[อดีตชาติ] ณ อาณาจักรแห่งิญญาที่ไร้ซึ่งกาลเวลา
ณอาณาจักรแห่งิญญา ที่ไร้ซึ่งกาลเวลา ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ราวกับเวลามิใช่สิ่งที่มีอยู่จริงม่านหมอกบางเบาแผ่คลุมไปทั่วท้องฟ้า ความเงียบงันแผ่ซ่านไปในทุกอณูราวกับโลกนี้ปราศจากการเกิดและการตายมีเพียงความคงอยู่ชั่วนิรันดร์ของิญญาที่ล่องลอยไปในความว่างเปล่าดั่งเป็เงาจางๆ ในห้วงแห่งนิรันดร์กาล
ท่ามกลางหมอกนั้นิญญาของซ่งหยูเฟิงล่องลอยอยู่ ั์ตาสีเขียวหยกที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมไปด้วยความหวังบัดนี้กลับว่างเปล่า แฝงไปด้วยพลังแห่งความแค้นคำสาปที่นางประกาศก่อนตายยังคงก้องกังวานไปทั่วอาณาจักรแห่งิญญามันสั่นะเืไปในทุกมิติ เสมือนความแค้นที่ผูกติดไว้กับนาง จะไม่มีวันสลายหายไป
ในห้วงความว่างเปล่านั้นแสงสีเขียวอ่อนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้ามันส่องสว่างราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตที่เต้นเบาๆทว่าอากาศรอบตัวกลับสั่นะเืด้วยพลังที่เก่าแก่ แสงนั้นค่อยๆ สว่างขึ้นรูปร่างของัปรากฏขึ้นจากความมืด ั์ตาของมันเรืองแสงสีเขียวเยียบเย็นเต็มไปด้วยพลังที่ลึกล้ำและน่าเกรงขาม
ิญญานั้นคือ ิญญาั ผู้พิทักษ์ที่สถิตอยู่ภายในหยกั น้ำเสียงของัเฒ่าทุ้มลึกและหนักแน่นกึกก้องไปทั่วห้อง ราวกับเสียงฟ้าร้องที่สะท้อนผ่านขุนเขาเสียงนั้นแผ่ซ่านผ่านความเงียบงันรอบตัวราวกับว่าทุกสิ่งหยุดนิ่งเพื่อเปิดทางให้มันแทรกซึมเข้าสู่จิติญญาของนาง
เสียงของิญญาัไม่ได้เป็เพียงแค่เสียงของสิ่งมีชีวิตแต่เป็เสียงแห่งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยพลังมันแทรกเข้ามาในความรู้สึกของนางอย่างลึกล้ำ เหมือนการเชื่อมโยงที่เหนือกว่าคำพูดเสียงนั้นนำพาความรู้สึกที่เก่าแก่และนิรันดร์เข้ามา สะท้อนถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจควบคุมได้
“ซ่งหยูเฟิง”ักล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งภูมิปัญญาโบราณ “เ้าได้เลือกแล้ว คำสาปได้ถูกปลุกขึ้นและบัดนี้ ไม่มีสิ่งใดจะหยุดมันได้อีกแล้ว”
ิญญาของซ่งหยูเฟิงสั่นไหวภายใต้ความเ็ปและความโกรธแค้นที่สุมแน่นในหัวใจนางวนเวียนอยู่กับความทรมานจากการถูกทรยศ ดวงตาสีเขียวหยกของนางเต็มไปด้วยความเศร้าแฝงความแข็งแกร่ง“ข้าได้เลือกแล้ว” นางกระซิบ ราวกับลมพัดผ่านในความว่างเปล่า “เขาหักหลังข้าและหยกัจะกลายเป็เครื่องมือของฮ่องเต้เพื่อทำลายทุกสิ่ง”
