และแล้วในท้ายที่สุด
ก็เกิดเป็2 กลุ่มของผู้หญิง คือ เจนนี่ตัวคนเดียวกับเด็กหญิงคนอื่นที่เหลือ
สถานการณ์ของฝ่ายหญิงดูเหมือนจะลงตัวแต่ของฝ่ายชายอย่างผมกับไฮเดลริคยังไม่มีอะไรเปลี่ยน
อาจจะลืมไปว่าผมคือผู้ใหญ่ในร่างเด็กดังนั้นแค่สังคมของเด็กมันไม่มีผลอะไรกับผม
ส่วนไฮเดลริค...อือตอนนี้ผมคิดว่าปัญหาการติดอ่างของเ้าตัวเองก็สำคัญ อีกอย่าง แค่ศีลธรรมผมสอนให้เด็กอย่างไฮเดลริคได้อยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้น เวลามีอีกเยอะแยะค่อยหาทางแก้สถานการณ์เอาก็ได้
คิดได้แบบนั้นจึงพาไฮเดลริคไปอ่านนิทาน...ฝึกพูดกันแล้วก็ชวนเหล่าเด็กหญิงกลุ่มแองจี้ไปด้วย
อา...จะว่าไปก็ถือว่าไฮเดลริคได้สังคมเหมือนกันนี่นะ มีเด็กหญิงรายล้อมขนาดนี้
เมื่อทุกคนมานั่งรายล้อมกัน
แองจี้มานั่งติดกับผม
ตัวเธอได้กลิ่นหอมโชยออกมาเป็กลิ่นของน้ำหอม แต่ไม่เหมือนเมื่อวาน
“แองจี้ฉีดน้ำหอมด้วยเหรอ” ผมหันไปถาม
“เอ๊ะ!? ใช่จ้ะ” เธอตอบ ด้วยสีหน้าแปลกใจ ตาโต คิ้วยกขึ้นปากอ้าชั่วครู่
“เปลี่ยนน้ำหอมเหรอ”
“ใช่...แต่ทำไมถึงรู้ล่ะ?”
“ก็กลิ่นไม่เหมือนกับของเมื่อวาน”
“จำได้ด้วยเหรอ”
“ต้องจำได้อยู่แล้วมันเป็ทาเลนท์ของผมนี่ครับ
น้ำหอมเมื่อวานมีกลิ่นหอมของดอกมะลิ วานิลลา รากไม้ซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็ของต้นอะไรแล้วก็กลิ่นไอของสนซีดาร์
ส่วนน้ำหอมวันนี้มีกลิ่นหอมของดอกส้ม มะลิ กุหลาบ และกลิ่นสดชื่นของหญ้าสีเขียว” ผมอธิบายให้เธอฟัง
“อือ...ใช่...แล้วคือ...มัน...”[แปลกหรือเปล่า...จะชอบไหม] นี่คือสิ่งที่แองจี้คิด
“หอมมากเลยผมชอบมากครับ” ผมยิ้มตอบไป
[ดีจัง~]เธอยิ้มแฉ่ง ยิ้มอย่างสดใส มุมปากยกขึ้นไปหาตาจนสร้างรอยย่นเล็กๆตรงหางตาที่ถ้าเป็ในบรรดาผู้ใหญ่จะเรียกว่า ตีนกาเป็รอยยิ้มแบบจริงใจที่เธอยิ้มบ่อยๆ
คุณอาจจะคิดว่าผมเป็พวกผิดปกติหรือเปล่าที่ดูติดอกติดใจน้ำหอมของเด็กผู้หญิง
...เอาเถอะแล้วแต่พวกคุณจะคิดเลย...ผมก็ไม่เคยคิดว่าตนเองปกติอยู่แล้ว
แต่เพราะในธรรมชาติเรานั้นมี‘กลิ่น’ มันจึงต้องมีผู้ ‘ดม’ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จะมีจมูกเอาไว้ทำไม
ประเด็นของเื่คือ...แองจี้ใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่
นั่นทำให้ผมแปลกใจต่างหากเพราะคุณแม่ผมก็ใช้น้ำหอมเหมือนกัน แถมกลิ่นเดียวกับกลิ่นเมื่อวานของแองจี้อีกทั้งคุณแม่ยังใช้แต่กลิ่นเดิม กลิ่นเดียวมาตลอดส่วนน้ำหอมดูเหมือนคุณพ่อจะซื้อใหม่มาเติมให้ทุกครั้ง
จากพฤติกรรมของแม่และแองจี้จนถึงเมื่อวานทำให้ผมคิดว่าโลกนี้มีน้ำหอมเพียงกลิ่นเดียวมาตลอด
