เช้าวันต่อมาทหารได้นำเสื้อผ้าชุดใหม่มามอบให้เหล่านักโทษที่เพิ่งมาใหม่เป็ชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบมีปักป้ายชื่อของแต่ละคนพร้อมกับหน่วยที่พวกเขาต้องเข้าไปทำงาน บุรุษนั้นมีั้แ่เลี้ยงม้า ดูแลโรงฝึกขนถ่ายอาวุธ หรือดูแลคลังเสบียง สตรีสูงวัยกับเด็กมีหน้าที่ทำครัวในหน่วยเสบียงทว่าสตรีที่ยังสาวนั้นถูกเกณฑ์ไปเป็นางบำเรอให้แก่ทหารในค่ายจริง ๆ
บุตรสาวอนุทั้งสองของหลินเฉินถูกจับแยกกับมารดาพวกนางขวัญเสียจนร้องไห้ วิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของท่านย่าของพวกนาง
สตรีที่ถูกนำไปเป็นางบำเรอฝั่งตระกูลหลินมีจีหวังลี่ภรรยาของหลินจางเหว่ย อนุทั้งสองคนของหลินเฉินหลินจื่อรั่ว แล้วก็หลินซือเยว่ ส่วนฝั่งตระกูลหยาง มีอยู่ราวสี่คน
“ท่านพ่อข้าไม่ไป ท่านพ่อช่วยข้าด้วย”หลังรู้ว่าตัวเองได้รับหน้าที่อันใดหลินจื่อรั่วก็กรีดเสียงร้องโวยวายดังลั่นค่ายทหาร
“จื่อรั่ว !” หลินเฉินอยากจะเข้าไปช่วยบุตรสาวแทบตาย แต่ถูกหอกของนายทหารขวางเอาไว้
“ท่านพ่อ ! ปล่อยข้า !” ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามาเตะเข้าที่ข้อพับเข่าของนาง แล้วสับสันมือลงไปบนต้นคอร่างของหลินจื่อรั่วก็อ่อนยวบไร้กระดูกทันที
“จื่อรั่ว เ้าทำอะไรลูกสาวข้า สารเลวคนชั่ว เพียะ !” ยังไม่ทันจะได้ด่าทอต่อฝ่ามือหนาก็ฟาดลงมา จนหน้าของหวางฮูหยินบวมเป่งขึ้น
จีหวังลี่น้ำตาหยดแหมะลงสองแก้มอย่างน่าสงสารสามีของนางกับลูกชายทั้งสองไม่รู้จะทำอย่างไรหลินจางเหว่ยอยากลุกขึ้นสู้ตายกับพวกทหาร แต่ถูกบิดารั้งเอาไว้เสียก่อน“ขืนเ้าไปตอนนี้ก็มีแต่ตายกับตาย อดทนเอาไว้ก่อนอย่างน้อยก็เพื่อทายาทของตระกูลหลิน”
หลินจางเหว่ยจำต้องกลืนก้อนเืที่กระอักออกมาลงคอหันไปกอดบุตรชายทั้งสองของตัวเองเอาไว้แน่น ๆ พวกเขายังเด็กห้าขวบเจ็ดขวบเท่านั้นยังไม่รู้ประสาด้วยซ้ำไป
หยางห่าวหรานมองสตรีที่ช่วยชีวิตเขาไว้มือกำหมัดแน่นพร้อมทำลายทุกอย่างให้พังราบ แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือ ฝ่ามือของบิดาจับเข้าที่ข้อมือของเขาเอาไว้ก่อน
“ได้ไม่คุ้มเสียมีแต่จะทำให้คนตายเพิ่มขึ้น”
หยางห่าวหรานกัดฟันกรอดเขาไม่เคยรู้สึกอดสูเท่านี้มาก่อนในชีวิต ต้องมองดูสตรีของตระกูลหยางและผู้มีพระคุณกำลังถูกกระทำย่ำยี
“ท่านพ่อแม่ทัพเหลียนผู้นี้”
“เขาปฏิเสธไม่ยอมคุยกับข้า”หยางห่าวอู๋ดวงตาดำมืดลง ยามรุ่งเรืองมีแต่คนอยากเข้าหาพอตกอับแม้แต่เกียรติเล็กน้อยยังไม่ได้รับ
สองพ่อลูกหยุดคุยกันเมื่อเห็นทหารนายหนึ่งเพ่งเล็งมาที่พวกเขา
เสียงร้องไห้ของเหล่าสตรีที่ถูกต้อนไปตรงที่พักอาศัยทำให้หัวใจของบุรุษพังยับเยิน หลินเต๋อมองบุตรสาวคนโตที่เดินตามหลังทุกคนไปใบหน้าของนางยังเ็าไม่เคยเปลี่ยน นางรู้บ้างไหมว่ากำลังพบเจอกับสิ่งใดอยู่
“เยว่เอ๋อร์”หลินเต๋อเอ่ยออกไปเพียงเท่านั้น หลินซือเยว่ก็หยุดเดินแล้วหันมามองเขาเมื่อบิดาไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา นางก็หมุนปลายเท้าแล้วเดินจากไป
“ข้าไม่คู่ควรเป็พ่อของนางจริง ๆนางอยู่บนอารามเต๋าของนางดี ๆ ข้ากลับให้คนไปรับนางกลับมาเพื่อมาพบเจอกับเื่นี้” น้ำตาของลูกผู้ชายกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป
