โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 21 ชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ

    ตอนที่ 21 ชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ“ต้องปรากฏออกมาแน่นอน! มันต้องออกมาอย่างแน่นอน”ได้กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เฉิงจื่อหาวกำหมัดของตัวเองเอาไว้แน่น เขากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าเซิงห่าวจะสามารถที่ทำอะไรได้อีก ตัวเขาเองก็สามารถที่จะทำได้เช่นกันหนึ่งเซนติเมตรนั้นบางมาก เกือบจะตลอดเวลาที่ใบเลื่อยกำลังหมุน ขี้เถ้าชั้นที่หนึ่งก็เริ่มที่จะตกลงมา ทันใดนั้นภายในใจของทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าถูกทำให้อกสั่นขวัญแขวน เพราะกลัวว่าหากไม่ได้รับความระมัดระวังมันอาจจะถูกทำลายลงไปได้ขณะที่กำลังตัดไปด้วยก็ได้ทำการล้างไปด้วย ชั่วพริบตานั้นเปลือกชั้นที่หนึ่งก็หลุดล่อนออกไป ทำให้มีแสงอีกเส้นหนึ่งก็กระจายออกมาทั้งหมดสามสี นี่คือฝูลู่โซ่ว ในที่สุดก้อนนี้ก็ได้ถึงระดับฝูลู่โซ่วแล้ว ถ้าหากว่าเป็นเมื่อกี้แล้วละก็เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่ามีหยกของเซิงห่าวนั้นที่ได้อยู่ถึงระดับฝูลู่โซ่วสี่ ทำให้ระดับในตอนนี้ได้ลดลงอย่างมากในทันที“น่าเสียดาย มันเดินมาถึงได้แค่ระดับนี้แล้ว ถ้าหากว่าหินก้อนนี้สามารถฝังอยู่ในดินไปได้อีกสักระยะหนึ่งแล้วละก็ มันต้องสามารถมีระดับได้ถึงฝูลู่โซ่วสี่ไฉอย่างแน่นอน”ชายชราที่รู้จักเครื่องประดับเป็นอย่างดีคนหนึ่ง เมื่อเขาเห็นมันแวบแรกก็พูดขึ้นด้วยรู้สึกความเสียดายอยู่บ้างเล็กน้อย หินทั้งก้อนนั้นถูกหยิบออกไป แสงของทั้งสามสีที่อยู่บนนั้นก็ส่องประกายระยิบระยับอย่างที่สุด แม้แต่สีที่สี่ก็เหมือนอยากจะปรากฎออกมา เหมือนมันจะเป็นอย่างที่ชายชราคนนั้นพูดไว้ไม่มีผิด เพียงหากเราให้เวลามันอีกสักระยะหนึ่งมันก็จะสามารถโตขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน“เป็นได้แค่ฝูลู่โซ่วก็ฝูลู่โซ่วสิ ฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่านายจะสามารถทำได้เหนือกว่าฉัน!”แม้ว่าดวงตาจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เฉิงจื่อหาวก็สามารถทำได้เพียงวิธีนี้เท่านั้นในการปลอบใจตัวเอง แท้จริงแล้ว หยกสามสีฝูลู่โซ่วนั้นมันก็อยู่ในระดับที่สูงมากกว่าหยกมรกตจักรพรรดิอย่างมากมายแล้วเมื่อมองได้ไปที่เฉิงจื่อหาวนั้นสายตาที่มองมาด้วยได้แสดงท่าทางออกมาว่าแกตายแน่ เซิงห่าวก็ยิ้มอย่างเหยียดหยาม เขาเดินไปอย่างเบา ๆ และได้วางหินบนแท่นที่แก้หินนั้น เขาใช้มือวาดเส้นแนวนอนสองเส้นด้วยปากกาสีแดงด้วยท่าทางที่เหลาะแหละของเขาทำให้คิ้วของผู้คนทั้งหมดนั้นกระตุกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว มันเหมือนกับว่าเขากำลังซื้อแตงโมลูกใหญ่อยู่ที่แผงลอยริมถนน แล้วหลังจากนั้นก็บอกเจ้าของแผงว่าให้ช่วยตัดมันให้ฉันอย่างไงอย่างนั้น“ได้ ได้สิ!”