"ท่านพ่อๆๆๆ ท่านดูกระบี่ข้าสิ กระบี่ข้าสวยหรือไม่"
"ของที่เป็ของเสี่ยวลู่ของพ่อแน่นอนต้องงดงามดั่งเ้าของ.....เสี่ยวลู่หนูต้องเป็เด็กดีเชื่อฟังพี่กับแม่เข้าใจมั้ย"
กระบี่ปลอกประบี่หยกสีขาวบริสุทธิ์มีลวดลายเส้นขีดสีแดงโลหิตประกอบด้วยสีเงินคราม กระบี่นามไป๋หงเหลียง กระบี่ได้ห้อยพู่แดงหยกขาวที่ด้ามจับกระบี่
"ข้าเข้าใจแล้ว...เป็เด็กดี ไม่ดื้อรั้นข้าทำได้แน่นอน"
"พ่อจะสอนเ้าเรียนวรยุทธิ์ เพียงแต่เื่นี้เรารู้กันเพียงในครอบครัวเท่านั้นห้ามบอกผู้อื่นเด็ดขาด เ้าเข้าใจหรือไม่"
"เพราะเหตุใดหรือ ท่านพ่อ"
"สตรีมักเป็จุดที่ดูบอบบาง บุรุษรังแกสตรีมีเห็นอยู่ทั่ว คนมีอำนาจมักทำสิ่งที่ไม่ดีต่อสตรีมากมาย เ้าเรียนรู้ไว้เพื่อป้องกันตัวเ้าเองในภายภาคหน้า การมีอยู่ของเ้านั่นคือสิ่งที่พ่อกังวลใจ เป็อิสตรีไม่ได้ง่ายเลย "
"บุรุษทุกคนมีดีและมีเลวท่านแม่เคยสอนข้าว่าคนเราสามารถดูออกได้จากการกระทำและสายตา"
"ท่านแม่สอนเ้าหรือ"
"ใช่แล้ว ท่านแม่ยังเคยบอกกับข้าว่า การดูจิตใจคนมิยากและมิง่าย สิ่งที่น่ากลัวคือการดูจิตใจของคนที่มิเผยความรู้สึกให้ผู้ใดรับรู้นั่นเป็สิ่งที่น่ากลัวมาก"
"แล้วเ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไรกับแม่หรือไม่...."
"ข้ามีคำถามแทนว่า ถ้าหากคนผู้นั่นจิตใจว่างเปล่าแต่กลับแสดงความรู้สึกออกมาว่าตนมีความสุข โกรธ ร้องไห้แต่เื้ัของคนผู้นั้นกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ เสียใจ หรือมีความสุขเลยหล่ะ....."
"............แล้วแม่เ้าตอบว่าอย่างไร"
"ท่านแม่มิได้ตอบข้า เพียงแต่ถามข้ากลับว่า คนผู้นั้นเป็คนที่ดีหรือเปล่าหล่ะ....ข้าตอบไม่ได้ เพราะข้าไม่รู้"
ใบหน้าใสซื่อของเด็กน้อยห้าขวบตั้งคำถามมากมายกับผู้ใหญ่
"เมื่อเ้าเติบโตฝึกวรยุทธิ์สำเร็จเป็เซียนเ้าก็จะเข้าใจ"
ไป๋หงลู่นอนอยู่บนหินหยกเย็นภายในถ้ำแห่งหนึ่ง เสื้อผ้าอาภรของนางที่เปรอะเปื้อนด้วยเืจากการต่อสู้กับหวังซ่านหลิ่งและหวังเซี่ยอวิ๋น ถูกเปลี่ยนเป็อาภรสีขาวบริสุทธิ์ นอนมิได้สติ นางฝันและหวนนึกถึงครอบครัวที่แสนอบอุ่นของนางที่เคยมีเมื่อยังวันวาน น้ำใสๆไหลรินลงอาบแก้มอยู่เป็ระยะ พะละกำลังของนางถดถอยและเพิ่มขึ้น ควบคุมได้ยากมิรู้เพราะเหตุผลจากสิ่งใดทำไมนางถึงไม่ตื่นจากห้วงฝัน......ห่างจากเตียงหยกมิไกลเกินสิบก้าวมีสตรีสองคนบุรุษหนึ่งคนมองด้วยความกังวลและห่วงนางพวกเขาเฝ้ามองนางนับสามวันได้ แต่นางยังคงมิฟื้น
"เ้าว่าให้นางนอนอยู่เฉยๆจะได้ผลจริงหรือ"
"ได้ผลสิ ก็ข้าเห็นว่ามันเขียนในตำราอยู่ว่าทำเช่นนี้จะทำให้พลังบำเพ็ญคงที่...เ้าก็เห็น"
"พวกเราเฝ้านางสามวันเต็มเ้าก็เห็นว่ามันพร้อมจะลดจะเพิ่มได้ทันที...."
