ั้แ่ที่รู้ว่าน่านน้ำตั้งท้อง คินทร์ดีอกดีใจจนอยู่ไม่ติด แวะไปหาซื้อหนังสือคุณพ่อมือใหม่เตรียมพร้อมรับมือกับการเลี้ยงลูกน้อยที่กำลังจะเกิดออกมา ทั้งยังชวนน่านน้ำออกไปเลือกดูของใช้ให้ลูกั้แ่นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กในท้องเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย
นอกจากนี้ยังโทรไปบอกทุกคนที่บ้านไม่เว้นแม้แต่คนสวนอย่างลุงแช่ม ป่าวประกาศว่าอีกไม่นานตัวเองจะได้เป็พ่อคน หลังจากนั้นทุกคนก็แห่กันมาที่บ้านด้วยความตื่นเต้นที่จะได้หลานคนแรก
รวมถึงวันนี้ที่คินทร์ยังไม่ยอมไปทำงานเพราะอยากอยู่ดูแลภรรยาของตน จากปกติเคยเอาใจใส่ตามใจมากเท่าไร ตอนนี้มากกว่าเดิมเป็สองเท่า
“เฮียไปทำงานเถอะครับน่านอยู่ได้ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ไม่เป็ไรครับ เฮียให้ป๊าเข้าไปดูงานแทนแล้ว วันนี้เฮียอยากอยู่กับน่าน”
“แบบนี้จะเสียงานเสียการเอานะครับ”
“แค่วันสองวันไม่เป็ไรหรอกครับ” กับเื่แบบนี้คินทร์มักจะดื้อรั้นกว่าปกติ
“คนแก่นี่ดื้อจังเลยนะครับ”
“ก็คงจริงอย่างที่น่านว่ามานั่นแหละครับ”
ไม่มีคำโต้แย้งใด ๆ ยอมรับแต่โดยดี น่านน้ำว่ายังไงเขาก็ว่าอย่างนั้น
เ้าของร่างสูงหยิบลูกองุ่นที่ล้างทำความสะอาดมาอย่างดีป้อนเขาปากคนตัวเล็กที่กำลังนั่งหางานทำ
ทั้งที่เสนอตัวจะพาเข้าไปทำงานในแผนกออกแบบที่บริษัทคนน้องก็ไม่ยอม อ้างว่าไม่อยากใช้เส้นสายสามีเขาไป อยากลองหางานทำด้วยตัวเองดูก่อน หากไม่ไหวจริง ๆ จะขอให้ช่วย
คินทร์เพียงแค่พยักหน้ารับ ไม่คิดคะยั้นคะยออะไรให้มากความ เกรงว่าจะทำให้น่านน้ำอึดอัดเอาได้
.
.
วันนี้เป็วันหยุดพักผ่อนของพัลบจีนหลังจากทำงานมาตลอดทั้งเดือน ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าที่พบเจอกลายบเป็ความชินชาไปเสียแล้ว อย่างว่าเขาเป็เพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่ไม่มีใคร้าแต่กลับอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตบัดซบให้ดีขึ้น จึงต้องพยายามอย่างหนัก
มือหยาบกร้านหยิบอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์ขึ้นมาอ่าน ทั้งยังหารีวิวตามเว็บไซต์ต่าง ๆ จากคนที่เคยซื้อไป พยายามเลือกซื้อยี่ห้อที่ดีที่สุดให้กับเพื่อนสนิทของตนเอง แม้ราคาจะแพงไปหน่อยแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ถึงจะรู้ดีว่าสามีของน่านน้ำอย่างคินทร์สามารถซื้อของพวกนี้ให้ได้มากกว่าเขา ทว่าก็ยังอยากซื้อไปฝากอยู่ดี
่บ่ายของวันพลับจีนเดินทางมาที่บ้านของน่านน้ำหอบเอาของที่ซื้อมาหลายอย่างนอกจากอาหารเสริม กดกริ่งหน้าบ้านรอให้คนด้านในออกมาเปิด เพียงไม่นานรั้วเหล็กก็ค่อย ๆ สไลด์ข้างแยกออกจากกัน
“สวัสดีครับคุณเคน”
ใบหน้าคมเข้มเรียบนิ่งทอดมองแขกผู้มาใหม่หลังจากที่ตัวเองเพิ่งมาถึง ไม่เอ่ยปากทักทายกันแม้แต่น้อย ทั้งยังหันหลังกลับเดินไปทางเดิมอย่างไม่สนใจ คนตัวเล็กเบ้ปากใส่แผ่นหลังกว้างด้วยความหมั่นไส้ ถึงจะไม่สนิทกันแต่อย่างน้อยก็รู้จักไม่ใช่หรือไง แค่ทักทายตามมารยาทจะตายหรือยังไงกัน!
