ซูเจียวเจียวตั้งใจจะไปช่วยตามหาด้วยแต่เซียวหยวนหมิงยืนกรานไม่ยอมเด็ดขาด เพราะตอนนี้ฝนตกหนักมากอีกทั้งใกล้จะมืดค่ำแล้ว อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ง่ายๆ
ซูเจียวเจียวจึงทำได้เพียงกำชับให้เซียวหยวนหมิงระมัดระวังตัวและบอกว่าจะรอเขากลับบ้าน
ไม่นานร่างของเซียวหยวนหมิงก็หายลับไปในสายฝนยามค่ำคืน
ซูเจียวเจียวรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากถึงขนาดอ่านหนังสือไม่เข้าหัว ฝนข้างนอกตกหนักขนาดนี้ อีกทั้งฟ้าก็ยิ่งมืดลงทุกทีจะไปตามหาคนเจอได้อย่างไรกัน?
เซียวหยวนซินเข้ามาปลอบประโลม“เจียวเจียว อย่ากังวลไปเลย อาหมิงจะต้องปลอดภัย ไม่เป็นอะไรหรอก”
ซูเจียวเจียวพยักหน้าแต่หัวใจกลับหนักอึ้ง
เพราะชาติที่แล้วไม่ได้เกิดเรื่องโจวเม่ยและหลินเฟิงถูกจับในคดีเก็งกำไรจึงไม่มีเรื่องที่โจวเม่ยและหลินเฟิงถูกส่งไปทำงานที่ไร่เกษตรกรรมและยิ่งไม่มีเรื่องที่หลินเฟิงหนีไป…
เหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันราวกับปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกทำให้ซูเจียวเจียวยิ่งไม่เข้าใจว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก…
เธอรู้สึกหวาดกลัวและเป็นกังวลเล็กน้อยแต่โชคดีที่ไม่ได้เกิดอาการใจสั่นและหวาดกลัวอย่างที่เคยเป็นครั้งก่อน
เธอก็ไม่แน่ใจว่าอาการใจสั่นและหวาดกลัวที่เกิดขึ้นครั้งก่อนนั้นเป็นลางบอกเหตุจริงๆหรือเปล่า…
ซูเจียวเจียวเฝ้ารอด้วยความกระวนกระวายใจได้แต่ภาวนาให้อาหมิงปลอดภัย และทุกคนสามารถหาหลินเฟิงเจอและกลับมาโดยเร็ว
เมื่อท้องฟ้ายิ่งมืดมิดลงเรื่อยๆแต่เซียวหยวนหมิงก็ยังไม่กลับมา ไม่เพียงแต่เซียวหยวนหมิงเท่านั้นแม้แต่ชาวบ้านที่ออกไปช่วยตามหาก็ยังไม่มีใครกลับมาเลย
ก่อนหน้านี้หลี่เกินเซิงได้เรียกชายฉกรรจ์กว่าสิบคนในกองผลิตซึ่งล้วนเป็นผู้ที่ทำงานเก่งกาจ พวกเขาถูกส่งไปตามหาตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในตัวตำบลตัวอำเภอ สถานีรถไฟ และหลังเขา ทว่าก็ยังไม่พบใครเลย
เดิมทีคิดว่าจะหาเจอในไม่ช้าแต่เมื่อถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ
ฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย
หลี่เกินเซิงเห็นว่าหามานานแล้วแต่ก็ยังไม่เจอใครและคิดว่าฝนตกหนักเกินไปแล้ว จึงจะให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนพอดีกับที่หลี่ต้าเฉวียนถือรองเท้าข้างหนึ่งมายังหลี่เกินเซิงพลางกล่าวว่า“หัวหน้าหลี่ครับ พวกเราเจอรองเท้าข้างหนึ่งในร่องน้ำครับ”
หลี่เกินเซิงรับรองเท้ามาแล้วพบว่าดินโคลนบนรองเท้านั้นยังใหม่มากเขาจึงกล่าวว่า “รองเท้าคู่นี้ต้องเป็นของหลินเฟิงไม่ผิดแน่แล้วเจอจากร่องน้ำที่ไหน?”