"จู่จิ้งเราจะทำอย่างไรดี"
"ข้าจะไปตามท่านเซียน กู๋ลี่โม่เหลียงเ้าเฝ้านางไว้"
"ไม่ได้!....ข้างนอกอันตรายหากพวกเขาจำเ้าได้หล่ะ"
"โม่เหลียง....ปล่อยข้า....ให้ข้าไปตามท่านเซียน.....เ้าทนดูนางทรมาณมิได้หรอก ข้าก็ทนมิได้เช่นกัน.......ให้ข้าไป...ข้าสัญญาจะไปครู่เดียว ข้าจะรีบไปรีบกลับ"
"เ้าแน่ใจนะ"
"อืม"
จู่จิ้งสตรีห้าวหาญองครักษ์เร้นกายของไป่หงลู่ตอบด้วยความมั่นใจ นางเป็หนึ่งในศิษย์สำนักไป๋เฉี่ยนที่เก่งกล้ามากความสามารถมากนางเป็คนหน้านิ่งนางมีคู่หูคือกู๋ลี่กู๋ลี่เป็สาวรับใช้ที่สนิทกับไป๋หงลู่ั้แ่หกขวบนางได้เข้าร่วมฝึกในสำนักไป๋เฉี่ยนด้วย บุรุษชายอีกคนคือโม่เหลียงองครักษ์ประจำตัวคุณชายไป๋ิต้าที่มากความสามารถไม่แพ้กัน
"พวกข้าสองคนจะรอการกลับมาของเ้า"
จู่จิ้งพยักหน้าให้กับพวกเขาสองคนและเดินจากไป
"ข้าจะไปล่าสัตว์หาอะไรมาทำอาหารให้เ้าและทำเผื่อนาง เผื่อว่านางจะฟื้นขึ้นมานางจะได้กินอาหารฝีมือข้า"
"ระวังตัวด้วย"
"อื้ม"
ดวงตากล่ำสีแดง ร่างกายอิดโรย ภายในมือหวังเซี่ยอวิ๋นถือกาสุรา เขายกดื่มแล้วดื่มอีก เขาไล่นางโรมสาวที่มาปรนนิบัติอย่างบ้าคลั่ง ฆ่าคนรับใช้ดั่งผักปลา พร่ำบ่นกับตนเองว่าเป็เพราะ ไป๋หงลู่ที่ทำให้เขาบ้าคลั่ง นางทำให้เขาย่ำแย่ ซ้ำยังฝันถึงนางซ้ำๆซ้อนๆในเื่เดิมๆ เคยลากนางสตรีรับใช้มาร่วมเตียงเพียงเพราะเห็นนางเป็ไป๋หงลู่ พอตื่นมาเขาก็ฆ่านางทิ้งด้วยความหงุดหงิด และดื่มสุราอย่างน่าอนาจ
"เ้าก็ไม่คู่ควรกับข้า"
คำพูดของนางวนเวียนอยู่ภายในความคิดของหวังเซี่ยอวิ๋นอย่างทรมาน เพียงหลับตาครั้งนึงหน้าของหน้าก็มาพร้อมกับเสียงของนาง
"เ้าเคย....รักข้าบ้างไหม"
"เคย..."
"ถ้าหากข้ายอมปล่อยพี่ชายเ้าและเ้าเ้าจะรักข้าอีกไหม"
"ไม่..."