จะว่าไปผมเองก็ไม่ได้เดินสำรวจไปทั่วเมืองเท่าไหร่หรอกเพราะยังเป็เด็กน้อย 1 ปีที่ผ่านมา จึงแค่เดินไปไหนมาไหนกับแม่เข้าร้านที่แม่ซื้อของที่จำเป็แค่นั้นเอง
และ...จนกระทั่งวันนี้ที่ได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นใหม่ ทำให้ผมได้รู้ว่า โลกนี้...อย่างน้อยก็เมืองนี้ มีร้านน้ำหอมอยู่ด้วยร้านที่ผมไม่เคยไป และไม่รู้จัก
คำว่า‘ไม่รู้’ กระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ของผมได้เป็อย่างดี
และอีกอย่างคือตัวผมก็ให้ความสำคัญกับประสาทััทั้งห้าเสมอ ทั้งตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย
ผมชอบเสพสมรสััผ่านประสาทััทั้งห้า...มีใครไม่ชอบบ้างล่ะ
เช่นตา...ชอบมองภาพวาดที่สวยงาม
หู...ชอบฟังเสียงเพลงที่ไพเราะ
ลิ้น...ชอบอาหารรสชาติอร่อย
ผิวกาย...ชอบััที่อ่อนนุ่มอากาศที่อบอุ่นพอเหมาะ
และจมูก...กลิ่นเองผมก็ชอบกลิ่นที่หอม
ทุกประสามััของผมค่อนข้างละเอียดอ่อนและเฉียบคม
ผมแยกรสชาติส่วนประกอบของอาหารได้เฉกเช่นเดียวกับจมูกที่สามารถแยกองค์ประกอบของกลิ่นได้เช่นกัน
...จะบอกว่าผมเป็พวกประสาทััไวก็ได้
นอกเื่ไปซะไกล...สรุปสั้นๆคือผมอยากไปร้านน้ำหอม อยากไปทำความรู้จักกับกลิ่นหอมของโลกใบนี้ที่อาจไม่เหมือนโลกเก่าดูนั่นเอง
ผมจึงถามแองจี้ที่กำลังยิ้มสดใสอยู่นั้น...
“เลิกเรียนว่างไหมครับ”
“เอ๊ะ!?” เธอใปนสงสัยตอบกลับมา
...หลังอ่านนิทานให้ทุกคนฟังพร้อมกับไม่ลืมที่จะฝึกเสริมสร้างความมั่นใจให้ไฮเดลริค...ก็เป็เวลาเลิกเรียน
เมื่อมาถึงจัตุรัสกลางเมือง
ผมบอกแม่ว่ามีนัดเล่นกับเพื่อนไว้จึงขอตัวไปเล่นก่อน รับปากว่าจะกลับไปตอนมื้อเย็น ก็อีกประมาณ 3 ชั่วโมง
ผมมาเจอแองจี้และให้เธอนำทางไป
ทิศที่เรามุ่งหน้าไปคือทางใต้ของจัตุรัสหรือก็คือเมืองฝั่งใต้ ซึ่งเป็ทิศที่ผมไม่เคยไปจึงไม่แปลกใจที่จะมีร้านค้าหรือสถานที่ที่ผมไม่รู้จักอยู่อีก
หลังจากเดินมาทางใต้ของจัตุรัสจะเป็ทางลาดลงเล็กน้อยรอบข้างทางจะเต็มไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้ามากมายจนอาจเรียกได้ว่าเป็ย่านการค้าก็ได้
ร้านค้าก็ได้แก่ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องประดับ ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านอาวุธชุดเกราะร้านหนังสือ (ต้องหาโอกาสแวะมาซักหน่อยแล้ว)ร้านคลินิกสัตวแพทย์ และอีกมากมาย
หลังจากผ่านย่านการค้ามาก็จะเป็ทางราบ
สองข้างทางมีสถานที่สำคัญคือโรงพยาบาลที่ตั้งติดอยู่กับกองรักษาการณ์ของทหารยาม จักรวรรดิไม่มีตำรวจที่ใกล้เคียงที่สุดคือ นักรบยศล่างสุดที่เรียกว่า ทหารยามส่วนทางฝั่งตรงข้ามจะเป็โรงละคร
ระหว่างที่เราเดินทางมาเรื่อยๆชาวบ้านต่างก็ทักทายแองจี้กันทุกคน แสดงว่าเธอเป็ที่รักของทุกคนไม่ว่าใครต่างก็รู้จักเธอดี