หลี่ต้าเฉวียนตอบว่า“ตรงทางที่จะขึ้นไปหลังเขาครับ”
หลี่เกินเซิงอุทานในใจว่าไม่ดีแล้ว“ทางไปหลังเขาเป็นทางที่เดินยากที่สุด ยามค่ำคืนจะมืดมากแถมฝนยังตกหนัก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คงจะแย่แน่ๆทุกคนรีบตามผมขึ้นไปหาบนเขาเดี๋ยวนี้เลย!”
ในทันทีหลี่เกินเซิงก็พาผู้คนขึ้นไปตามหา
ทางด้านซูเจียวเจียวเธอนั่งรอจนเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ยังไม่มีใครกลับมาความไม่สบายใจในใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นานขนาดนี้แล้วยังไม่กลับมาคงจะเกิดอะไรขึ้นแล้วกระมัง?
ซูเจียวเจียวเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจสุดท้ายก็อดใจไม่ไหว เธอคว้าเสื้อคลุมกันฝนมาสวมและสวมหมวกฟางแล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไป เซียวหยวนซินพยายามห้ามแล้วก็ยังห้ามไม่อยู่
เซียวหยวนซินตั้งใจจะวิ่งตามออกไปแต่พอนึกถึงหยวนหยวนวัยสี่ขวบที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ก็วางใจไม่ได้เธอจึงจำใจต้องรอคอยอยู่ที่บ้าน
ซูเจียวเจียวกำลังเดินอยู่กลางทางก็ได้พบกับเว่ยหงปิงที่กำลังรีบร้อนเดินเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เธอจึงรีบหยุดเขาไว้“ยุวชนเว่ยคะ ทุกคนยังไม่กลับมาเลยหรือ?”
เว่ยหงปิงเห็นว่าเป็นซูเจียวเจียวจึงปาดน้ำฝนบนใบหน้าแล้วตอบเสียงดัง “ยังเลยครับหลินเฟิงวิ่งหนีไปทางหลังเขา พวกเราตามขึ้นไปหาบนเขาแต่ฝนตกหนักมากจนเกิดดินถล่มครับ ตอนนี้สถานการณ์ฉุกเฉินผมไม่มีเวลาพูดกับเธอมากนัก ผมต้องรีบไปเรียกคนมาช่วยก่อน”
เว่ยหงปิงกล่าวจบก็รีบจากไปทันที
ซูเจียวเจียวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆดวงตากลมโตดำขลับเบิกโพลง
อะไรนะ?ดินถล่ม?
ที่หลังเขา!
ซูเจียวเจียวไม่พูดพร่ำทำเพลงเธอออกตัววิ่งตรงไปยังหลังเขาทันที เว่ยหงปิงรีบร้อนไปเรียกคนมาช่วยจึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าซูเจียวเจียวมุ่งหน้าไปยังหลังเขา
เมื่อซูเจียวเจียวมาถึงหลังเขาก็พบว่ามีผู้คนยืนอยู่เป็นจำนวนมาก หลี่เกินเซิงก็อยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นตอนนี้เขากำลังสั่งให้คนหลายคนช่วยกันจัดการดินโคลนและหินที่ถล่มลงมาเพื่อเปิดทางแต่พอจัดการได้นิดหน่อย ก็มีดินโคลนและหินจำนวนมากถล่มลงมาอีก ทำให้หลี่เกินเซิงรีบสั่งให้ทุกคนถอยออกไปห้ามเคลียร์อีก มิฉะนั้นอาจจะถูกฝังทั้งเป็นได้
ทุกคนถอยออกไปยืนอยู่ห่างๆได้แต่ยืนมองหลังเขาที่มืดมิดด้วยความไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ซูเจียวเจียวมองหาเซียวหยวนหมิงท่ามกลางฝูงชนแต่ก็ไม่พบตัวเธอจึงรีบวิ่งไปหาหลี่เกินเซิงแล้วถามว่า“หัวหน้าหลี่คะ เซียวหยวนหมิงล่ะคะ เขาไม่เห็นอยู่ที่นี่เลย?”
“ยุวชนซู? คุณมาได้อย่างไร?” หลี่เกินเซิงกล่าวด้วยความตกตะลึง
ซูเจียวเจียวยังคงถามเสียงดัง“หัวหน้าหลี่คะ เซียวหยวนหมิงล่ะคะ เขาอยู่ไหน? เขาอยู่ที่ไหนคะ?”