มันก็ยังเป็นครั้งแรกที่ได้เจอลูกค้าแบบนี้ หลังจากเวลาผ่านไปสักพักเจ้าหน้าที่แก้หินถึงจะมีปฏิกิริยาตอบกลับ ได้เริ่มตัดตามที่เส้นสีแดงตามที่เซิงห่าวได้วาดเอาไว้ให้เส้นสองเส้นที่เซิงห่าวได้วาดให้นั้นมันเอียงเป็นพิเศษ เส้นหนึ่งที่ถูกวาดไว้อยู่เกือบตรงกลาง อีกเส้นหนึ่งก็ถูกวาดไว้จากซ้ายไปขวาแล้วมันก็อยู่ตรงกลางลงมาพอดีอีกเช่นกัน นี่มันเหมือนกับเป็นการไปตายเอาดาบหน้า หากไม่ได้ปรากฎหยกออกมามันก็ดีไป แต่ถ้าหากมีหยกอยู่ละก็ ในพริบตานั้นก็จะสามารถตัดมันออกเป็นสองส่วนไปในทันทีเสียงเครื่องตัดหิน"จือจือ" เริ่มต้นดังขึ้น ในฐานะที่แต่เดิมมันเป็นเพียงแค่เศษหินจึงทำให้วัตถุของมันค่อนข้างอ่อน และมันก็ถูกตัดออกไปแล้วครึ่งหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ในที่สุดเศษหินทั้งก้อนนั้นก็ถูกตัดออกมาได้ภายในพริบตานั้น ผู้คนทั้งหมดนั้นต่างหมดคำพูดที่ภายในนั้นไม่ได้ปรากฎสีเขียวพื้นฐานใดๆ ออกมาเลย“เสร็จกัน หินทั้งก้อนเป็นเพียงหินเสียเท่านั้นเอง เงินของฉันล่ะ ทำไมนายถึงหุนหันพลันแล่นขนาดนี้นะ เงินตั้งสิบล้านฉันสามารถที่ซื้ออาหารดีๆ ได้ตั้งมากมายเลยนะ”ถ้าแม้แต่ตรงกลางก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วละก็ อย่างนั้นก็แฝงความหมายไว้ว่าหินก้อนนี้แต่เดิมแล้วไม่สามารถที่จะปรากฎสิ่งของใดๆ ออกมาได้ในตอนนี้สายตาของทุกคนที่มองมายังเซิงห่าวนั้นเต็มไปด้วยความสงสาร แต่ในสายตาของเฉิงจื่อหาวนั้นกลับปรากฎเป็นรอยยิ้มอยู่เต็มไปหมด ราวกับว่าเขาได้มองเห็นว่าเงินทั้งสิบล้านหยวนได้วางอยู่ในมือของเขาแล้วมีเพียงดวงตาของเซิงห่าวเท่านั้นที่เต็มไปด้วยความสงบ สีหน้าของเขานั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย มุมปากของเขายกขึ้น หินที่ถูกแบ่งออกเป็นสี่ก้อนนั้นถูกทิ้งลงไปในถังขยะโดยเฉพาะทั้งสามก้อนในนั้นได้ถูกทิ้งไป แล้วเขาก็หยิบหินก้อนหนึ่งในนั้นขึ้นมา วาดเส้นสองเส้นด้วยปากกาสีแดงอีกครั้ง ไม่ได้มีท่าทางว่าจะยอมแพ้เลยสักนิดเดียวเฉิงจื่อหาวอดไม่ได้ที่จะเริ่มต้นเย้ยหยัน “อย่าทำให้เสียเวลามากไปกว่านี้อีกเลย ทั้งหมดนั้นมันก็เพียงเป็นขยะเท่านั้น แม้ว่าจะถือว่าไม่เต็มใจเท่าไร แต่มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ”เขาไม่ได้ตอบกลับในคำพูดเฉิงจื่อหาว เซิงห่าวยังคงใช้สีหน้าที่ไร้อารมณ์อยู่เหมือนเดิมนั้นจ้องมองไปที่หนึ่งในสี่ของก้อนหินนี้ความต้องการของลูกค้าคือวัตถุประสงค์ของพระเจ้า เครื่องแยกหินก็ได้เริ่มต้นทำงานขึ้นอีกครั้ง มันได้ทำการตัดชิ้นส่วนผิวของแร่ได้ออกมาอย่างง่ายดาย สำหรับหินก้อนสุดท้ายก้อนนี้เซิงห่าวก็ไม่ได้ประมาทขนาดนั้น ปรากฎว่าเขามีความระมัดระวังอยู่เล็กน้อยในสายตาที่คอยเฝ้าดูของทุกคนนั้น ทันใดนั้นก็มีรัศมีของแสงสีเขียวจาง ๆ ปรากฎขึ้นที่ตรงหน้าของผู้คนทุกคน“ปรากฎสีเขียวแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะปรากฎสีเขียว เป็นไปได้อย่างไรกัน!”ในกองเศษหินนั้นก็สามารถปรากฎสีเขียวออกมาได้ ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่สีหน้าที่ประหลาดใจนั้นก็แสดงได้ไม่ถึงสามวินาทีเท่านั้น ในชั่วพริบตานั้นกลับถูกดูถูกขึ้นมาอย่างรุนแรง“มันถือว่าปรากฎสีเขียวออกมาแล้วเป็นยังไง สีเขียวอ่อนขนาดนี้เทียบกับก่อนหน้านี้มีอะไรที่แตกต่างกันละ เดาว่าคงจะไม่ปรากฎเป็นรูปเป็นร่างเสียด้วยซ้ำไป”แต่ว่ายังคงมีคนที่มีคนที่ตาแหลม สีหน้านั้นแสดงออกถึงความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเป็นอย่างมาก ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านอย่างทนเอาไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลินเหยาที่อยู่ข้างๆ เซิงห่าวนั้นอ้าปากค้างไปแล้ว ได้ใช้มือที่สั่นเทาทั้งสองข้างนั้นชี้ไปยังแท่นหิน“ไม่ มันไม่ใช่หยกเจไดต์ธรรมดา ไม่ใช่ว่ามันไม่สมบูรณ์ แต่ว่า แต่ว่ามันคือหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง โอ้พระเจ้าช่วย นึกไม่ถึงว่าฉันจะได้เห็นหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งนี้ ......”หยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง!หลังจากที่ประโยคนี้มันระเบิดออกมา ในชั่วพริบตานั้นทุกคนก็ตะลึงงันไป พวกเขาพยายามที่จะเบียดตัวไปข้างหน้า ภายในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย“ล้อเล่นเกินไปแล้ว นึกไม่ถึงว่าในที่แบบนี้จะสามารถปรากฎหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง ฉันอายุตั้งขนาดนี้แล้วยังไม่เคยได้เห็นหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งเลย!”ในฐานะที่เป็นหยกเจไดต์ที่หายากที่สุด ความล้ำค่าของหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งนั้นไม่เกินไปเลย แม้ว่าหลายคนในที่เกิดเหตุจะเป็นคนรักหยก แต่คนที่เคยเห็นนั้นก็มีเพียงน้อยนิดทันใดนั้นผู้คนต่างไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจ แม้แต่ในมือของเจ้าหน้าที่แก้หินเองก็มีอาการสั่นอยู่เบาๆ หากไม่ระมัดระวังแม้เพียงเล็กน้อยเกือบจะทำหินหล่นลงไปพื้นเอาได้ในทันทีเฉิงจื่อหาวที่ยืนอยู่ข้างหลังนั้นได้กลายเป็นคนโง่เง่าโดยสมบูรณ์แล้ว ตาเปิดค้างอยู่อย่างนั้น รอยยิ้มเมื่อครู่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเขาเดิมทีกระบวนการในการแก้หินใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้แล้ว แต่ด้วยความระมัดระวังอย่างมากของเจ้าหน้าที่แก้หินทำให้ใช้เวลาไปถึงครึ่งชั่วโมง ในที่สุดหยกเจไดค์ที่ใสราวกับคริสทัลหยดน้ำก้อนนี้ก็ได้ปรากฎอยู่เบื้องหน้าของทุกคนสมกับที่เป็นหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง มีเกือบจะไม่มีรัศมีแสงสีเขียวอยู่ในนั้น ใสบริสุทธิ์ดุจหญิงสาวที่งามทั้งกายใจ ตรงกลางนั้นมีเมฆหมอกค่อยๆ หมุนวนไปรอบ ๆ มันราวกับว่ามีปลาตัวหนึ่งกําลังว่ายน้ำอยู่ เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณในทันทีที่มองไปที่หยกเจไดต์ก้อนนี้ ร่างของชายชราคนหนึ่งกำลังสั่นสะท้าน “หยกเจไดต์นี้มีจิตวิญญาณ โอ้พระเจ้า ฉันไม่ได้เจอมันมานานแค่ไหนแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือในงานการประชุมการประเมินเมื่อห้าปีก่อน”ผลแพ้ชนะนั้นก็ชัดเจนอยู่แล้ว หลินเหยากอดหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งอย่างรักใคร่ เธอกระโดดโลดเต้นไปในทิศทางของเฉิงจื่อหาว เธอเอื้อมมือออกไปและมองเขาด้วยใบหน้าที่หยอกล้อความหมายนั้นมันชัดเจนอยู่แล้ว หยิบบัตรเชิญออกมาสิ!เขามองไปทางหลินเหยาและเซิงห่าวอย่างชั่วร้าย เฉิงจื่อหาวไม่ได้พูดเพียงพล่อยๆ แม้แต่บัตรทองที่เขานำมาด้วยก็ตกอยู่ในมือของหลินเหยา แม้แต่การแข่งขันก็ไม่ได้เข้าร่วมแล้ว เขาได้หันหลังกลับและเดินจากไป เพียงแต่ในช่วงเวลาที่เซิงห่าวกำลังจะเดินจากไปก็สังเกตเห็นแววตาที่อัดแน่นเต็มไปด้วยจิตสังหารอยู่อย่างเปี่ยมล้นมองเข้ามา“พวกเราทำอย่างนี้มันดูไม่ดีไปสักหน่อยหรือเปล่า อย่างน้อยเขาก็เป็นคนของตระกูลเฉิงนะ!” เมื่อฟางเฉียนโหรวเดินเข้ามาก็กล่าวขึ้นอย่างรู้สึกกังวลเล็กน้อย“ชิ ทางที่ดีที่สุดอย่ามาหาพวกเราแล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันก็ยังไม่รู้ว่าคนที่เสียใจจะเป็นใคร!”การปรากฎของระบบ ไม่ได้เป็นแต่เพียงความแข็งแกร่ง แต่ความมั่นใจในตนเองของเซิงห่าวก็เพิ่มขึ้นด้วย...