หยางห่าวอู๋ตบไหล่เขาสองที“นางไม่ได้สติแตกเหมือนผู้อื่น น้ำตาก็ไม่มีสักหยด ข้าว่านางเข้มแข็งกว่าที่ท่านคิด”
“ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น”หลินเต๋อส่ายหน้าทั้งน้ำตา
ฝ่ายของเถียนฮูหยินนั้นกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเหตุใดเยว่เอ๋อร์ของนางถึงได้ว่านอนสอนง่ายเช่นนั้น ทหารสั่งให้เดินนางก็เดินไม่มีท่าทีเสียใจแต่อย่างใด
“เผิงฉือเหตุใดเ้าถึงไม่...”มีน้ำตาสักหยด ไม่รู้สึกสงสารนางบ้างหรือ เถียนฮูหยินพูดแทบไม่ออก
เผิงฉือยกมุมปากขึ้นนิด ๆ“คุณหนูไม่ได้กังวลเช่นนั้น นางไม่เป็อันใดหรอกเ้าค่ะฮูหยินท่านก็อย่าร้องไห้ไปเลย บุตรสาวของท่านไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่ใครจะมาทุบได้ง่าย ๆ นะเ้าคะ”
จูฮูหยินพยักหน้าเห็นด้วย“จริงอย่างที่เผิงฉือเอ่ยมานะจินเยว่ เยว่เอ๋อร์ของเ้าไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาทั่วไปนางเติบโตมาในสถานที่ที่พิเศษ นางคงมีวิธีรับมือกับเื่นี้”
“ข้าไม่มั่นใจเลยพี่ฮุ่ยชิว”หัวอกคนเป็แม่มีหรือจะวางใจ เมื่อบุตรสาวกำลังจะถูกป้อนเข้าปากเสือปากจระเข้
กระโจมของเหล่าสตรีที่ถูกนำมาเป็นางบำเรอแก่เหล่าทหารแบ่งแยกเขตแดนออกมาจากค่ายราวครึ่งลี้ สตรีที่นี่มีอยู่นับร้อยชีวิตทั้งแออัดและบรรยากาศแสนหดหู่ พวกนางเหมือนว่ามีชีวิตอยู่ไปวัน ๆบางคนกำลังอยู่ในขั้นเสียสติก็ว่าได้ คนมาใหม่ถูกนำไปมอบให้แม่นางใหญ่ที่ดูแลที่นี่นางมีนามว่าเจียงซูเซียวอายุราวสี่สิบปี
“พวกเ้ามาใหม่ให้อยู่รวมกันในกระโจมสามหลังนั้นกฎระเบียบมีไม่มาก ขอแค่อย่าขัดขืนบุรุษที่เรียกใช้ และอย่าคิดหลบหนีเพราะโทษมีสถานเดียวคือตาย เมื่อทำผิดก็ต้องถูกลงโทษเป็เื่ธรรมดาทั่วไปถิงถิงพาพวกนางไปที่กระโจม วันนี้ยังไม่ต้องทำงานให้พวกนางพักผ่อนไปก่อนหนึ่งคืนพรุ่งนี้ค่อยพาไปให้พวกเขาเลือกคน”
“เ้าค่ะแม่นางใหญ่”สตรีชื่อถิงถิงอายุราวยี่สิบปี นางดูท่าทางหวาดกลัวแม่นางใหญ่เป็อย่างมากรีบพาทุกคนเดินไปทางกระโจมของพวกนาง
ถิงถิงให้พวกนางแบ่งกระโจมกันเองสตรีตระกูลหยางได้กระโจมหนึ่งหลัง ตระกูลหลินสองหลัง แยกให้บ่าวไพร่อยู่อีกหลังเ้านายอีกหลัง หลินซือเยว่เห็นพื้นที่ในกระโจมว่างนางรีบนั่งลงเอนหลังลงนอนในทันที
“เ้าเป็บ้าอะไรมาถึงก็จะนอนอย่างเดียวเลย” หลินจื่อรั่วที่ตอนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วนางเดินเข้าไปต่อว่าหลินซือเยว่ด้วยความโมโห เพราะไม่รู้จะระบายออกกับใครได้
“น้องรองปล่อยนางไปเถอะ”จีหวังลี่รู้สึกหมดหวังในชีวิต มีความไม่พอใจน้องสาวของสามีผู้นี้อยู่เหมือนกันหลินซือเยว่นางแค่นอนบนพื้นกระโจม ไม่ได้ทำเื่ใดด้วยซ้ำ
“พี่สะใภ้ท่านดูนางเอาเถอะไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนคนอื่นเขาบ้างเลย นางยังเป็เด็กปัญญาอ่อนอยู่ดี”หลินจื่อรั่วชี้นิ้วใส่คนบนพื้นอย่างขัดใจ “เ้าลุกขึ้นมานี่นะ โอ๊ย !” นางไปกระชากหลินซือเยว่แบบไหนกันถึงได้หงายหลังลงไปนอนอยู่บนพื้นแบบนั้นได้
“น้องรองเ้าเป็อะไรมากไหม”จีหวังลี่ไม่คิดว่าหลินจื่อรั่วจะมีท่าทางแปลกประหลาดเช่นนี้
“นางทำข้า นางทำ !”
