ภายในห้องลับ ฉินอวี่กวาดสายตาอ่านผ่านๆ อย่างรวดเร็วราวกับขี่ม้าชมดอกไม้ คัมภีร์วิชาภายนอกทั้งยี่สิบแปดเล่ม ฉินอวี่ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็อ่านจบทั้งหมด
"ปู่เหลียนพูดถูก การฝึกวิชาภายนอกดูเหมือนจะลำบากจริงๆ ด้วย" คิ้วบนใบหน้าเล็กๆ ของฉินอวี่ขมวดมุ่น
หลังจากอ่านคัมภีร์ทั้งยี่สิบแปดเล่ม ฉินอวี่ก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกวิชาภายนอกในระดับหนึ่ง การฝึกวิชาภายนอกคือการใช้กรรมวิธีต่างๆ มาขัดเกลาพละกำลังของร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น นั่นคือการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก้าวข้ามความเหนื่อยล้า และทะลวงขีดจำกัดไปเรื่อยๆ
การฝึกกำลังภายในเป็เพียงการดูดซับพลังปราณฟ้าดินเท่านั้น ยามฝึกหาได้เ็ปอันใดไม่ มิหนำซ้ำหลังฝึกเสร็จยังรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่การฝึกวิชาภายนอกกลับเป็การขุดค้นขีดจำกัดของร่างกาย ให้ร่างกายต้องแบกรับการขัดเกลาอย่างหนักหน่วง เ็ปและยากลำบากอย่างที่สุด นี่คือวิถีแห่งการฝึกฝนที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
วิชาภายนอกทั้งขมขื่นและเหนื่อยยาก อีกทั้งยังไม่สามารถบรรลุเป็ยอดฝีมือระดับขั้นฟ้าประทานได้ โดยทั่วไปมีเพียงชาวบ้านสามัญหรือคนยากไร้ที่ปราศจากภูมิหลังเท่านั้นที่จะเลือกเส้นทางสายนี้ ลูกหลานตระกูลใหญ่ที่แท้จริงล้วนฝึกฝนกำลังภายในกันทั้งสิ้น... แต่ฉินอวี่เล่า?
มีสุดยอดเคล็ดวิชากำลังภายในถึงหกสิบแปดเล่ม แต่ละเล่มล้วนไม่ธรรมดา แต่เขาจะฝึกได้หรือ?
"ลองดูเคล็ดวิชาลมปราณก่อนก็แล้วกัน ถึงจุดตันเถียนของข้าจะแปลกประหลาด แต่ไม่แน่อาจจะมีวิชาลมปราณสักอย่างที่ฝึกได้ก็ได้" ฉินอวี่แฝงความหวังเล็กๆ เปิดคัมภีร์ขึ้นมาด้วยใจที่เปี่ยมหวัง แต่เพียงแค่เห็นเนื้อหาเขาก็ต้องชะงักงัน
จุดเสินถิง... จุดไป่ฮุ่ย... จุดเฟิงฉือ... จุดชีเหมิน... ชีพจรซานเจียวโส่วเส้าหยาง... โส่วไท่อิน... ชีพจรไตจู๋เส้าหยาง...
"นี่..." ฉินอวี่ตาค้างไปเลย
เขาอ่านหนังสือมาไม่น้อย เคยผ่านตาชื่อเรียกเหล่านี้ แต่ประเด็นสำคัญคือ... เขารู้จักชื่อจุดเฟิงฉือ แต่ไม่รู้ว่าจุดเฟิงฉือมันอยู่ตรงส่วนไหนของร่างกาย ในหนังสือเ่าั้แม้จะมีภาพประกอบ แต่มันก็เป็เพียงภาพร่างคร่าวๆ มีแค่เส้นไม่กี่เส้นเท่านั้น
กำลังภายในนี้จะฝึกส่งเดชไม่ได้ หากเดินลมปราณผิดทิศผิดทาง นั่นหมายถึงชีวิต
"ดูท่าคงต้องไปค้นคว้าตำราเกี่ยวกับเส้นชีพจรในห้องหนังสือมาศึกษาให้ละเอียดเสียก่อน อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจจุดชีพจรให้กระจ่าง" ใบหน้าเล็กๆ ของฉินอวี่ฉายแววจนใจ จากนั้นจึงเก็บตำราเหล่านี้ให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากห้องลับไป