ร่างเล็กข่มความขุ่นเคืองเก็บไว้ในใจ ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังคนขายาวมาติด ๆ
พลับจีนมาที่นี่โดยไม่ได้บอกน่านน้ำก่อนจึงไม่รู้ว่าวันนี้ครอบครัวของเฮียคินทร์จะพากันมาทั้งบ้าน ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสเป็มิตรดีมาก เว้นก็แต่ลูกชายคนกลางที่คงเอกลักษณ์หน้านิ่ง ไม่ค่อยพูดไม่จากับใครนั่งเป็ผู้ฟังที่ดีเสียมากกว่า
แม้พลับจีนจะไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายเป็การส่วนตัวมาก่อน แต่น่านน้ำก็เคยเล่าให้ฟังอยู่บ้าง ซึ่งก็มีที่ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง อย่างเื่ที่น่านน้ำบอกว่าเคนเป็คนใจดีเห็นทีคงจะดีแค่กับเ้าตัว เพราะทุกครั้งที่เจอกันเขาแทบไม่เห็นหน้าอื่นของเคนเลย บางครั้งยังทำหน้าดุใส่ด้วยซ้ำ
“เราซื้ออาหารเสริมมาฝาก”
“ขอบคุณนะพลับ”
น่านน้ำรับเอาถุงของฝากที่เพื่อนซื้อมาให้ไปวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะพากันเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็น ส่วนคนอื่น ๆ กำลังนั่งคุยกับคินทร์ วางแผนการเลี้ยงลูกของน่านน้ำ ทั้งยังหาของเตรียมรับขวัญหลานั้แ่เนิ่น ๆ ยังอีกตั้งหลายเดือนกว่าลูกของเขาจะเกิดมา ระหว่างนี้มีหวังของใช้สำหรับเด็กน้อยคงเต็มบ้านก่อนแน่ ๆ
เสียงหัวเราะชอบใจของสองแม่ลูกดังแว่วเข้ามาถึงในครัว เรียกรอยยิ้มจากภรรยาได้เป็อย่างดี รวมถึงเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ถ้าลูกน่านเกิดมา เฮียคินทร์คงเห่อลูกน่าดู”
“อือ เราก็คิดว่าอย่างนั้น”
“น่านนี่โชคดีเนอะ ได้เจอสามีดี ๆ แบบเฮียคินทร์”
“เราก็คิดว่าเราโชคดีเหมือนกัน แล้วพลับล่ะเมื่อไรจะแต่งงานสร้างครอบครัว”
คำถามของน่านน้ำทำเอาพลับจีนหัวเราะร่า เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เคยคิดถึงขั้นนี้เลยด้วยซ้ำ
“แค่แฟนยังหาไม่ได้ อย่าเพิ่งพูดถึงงานแต่งเลย”
“หาไม่ได้หรือไม่เอา คนจีบพลับเยอะจะตายเลือกสักคนสิ”
เอ่ยแซวกึ่งเล่นกึ่งจริง ั้แ่สมัยเรียนพลับจีนเป็คนเสน่ห์แรงพอตัว มีหนุ่ม ๆ สาว ๆ จากคณะต่าง ๆ แวะมาส่งขนมจีบอยู่บ่อย ๆ ทว่าเ้าตัวกลับไม่คิดที่จะสานความสัมพันธ์กับใครสักคน เป็เพื่อนกันมาสี่ปีเขายังไม่เคยเห็นพลับจีนมีแฟนเลยสักคน
“ถ้าเลือกง่ายขนาดนั้นป่านนี้มีไปนานแล้ว” จะบอกว่าหน้าตาดีจนเลือกมากก็ไม่ใช่ เพียงแค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ อีกทั้งยังไม่พร้อมจะรับใครเข้ามาในชีวิตอีกด้วย “อีกอย่างใครมันจะมาชอบเด็กกำพร้าแบบเราจริง ๆ แค่เอาตัวเองให้รอดในแต่ละวันก็เหนื่อยจะแย่ ความรักดี ๆ แบบที่น่านเจอไม่คู่ควรกับคนอย่างเราหรอก”