ดวงตาของัเฒ่าหรี่ลงแสงที่เปล่งจากั์ตาของมันสะท้อนความลึกลับแห่งพลังที่เกินจะหยั่งถึง“คำสาปของเ้าจะผูกติดหยกัไว้กับเ้า แม้เ้าล่วงลับไปแล้ว แต่จงเข้าใจเถิดว่าในชีวิตหน้า เมื่อเ้าอายุครบยี่สิบแปดปี หากเ้าไม่ทำลายคำสาป พลังของหยกัจะถูกปลดปล่อยและหายนะที่เกินจินตนาการจะบังเกิดขึ้น”
หัวใจของซ่งหยูเฟิงบิดเบี้ยวไปด้วยความเ็ปคำสาปที่นางประกาศออกมาดูเหมือนจะเป็สิ่งที่ผูกพันธนาการิญญาของนางไว้ความทรมานในจิตใจกลับมาครอบงำอีกครั้ง “ทำไมข้าต้องทำลายคำสาปนี้”นางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือความโกรธแค้นที่คั่งค้างในหัวใจทำให้นางเอ่ยคำเหล่านี้ออกมาด้วยความขมขื่น“ปล่อยให้คนชั่วทนทุกข์ ผู้ใดจะสนใจกันเล่า”
ิญญาัขยับเล็กน้อยดวงตาอันทรงพลังของมันจับจ้องมองนางราวกับกำลังอ่านทะลุผ่านความโกรธและความทุกข์ที่ซ่อนลึกในจิตใจ“เ้ากำลังพูดจากความเ็ปของตัวตนที่เป็มนุษย์”ัเฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งแฝงไปด้วยความเข้าใจ“แต่เ้าต้องรู้ไว้ว่าหากเ้าไม่ทำลายคำสาป การทำลายล้างจะไม่หยุดอยู่แค่ผู้ทรยศหรือคนชั่วที่หวังใช้ประโยชน์จากหยกัแต่มันจะกลืนกินผู้บริสุทธิ์ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ของเ้า”
ความโกรธของซ่งหยูเฟิงปะทะกับความรู้สึกผิดและความเศร้าในจิติญญานางรู้ว่าพลังของหยกัเกินกว่าจะควบคุมได้แต่ชะตากรรมที่นางสร้างขึ้นทำให้นางลังเล “ข้าจะทำลายคำสาปได้อย่างไร”นางกระซิบอย่างสิ้นหวัง “ข้าไม่สามารถย้อนกลับสิ่งที่ข้าได้ทำไปแล้ว”
ัเฒ่ามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจเสียงของมันนุ่มนวลขึ้น “เ้าจะทำได้ ซ่งหยูเฟิง เ้าจะได้รับโอกาสอีกครั้งในชีวิตหน้าเมื่อเวลานั้นมาถึง เ้าจะรู้ว่าต้องทำเช่นไร แต่จงระวังเมื่อเ้าอายุครบยี่สิบแปดปี คำสาปจะตื่นขึ้น หากเ้าไม่ลงมือทำโลกจะต้องทนรับผลแห่งการแก้แค้นของเ้า”
ความมืดมิดเริ่มปกคลุมอีกครั้งซ่งหยูเฟิงรู้สึกถึงพลังที่ก่อตัวขึ้นรอบตัวนางความโกรธและความเสียใจต่อสู้กันภายในจิตใจของนาง ความเงียบงันเข้าครอบคลุมทุกอย่างขณะที่ัเฒ่าค่อยๆ เลือนหายไปในม่านหมอกแห่งอาณาจักริญญา
“เ้าจงจำไว้ซ่งหยูเฟิง” เสียงของมันดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับคำเตือนสุดท้าย“คำสาปไม่ได้ผูกไว้แค่กับหยกั แต่มันฝังลึกอยู่ในิญญาของเ้าเ้าเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขสิ่งที่เ้ากระทำลงไป”
และในวินาทีนั้นความมืดมิดก็กลืนกินทุกสิ่งไปอย่างเงียบงัน...