หกวันให้หลัง
ฉินอวี่กลับเข้ามาในห้องลับอีกครั้ง
"ฮิฮิ ครั้งนี้ข้าพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม หกสิบแปดเล่ม ข้าจะลองทีละเล่ม ดูสิว่าเล่มไหนจะฝึกได้" ใบหน้าฉินอวี่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้น อย่างไรเสียฉินอวี่ก็เป็เพียงเด็กแปดขวบ ย่อมมีความฝันถึงการเป็ยอดฝีมืออยู่เสมอ
หกวันที่ผ่านมาเขาศึกษาเส้นชีพจรและจุดต่างๆ เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ฉินอวี่ให้บ่าวไพร่ในอวิ๋นอู้ซานจวงทำหุ่นไม้จำลองขึ้นมาตัวหนึ่ง และยังให้ท่านหมอเวิงเสวียน ยอดฝีมือด้านการแพทย์ประจำอวิ๋นอู้ซานจวง ช่วยระบุตำแหน่งเส้นชีพจรและจุดต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน
เมื่อผสมผสานความรู้จากตำรา หุ่นไม้ และการสอบถามท่านหมอเวิงเสวียนอยู่บ่อยครั้ง ในที่สุดฉินอวี่ก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะเริ่มฝึกฝนกำลังภายใน
"เล่มแรกฝึกอันไหนดีนะ? เอาอันนี้ก็แล้วกัน 'อรรถกถาคัมภีร์วารี'" ฉินอวี่พึมพำกับตัวเองแล้วสุ่มหยิบคัมภีร์ขึ้นมาเล่มหนึ่ง 'อรรถกถาคัมภีร์วารี' เล่มนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อนเคยมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ปัจจุบันกลับเลือนหายไปตามกาลเวลา
ฉินอวี่นั่งขัดสมาธิตามเคล็ดวิชา เริ่มต้นการฝึกฝน
ก้าวแรกของการฝึกกำลังภายในคือต้องมีััแห่งปราณ สามารถััถึงพลังปราณฟ้าดินอันเบาบางที่ตนเองดูดซับเข้ามา ความจริงแล้วมนุษย์มีชีวิตอยู่บนโลกล้วนดูดซับพลังปราณฟ้าดินโดยไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา แต่เพราะปริมาณน้อยเกินไป จึงไม่อาจััได้
การฝึกฝนคือการดูดซับอย่างมีสติ และพยายามดูดซับให้ได้มากที่สุด
หนึ่งชั่วยามผ่านไป จิตใจของฉินอวี่เริ่มว้าวุ่น ทนต่อไปไม่ไหว
"ััปราณ... ััปราณ... ปู่เหลียนบอกว่าคนที่มีพร์ดี แค่เริ่มฝึกก็มีััปราณแล้ว ข้าฝึกมาตั้งหนึ่งชั่วยามแล้ว ทำไมถึงยังไม่ััถึงปราณสักนิดเลยล่ะ?" ใบหน้าฉินอวี่เต็มไปด้วยความหมดหนทาง นั่งขัดสมาธิมาเนิ่นนานขนาดนี้ ขาชาไปหมดแล้ว
เขาลุกขึ้นขยับร่างกายครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมานั่งนิ่งเริ่มฝึก 'อรรถกถาคัมภีร์วารี' อีกครั้ง
......
สองวันต่อมา
หลังจากทานมื้อเช้า ฉินอวี่ก็มาฝึกฝนต่อ ฉินอวี่เป็คนดื้อรั้น เขายังคงเพียรฝึกบทที่หนึ่งของ 'อรรถกถาคัมภีร์วารี' ต่อไป ในความเป็จริงแล้วเพียงแค่ขั้นการรับรู้ััปราณ ไม่ว่าจะใช้คัมภีร์กำลังภายในเล่มไหนก็ไม่ต่างกันมากนัก
ความดื้อรั้น...
ฉินอวี่นั่งขัดสมาธิลงอีกครั้ง ในห้วงความคิดเริ่มจินตนาการถึงกระแสปราณที่ไหลเวียนในชีพจร จากนั้นฉินอวี่ก็ไม่คิดสิ่งใดอีก ปล่อยสมองให้ว่างเปล่า ดำรงอยู่ในสภาวะเช่นนี้ต่อไป...