หลี่เกินเซิงถอนหายใจ“เฮ้อ… เซียวหยวนหมิงติดอยู่ที่หลังเขา ตอนนี้เกิดดินถล่มพวกเราเข้าไปไม่ได้ พวกเขาก็ออกมาไม่ได้ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงเขาไม่เป็นอะไรหรอก…”
อันที่จริงคำพูดนี้หลี่เกินเซิงเองก็พูดออกมาด้วยความไม่มั่นใจเพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเซียวหยวนหมิงจะเป็นอะไรหรือเปล่า!
แต่ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้เขาก็ทำได้เพียงบอกว่าเซียวหยวนหมิงไม่เป็นอะไรมิฉะนั้นซูเจียวเจียวจะต้องต่อว่าเขาแน่ๆ!
เมื่อได้ยินหลี่เกินเซิงพูดเช่นนั้นหัวใจของซูเจียวเจียวก็ไม่ได้เบาใจลงเลย ตรงกันข้ามกลับยิ่งเป็นกังวลและกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีก
อาหมิงติดอยู่ที่หลังเขาหรือ?
เขาจะเป็นอะไรไหม?ตอนที่ดินโคลนถล่มลงมา เขาหนีพ้นหรือเปล่า?
ซูเจียวเจียวคิดถึงแต่เซียวหยวนหมิงในใจของเธอเท่านั้นไม่ได้! เธอจะปล่อยให้อาหมิงอยู่คนเดียวในหลังเขาไม่ได้!
ชาติที่แล้วเธอเคยสูญเสียอาหมิงไปแล้วครั้งหนึ่ง!
ครั้งนั้นเธอเห็นเขานอนตัวเย็นอยู่ในโรงเก็บศพคลุมด้วยผ้าขาว นอนอย่างโดดเดี่ยว
เจ้าหน้าที่โรงเก็บศพโทรมาบอกให้เธอไปรับศพตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อ คิดว่าเป็นเรื่องแกล้งกันผู้ชายที่รักเธอปานจะกลืนกินอย่างเขาน่ะหรือจะตายไปง่ายๆ แบบนี้?
รู้ไหมว่าก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียวพวกเขาก็เพิ่งจะถ่ายรูปแต่งงานกันเสร็จ
เขาบอกว่า“เจียวเจียว ตอนที่คุณแต่งงานกับผมครั้งแรก เราไม่มีอะไรเลยไม่มีงานเลี้ยงแต่งงาน ไม่มีชุดเจ้าสาว แม้แต่ของหมั้นก็ไม่มีครั้งนี้ผมจะต้องจัดงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบให้คุณให้ได้”
พวกเขาซื้อบ้านใหม่ด้วยกันซื้อของใช้สำหรับแต่งงานด้วยกัน จองโรงแรมจัดงานเลี้ยงด้วยกันถ่ายรูปแต่งงานด้วยกัน
แต่พอหันกลับมาเขากลับเสียชีวิตไปแล้ว
แต่เธอก็ยังคงไม่เชื่อว่าเขาจะตาย
เธอเข้าไปกอดศพของเขาในโรงเก็บศพร้องไห้เป็นเวลานานจนดวงตาเกือบจะบอด
คนอื่นบอกเธอว่าเขาดื่มเหล้าไปนิดหน่อย แล้วพอดีเห็นคนตกน้ำ จึงกระโดดลงไปช่วยคนและจมน้ำเสียชีวิต…
พวกเขาบอกว่าเขาเป็นวีรบุรุษที่ช่วยเด็กที่จมน้ำได้สองคนแต่ตัวเองกลับไม่สามารถขึ้นมาได้
แต่เธอก็ยังคงไม่เชื่ออาหมิงของเธอนั้นเก่งกาจและมีความสามารถมากขนาดนั้นเขาใช้ชีวิตอยู่ริมแม่น้ำมาตั้งแต่เด็ก ว่ายน้ำเก่งมาก เขาจะช่วยคนอื่นได้แต่ตัวเองกลับขึ้นมาไม่ได้ได้อย่างไรกัน!
แต่ไม่ว่าเธอจะร้องไห้เสียใจแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันกลับมาแล้ว
หลังจากกลับมาเกิดใหม่ซูเจียวเจียวก็มองว่าเขามีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิตของเธอแม้กระทั่งมีค่ามากกว่าชีวิตของเธอเอง