"ดังนั้นไม่ว่าจะทางไหนเ้าก็ไม่รักข้าใช่หรือไม่"
"ใช่"
"อร้ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!! นังสารเลว!!!! ทำไม ทำไม ทำไม เหตุใดถึงมิใช่ข้า เหตุใดเ้ายังหลอกหลอนข้า เหตุใดเ้าจึงไม่อยู่กับข้าไม่อยู่ข้างกายข้า หรือเป็เพราะข้าฆ่าแม่ของเ้าหรือเพราะข้าซ้อมพี่ชายของเ้าหรือเป็เพราะข้าทำสิ่งใดให้เ้าไม่พอใจ....ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้า ข้า ข้าเกลียดเ้าา!!!!!!!"
เพล้งงง!!!!! กาหยกสุราถูกหวังเซี่ยอวิ๋นเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรง เขาคุกเขาร้องไห้ โกรธตัวเอง โกรธไป๋หงลู่ เขาสับสนกับความรู้สึกของตนเอง เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดถึงจะเรียกว่าถูกหรือจะเรียกสิ่งใดว่าผิด เขาสับสนกับนางที่ไม่ยอมรับเขาและสับสนกับความรู้สึกที่วนเวียนอยู่ในความคิดจิตใต้สำนึกของเขา
"เ้าเป็ใครหรือ"
ไป๋หงลู่สะกิดชายปริศนาที่ยืนต่อแถวซื้อขนมเกาลัด เดิมทีไป๋หงลู่นางมักใกล้ชิดและเป็พันทมิตรกับผู้คนอย่างง่ายดาย
"เหตุใดข้าต้องบอกเ้า..."
หวังเซี่ยอวิ๋นเมินคำถามนาง ซ้ำยังไม่สนและไม่มองหน้าของนางสตรีที่เอ่ยถามตน
"เ้าอย่าได้ใจแคบกับข้านักสิ ท่านชายบอกชื่อให้ข้าเถอะ ท่านรูปงามเช่นนี้ต้องเป็คุณชายตระกูลใหญ่จากที่ไหนเป็แน่ใช่หรือไม่"
"ข้า..."
"หัวขโมย ขโมย จับ จับ จับหัวขโมยให้ข้าน้อยที!!!!!!"
ทันใดนั้นชายเสื้อผ้าหลุดรุ่ยสองถึงสามคนวิ่งกรูหนีชายที่ะโใส่ แต่เขากลับดึงแขนไป๋หงลู่และทาบมีดสั้นที่คอของนาง ชาวบ้านละแวกนั้นใตื่นตูมเอามาก ผู้ติดตามของนางสองคนจะเข้าไปช่วยแต่พวกเขาก็ขู่ไว้ว่าหากเข้ามานางจะต้องตาย
"เ้าปล่อยคุณหนูของพวกข้าเดี๋ยวนี้ เ้าไม่รู้หรือว่านางสตรีที่เ้าจับเป็ใคร!!!!"
"เป็ใครข้ามิสน ปล่อยข้าไปข้าจึงจะปล่อยนาง..."
"นางเป็ถึงคุณหนูลูกสาวของเ้าสำนักไป๋เฉี่ยน เ้ากล้ารึ"
ผู้คนละแวกนั้นต่างใ มิมีผู้ใดไม่รู้ว่าเ้าสำนักไป๋เฉี่ยนรักลูกสาวมากมายขนาดไหน มิยอมให้ผู้ใดทำร้ายแม้แต่เส้นผมบางๆของนาง หากผู้ใดกล้าแตะต้องนางศพของผู้นั้นคงเละเป็แน่ มิเพียงเท่านั้นนางยังมีพี่ชายสองคนที่หวงนางสุดชีวิตตามใจนางเอามาก ใครกล้าขัดโดนแส้ฟาดร้อยแส้เป็แน่นอน.........ทันใดที่หวังเซี่ยอวิ๋นได้ยินว่านางคือลูกสาวของไป๋เฉี่ยนหลู่ เขาจึงคิดจะช่วยนางด้วยเหตุผลที่ท่านพ่อมอบงานให้ทำเมื่อครั้งก่อนออกมาจากสำนักหวังซ่าน "ทำอย่างไรก็ได้ที่จะตีสนิทหนึ่งในลูกของไป๋เฉี่ยนหลู่"
"นางเป็คนของสำนักไป๋เฉี่ยนย่อมต้องเรียนรู้วรยุทธิ์อยู่บ้าง เ้าคงจะรู้สินะว่าวรยุทธิ์ของพวกเขาสูงเพียงใด"
หวังเซี่ยอวิ๋นพูดให้อีกฝ่ายได้คิดวิตกกังวล แต่จู่ๆหนึ่งในสามของหัวขโมยได้พูดขึ้นว่า
"พี่ใหญ่อย่าได้สนที่พวกมันพูด นางติดนิสัยโดนตามใจนางเคยขอบิดาของนางไม่ฝึกเรียนวรยุทย์ ท่านดูที่ข้อมือนางและมือของนางสิ นั่นแทบไม่มีร่องรอยการเรียนวรยุทธิ์แม้แต่นิดเดียว คนเก่งหรือ หึ นั่นก็เป็เพียงคำพู......!!!"