ทันใดนั้น—
ฉินอวี่รู้สึกถึงกระแสอากาศที่เบาบางอย่างยิ่งกำลังไหลเวียนช้าๆ ภายในร่างกาย ความพยายามตลอดสองวันกว่า ในที่สุดก็สัมฤทธิผลแล้วในขณะนี้ ชั่วพริบตาฉินอวี่รู้สึกตื่นเต้นดีใจ ทันใดนั้นความสงบในจิตใจและภาวะสมองว่างเปล่าก็มลายหายไป พร้อมกันนั้นฉินอวี่ก็ัักระแสพลังไม่ได้อีก
"สงบใจ... สงบใจ..." ฉินอวี่บอกกับตัวเอง จากนั้นจึงพยายามเข้าสู่สภาวะเมื่อครู่อีกครั้งตามวิธีที่ระบุใน 'อรรถกถาคัมภีร์วารี' ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉินอวี่ก็ััได้ถึงกระแสอากาศอันเบาบางภายในกายได้อีกครั้ง
ทันใดนั้น ฉินอวี่ใช้วิธีใน 'อรรถกถาคัมภีร์วารี' เริ่มชักนำกระแสพลังให้โคจรในชีพจรหนึ่งรอบจักรวาลเล็ก (เสี่ยวโจวเทียน) ขณะที่ไหลเวียน ฉินอวี่ยิ่งัักระแสพลังนี้ได้ชัดเจนขึ้น เมื่อโคจรครบหนึ่งรอบจักรวาลเล็ก ฉินอวี่ก็เตรียมควบคุมให้ปราณิญญานี้หลอมรวมเข้าสู่จุดตันเถียน
ตามที่คัมภีร์ระบุไว้ เมื่อกระแสพลังเข้าสู่จุดตันเถียน จะสะสมตัวอยู่อย่างสงบภายในนั้น
ทว่า...
"เกิดอะไรขึ้น? จุดตันเถียนของข้ากักเก็บกำลังภายในไม่ได้จริงๆ หรือ?" ฉินอวี่ตะลึงงัน เขาพบว่าปราณิญญาที่ผ่านการโคจรรอบจักรวาลเล็ก เมื่อเข้าสู่จุดตันเถียนกลับแตกซ่านออกไป สลายตัวจากร่างกายคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง จุดตันเถียนยังคงว่างเปล่า
"ดูท่าที่ลุงเฟิงพูดไว้ตอนนั้นจะถูกต้อง จุดตันเถียนของข้าไม่เหมือนคนทั่วไป ไม่อาจกักเก็บกำลังภายในได้เลย การฝึกกำลังภายใน พลังล้วนต้องเก็บสะสมในจุดตันเถียน ตันเถียนของข้าเก็บไม่ได้ แล้วจะฝึกไปจะมีประโยชน์อะไร?" วินาทีนี้ฉินอวี่เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
แม้ในใต้หล้าจะมีวิชาฝึกกำลังภายในนับไม่ถ้วน แตกต่างกันไป แต่มีจุดหนึ่งที่เหมือนกัน
นั่นคือพลังที่ฝึกฝนดูดซับและแปรเปลี่ยนมา ล้วนต้องกักเก็บไว้ในจุดชี่ไห่ หรือก็คือจุดตันเถียน หากแม้แต่จุดตันเถียนยังเก็บกำลังภายในไม่ได้ ฝึกไปจะมีประโยชน์อะไรเล่า?
พลันสายตาของฉินอวี่ก็เหลือบไปเห็น 'เคล็ดัา' สีทองอร่ามเล่มนั้น ในบรรดาหนังสือวิชากำลังภายในเหล่านี้ คัมภีร์เล่มเดียวที่จารึกบนแผ่นทองคำช่างดูโดดเด่นสะดุดตา ฉินอวี่จึงยื่นมือไปหยิบ 'เคล็ดัา' มา
'เคล็ดัา' นั้นบางมาก มีเพียงสามหน้า แต่ตัวอักษรบนแผ่นทองคำมีขนาดเล็กละเอียด สามหน้าทองคำจึงบรรจุเนื้อหาไว้ไม่น้อย
ฉินอวี่ทดลองฝึกตามเคล็ดวิชาใน 'เคล็ดัา' เพียงครู่เดียวเขาก็รู้สึกถึงกระแสพลังในร่างกาย 'เคล็ดัา' นี้ร้ายกาจสมคำร่ำลือ ปราณฟ้าดินที่ดูดซับได้มีปริมาณมากกว่าเมื่อครู่อย่างเทียบไม่ติด อีกทั้งความเร็วในการโคจรจักรวาลยังรวดเร็วอย่างยิ่ง แต่เมื่อฉินอวี่พยายามนำกำลังภายในไปเก็บที่จุดตันเถียน เหตุการณ์เดิมก็ซ้ำรอย
จุดตันเถียนเปรียบเสมือนกรวยก้นรั่ว มีกำลังภายในเท่าไหร่ก็รั่วไหลออกไปจนหมด ไม่สามารถกักเก็บได้เลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าฉินอวี่คล้ายจะยิ้มขื่น คล้ายจะจนปัญญา
จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา "เฮ้อ ดูท่าข้าจะอู้งานไม่ได้แล้วสินะ ข้ายังอยากจะไม่ต้องทนลำบาก อยากหาวิธีฝึกกำลังภายในให้ได้ แต่จุดตันเถียนนี่เหมือนกรวยรั่ว มีกำลังภายในเท่าไหร่ก็สลายไปหมด จะฝึกกำลังภายในได้อย่างไร?"
