ปวรินทร์แวะรับทินวุฒิที่หน้าหอของเขาในเวลาสองทุ่มทินวุฒิเข้าไปนั่งที่เบาะหลังและทักทายกับปวรินทร์และปรรณวัชรอย่างคุ้นเคยกันดีเพราะเป็เพื่อนบ้านกันมานาน
"ปรรณกลับด้วยเหรอพี่คิดว่านายขับรถตัวเองกลับอย่างเคยซะอีก"
ปรรณวัชรหันไปยิ้มให้รุ่นพี่นิดหนึ่ง
"พอดีเป็ห่วงไอ้ปาวน่ะพี่่นี้รถเสียบ่อย บอกให้เปลี่ยนคันใหม่ก็ไม่ยอม"
"ฉันไม่ใช่ลูกเศรษฐีเหมือนนายจะได้เปลี่ยนรถเป็ว่าเล่น ดีแค่ไหนแล้วที่แม่ยอมให้ใช้คันนี้น่ะ"
"อ้าว... ทำไมต้องประชดด้วยล่ะฉันก็แค่หวังดี เอาคันนี้ไปเทิร์นแล้วผ่อนส่งก็ได้นี่รถอีโคคาร์ทุกวันนี้ก็ไม่ได้แพงอะไรเลยสักนิดหรือถ้าเธอจะหยิ่งน้อยลงกว่านี้แล้วให้ฉันซื้อเป็ของขวัญวันเกิดก็ยังได้"
ปรรณวัชรกล่าวพลางยกมือขึ้นผลักศีรษะคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ในความหยิ่งยะโสของเ้าหล่อนที่ไม่ยอมให้เขาช่วยเหลือเื่เงินๆ ทองๆ ใบหน้าเล็กงอง้ำไม่พอใจที่ถูกแกล้งหันมาเบ้ปากใส่ปรรณวัชร
"ชิ! คนอวดรวย"
ปวรินทร์รู้สึกเหม็นเบื่อป๋าสายเปย์ขึ้นมาตงิดๆเธอรู้ว่าเขาไม่คิดมากเื่เปย์ให้เพื่อนอย่างเธอแต่ปวรินทร์ก็ไม่เคย้าอะไรที่เป็วัตถุสูงค่าจากเขาเลยแม้แต่น้อย
ความจริงปรรณวัชรไม่ใช่แค่มีพ่อรวยเท่านั้นแต่ตัวเขาเองก็หาเงินเก่งและมีรายได้เป็ของตัวเองั้แ่เรียนชั้นมัธยมปลายแล้วอาศัยที่เขามีพร์เื่การวาดรูปและถ่ายภาพ จึงมีรายได้จากการขายงานศิลปะมีลูกค้าเป็ชาวต่างชาติที่ชื่นชอบผลงานของปรรณวัชรหลายราย ที่กลายเป็ลูกค้าประจำสร้างรายได้เป็กอบเป็กำให้แก่เขา ไหนจะขายรูปบนเว็บไซต์รูปภาพต่างๆ มี Passive Income เข้าบัญชีทุกเดือนอีก
"ไม่ได้อวดรวย แต่เลี้ยงเธอได้ทั้งชีวิตนี่พูดจริงนะ เลิกหยิ่งซะทีเหอะให้ฉันถอยรถคันเล็กให้เธอสักคันนะไอ้เพื่อนยาก"
ปวรินทร์รู้สึกหน่วงลึกๆ กับคำว่า ไอ้เพื่อนยากแต่ก็รีบปรับอารมณ์และสีหน้าไม่ให้เขาเห็นรอยเศร้าลึกล้ำนั้น
"จ้า ป๋าปรรณขาถ้างั้นก็ถอยคอนโดให้หนูสักห้องแถมกระเป๋าแบรนด์เนมอีกสักครึ่งโหลนะคะจะได้ครบสูตรเป็ป๋าสายเปย์ไงล่ะคะ"
ปวรินทร์แสร้งทำลอยหน้าลอยตาได้ยินทินวุฒิหัวเราะขำไปกับการจิกกัดและประชดเหน็บแนมของพวกเธอ
"เราสองคนนี่ตอนเล็กๆ ยังไงตอนโตก็ยังเหมือนเดิมนะ เออ ปาว... ตอนนี้ทีมของพี่ได้รับงานโฆษณาประชาสัมพันธ์โรงแรมและรีสอร์ตมาชิ้นหนึ่งกำลังหาพรีเซ็นเตอร์ผู้หญิงอยู่ คือเป็หนังโฆษณาสั้นน่ะ พระเอกมีแล้วเหลือแต่นางเอก ปาวสนใจไหม"
ทินวุฒิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังชายหนุ่มเรียนคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณาด้วยผลการเรียนที่โดดเด่นทำให้ทินวุฒิได้รับการจองตัวจากบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งและยังได้มีโอกาสเข้าไปทำงานพาร์ตไทม์ให้บริษัทนั้นแล้วด้วยถือเป็ความโชคดีมากสำหรับชายหนุ่ม
"นางเอกโฆษณา? พี่ท็อปจะบ้าเหรอ ไอ้ปาวเนี่ยนะ?"
เสียงของปรรณวัชรดังลั่นรถปวรินทร์ทำหน้างอง้ำบึ้งตึงใส่เพื่อนทันทีกับประโยคคล้ายดูถูกของเขา... เออเธอมันสวยสู้ผู้หญิงของเขาไม่ได้ เธอรู้ดี แต่แล้วยังไงล่ะ!