เมื่อเดินต่อมาอีกนิดซัก200 เมตร จะมีสวนสาธารณะ ในสวนเห็นสนามเด็กเล่นอยู่ ยังไม่มีเด็กมาเล่น สนามว่าง
...และจุดหมายของเราก็อยู่เลยสวนมานิดหน่อย
คือร้านน้ำหอมตั้งติดอยู่กับร้านเสื้อผ้า
ชื่อร้านน้ำหอมคืออมอเรย์ ตัวร้านเป็อาคารไม้ มีบานกระจกขนาดใหญ่ 2 บานอยู่หน้าร้านทำให้เห็นภายในตัวร้าน
พอเปิดประตูเดินเข้ามาจะได้กลิ่นน้ำหอมสารพัดกลิ่นลอยปะทะจมูก
ตรงกลางร้านมีขวดน้ำหอมตั้งเรียงรายวางต่อกันเป็หอคอยอยู่
เท่าทีกวาดสายตาชนิดของน้ำหอมไม่ได้มีมากอย่างที่คาดไว้ น่าจะมีประมาณ 10 กว่า ยี่ห้อเท่านั้นเองแต่แค่ปริมาณขวดเยอะมาก
ในร้านมีลูกค้าผู้หญิงอยู่ประมาณ10 คนได้ แต่ละคนใส่ชุดเดรสเนื้อผ้าดี มีราคา สีสันสดใสคงเป็ผู้ดีมีตระกูลกันทุกคน แต่ละคนต่างอายุ 20 ปีขึ้นไปกันหมด
ชายคนหนึ่งเมื่อเห็นเราก็ร้องทักขึ้นมา
“อ๊ะ!? หนูแองจี้ วันนี้คุณแม่ไม่มาด้วยเหรอจ้ะ”
ชายคนนี้คงเป็เ้าของร้านผูกหูกระต่ายสีเขียว ใส่เสื้อเชิ้ตขาว ทับด้วยเสือกั๊กสีชมพู อายุประมาณ 30 ปลายๆผมสีน้ำตาล มีผมหงอกประปรายอยู่ที่ผมด้านข้างหัว ส่วนกลางหัวไม่มีผม
“วันนี้หนูมากับเพื่อนค่ะคุณปิแอร์”
แสดงว่าแองจี้มาร้านนี้กับแม่บ่อย
“เด็กรูปหล่อคนนี้เหรอ?”
“โยฮันคาร์ริส ไลท์แมน ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณปิแอร์”
“คาร์ริส...ลูกชายของหมอลอวเลนซ์”[ลูกขุนนาง...ลูกชายของแมรีแอนนา มาดอนน่าประจำเมือง]
สมกับที่เป็พ่อค้าความคิดเื่ชื่อเสียง เงินทอง ผุดขึ้นมาในหัวก่อนเลย ถ้างั้น...
“ผมได้ยินเื่น้ำหอมจากแองจี้เลยเกิดสนใจอยากมาดูชมน่ะครับ จะรังเกียจไหมครับ...เพราะแม่ผมก็ชอบน้ำหอมเหมือนกัน”
“โอ้!! ได้สิ เชิญตามสบายเลย เพื่อนของหนูแองจี้ลูกค้าประจำทั้งที สงสัยอะไรสอบถามได้เลยนะ” [ได้มาดอนน่ามาโปรโมทน้ำหอมยอดขายพุ่งแน่นอน]
“ขอบคุณครับ”[รู้นะคิดอะไร]
แต่ในเมื่ออยากตกเรานักเราก็พร้อมจะงับเหยื่อให้...แต่ไม่รับปากว่าจะยอมโดนตกไปหรอกนะ
สิ่งแรกที่เราทำคือตามหาน้ำหอมต้องสงสัยของเราก่อน น้ำหอมที่แม่และแองจี้ใช้เหมือนกันโดยให้จมูกของเราพาไป และเราก็เจอมันอยู่หน้าร้าน
ข้างขวดเขียนว่า‘แองเจล’ ขวดสีดำอยากจะลองทดสอบกลิ่นดู
ผมหันไปหาเ้าของร้าน
“ขอผมลองหน่อยได้ไหมครับ”
“อ้อ...นี่”เค้ายื่นแผ่นกระดาษเล็กให้ๆ แล้วหยิบขวดทดลองกลิ่นที่ตั้งอยู่ขึ้นมาพรมน้ำหอมลงบนกระดาษบนมือผม
ผมสะบัดให้ลมพัดพากระแสกลิ่นเข้ามาที่จมูก
อือ...กลิ่นเดียวกันเลย
รวมถึงกลิ่นรากไม้ที่เราสงสัยนี่ด้วย
ผมเหลือบไปเห็นหัวเชื้อกลิ่นที่ตั้งเก็บอยู่ในตู้ข้างร้านเห็นขวดๆหนึ่งแปะป้ายว่า รากไม้แองเจลิกาอยู่... ‘แองเจล’
“หรือว่ากลิ่นรากไม้นี่คือรากของต้นแองเจลิกาเหรอครับ”
“ใช่แล้วจมูกดีนะเรา”