แต่สีหน้าฉินอวี่กลับดูเหมือนจะไม่ใส่ใจนัก
ในความเป็จริง ฉินอวี่เตรียมใจที่จะล้มเหลวไว้นานแล้ว เพราะคนที่วินิจฉัยว่าเขาฝึกกำลังภายในไม่ได้คือเฟิงอวี้จื่อ หนึ่งในสามเซียนแห่งราชวงศ์ฉู่ บุคคลระดับนั้นฟันธงลงมา ความเป็ไปได้ที่จะผิดพลาดนั้นต่ำเกินไป
"วิชาภายนอก... อืม ั้แ่วันนี้ไป ข้าจะทุ่มเทฝึกวิชาภายนอก" ดวงตาฉินอวี่ฉายประกายระยิบระยับ จ้องมองคัมภีร์วิชาภายนอกทั้งยี่สิบแปดเล่มนั้นแล้วหัวเราะร่า "ทวีปเฉียนหลงในอดีตไม่เคยมีใครใช้วิชาภายนอกบรรลุถึงระดับขั้นฟ้าประทาน งั้นก็ให้ข้าเป็คนแรกที่ใช้วิชาภายนอกบรรลุระดับขั้นฟ้าประทานก็แล้วกัน!"
อย่างไรเสียฉินอวี่ก็เป็เพียงเด็กแปดขวบ ยังคงมีนิสัยความเป็เด็ก
ใช้วิชาภายนอกบรรลุระดับขั้นฟ้าประทาน เป็เื่ที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ ยอดฝีมือวิชาภายนอกระดับขั้นฟ้าประทานนั้น จะเก่งกาจเพียงใดกันนะ? นี่คือปริศนา
......
่สายของสองวันให้หลัง ในห้องหนังสือของฉินอวี่
ฉินอวี่ถือหนังสือเล่มหนึ่ง นั่งอ่านอย่างเงียบสงบ ข้างกายฉินอวี่มีชั้นหนังสือขนาดใหญ่สองชั้น หากมองปราดเดียว บนชั้นหนังสือใหญ่นั้นมีหนังสือประเภทต่างๆ อย่างน้อยนับพันเล่ม ส่วน 'เสี่ยวเฮย' ก็เดินเตาะแตะไปมาในห้องหนังสือ ไม่รบกวนเ้านายน้อยของมัน
"องค์ชายสาม ยอดฝีมือวิชาภายนอกแปดคนมาถึงแล้วขอรับ ท่านรองพ่อบ้านหลี่เป็คนนำขบวนมา แจ้งว่าส่งมาให้องค์ชายสามเลือกอาจารย์ฝึกวิชาภายนอกขอรับ" บ่าวรับใช้คนหนึ่งเดินมาที่หน้าประตูห้องหนังสือ กล่าวรายงานอย่างนอบน้อม
ดวงตาฉินอวี่สว่างวาบทันที รีบวางหนังสือในมือลง ในใจตื่นเต้นดีใจ ตอนนั้นเขาบอกเื่นี้กับปู่เหลียน ปู่เหลียนก็ส่งข่าวแจ้งคนในจวนอ๋อง เจิ้นตงอ๋องฉินเต๋อทราบเื่นี้ จึงจัดเตรียมยอดฝีมือจากค่ายทหารและยอดฝีมือวิชาภายนอกในสามเขตปกครองแดนบูรพาให้เดินทางมาพร้อมกันเป็พิเศษ
"รอมาสองวันในที่สุดก็มาถึงแล้ว คังอัน เร็วเข้า นำทางไป!" ฉินอวี่สั่งบ่าวรับใช้ด้วยความตื่นเต้น
"ขอรับ" คังอันรีบเดินนำทางอย่างนอบน้อม ส่วนฉินอวี่ก็เดินออกจากห้องหนังสือ มุ่งหน้าไปยังเรือนตะวันตก