"ใช่... ส่วนพระเอกน่ะพี่ติดต่อไอ้ชินท์คณะบริหารไว้แล้ว เหลือแต่นางเอกอย่างที่บอกไอ้ชินท์มันเปรยมาว่าปาวมีคาแร็กเตอร์ที่ทางทีมเรา้าพอดี นางเอกแบบใสๆน่ารักๆ เก๋ เท่ มีความห้าวปนนิดๆ และเป็ตัวของตัวเองพี่ก็เห็นด้วยกับเ้าชินท์มันนะ ว่าไงล่ะเรา สนใจหรือเปล่า"
"ใสๆ น่ารักๆ?... ไอ้ปาวเนี่ยนะ"
ปรรณวัชรพูดย้ำอีกครั้ง
"แล้วนายมีปัญหาอะไรไอ้นายปรรณ! ะโอยู่ได้ หูจะแตกแล้วเนี่ย! แล้วคนอย่างฉันมันเป็ยังไง!ในสายตานายเราอาจจะไม่ได้สวยน่ารักแต่ในสายตาคนอื่นเขาอาจจะเห็นแตกต่างจากนายก็ได้นี่!"
ปวรินทร์แหวใส่ปรรณวัชรด้วยความฉุนโมโหนิดๆเพราะโทนเสียงของเขามันบอกชัดเจนว่าเขาไม่เห็นว่าเธอน่ารักหรือสวยพอที่จะเป็นางเอกโฆษณาได้
ปรรณวัชรทำเมินเฉยต่อเสียงแหวแปร๋นๆ นั่นและเอี้ยวตัวหันไปพูดกับทินวุฒิ
"ทำไมพี่ท็อปไม่ไปทาบทามพวกดาวคณะเอาล่ะน่าจะเวิร์กกว่านะ ไอ้ปาวไม่ใช่นักแสดงซะหน่อย สกิลด้านนี้ติดลบเชื่อผมสิบอกเลยว่าไอ้ปาวไม่สนหรอกครับ ขอผ่าน ไม่รับครับพี่ ไม่เอาๆ"
เดี๋ยวนะ!ใครถามความคิดเห็นหมอนี่ไม่ทราบ! พี่ท็อปกำลังถามเธอไม่ใช่เขาซะหน่อย ปวรินทร์หันไปทำตาขวางใส่คนที่ทำเป็ส. ใส่เกือก!
"หวงเพื่อนจังนะปรรณงานนี้พี่ไม่อยากได้พวกหน้าสวยแบบเกร่อเหมือนกันหมดทั้งบล็อก เบื่อหน้าคางแหลมวีเชปมันดูเฟกว่ะ อยากได้แบบปาวนี่แหละ สวยน่ารักเป็ธรรมชาติดี คอนเซ็ปต์ของโฆษณาคือพระเอกนางเอกเป็คู่รักไปพักที่โรงแรมและรีสอร์ตแห่งนี้บรรยากาศโรแมนติกอะไรประมาณนี้ ปาวเองก็รู้จักกับเ้าชินท์แล้วไม่ใช่เหรอ" ทินวุฒิถามปวรินทร์ที่ยังทำหน้ามุ่ยใส่ปรรณวัชรอยู่
"ตกลงเธอสนิทกับไอ้ชินท์อะไรนั่นจริงๆสินะ ฉันคิดว่าพวกไอ้ภามไอ้เ้ามันอำเล่นซะอีก ไปสนิทกันั้แ่ตอนไหนทำไมฉันถึงไม่รู้เื่" เสียงเข้มขุ่นเอ่ยแทรกขึ้น โดยไม่สนใจทินวุฒิ
"มันไม่สำคัญอะไรกับนายซะหน่อย...นายไม่จำเป็ต้องรู้ทุกเื่ของเราไม่ใช่เหรอปรรณ"
"แต่ฉันให้เธอรู้ทุกเื่ของฉันนะปาว...ฉันไม่เคยมีความลับกับเธอเลยสักครั้ง"
เออ!แล้วเขาจะรู้หรือเปล่าว่าไอ้การรู้ทุกเื่ของเขานั่นน่ะ มันทำให้เธอเจ็บแค่ไหนเขาสนใจผู้หญิงคนไหน ชอบใคร ไปดูหนังกินข้าวกับใคร คั่วกับสาวกี่คนต่อกี่คนเธอก็จำต้องมานั่งฟังเขาเล่าด้วยน้ำเสียงสนุกสุขสันต์โดยที่เขาไม่เคยสะกิดใจเลยว่าหัวใจเธอกำลังช้ำระบม ฝืนปั้นยิ้มหน้าชื่นแต่อกตรมเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเองดี
ต่างคนต่างเงียบหลังจากโต้ตอบกันไปมา
"เฮ้ยอย่าซีเรียสกันแบบนี้สิ... เอางี้นะ... พี่ให้ปาวไปคิดดูก่อนแล้วค่อยให้คำตอบพี่ก็ได้ แต่งานนี้เงินโอเคนะแถมเป็โอกาสที่ปาวจะได้ลองประสบการณ์ใหม่ๆ และได้ทำงานกับมืออาชีพด้วยไม่แน่นะ... ปาวอาจจะค้นพบศักยภาพด้านนี้ของตัวเองก็ได้"
"ขอบคุณมากค่ะพี่ท็อปปาวขอเวลาคิดแป๊บนะ แล้วจะให้คำตอบโดยเร็วที่สุดค่ะ"
ปวรินทร์เอ่ยกับรุ่นพี่จากนั้นก็นิ่งเงียบกันไปจนกระทั่งถึงบ้าน