“ใช้รากไม้นี้เป็เบสโน้ต ของกลิ่นเหรอครับ”
“โหรู้ละเอียดนะนี่”
“คุณแม่เคยเล่าให้ฟังครับ”โกหกน่ะ ความรู้จากโลกเก่า
น้ำหอมจะมีตัวโน้ตของมันอยู่เป็ตัวกำหนดองค์ประกอบของกลิ่นน้ำหอมนั้น
มี 3โน้ต ตัวแรกเรียก ท็อปโน้ต เป็กลิ่นส่วนที่ได้กลิ่นก่อนเพื่อนอยู่ได้ไม่นานประมาณ 15 นาที
ตัวที่สองมิดเดิลโน้ต คือกลิ่นส่วนที่ติดทนนานขึ้นมาอีกหน่อย อยู่ได้ 4 ชั่วโมง
ตัวที่สามเบสโน้ต เป็กลิ่นที่ติดทนนานสุดในน้ำหอม อยู่ได้เป็วัน
ในการผสมน้ำหอม1 ขวด จะเป็การเล่นกับปริมาณและชนิดของกลิ่นต่างๆในบรรดาโน้ตทั้ง 3 ตัวนี้
สำหรับน้ำหอม‘แองเจล’ ขวดนี้ ใช้กลิ่นรากไม้แองเจลิกาและไม้สนซีดาร์เป็เบสโน้ตเนื่องจากปกติแล้ว กลิ่นเบสโน้ตจะเลือกกลิ่นที่ไม่แรง แต่หนักแน่น ทนนานเพื่อสนับสนุนกลิ่นโน้ตที่เหลือคือกลิ่นมะลิกับวานิลลาผมไม่มั่นใจว่าที่เหลือกลิ่นไหนคือโน้ตไหน รู้แค่ว่าท็อปโน้ต มักจะเลือกกลิ่นที่เด่นสุดส่วน มิดเดิลโน้ต คือกลิ่นหลักของน้ำหอม
แต่บอกได้แค่ว่าน้ำหอมตัวนี้กลิ่นไม่แรง และไม่เด่นมาก เป็กลิ่นที่ละมุนนุ่ม อ่อนโยน สดชื่นเหมือนอยู่ในดงดอกมะลิยามเช้าที่รายล้อมด้วยแมกไม้
“น้ำหอมขวดนี้คือสินค้าขายดีที่สุดของร้านเลยนะเพราะกลิ่นเหมาะกับทุกเพศทุกวัย แถมราคาก็ย่อมเยา จึงเป็สินค้าประจำร้านเลย”
“อย่างนั้นเหรอครับ”
ผมหันไปมองน้ำหอมขวดสีส้ม ที่วางต่อกันเป็หอคอยกลางร้าน
“แล้วขวดนั้นล่ะครับ”และน้ำหอมขวดเหล่านี้ คือน้ำหอมที่แองจี้ใช้วันนี้
“อ๋อเออร์เนส หมายเลข 5 สินค้าตัวใหม่ของร้านเราเลย”
ผมลองขอทดสอบกลิ่นดูเหมือนกัน
อืม...กลิ่นแรกที่ปะทะคือดอกส้ม ตามมาด้วย กลิ่นกุหลาบและมะลิ แต่ก็มีเสริมมาด้วยกลิ่นของทุ่งหญ้า
“กลิ่นของหญ้านี่คือ...?” หันไปถามเ้าของร้าน
“หญ้าแฝกจ้ะ”อ๋อ คลายข้อสงสัย
ตัวนี้ได้กลิ่นชนิดโน้ตชัดเจนเลยเพราะลอยมาตามลำดับ
น้ำหอมนี้ให้กลิ่นหลักคือความหวานของดอกไม้ และกลิ่นปะทะดึงความสนใจคือ กลิ่นเปรี้ยวของส้มจึงให้อารมณ์แบบสาวหวานซ่อนเปรี้ยว
ถ้าจะเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับตัวเองหลักๆคือต้องถามตัวเองก่อนว่า อยากให้กลิ่นแสดงภาพลักษณ์ของตัวเองออกมาเป็แบบไหน
ถ้าอยากเป็สาวหวานก็เลือกกลิ่นดอกไม้ อยากเป็สาวเปรี้ยวก็กลิ่นผลไม้ กลิ่นแบบผู้ใหญ่หน่อยก็กาแฟพริกไทย อัลมอนด์คั่ว ถ้าปลุกเร้าอารมณ์ก็สมุนไพรเช่น กำยาน เลือกให้ตรงกับโอกาส จุดประสงค์และอายุของตนเอง
คุณสามารถคาดเดาอุปนิสัยของผู้หญิงได้โดยดูจากกลิ่นน้ำหอมที่เธอชอบใช้เป็ประจำและในบางสถานการณ์ แค่คุณได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวคนหนึ่งคุณก็สามารถคาดเดาสิ่งที่เธอกำลังจะทำได้ รวมถึงคนที่เธอกำลังจะไปพบปะ