บนโต๊ะผุพังในห้องมีตะเกียงน้ำมันแต่ด้านในเหลือน้ำมันไม่มากแล้ว
เวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิทเจียงหงหย่วนเข้ามาจุดตะเกียง เปลวไฟเท่าเม็ดถั่วลุกโชน นำพาแสงสลัวๆกับกลิ่นน้ำมันไม่น่าสูดดมนักเข้ามา
เขาถอดเสื้อผ้าตัวเอง บิดผ้าหมาดๆแล้วเช็ดตัว ไม่มีทีท่าจะหลบเลี่ยงหลินหวั่นชิวแม้แต่น้อย
ชายคนนี้รูปร่างดีมากกล้ามเนื้อที่แขนแน่นเป็มัดๆ หน้าอกหน้าท้องกำยำทุกส่วนเหมือนแฝงไว้ด้วยพลังที่พร้อมจะะเิได้ทุกเมื่อกลิ่นอายของความเป็ชายแผ่ซ่านทั่วห้องที่ทั้งเก่าทั้งคับแคบ
ไม่ใช่แค่หน้าเขาที่มีแผลเป็แต่บนตัวมีแผลเป็ขนาดต่างๆ อยู่ทั่วเช่นกัน
แผลเป็พวกนี้ไม่ได้ทำให้รูปร่างเขาดูแย่ตรงกันข้าม พวกมันกลับช่วยเพิ่มเสน่ห์อันบ้าระห่ำให้เขาด้วยซ้ำ
หลินหวั่นชิวหน้าเขียวทันที
ในหัวนางมีเสียงอื้ออึงและว่างเปล่าสายตาจับจ้องอยู่แบบนั้น
นางกำลังใ
เจียงหงหย่วนเห็นนางทำหน้าแบบนั้นก็แอบได้ใจ
ภรรยาตัวน้อยที่เขาซื้อมาอ่อนแอเกินไปต้องเลี้ยงให้แข็งแรงก่อนค่อยกิน
“อะไรนะ?”
เสียงดุเถื่อนของเจียงหงหย่วนทำให้หลินหวั่นชิวได้สติทันทีนางหลุดถามออกไปโดยไม่รู้ตัว สงสัยว่าตัวเองฟังผิดหรือเปล่า
“ข้าบอกว่า เ้าอดทนรออีกหน่อยหายดีแล้วค่อยเข้าหอกับข้า! ข้าเป็ผู้ชายของเ้า ไม่หนีไปไหนหรอก!”
หลินหวั่นชิว “…”
อันที่จริงนางควรดีใจอย่างน้อยคำพูดของชายมีแผลเป็ก็สื่อชัดแล้วว่าเขาไม่ได้บ้าดีเดือดถึงขั้นจะจัดการนางตอนนี้
แต่นางจะดีใจทำบ้าอะไร!
เขาพูดแบบนี้เพราะหมายความว่านางอดใจไม่ไหวนางเป็คนอยากกินเขาชัดๆ!
มารดามันเถอะใครกันแน่ที่หน้าไม่อายมาแก้ผ้าต่อหน้า?
“เดี๋ยวดื่มโจ๊กเสร็จแล้วข้าจะเช็ดตัวให้” หลินหวั่นชิวกำลังตะลึงงันถึงขีดสุดเจียงหงหย่วนเดินไปหยิบชุดที่มีแต่รอยปะจากตู้ออกมาสวม ยกน้ำสกปรกที่ใช้เช็ดตัวเสร็จออกไปเทนอกลาน
ถูกเขาพูดแบบนี้ใส่หลินหวั่นชิวลืมแผนการก่อนหน้านี้ที่จะพูดคุยกับเจียงหงหย่วนไปโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้ในหัวนางมีแต่คำพูดประโยคสุดท้ายของเขา ‘ข้าจะเช็ดตัวให้…’
ด้วยเรี่ยวแรงของนางตอนนี้…ไม่มีทางหนีรอดเป็แน่!
ตอนนี้หลินหวั่นชิวอิจฉานางเอกที่เปิดโหมดเทพในนิยายพวกนั้นมากไม่ว่าจะทะลุมิติไปอยู่ที่ไหน เผชิญสถานการณ์ยากลำบากเพียงใดพวกนางก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยสูตรโกง
ต่อให้มีนางเอกที่เหมือนนางทะลุมิติมาแล้วถูกขาย นางเอกพวกนั้นก็ยังมีสามีที่รักโดยไม่มีเงื่อนไขอมไว้ในปากยังกลัวละลาย ประคองไว้ในมือยังกลัวร่วงหล่น…
ไม่เหมือนนาง!
