..1 สัปดาห์ผ่านไป..
วันนี้เป็วันเปิดร้านของคาเรนตามกำหนดการ ชาวเมืองที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของอาคารกลางเมือง พร้อมกับข่าวลือหลายอย่างเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทคาเพนส์ ไม่ว่าจะชาวเมือง พ่อค้า หรือแม้กระทั่งนักผจญภัยต่างก็ให้ความสนใจ และเข้าใช้บริการกันอย่างหนาตา..
“หืออ พวกชาวเมืองกำลังมุงอะไรกันอยู่ตรงนั้นนะ..” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวอย่างสงสัย ตัวของเธอเป็นักผจญภัยที่รับภารกิจคุ้มกันพ่อค้าคนหนึ่งเพื่อเดินทางจากอีกเมืองสู่เมืองแห่งนี้ และเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเธอกำลังเดินอยู่บริเวณจัตุรัสกลางเมือง สิ่งที่เธอเห็นก็คือผู้คนจำนวนมากมุงล้อมร้านค้าแห่งหนึ่งอย่างหนาแน่น
“นั่นสิ! ข้าว่าจะต้องเป็ร้านค้าชื่อดังของเมืองนี้แน่ๆเลย พวกเราก็ควรเข้าไปดูสักหน่อย” สมาชิกปาร์ตี้สาวอีกคนกล่าวออกมา พร้อมกับชักชวนสมาชิกปาร์ตี้ที่เหลือ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ชาย และ2 หญิงให้เดินเข้าไปรับชมสินค้าที่ร้านนั้นกำลังค้าขาย..
“..พวกเ้าคงจะมาจากเมืองอื่นกันอย่างนั้นสินะ หึหึ.. นี่เป็ร้านของผู้ครองดินแดนทางตอนเหนือ ตระกูลคาเพนเธียร์เชียวนะ พวกเ้าโชคดีจริงๆที่มาทันในวันเปิดร้านวันแรกพอดี..” เด็กชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกล่าวกับกลุ่มของนักผจญภัยทั้ง 5 คน
“ร้านของผู้ครองดินแดนอย่างนั้นรึ.. จะว่าไปพ่อค้าที่เราคุ้มกันมาก็เหมือนจะพูดเื่นี้เหมือนกัน เขาบ่นว่าสินค้าอาจจะแพงมากจนเขาอาจจะซื้อของกลับไปขายได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น..” ชายผู้เป็หัวหน้าปาร์ตี้นักผจญภัยนี้กล่าว พร้อมกับกุมคางคิดไปถึงสิ่งที่ตนได้ยินจากพ่อค้าที่พวกเขาคุ้มกันมา..
“หึหึ..พวกเ้าคงเข้าใจผิดแล้ว สิ่งที่พ่อค้าท่านนั้นกล่าวเป็เพียงแค่ความกังวลเท่านั้น จริงๆแล้วสินค้าของร้านคาเพนส์นั้นทั้งแปลก ทั้งใหม่ ทั้งอร่อย อีกทั้งยังราคาถูกมากเสียด้วย.. ถ้าพวกเ้าไม่เชื่อ อย่างนั้นเชิญชม และชิมสินค้าตัวอย่างตัวนี้ก่อน และข้าจะบอกว่ามันราคาเท่าใด.. แน่นอนว่าสินค้าตัวอย่างนี้ฟรี.. เชิญ!..”
เด็กน้อยคนเดิมกล่าวพร้อมกับยื่นขนมปังแผ่นเล็กๆพอดีคำให้กับทั้งห้าคนคนละ 1 ชิ้น ซึ่งบนขนมปังนั้นทาด้วยเนยที่ทำมาจากนมสดแท้ๆ ผสมกับน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวาน กลุ่มนักผจญภัยเองก็รับมาอย่างงงๆ ก่อนจะมองพิจารณาสิ่งที่ตนได้รับมา..
“สีเหลืองๆนี่มันคืออะไรกัน.. ช่างเถอะ! ยังไงก็ตามมันก็เป็ของฟรี ลองสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร..” หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยโยนขนมปังที่เสียบไม้เล็กๆชิ้นนั้นเข้าไปภายในปาก เขาทำใจที่จะเคี้ยวในสิ่งที่ไม่รู้จัก และเขาก็ใช้แรงค่อนข้างเยอะในการบดขนมปัง เพราะไม่ว่าขนมปังที่ไหนก็ต้องแข็งกันทั้งนั้น แต่ทว่า..