“หนวกหู !ข้าจะนอน” หลินซือเยว่พลิกตัวไปอีกด้าน เอาผ้าห่มในกระเป๋าออกมาห่มแม้ในกระโจมจะมีเตาอุ่นอยู่แล้วก็ตาม
อนุของหลินเฉินทั้งสองคนแทบไม่อยากสนใจหลินจื่อรั่ว เมื่อไม่เคยได้รับเกียรติจากหลินจื่อรั่วพวกนางก็ไม่จำเป็ต้องใส่ใจเช่นเดียวกัน ต่างจากจีหวังลี่นางเป็พี่สะใภ้โดยตรงไม่สามารถละเลยน้องสาวสามีคนนี้ได้
สักพักใหญ่ ๆถิงถิงก็เข้ามาในกระโจมของพวกนาง “วันนี้ไม่ได้ให้ทำงานบนเตียงแต่ว่ายังมีงานปัดกวาดเช็ดถูอยู่ พวกเ้าตามข้ามา”
“ไหนว่าจะให้พักหนึ่งวันอย่างไร” อนุจางจางซูเจินเอ่ยถาม
“เ้ามีสิทธิ์ถามรึ ตามข้ามา !” ถิงถิงหน้าบูดบึ้งบนเอวมีแส้เส้นหนึ่งเหน็บไว้นางถูกแม่นางใหญ่ข่มเหงมาตลอด พอได้รับหน้าที่กำหนดงานให้สตรีที่มาใหม่มีหรือนางจะไม่อยากวางอำนาจ
ทุกคนทยอยเดินออกมาจากกระโจมมีเพียงหลินซือเยว่ที่ยังนอนอยู่ ถิงถิงเห็นนางไม่ขยับจึงเดินไปใกล้ ๆหมายจะเตะเท้าใส่ร่างของนาง “โอ๊ย !”แต่เท้าของนางกลับเจ็บปลาบขึ้นมา จนต้องถอยหลังออกไปหลายก้าว “เ้าลุกเดี๋ยวนี้ !”
“ข้าได้ยินแล้ว เ้าอย่าะโได้หรือไม่ข้ารำคาญ” หลินซือเยว่ลุกขึ้นพร้อมกับเก็บผ้าห่มใส่กระเป๋าของมีค่านางพกติดตัวไปหมด
ถิงถิงเห็นสายตาเ็าจากนางก็ถอยหลังไปเองอย่างไม่รู้ตัว “ปะไปได้แล้ว”
สถานที่ที่พวกนางต้องไปทำความสะอาดเป็เรือนที่พักของทหารระดับสูง ที่เอาไว้พักอาศัยยามมาที่ค่ายทหารเหล่าแม่ทัพหรือรองแม่ทัพ ต่างมีจวนเป็ของตัวเองในเมืองเหลียงหากพวกเขา้าค้างคืนที่ค่ายทหาร ก็จะมานอนพักอยู่ในเรือนเหล่านี้
“ตรงนั้นเรือนใครเหตุใดถึงมีทหารเฝ้ายามหลายคนนัก” หลินซือเยว่ถามขณะรับผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งมาถือไว้ในมือ
“สอดรู้สอดเห็น ระวังจะไม่ได้ตายดี”ถิงถิงไม่ตอบนาง แต่ก่อนจากไปนางก็หันกลับมาอีกครั้ง“ห้ามไปยุ่งกับเรือนนั้นเด็ดขาด”
เ้าไม่บอกข้าก็รู้ธงแม่ทัพโบกสะบัดหน้าเรือนเด่นชัดขนาดนั้น
หลินซือเยว่ทำหน้าที่ของนางได้ดีไม่น้อยทั้งที่ปกติไม่เคยได้ลงมือทำเองด้วยซ้ำต่างจากหลินจื่อรั่วนางร้องไห้โวยวายไม่ยอมทำ พี่สะใภ้กับอนุภรรยาของบิดาต้องเป็คนช่วยนางทำแทน กว่างานจะแล้วเสร็จก็ล่วงไปสองชั่วยามเลยทีเดียวกลับถึงกระโจมที่พัก ทุกคนได้รับข้าวต้มที่มีแต่น้ำ หาเม็ดข้าวแทบไม่เจอ
หลินซือเยว่รื้อกระเป๋าหยิบเนื้อแห้งทอดออกมาบิใส่ในชามแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย
“เ้าเหตุใดถึงไม่แบ่งคนอื่นบ้าง”หลินจื่อรั่วมองหน้าอย่างชิงชัง
หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองหน้า“เ้าพูดกับข้ารึ”
“ใช่น่ะสิ”
“เหมือนว่าข้าจะอายุมากกว่าเ้าหนึ่งปีนะ”
อนุหลิว หลิวลี่อินรู้ความหมายของหลินซือเยว่ นางกลอกตาใส่บุตรสาวหวางฮูหยินเบา ๆช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย “คุณหนูรองท่านต้องเรียกคุณหนูบ้านรองว่าพี่สาว”
“ข้าไม่มีพี่สาวอย่างนาง”
“ข้ารู้แล้ว”หลินซือเยว่ตักข้าวต้มที่มีเนื้อแห้งทอดเข้าปากต่อ นางซดรวดเดียวจนหมดชามต่อหน้าต่อตาของทุกคน
“เ้าไม่ให้มีหรือข้าจะแย่งไม่ได้”หลินจื่อรั่วมองไปยังกระเป๋าของอีกฝ่าย
“อี๋เหนียงทั้งสองกับพี่สะใภ้พวกท่านคิดว่านางทำถูกหรือไม่ ที่จะมาแย่งของของข้า”หลินซือเยว่ไม่สนใจหลินจื่อรั่ว นางอยากรู้ว่าสตรีทั้งสามคนนี้เห็นชอบกับนางด้วยหรือไม่
“น้องรองเ้าพอเถอะ”จีหวังลี่เริ่มหมดความอดทนกับหลินจื่อรั่ว
“ข้าเห็นด้วยกับฮูหยินใหญ่ข้าว่าคุณหนูรองอย่าหาเื่คุณหนูบ้านรองอีกเลยนะเ้าคะ”
“นี่พวกเ้ารวมหัวกันรังแกข้ารึ”หลินจื่อรั่วถูกตามใจมากั้แ่เด็ก นางชี้นิ้วใส่อี๋เหนียงทั้งสองด้วยความโกรธ“เป็แค่เมียบ่าวมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนข้า”
“น้องรองเ้าพอเสียทีนี่มีสถานการณ์ไหนแล้ว เ้ายังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอตัวเองกำลังจะกลายเป็นางบำเรอของเหล่าทหารในพรุ่งนี้แล้วยังมีหน้ามาหาเื่คนอื่นอีก ของของนางหากนางไม่ให้ เ้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปแย่งมา”จีหวังลี่ขึ้นเสียงใส่น้องสาวสามี ทุกคำพูดล้วนบาดลึกเข้าไปในใจของทุกคนที่อยู่ตรงนี้
หลินจื่อรั่วหน้าซีดเผือดลงในทันทีส่งเสียงคล้ายละเมอออกมาเบา ๆ “ข้าจะกลายเป็นางบำเรอแล้วรึ...ไม่จริง”นางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้อย่างน่าเวทนาทำให้สตรีอีกสามคนในกระโจมอดใจอ่อนไม่ได้ อย่างไรเสียนางก็แค่เด็กสาววัยปักปิ่น
หลินซือเยว่กลอกตาไปมาเบา ๆนางลุกขึ้นนำถ้วยออกไปล้างแล้วคว่ำเก็บกลับเข้ามาในกระโจมก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างเงียบ ๆ ไม่สนใจจะพูดคุยกับใครทั้งนั้นในยามนี้สมองของนางกำลังจดจำเส้นทาง และคิดหาวิธีลอบเข้าไปในกระโจมของแม่ทัพ
ถูกต้องหน้าประตูเมืองเหลียงนางดูโหงวเฮ้งของคนผู้นั้นแล้ว ดวงชะตาบุตรชายของเขา กำลังถูกสิ่งอัปมงคลเล่นงานเื่นี้ยังพอมีทางออก