ชายป่าเถื่อนคนนี้ไม่อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อยแบกนางกลับบ้านอย่างหยาบคาย หากไม่ใช่เพราะกลัวนางตายบนเตียงแล้วขาดทุนเขาอาจจับนางกินไปแล้วก็ได้
ในห้องครัวเวลานี้
เจียงหงหย่วนมองโจ๊กในหม้อคิ้วขมวดแน่นจนสามารถบีบยุงให้ตายได้ “ข้าบอกให้เ้าใส่ข้าวเยอะหน่อยไม่ใช่หรือ?”
เจียงหงหนิงพยายามยืดร่างกายผ่ายผอมของตัวเองขึ้นตรงมองโจ๊กที่มีข้าวแค่ไม่กี่เม็ดในหม้อ เลียปากตอบว่า “พี่ใหญ่ ข้าอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรไม่เหนื่อยและไม่หิว ท่านกับพี่สะใภ้ทานส่วนที่ข้นไปเถอะ ข้าดื่มแค่น้ำข้าวก็พอแล้วจริงสิ ตอนบ่ายข้ากินผลไม้ไปแล้วด้วย!”
พี่สะใภ้ไม่สบายพี่รองเองก็ต้องใช้เงินรักษาอาการป่วย…เขาจะกล้าใส่ข้าวที่พี่ใหญ่นำกลับมากินเองเยอะๆ ได้อย่างไร
เจียงหงหย่วนไม่พูดอะไรหันไปตักโจ๊ก บ้านพวกเขามีชามดินเผาปากแหว่งแค่สามใบ เขาตักโจ๊กที่มีเม็ดข้าวใส่ลงในถ้วยทุกใบจนเกือบหมด
เจียงหงหนิงเห็นดังนี้ก็รีบส่ายมือ “พี่ใหญ่ ข้าจะดื่มแค่น้ำข้าว!”
เจียงหงหย่วนทำหน้าเข้ม “ให้เ้ากินก็กินข้ากินเนื้อจากในเมืองมาแล้ว กินแค่น้ำข้าวต้มไม่เป็ไรหรอก!”
เจียงหงหนิงไม่กล้าเถียงต่อพยักหน้าเบาๆ “ก็ได้!”
เจียงหงหย่วนมองเด็กชาย พูดต่อว่า “พรุ่งนี้เช้าข้าจะตื่นมาต้มโจ๊กต่อไปนี้ให้เ้าทำตามที่ข้าสั่ง บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องกังวลเื่เงินหากครั้งหน้ายังลืมอีก ข้าจะอัดเ้าเสีย!”
“ขอรับ พี่ใหญ่!” เจียงหงหนิงเม้มปากน้ำตาคลอในเบ้า แต่เขาก็กลั้นไว้ไม่ให้หยดออกมา
เมื่อเจียงหงหนิงออกจากห้องครัวเจียงหงหย่วนจึงพูดขึ้นว่า “กินเสร็จแล้วรีบนอนไม่ต้องเก็บกวาดห้องครัว”
พูดจบก็ยกโจ๊กกับยากลับห้อง
“กินเสร็จแล้วค่อยดื่มยา” หลังจากที่กลับเข้าห้องเจียงหงหย่วนวางโจ๊กกับยาไว้บนตู้ข้างหัวเตียงหันไปประคองหลินหวั่นชิวแล้วยกโจ๊กมาให้นาง
หลินหวั่นชิวเอื้อมมือไปรับแต่เขากลับหลบออก
“ข้าจะป้อน ตอนนี้เ้าไม่มีแรงเดี๋ยวถือไม่มั่นแล้วทำถ้วยข้าแตก”
พูดจบก็ขยับถ้วยมาที่ปากหลินหวั่นชิว “ข้าชิมดูแล้ว ไม่ลวกปากรีบดื่มเถอะ อย่าทำหก”
หลินหวั่นชิวหิวมานานแล้วนางดื่มโจ๊กจนหมดอย่างเชื่อฟัง
หลินหวั่นชิวสบายตัวขึ้นมากหลังจากที่ดื่มโจ๊กที่แทบจะนับเม็ดข้าวได้อบอุ่นไปทั้งร่าง
แต่มุมปากเหมือนจะมีข้าวติดอยู่หนึ่งเม็ดนางจะแลบลิ้นไปเลีย ทว่าจู่ๆ ตรงหน้ากลับมืดลง
ใบหน้าของชายมีแผลเป็ขยายใหญ่ขึ้นเขาแลบลิ้นเลียมุมปากนาง เกี่ยวเม็ดข้าวเข้าปากตัวเอง…ปลายลิ้นทั้งคู่ัักันััอุ่นนุ่มทำให้หลินหวั่นชิวเหมือนโดนฟ้าผ่า…
มารดามันเถอะ!
ชาไปทั้งร่างเลยทีเดียว!
นางจ้องชายมีแผลเป็ที่ทำเสียงจ๊อบแจ๊บตาค้างเมื่อครู่นี้เขา…แต๊ะอั๋งนาง!