่เท่านั้น”
“กงจี้ จากพรรคเมฆาพิฆาต พบกับ เจียวเหมย จากพรรคัอัสนี”
“จิ๋นเม่ยหลง พบกับ หยางเฉิน จากพรรคหมาป่าอัสนี”
เมื่อการประลองใกล้ที่จะสิ้นสุดก็เป็เื่ธรรมดาที่ผู้คนจะให้ความสนใจกับประลองในรอบต่อไปนี้ ถึงขนาดมีการวางเดิมพันกันเกิดขึ้นการประลองของจิ๋นเม่ยหลงในวันนี้นับว่าเปิดหูเปิดหาผู้คนโดยแท้และแน่นอนพรรคต่างๆ้าให้จิ๋นเม่ยหลงเข้าร่วมพรรคของตนถึงแม้ต้องเสียโอสถวิเศษหรือแม้กระบี่ชั้นเลิศสตรีที่งดงามที่สุดมันไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อยถ้าหากแลกกับการที่ได้จิ๋นเม่ยหลงเป็ศิษย์
---------------------------------------------------------------------------------------------
ที่หายไปนานไม่ใช่อะไรนะครับ คอมพังโน๊ตบุ๊คเสีย ขอเวลาอีก1อาทิตย์ในการเคลียเื่พวกนี้และหลังจากเคลียเสร็จจะกลับมาเขียนต่อแบบจริงๆจังๆแล้วนะครับ ถึงแม้จะเป็นิยายเื่แรกที่ผมหัดเขียนอาจจะใช้คำผิดไปบ้างอาจจะไม่สนุกไปบ้างก็ขอบคุณที่ยังเข้ามาอ่านนะครับ รักคนอ่านนะครับ