“บ้าน่า!.. ทำไมขนมปังมันถึงนุ่มนิ่มขนาดนี้ มัน..มันเป็ขนมปังที่ข้ารู้จักแน่ๆรึ.. แล้วสิ่งที่อยู่ข้างบนเหลืองๆนั้นมันช่าง..หอม แล้วก็หวานกำลังพอดี.. นี่ข้ากำลังทานอะไรอยู่กันแน่..” รีแอคชั่นของคนทั้งกลุ่มต่างก็มีท่าทางไม่ต่างกันมากนัก หนุ่มน้อยที่ยื่นขนมปังให้พวกเขาได้ลองทานนั้นเขาชินกับท่าทางของคนที่ทานมันเป็ครั้งแรกนี้แล้ว ทุกคนมักจะมีอาการไม่ต่างกันมากสักเท่าไร นั่นก็รวมถึงตัวของเด็กน้อยเองด้วย
เขาจำได้ไม่เคยลืมเลยกับการพบเจอกับเลดี้แห่งตระกูลคาเพนเธียร์ เธอทั้งสวยทั้งใจดี เธอช่วยเหลือเด็กกำพร้าโดยที่ไม่้าอะไรตอบแทนเลย เธอมอบขนมปังแสนอร่อยให้กับพวกเขาตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าหลังจากที่ได้ยินว่าร้านคาเพนส์ของคุณหนูท่าน้าขอความช่วยเหลือจากพวกตน พวกเขาที่เป็เด็กกำพร้ารวมถึงผู้ดูแลสถานที่รับเลี้ยงเด็กต่างก็ยินดีให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ
“พวกเ้าคงจะประหลาดใจกันใช่หรือไม่.. ที่พวกเ้าได้ทานไปนั้นมันคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ขนมปังหน้าเนยสด’ และมันเป็ชิ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหากเทียบกับสินค้าจริง นอกจากนี้ราคาขายยังมีราคาถูกเพียงแค่ 30 เหรียญทองแดงเท่านั้น..” เด็กน้อยทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีเพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ
หลังจากนั้นเด็กน้อยก็ยังกล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘แยมผลไม้’ ใช้ทากับขนมปังอีกด้วย สินค้าประเภทชาที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ และเค้กแสนอร่อย จนกลุ่มนักผจญภัยต่างก็เริ่มสนใจ จนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะไปต่อแถวกับชาวเมืองคนอื่นๆ เด็กน้อยที่เห็นเช่นนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนที่จะเดินตามหาว่าที่ลูกค้ารายใหม่ที่บริเวณจัตุรัสกลางเมืองแห่งนี้ต่อไป..
กลับมาที่ทางด้านของคาเรนที่กำลังมองทุกอย่างมาจากชั้น 3 ของร้านด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน เธอไม่คิดเลยว่าขนมปังที่เธอให้พนักงานร้านลองทำ และมันเหลือจะเป็ประโยชน์มากขนาดนี้ ทั้งไม่ต้องเสียเงินจ้างแม้แต่เหรียญเดียว และได้แรงงานที่ซื่อสัตย์ขนาดนี้..
“นาธาน.. ยังไงเ้าก็คำนวณขนมของพวกเด็กๆเ่าั้เอาไว้ด้วยล่ะ.. เอาเป็เค้กก็ดีไม่น้อย” คาเรนหันมากล่าวกับนาธานที่กำลังยืนรอรายงานการขายของร้านใน่เช้านี้..
“ได้ตามประสงค์ขอรับคุณหนู..” นาธานกล่าวพร้อมกับก้มหัวเคารพหญิงสาววัย 14 ปีผู้นี้ หลังจากที่เห็นอะไรหลายอย่างที่เธอทำ เขาก็ต้องนับถือจากใจจริง ไม่ว่าการกระทำอะไร แม้จะดูไร้เหตุผลสักแค่ไหน แต่มันกลับสร้างผลลัพท์ที่ดีให้กับท่านทุกครั้งไป เขาอยากเห็นมันมากขึ้น อยากจะเห็นความสำเร็จของคุณหนูคาเรน แห่งตระกูลคาเพนเธียร์ เธอจะไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะรู้..