******************************************
[ชาติปัจจุบัน] เวลา 02.00 น. ณ คอนโดมิเนียมของจ้าวหยูซิน เมืองเซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ. 2024
ดร.จ้าวหยูซินสะดุ้งตื่นจากห้วงฝันร้ายหัวใจของเธอเต้นระรัวในอก ลมหายใจขาดห้วงและหนักหน่วงดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบงันมันช่างคล้ายกับเสียงก้องจากอดีตกาลที่กลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง หญิงสาวค่อย ๆลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือเรียวบางกุมหน้าอกไว้แน่นเหมือนพยายามป้องกันความเ็ปที่ไม่อาจมองเห็นได้ ความเ็ปจากคมมีดสั้นที่เคยพรากชีวิตของซ่งหยูเฟิงไปในชาติปางก่อนแต่ความเ็ปทางกายนั้นเลือนรางเมื่อเทียบกับความโศกเศร้าลึก ๆในจิตใจของเธอในตอนนี้
ภายในห้องอันเงียบสงัด เ้าเหมาๆแมวน้อยสีเทาเงินของเธอนอนขดตัวอย่างอบอุ่นอยู่บนที่นอนราวกับหมอนนุ่มที่ห่อหุ้มความเงียบสงบ เสียงลมหายใจของมันเบาและสม่ำเสมอสร้างบรรยากาศอันเงียบงันที่ดูไม่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายภายในจิตใจของเ้าของเลย
น้ำตาของจ้าวหยูซินไหลช้า ๆ อาบแก้มเมื่อความทรงจำอันมากมายถาโถมเข้ามาครอบงำจิตใจ ความทรงจำที่ทำให้เธอตระหนักว่าเธอคือซ่งหยูเฟิง ิญญาของสตรีสาวผู้นั้นยังคงอยู่ในจิติญญานี้ความเ็ปนั้นไม่มีวันจางหาย ความทรงจำของการถูกทรยศ การสูญเสียความรักที่พังทลาย และหยกัที่เชื่อมโยงเธอเข้ากับคำสาปนี่ไม่ใช่แค่เื่เล่าจากอดีตแต่มันคือความจริงอันน่ากลัวที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป
เธอได้เห็นทุกอย่าง รู้สึกถึงมัน การถูกหักหลังความเ็าในดวงตาของเฉินจางเว่ยที่จ้องมองมาที่เธอความโศกเศร้าและความสิ้นหวังที่เคยทำให้ซ่งหยูเฟิงเอ่ยคำสาปอันร้ายแรง และบัดนี้คำเตือนของัเฒ่าก็ดังก้องอยู่ในหูของเธออีกครั้งมันเตือนถึงหายนะที่กำลังจะมาถึงหากเธอไม่สามารถทำลายคำสาปได้ในเวลาที่เหลือเพียงหนึ่งเดือนครึ่ง ก่อนที่เธอจะมีอายุครบยี่สิบแปดปีหยกัจะปลดปล่อยพลัง ความสมดุลของธรรมชาติจะพังทลาย และหายนะจะครอบงำโลก
ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น จ้าวหยูซินเข้าใจตัวเองมากขึ้นเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมลึกลงไปในใจของเธอถึงไม่สามารถไว้ใจใครได้ง่าย ๆมันไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาในวัยเด็ก แต่มีรากลึกมาจากชาติปางก่อนความไม่ไว้วางใจนี้มาพร้อมกับาแที่เธอพยายามซ่อนมาตลอด ผู้ชายคนนั้น…ไม่ว่าจะในชาติใด เธอก็ไม่อาจปฏิเสธเขาได้ เธอรักเขาในทุกชาติภพ ราวกับว่าชะตากรรมได้กำหนดให้เธอพ่ายแพ้ต่อหัวใจและความรักที่มีต่อเขาอยู่เสมอ
“มันสมควรแล้ว” จ้าวหยูซินคิดริมฝีปากของเธอแย้มยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นยอมรับชะตากรรมที่ดูเหมือนจะไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
มือของจ้าวหยูซินสั่นขณะเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าอันบอบบางเธอรู้ดีว่าภาระนี้หนักเกินกว่าที่เธอจะรับได้เพียงลำพังจิตใจของเธอล้าเหลือเกินจากความทรงจำและการต่อสู้กับเงามืดในอดีตนิ้วมือของเธอเลื่อนไปบนหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขณะพยายามหาคนที่เธอจะสามารถพึ่งพิงได้ในเวลานี้
สายตาของเธอหยุดนิ่งอยู่ที่ชื่อที่คุ้นเคย ‘ฟางชิงอี้’ เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างเธอเสมอและเป็เพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอไว้ใจได้มาตลอด หญิงสาวนิ่งอยู่ครู่หนึ่งปลายนิ้วของเธอค้างอยู่เหนือปุ่มโทรออก ก่อนจะกดมันลงด้วยความตั้งใจที่หนักแน่นคืนนี้เธอไม่อาจอยู่คนเดียวได้