ยังไม่ทันได้พูดจบหวังเวี่ยอวิ๋นก็ใช้เวลาที่พวกเขาเผลอดึงนางออกมาและเตะที่อกพวกเขา...ลูกน้องของหวังเซี่ยอวิ๋นจึงรับ่ต่อในการจับพวกเขาให้อยู่หมัด.........ไป๋หงลู่หลับตาปี๋หลังจากถูกดึงออกมา ทีท่าของนางเหมือนลูกแมวตกน้ำตัวสั่นร่างกายบอบบาง ใบหน้าเนียนงดงามสีหน้าไร้เดียงสาของนางทำให้หวังเซี่ยอวิ๋นใจเต้นแรงอยู่เป็พักๆ กลิ่นหอมของนางมิเหมือนคุณหนูร่ำรวยหรือสตรีนางโรมที่ทาแป้งหอม เพียงแต่กลิ่นของนางหอมอบอวลน่าลุ่มหลงเป็กลิ่นที่ผู้ใดได้กลิ่นก็ต้องเคลิ้มเอามาก
"เ้าจะหลับตาอีกนานหรือไม่...."
ไป๋หงลู่ที่อยู่ภายในอ้อมกอดของหวังเซี่ยอวิ๋นลืมตาขึ้นพรางๆ แล้วเอ่ยตอบเขาว่า
"ละ...ละแล้วท่านจะกอดข้าไปถึงเมื่อใด..."
ไป๋หงลู่พูดเสร็จหวังเซี่ยอวิ๋นจึงปล่อยนางลง และทำหน้าสับสน เขาจ่ายเงินให้พ่อค้าและหยิบถุงเกาลัดออกจากร้านมา
"ข้าจ่ายเผื่อนาง"
"เอ๋.....คุณชาย ท่าน นี่ ข้ายังไม่รู้จักชื่อท่านเลยนะ เมื่อครู่นี้ข้าใมากเลย ขอบคุณเ้าด้วยหล่ะ คุณชายเป็คนจากสำนักใดหรือกระบวนท่าเตะเมื่อครู่นี้ น่าทึ่งมากเลย"
"ปกติคุณหนูของสำนักไป๋เฉี่ยนพูดมากขนาดนี้ทุกวันหรือไม่"
เขาหันไปถามศิษย์ที่ติดตามไป๋หงลู่ที่เดินตามมาติดๆ
"ท่านชายอย่าพูดเช่นนี้สิขอรับ คุณหนูของพวกเราเพียงเป็สตรีอัธยาศัยดีก็เท่านั้น"
"ใช่ๆๆๆ ข้าเป็คนร่าเริง ชอบการผูกมิตรสหาย"
"ท่านพ่อท่านแม่ท่านมิเคยบอกท่านหรือว่าอย่าไว้ใจผู้อื่นง่าย......."
"ข้าเพียงแค่อยากสนิทกับท่านเอง เหตุใดถึงโกรธข้าถึงเพียงนี้หล่ะ....."
นางแสดงสีหน้าหดหู่ ใบหน้าเริ่มเศร้า สีหน้ายิ้มร่าเริงเมื่อครู่ที่นางทำพอเปลี่ยนเป็สีหน้าเศร้าเขากลับใ ด้วยนิสัยของหวังเซี่ยอวิ๋นเขามิเคยตามใจผู้ใด แต่จู่จู่เขาก็พูดกลับขึ้นมาว่า