“รายงาน่เช้านี้มาได้แล้ว..” คาเรนกล่าวพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ จริงๆแล้วบริเวณชั้นสามแห่งนี้เธอทำไว้สำหรับแขกที่เรียกได้ว่า VVIP เลยก็ว่าได้ สินค้าที่จะให้บริการในชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็ผลิตภัณฑ์ที่หาได้ยาก เช่นพวกสบู่ แชมพู น้ำหอม ลิปทาปาก แป้งปัดแก้ม.. และอื่นๆอีกนิดหน่อย แน่นอนว่ามันมีราคาที่สูง ดังนั้นมันจึงเหมาะสมกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้วจริงๆ
“ขอรับคุณหนู.. สินค้าทุกอย่างถูกขายออกไปเกินครึ่งของสินค้ากำหนดรายวันแล้วขอรับคุณหนู.. โดยเฉพาะสินค้าประเภทชา และอาหารแห้ง(บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) คาดว่าสินค้าจะถูกขายออกไปหมดภายในบ่ายของวันนี้ขอรับ.. คุณหนู้าให้กระผมขนสินค้าจากโกดังมาเพิ่มหรือไม่ขอรับ” นาธานกล่าวรายงาน
“ไม่ต้องหรอก.. ให้มันเป็เช่นนี้แหละดีแล้ว หมดก็แค่ปิดร้านเท่านั้น.. พวกลูกค้าจะได้รู้ว่าสินค้าของเรามีอยู่อย่างจำกัดต่อวัน แล้วพวกเขาจะให้ความสำคัญในการเข้ามาใช้บริการในครั้งถัดไปมากขี้น(แย่งกันซื้อนั่นแหละ) นอกจากนี้เราจะได้ทราบว่าสินค้าตัวไหนเป็ที่นิยม ขายหมดไวกว่าสินค้าอื่น.. หลังจากนั้นก็เพิ่มราคาของสินค้าตัวนั้นด้วยให้เหตุผลว่ามันเป็ที่้าของตลาด หรือทำได้ยาก.. เท่านี้กำไรของเราก็จะมากขึ้นแล้ว.. ฮ่าๆๆ” คาเรนกล่าวพร้อมกับดวงตาของเธอกลายเป็รูปเหรียญทอง..
“ทราบแล้วขอรับคุณหนู กระผมจะจัดการตามความเหมาะสมของสินค้าเองขอรับ” นาธานกล่าวพร้อมกับยิ้มรับ นี่เป็หนึ่งในเหตุผลที่เขาชอบความคิดของคุณหนูคนนี้จริงๆ แม้ว่าสินค้าทั้งหลายดูเหมือนจะมีราคาถูก แต่จริงๆแล้วต้นทุนการผลิตมันก็ถูกมากกว่าราคาขายไปมากหลายสิบเท่าเลยทีเดียว
สินค้าเกือบทุกตัวที่ถูกขายออกไปถูกตั้งราคาให้ได้กำไรราวๆร้อยละ 50-70 แต่ก็จะมีสินค้าพิเศษอย่างสินค้าภายในห้องแห่งนี้ มันจะถูกขายโดยมีผลกำไรมากกว่าร้อยละ 150 เสียอีก คุณหนูท่านนี้เหมาะสมแล้วที่จะได้ชื่อว่าสุดยอดแม่ค้าแห่งตระกูลดยุคคาเพนเธียร์ เขาเชื่อว่าทรัพย์สินของคุณหนูคาเรนผู้เป็ประธานบริษัทการค้าคาเพนส์จะมีมากกว่าตระกูลเก่าแก่ของขุนนางบางคนเสียอีก
มันจะไม่ให้เขาภาคภูมิใจได้อย่างไรที่ได้ทำงานให้กับคนที่กำลังจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักร ไม่สิ! ต้องเรียกว่าของโลกถึงจะถูกต้องที่สุด..