“เอาอีกแล้วนะพลับ เราบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดูถูกตัวเองแบบนี้ เป็เด็กกำพร้าแล้วยังไง จะมีความรักดี ๆ บ้างมันไม่ได้ผิดสักหน่อย พลับเองก็คู่ควรกับความรักดี ๆ จากใครสักคนเหมือนกัน”
“...” พลับจีนไม่โต้ตอบอะไรกลับไป คิดทวนคำพูดของน่านน้ำ เขาน่ะเหรอที่คู่ควรกับความรักดี ๆ “อือ เข้าใจแล้ว ไม่พูดแล้วอย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนี้สิคุณแม่”
ปลายนิ้วโป้งนวดคลึงระหว่างคิ้วของเพื่อนสนิท เอ่ยพูดยิ้ม ๆ ราวกับไม่ได้คิดอะไรมากในสิ่งที่พูดคุยกันเมื่อกี้ บรรยากาศตึงเครียดกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง พลับจีนไม่ได้อยากด้อยค่าตัวเอง เพียงแต่ความเป็จริงมันทำให้เขาเผลอไผลคิดไปเช่นนั้น
...
เช้าวันต่อมาคินทร์ต้องเข้าบริษัทเพราะมีประชุมด่วนกับพวกคู่ค้าต่างประเทศที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อคืนนี้
“อยากลาออก”
เป็ครั้งแรกที่น่านน้ำได้ยินคำพูดนี้จากปากของสามี ทั้งที่ปกติแล้วเ้าตัวเป็คนบ้างานมาก ๆ คนหนึ่ง ทว่าพอมีเื่ของน่านน้ำเข้ามาเกี่ยวก็พร้อมที่จะทิ้งงานโดยไม่สนใจผลกระทบที่ตามมา
ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็คนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ ต่อให้อยากอยู่บ้านกับภรรยามากเท่าไร หน้าที่ของการเป็ผู้บริหารก็สำคัญเหมือนกัน ยังมีพนักงานอีกหลายร้อยคนที่ฝากปากฝากท้องไว้กับเขา หากเขาละเลยหน้าที่ตรงนั้นไปบริษัทที่พ่อสร้างมาก็คงไปไม่รอด ทุกคนก็คงจะตกงานกันหมด
“เลิกงานก็ได้เจอกลับบ้านแล้วครับ”
“อีกตั้งหลายชั่วโมง”
น้ำเสียงทุ่มเบาลงเล็กน้อย พร้อมใบหน้าคมที่หงอยลง เอวบางถูกสวมกอดเอาไว้แน่น ร่างสูงซุกหน้าลงฝังบนลาดไหล่
“แค่ไม่กี่ชั่วโมงเองครับ”
“ไม่มีแรงไปทำงานเลยครับ ขอกำลังใจหน่อยได้ไหม”
น่านน้ำกอดรัดเอวสอบไว้แน่นพลางโยกโคลงไปมาราวกล่อมเด็ก ก่อนจะจับคนตัวหนาผละออก สองเท้าเขย่งขึ้นพร้อมกับรั้งคออีกคนให้โน้มลงเล็กน้อย กดริมฝีปากพรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้า
“กำลังใจแค่นี้พอไหมครับ”
“รู้สึกมีแรงขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อเลยครับ"
เสียงหัวเราะคิกคักชอบใจดังขึ้นพร้อมกัน กอดหอมกันจนพอใจจากนั้นจึงลงมาส่งคนพี่ไปทำงาน หากอยู่นานกว่านี้มีหวังได้เปลี่ยนใจอีกรอบแน่ ๆ
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์