“เรียนคุณหนูเ้าค่ะ.. ท่านหญิงเซรีนน่าเดินทางมาถึงพร้อมกับแขก VVIP แล้วเ้าค่ะ..” เมร่าสาวรับใช้ส่วนตัวของคาเรนเอ่ยกล่าวการมาถึงนายหญิงใหญ่ประจำตระกูลคาเพนเธียร์ หรือก็คือท่านแม่ของคุณหนูคาเรนนั่นเอง คาเรนที่ได้ยินเช่นนั้นเธอก็ยิ้มออกมาก่อนจะลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่..
“อย่างนั้นรึ.. ข้าจะลงไปต้อนรับพวกท่านด้วยตัวเอง” คาเรนกล่าว และนี่เป็สิ่งหนึ่งที่เธอได้ขอร้องให้ท่านแม่ช่วย สินค้าเหล่านี้จะมีค่าก็ต่อเมื่อผู้คนเห็นความอัศจรรย์ของมัน และการโฆษณาที่ดีที่สุดก็คือใช้มันกับชนชั้นสูงของเมืองแห่งนี้ โดยมีท่านแม่เป็แกนนำ..
คาเรนเดินลงบันไดของร้านมายังชั้นที่หนึ่งท่ามกลางสายตาของเหล่าลูกค้าที่กำลังใช้บริการภายในร้าน เสียงภายในร้านที่เคยดังกลับเงียบไปในพริบตาเดียว ทุกคนต่างก็จับจ้องมายังเ้าของธุรกิจคาเพนส์ หรือก็คือตัวของคาเรนที่สง่างามราวกับนางฟ้า์ตัวน้อยๆ แม้จะมีเสียงกระซิบกระซาบอยู่บ้าง แต่คาเรนก็ไม่สนใจ และเดินมุ่งตรงไปยังกลุ่มของท่านแม่ที่มีกันอยู่ราวๆ 8 คน
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านคาเฟ่คาเพนส์เ้าค่ะทุกท่าน..” คาเรนหยิบยกกระโปรงของตนเองทำความเคารพอย่างสง่างาม มันเป็ภาพที่แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันยังต้องหลงใหลไปกับความงามของเธอ และนี่เป็หนึ่งในความตั้งใจของคาเรนที่้าทำเช่นนี้ต่อหน้าทุกคน เพราะว่าเธอ้าจะแนะนำสิ่งที่เรียกว่าบัตรสมาชิกนั่นเอง
“..ดิฉันต้องขออนุญาตท่านหญิงเซรีนน่าแล้วเ้าค่ะ บุตรสาวของท่านช่างสง่างามั้แ่เยาว์วัยเช่นนี้ แถมยังมีความสามารถเปิดร้านเป็ของตนเองอีก.. ท่านเลี้ยงดูบุตรสาวได้ยอดเยี่ยมจริงๆเ้าค่ะ” ผู้หญิงที่แต่งตัวดีมีฐานะคนหนึ่งกล่าวชื่นชมในตัวของคาเรน ทั้งกริยา ทั้งใบหน้าที่งดงามเช่นนั้น เธอก็อยากมีลูกสาวเช่นนี้บ้าง หากให้เทียบกับบุตรชาย และบุตรสาวของพวกตนแล้วล่ะก็ มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว..
“แหม่ๆ.. ไม่ขนาดนั้นหรอกจ้ะ ดิฉันก็เลี้ยงดูนางแบบธรรมดาๆเท่านั้น ไม่ได้ดีเลิศอะไรเช่นที่ทุกท่านคิด” เซรีนน่ากล่าวพร้อมกับนำมือป้องปากเอาไว้ แน่นอนว่าเธอดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น แต่ก็ต้องกล่าวแบบกลางๆเอาไว้ก่อน คาเรนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบขอบคุณท่านหญิงคนนั้นไป
“ดิฉันต้องขอขอบคุณสำหรับคำชมที่ท่านมอบให้เ้าค่ะ ทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่ท่านแม่ได้พร่ำสอนดิฉันมาั้แ่เด็ก ที่ดิฉันมีทุกวันนี้ได้ก็เป็เพราะคำสั่งสอนจากท่านแม่ ขอบคุณมากจริงๆเ้าค่ะ..”